ตอนที่ห้าสิบแปด Cooked Rice
โอเคผมอาจจะเข้มงวดกับพวกเขามากไปหน่อย จะคาดหวังให้พวกเขาคิดเป็นอย่างอื่นนอกเหนือจากความเข้าใจของพวกเขาก็คงไม่ได้
ในสายตาของพวกเขาที่คิดอย่างนี้การที่โดนคนที่กลับมาจากโลกเซียนพลังต่ำกว่ากระทืบจนตาย คงเป็นเรื่องที่พวกเขาคิดฝันถึงก็ยังคิดฝันไม่ถึงมาก่อน
และทางเทคนิค ระกาเหล็ก มีจุดอ่อนที่เหนื่อยง่ายเวลากลางคืนและแข็งแรงในตอนเช้าแบบไก่ตามลักษณะของนักษัตรนั่นเอง
จะไปโทษว่าเขาที่ต้องการพักผ่อนตอนกลางคืนก็คงจะไม่ได้
ที่สำคัญพวกนี้มันเป็นลูกน้องตัวร้ายของแท้ที่ออกแนวไปจับตัวนางเอกมาไว้ในห้องของตัวร้ายและพูดกันอยู่นอกห้องว่า
“หุหุหุหุ ตอนนี้นายน้อยกับนางงามหยกที่อยู่ในห้องคงจะกำลังหุหุหุหุงข้าวสารเป็นข้าวสุกแล้ว หุหุหุ”
เช่นนั้นเอง
Cooked Rice กลยุทธหุงข้าวสารเป็นข้าวสุก
นั้นได้ผลมากกับแนวจงหยวนเอ๊ยตะวันออก
หากเอามาใช้กับนางเอกอเมริกันนางเอกอเมริกันที่มีอะไรกับผู้ชายมากกว่าสิบคนตลอดการเดินเรื่องนางเอกอเมริกันคงจะงงนั่นเอง
ผมนั่งสมาธิกลางอากาศตอนที่นามูกำลังร่ายพระเวทย์
ให้เสี่ยวชุ่ยฟื้นอยู่
..
เสี่ยวชุ่ยฝันถึงโลกที่เธอใช้ปืนไรเฟิลยิงเป้าหมายคนสำคัญของแก๊งค้ายาที่ปกครองภูมิภาคตะวันออกนี้นับเป็นงานที่ทำให้ทุกคนในโลกมืด ยอมรับเธอเป็นนักฆ่าอันดับหนึ่งอย่างไร้ข้อกังขาและได้ดื่มฉลองกับซีอีโอหนนุ่มคู่หมั้นคนรัก
“หึหึหึ ชั้นไม่ได้รักเธอเลย”
และซีอีโอหนุ่มก็กอดกับน้องสาวที่สนิทที่สุดของเธอ
“ต่อไปนี้ผู้ชายคนนี้และตำแหน่งนักฆ่าอันดับหนึ่งก็จะตกเป็นของชั้น”
ไม่ชั้นทำผิดอะไรชั้นจะต้องล้างแค้นพวกเธอให้ได้!!!
...
“ม่ายยยยย”
เสี่ยวชุ่ยฟื้นคืนสติมาและในสายตาของเธอที่เห็นอย่างแรกคือหัวกระโหลกเด็กที่นามูห้อยคออยู่
“อีนางเอ๋ยใจเย็นๆฉานจะช่วยให้นางสงบมากขึ้นนะนางเอ๋ย”
นามูยิ้มอย่างอ่อนโยนพยายามเป่าอาคมทำให้เสี่ยวชุ่ยสงบสติแต่ท่าทางเสี่ยวชุ่ยไม่ชอบเครื่องประดับที่ห้อยคออยู่ของนามูสักเท่าไรจนพอนามูขยับเข้าใกล้ เธอก็ขยับถอยห่าง
แย่จริงๆ เสี่ยวชุ่ยเป็นคนเรซิสม์ไปเสียได้เราต้องเข้าใจความแตกต่างทางวัฒนธรรมสิ แม้อีกฝ่ายจะเอาหัวกระโหลกเด็กห้อยคอ เขาก็เป็นคนแบบเดียวกับเรา
“ไม่ต้องห่วงหรอกเสี่ยวชุ่ยที่นี้มีแต่เพื่อนกันทั้งนั้นล่ะ”
ในโลกใบนี้ เราคงไม่สามารถหาเพื่อนได้หากไม่นับเอาคนที่ฆ่าเราหรือเป็นอาชญากรมาเป็นเพื่อน
ครับมาตรฐานผมตกต่ำลงเมื่อมาอยู่ในโลกบ้าๆใบนี้ล่ะครับ
“อ้าวป้าหม่าอย่าคิดนะว่าไว้ชีวิตชั้นแล้วชั้นจะยอมแพ้ไม่ขัดขวางการแต่งงานของเธอกับบคุณหนูอีก”
อือฮึ
ก็คงอย่างนั้นล่ะนะ
“ไม่ว่าจะต้องทำอะไรชั้นจะขัดขวางนายให้ได้”
อือฮึ
“เพราะอย่างนั้นเธอจึงมาลอบฆ่าชั้นหรือ?”
“ใช่แล้วไม่ว่าอย่างไรชั้นไม่ยอมให้นายแต่งงานกับคุณหนูเด็ดขาด”
อือฮึ
ผมดีดนิ้วส่งสัญญาณ
อาหู่เปิดโทรศัพท์กระเป๋าที่สัญญาณแรงดีไม่มีตก
เผยให้เห็นภาพของประมุขสกุลไป่อีกทางด้านหนึ่งของทางโทรศัพท์
“เสี่ยวชุ่ยเธอว่าอย่างนั้นน่ะครับคุณลุงไป่เห็นว่าอย่างไรครับ?”
ผมใช้วิธีเข้าตามตรอกออกตาปมระตูโยนปัญหาให้เป็นเรื่องของผู้ใหญ่และคนอื่นนั่นเอง
โดยประมุขสกุลไป่ได้ยินเรื่องราวทั้งหมดแล้ว!!!