ลู่สิงเทียนฉวยจังหวะที่หญิงสาวทั้งสองกำลังสนทนากันหันมากระซิบถามมารดาเสียงเบา
“ท่านแม่คิดว่าคุณหนูเมิ่งผู้นี้ไว้ใจได้งั้นหรือ มิใช่มีใครตั้งใจส่งนางมาให้เข้าหาใกล้ชิดกับพวกเราหรอกนะ”
“เท่าที่สังเกตดูั้แ่คุณหนูเมิ่งเข้ามานางก็ไม่ได้ให้ความสนใจกับพวกเราแม่ลูกสักเท่าใด แม่ว่านิสัยนางก็ดูไม่เลวพอจะให้เสี่ยวถิงคบหาเป็สหายได้ อีกอย่างต่อไปหากเสี่ยวถิงต้องไปร่วมงานเลี้ยงต่างๆ ให้นางได้รู้จักกับคนที่มีฐานะและชาติตระกูลไม่ธรรมดาเอาไว้บ้างก็คงจะเป็ประโยชน์กับนางไม่น้อย เ้าคิดเห็นว่าอย่างไร”
“ถ้าท่านแม่เห็นว่าคุณหนูเมิ่งน่าคบหาลูกก็ไม่ว่าอะไรแต่ถ้าเป็พวกที่มีนิสัยไร้มารยาท ลูกก็จำต้องบอกคุณหนูหลี่ให้คบหาคนพวกนั้นแค่เป็พิธีก็พอไม่จำเป็ก็ไม่ต้องเข้าไปพูดคุยสนทนาด้วย”
ลู่ฮูหยินเอียงศีรษะปรายตามองดูลู่สิงเทียนพูดกำชับด้วยดวงตาหยอกล้อเป็ประกายวิบวับอย่างเห็นได้ชัดดูก็รู้ว่ามีเจตนาตั้งใจจะกระเซ้าบุตรชาย
“อืม นั่นสิเสี่ยวถิงเพิ่งมาถึงเมืองหลวงยังไม่ค่อยคุ้นเคยกับอุปนิสัยของผู้คนมากเท่าไหร่ ยังคงต้องอาศัยเ้าช่วยอธิบายและแนะนำน้องให้เข้าใจก็ถูกแล้วเนอะ”
ลู่สิงเทียนเอามือไพล่หลังพลางจ้องมองไปทางมารดาอย่างนิ่งเฉยท่าทางราวกับไม่อินังขังขอบ แต่ก็สามารถสังเกตเห็นสีแดงจาง ๆ ที่ปรากฏบนใบหูได้อย่างกระจ่างชัดเจน
มุมปากของลู่ฮูหยินโค้งขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
แค่เวลาเพียงไม่นานหลี่จิ้งถิงก็สนิทสนมคุ้นเคยกับเมิ่งชิงหย่วนแล้ว แต่ไหนแต่ไรมาเมิ่งชิงหย่วนก็เบื่อหน่ายกับนิสัยชอบโอ้อวดและพยายามแข่งขันกันสร้างความโดดเด่นของบรรดาคุณหนูทั้งหลายในเมืองหลวงมาคราวนี้ประจวบเหมาะได้พบสหายที่มีนิสัยไม่ซับซ้อนยิบย่อย ไม่ทำตัวไร้สาระและมีเหตุผลเข้าพอดีนางจึงรู้สึกว่า ในที่สุดตนเองก็มีเพื่อนเอาไว้พูดคุยกันได้อย่างสบายใจเสียที
“ถิงถิงวันหน้าข้าจะเชิญเ้าไปเที่ยวเล่นที่จวนนะ” เมิ่งชิงหย่วนเอ่ยชักชวนอย่างกระตือรือร้น
หลี่จิ้งถิงได้ยินดังนั้นก็ยิ้มรับจนตาหยีพลางพูดด้วยน้ำเสียงเป็มิตร “อืม ได้สิหยวนหย่วน”
‘เพิ่งจะรู้จักกันสนิทสนมกันถึงเพียงนี้เชียว?’ ลู่สิงเทียนครุ่นคิด ชั่วขณะนั้นเขาก็แค่นเสียงขึ้นจมูกโดยไม่รู้สึกตัวขึ้นทันใดเมื่อเห็นเมิ่งชิงหย่วนยังคงเกาะแกะพูดจาเซ้าซี้กับหลี่จิ้งถิงอย่างไม่จบไม่สิ้นหัวข้อสนทนาก็เป็เื่ความสนใจทั่วไปของสตรีทำให้บุรุษอย่างลู่สิงเทียนไม่มีโอกาสเข้าร่วมสนทนาด้วยเป็ธรรมดา
“ในจวนสกุลเมิ่งไม่มีผู้ใดให้นางพูดคุยด้วยหรืออย่างไร”ลู่สิงเทียนที่กำลังตกอยู่ในห้วงความรู้สึกอันแปรปรวน พูดขึ้นมาอย่างอดรนทนไม่ไหว
ลู่ฮูหยินฟังไม่เข้าใจแต่พอเห็นสีหน้าท่าทางของบุตรชายก็กระจ่างขึ้นมาทันที
“มีเื่เช่นนี้ที่ไหนก็แค่นิสัยของเสี่ยวถิงนั้นชวนให้คนชื่นชอบยิ่งก็เท่านั้น ก็เหมือนกับเ้าที่ปกติสนทนาพูดคุยกับสตรีแค่ไม่กี่คำก็พยายามจะรีบหลบฉากออกไป หรือไม่ก็นั่งหน้าบึ้งตึงไม่พูดไม่จาทว่าพอเป็เสี่ยวถิง เ้ากลับพยายามหาเื่ชวนคุยก่อนมิใช่หรือ”พอพูดจบลู่ฮูหยินก็พลันหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเข้าใจดี
ลู่สิงเทียนเอ่ยพูดเบี่ยงประเด็น“ลูกรู้สึกว่า อาหารวันนี้รสชาติด้อยลงไปสักหน่อย ไม่รู้ว่าเป็เพราะเปลี่ยนพ่อครัวหรืออย่างไรอาหารถึงได้มีรสแปลกพิกลเยี่ยงนี้”
ลู่ฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็โต้แย้งกลับไปทันที“ทำไมแม่ถึงรู้สึกว่าอาหารวันนี้รสชาติดีนักดูแล้วคงเป็ที่ลิ้นเ้าทำตัวไม่สมเหตุสมผลกระมัง”
พอพูดจบนางก็หัวเราะออกมาอย่างอดใจไม่ไหว
ลู่สิงเทียนชะงักไปชั่วครู่ขณะกำลังจะละล่ำละลักรีบร้อนแก้ตัวเพื่อกลบเกลื่อนก็ได้ยินเสียงเอ่ยถามอย่างหยั่งเชิงจากด้านนอกว่า “ท่านป้า พี่สิงเทียน นี่ข้าอวิ๋นหวั่นอวี้เองเ้าค่ะไม่ทราบว่าพวกท่านสะดวกให้ข้าร่วมโต๊ะสนทนาด้วยได้หรือไม่วันนี้แขกของหอหยู่ถงมีมากเสียจน ไม่มีที่นั่งว่างสำหรับข้าที่ไม่ได้จองโต๊ะเอาไว้ล่วงหน้าเลยเ้าค่ะ”
หลี่จิ้งถิงกับเมิ่งชิงหย่วนที่กำลังพูดคุยกันหยุดชะงักไปลู่สิงเทียนกลับไม่ได้สนใจมากนัก เพียงแค่หันไปมองหน้ามารดาปราดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงเฉยชาอย่างถึงที่สุดซึ่งดูท่าแล้วเขาคงไม่คิดจะพูดจากับผู้มาเยือนให้วุ่นวาย
“ยามนี้ข้ากับท่านแม่ไม่สะดวกรับแขกหากคุณหนูอวิ๋นไม่มีเื่สำคัญจะหารือกะทันหัน ก็เอาไว้โอกาสหน้าค่อยพบปะกันก็ยังไม่สาย”
คิ้วงามของอวิ๋นหวั่นอวี้ขมวดมุ่นเบาๆ อย่างไม่พอใจ แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังพูดตอบไปด้วยน้ำเสียงราวกับไม่รู้สึกอันใด
“ต้องขออภัยด้วยเ้าค่ะที่เข้ามาทักทายอย่างกะทันหัน ข้ามิได้มีเื่สลักสำคัญอันใดหรอกเ้าค่ะ เพียงแต่ว่ายามนี้เกิดภัยพิบัติขึ้นที่ชายแดนสกุลใหญ่หลายตระกูลกำลังรวบรวมเงินทอง เพื่อให้ความช่วยเหลือชาวบ้านที่เดือดร้อนข้าจึงอยากนำเื่นี้มาปรึกษาถามความคิดเห็นกับท่านป้าลู่เ้าค่ะ”
ในชั่วพริบตาสมองของอวิ๋นหวั่นอวี้ก็ปรากฏเื่สำคัญขึ้นมาได้อย่างปุบปับฉับพลัน
ได้ยินอวิ๋นหวั่นอวี้กล่าวเช่นนี้ไม่ว่าคนสกุลลู่จะไม่เต็มใจต้อนรับอย่างไรยามนี้ก็ทำได้เพียงเปิดประตูเชื้อเชิญนางเข้ามาอย่างเงียบ ๆ เท่านั้น
อวิ๋นหวั่นอวี้รีบเดินเข้าไปภายในห้องในใจรู้สึกดีใจที่ตนเองไม่ยอมถอดใจไปเสียก่อน นางไม่แม้แต่จะปรายตามองไปทางเมิ่งชิงหย่วนกับหลี่จิ้งถิงเลยด้วยซ้ำทำแค่เพียงยอบกายคารวะเอ่ยทักทายสองแม่ลูกสกุลลู่อย่างสนิทสนม
อันที่จริงความสัมพันธ์ระหว่างอวิ๋นหวั่นอวี้กับเมิ่งชิงหย่วนก็ไม่นับว่าดีมาั้แ่ก่อนหน้าแล้วมาวันนี้ยิ่งเห็นเมิ่งชิงหย่วนได้รับการต้อนรับจากคนสกุลลู่อย่างออกหน้าออกตาก็ทำให้เมิ่งชิงหย่วนที่สิ้นเปลืองแรงกายแรงใจ พยายามสร้างความสนิทสนมกับลู่สิงเทียนมานานรู้สึกอดรนทนไม่ไหว จำเป็กลืนโทสะลงท้องทำตัวไร้มารยาทเช่นเดียวกันกับอีกฝ่าย
ทั้งห้องมีเพียงหลี่จิ้งถิงที่ฉงนงงงวยกับท่าทีของเมิ่งชิงหย่วนหลังจากพิศสำรวจอยู่ครู่หนึ่งก็พลันเข้าใจว่า อีกฝ่ายกำลังแสดงท่าทีว่าไม่เห็นนางกับเมิ่งชิงหย่วนอยู่ในสายตานั่นเอง
เมิ่งชิงหย่วนที่เคยชินกับท่าทางเสแสร้งจอมปลอมของอวิ๋นหวั่นอวี้เป็อย่างดีส่ายศีรษะพร้อมเอ่ยยิ้ม ๆ ขัดจังหวะขึ้นว่า “ลู่ฮูหยินในเมื่อคุณหนูเมิ่งมีเื่เร่งด่วนจำต้องพูดคุยกับท่านอย่างเร่งรีบยิ่งถ้าอย่างนั้นข้าขออนุญาตพาถิงถิงไปเดินเที่ยวเล่นที่ร้านหนังสือฝั่งตรงข้ามก่อนนะเ้าค่ะจะได้ไม่รบกวนพวกท่านปรึกษาหารือเื่สำคัญกัน”
“รบกวนคุณหนูเมิ่งพาเสี่ยวถิงไปเดินเล่นรอข้าสักพักก่อนไว้ข้าคุยธุระเสร็จแล้ว จะตามไปสมทบกับพวกเ้าทีหลังเอง”
แน่นอนว่าลู่สิงเทียนก็แสร้งทำไม่รู้ไม่ชี้ใดๆ ทั้งสิ้น เตรียมลุกขึ้นจะเดินตามเมิ่งชิงหย่วนกับหลี่จิ้งถิงออกไปด้านนอกอวิ๋นหวั่นอวี้เห็นดังนั้นก็เอ่ยพูดด้วยความไม่มั่นใจว่า “พี่สิงเทียนท่านจะตามพวกนางไปหรือเ้าค่ะ”
ลู่สิงเทียนขานตอบว่า“อืม” จากนั้นก็รีบเดินตามแม่นางทั้งสองออกไปอย่างรวดเร็ว
จู่ ๆอวิ๋นหวั่นอวี้ก็รู้สึกสังหรณ์ไม่ดีพิกลถ้าหากลู่สิงเทียนไม่มีความรู้สึกอันใดกับหนึ่งในสองคนนั้นมิหรือเขาจะแสดงท่าทีรุกคืบตามติดพวกนางถึงเพียงนี้ ทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมา มีแต่บรรดาเหล่าสตรีคอยตามติดลู่สิงเทียนแต่มาคราวนี้เมื่อได้มาเห็นท่าทางการแสดงออกของเขาทำเอาอวิ๋นหวั่นอวี้ไม่อยากจะเชื่อสายตาเลยจริง ๆ
อดีตองค์หญิงใหญ่ฮุ่ยิ่ยกริมฝีปากแย้มยิ้มอย่างสงบนิ่งดูท่าอวิ๋นหวั่นอวี้คงไม่มีแก่ใจจะพูดคุยกับนางแล้ว
เดิมทีหลี่จิ้งถิงคิดว่าหลังจากที่ลู่สิงเทียนพานางออกไปเที่ยวนอกจวนในวันนั้นแล้วนางก็คงจะได้รับโอกาสออกไปเดินเที่ยวเล่นในสถานที่ต่าง ๆ อีกหลายแห่ง
ทว่าจิตใจที่กำลังร่าเริงอย่างลิงโลดของหลี่จิ้งถิงกลับต้องสิ้นสุดลงอย่างกะทันหันเพราะได้รับแจ้งข่าวว่าหยวนจิ้งโหวกับฮูหยินเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวงแล้ว
ทางด้านลู่ฮูหยินเองก็รีบยื่นเทียบขอเข้าพบไปยังจวนหยวนจิ้งโหวโดยไม่รอช้านางคาดหวังว่าหลี่จิ้งถิงจะได้รับการยอมรับจากท่านตาท่านยาย มีคนคอยปกป้องคุ้มครองและได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่ง
แต่ถ้าไม่เป็เช่นนั้นหากหลี่จิ้งถิงถูกปฏิบัติอย่างไม่สนใจไยดี ราวกับไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับจวนหยวนจิ้งโหวหรือไม่มีแม้กระทั่งโอกาสที่จะได้รับการยอมรับ ให้กลับเข้าจวนหยวนจิ้งโหวตลอดชั่วชีวิตนางก็ยินดีที่จะยื่นมือออกไปปกป้องในทันทีทันใด
“ท่านแม่คิดว่าหยวนจิ้งโหวจะยินดีรับคุณหนูหลี่กลับเข้าจวนจริง ๆ หรือ ถ้าหากพวกเขารับนางกลับไปเพื่อปิดบังความจริงเื่ตัวตนของนางเอาไว้เป็ความลับหรือไม่ก็เพื่อซ่อนเร้นความสัมพันธ์ที่ไม่อาจบอกให้ผู้อื่นรับรู้ได้ถ้าอย่างนั้นชีวิตของคุณหนูหลี่จะเป็เช่นไรต่อไป”ลู่สิงเทียนเอ่ยถามมารดาด้วยน้ำเสียงกึ่งสงสัย
“แม่ว่าจะรอดูอาการตอบสนองของหยวนจิ้งโหวที่มีต่อเสี่ยวถิงก่อนแล้วค่อยตัดสินใจเ้าก็รู้ดีว่าท่าทีที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันในคราแรกนั้น มักจะโกหกหลอกลวงได้ยากแม่จะใช้จุดนี้จับสังเกตว่า พวกเขานับเป็ครอบครัวที่ดีสำหรับเสี่ยวถิงหรือไม่”
ลู่สิงเทียนพูดประเมินด้วยสีหน้าเคร่งขรึมจริงจังว่า “ท่านแม่ก็รู้ดีว่าผู้คนในเมืองหลวง แค่คนในสกุลสูงศักดิ์ขยับตัวทำสิ่งใดผิดปกตินิดๆ หน่อย ๆ พวกเขาก็พร้อมจะนำไปซุบซิบนินทากันอย่างสนุกปากแล้วหากจวนหยวนจิ้งโหวคิดแต่จะรักษาหน้าตาเอาไว้โดยไม่สนใจสายสัมพันธ์ในครอบครัวเลยหล่ะก็ พวกเราก็ไม่ควรส่งคุณหนูหลี่ให้ไปอยู่กับพวกเขาใช่หรือไม่”
“อืมถ้าหากครอบครัวของเสี่ยวถิงคิดว่า นางมีจุดบกพร่องเพราะเื่ฉาวโฉ่ของมารดาหรือว่ามีข้อแม้เงื่อนไขในการรับตัวนางกลับเข้าจวน ที่ผิดปกติธรรมดาแม้แต่นิดเดียวแม่ก็มีหนทางที่จะจัดการให้พึงพอใจกันได้ทั้งสองฝ่ายอย่างแน่นอน เ้าไม่ต้องกังวล”ลู่ฮูหยินเอ่ยโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมบุตรชาย
ลู่สิงเทียนสบายใจขึ้นมาเล็กน้อยตามความเห็นของเขาแน่นอนว่าต้องอยากให้หลี่จิ้งถิงมีวันคืนที่สุขสงบไร้เภทภัยไปจนชั่วชีวิตและสมปรารถนาดั่งใจไปทุกอย่างพร้อม ๆ กัน
การได้รับการยอมรับจากจวนหยวนจิ้งโหวที่นับได้ว่าเป็สกุลที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีไม่ธรรมดาก็นับได้ว่าเป็จุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับอนาคตที่ยาวไกลของหลี่จิ้งถิงอย่างไม่มีข้อสงสัยอันใด
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
พี่สิงเทียนค่ะ เก็บอาการนิดนึงค่ะ ตอนนี้คู่แข่งของยัยน้องโผล่มาแล้วนะคะ เรามาคอยติดตามดูกันว่า ใครจะแน่กว่าใคร 555
อ่านแล้วรู้สึกยังไงเม้นท์มาบอกได้น้า จะได้นำไปปรับปรุงพัฒนาค่ะ อ่านแล้วรู้สึกขาดหรือเกินไปยังไงแจ้งได้นะคะ
ยินดีรับฟังทุกข้อติชมค่ะ