เจม่อนคลี่ยิ้มหวานหยดส่งให้เอมอนที่เดินตามหลังวิคตอเรียมาด้วยสีหน้าอมทุกข์ทำให้เอมอนโมโหจนอยากสบถด่าคนตรงหน้าออกมา
สบายดีงั้นหรือ ่นี้มีใครไม่รู้บ้างว่าเธอต้องประสบพบเจอกับอะไรบ้าง นี่มันใช่การทักทายเสียเมื่อไร มันคือการถากถางกันอย่างโจ่งแจ้งชัดๆ
" เฮอะ ก็คงไม่ดีเท่านายหรอก "
" ใช่ ่นี้ฉันสุขสบายดีมากๆ เลยล่ะ อ้อลืมแนะนำพวกเธอไปเลย นี่ผู้จัดการคนเก่งของฉันฮาร์ดี้ " เจม่อนผายมือไปที่ฮาร์ดี้ด้วยรอยยิ้มสดใสก่อนหันไปหาฮาร์ดี้บ้าง
" ฮาร์ดี้นี่วิตตอเรียเธอคงรู้จักแล้ว ส่วนคนนั้นเอมอนอดีตผู้จัดการของฉันเอง "
ฮาร์ดี้โค้งศีรษะทักทายคนทั้งหมดอย่างเป็ทางการ ท่าทางที่ไม่ตื่นเต้นไม่ประจบเอาใจจนออกนอกหน้าแต่ก็ไม่แข็งกร้าวและเย่อหยิ่งของเธอทำให้ฮาร์ดี้ดูเป็มืออาชีพมากกว่าเอมอนที่ทำสีหน้าบึ้งตึงเหมือนแบกโลกเอาไว้ทั้งใบหลายเท่า เจม่อนแอบยกนิ้วให้ฮาร์ดี้ในใจ สมแล้วที่ผู้หญิงคนนี้จะเป็นักปั้นมือทองที่ทรงอิทธิพลต่อวงการบันเทิงในอนาคต
วิคตอเรียเห็นเจม่อนเป็ปฏิปักษ์ต่อเอมอนอย่างชัดเจนในใจก็ลอบสบถด่าเอมอนว่าโง่เง่าไร้ประโยชน์ทั้งยังนึกประหลาดใจที่เจม่อนไม่มีท่าทางเป็มิตรกับตนเหมือนเมื่อก่อน หรือว่าเธอเผลอแสดงอะไรออกมาโดยไม่รู้ตัว? วิคตอเรียปัดความคิดฟุ้งซ่านของตัวเองออกไปรีบปั้นหน้าพูดคุยกับเจม่อนต่ออย่างเป็กันเอง
" จริงสิเวนดี้ฉันได้ยินมาว่าพรุ่งนี้ฉันมีคิวไปอัดรายการวาไรตี้ Running Star ใช่ไหม " อยู่ๆ เอมอนก็จีบปากจีบคอพูดขึ้นมา สายตาก็เหลือบมองเจม่อนอย่างเยาะเย้ย
" อืม พี่วู้ดดี้เพิ่งบอกฉันเมื่อเช้านี้เอง แต่ฉันยังกังวลอยู่เลยไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า " วู้ดดี้ ที่วิคตอเรียเอ่ยถึงก็คือ มาร์ติน ฮาซาน ผู้จัดการส่วนตัวของเธอ
" ทำไมพูดอย่างนั้นเล่า รายการนี้ไม่ใช่ว่าใครอยากไปก็ไปได้นะ ที่โปรดิวเซอร์รายการติดต่อเธอมาก็เพราะเห็นว่าความสามารถของเธอหรอก "
" แต่ฉันยังเป็นักแสดงหน้าใหม่กลัวเอาไม่อยู่น่ะสิ " ไม่พูดเปล่าวิคตอเรียยังแสร้งทำสีหน้าหนักใจประกอบด้วย
เจม่อนมองแม่นางเอกสิคตอเรียและเอมอนรับส่งกันอย่างออกรสแล้วอยากหัวเราะออกมา
จริงอยู่ที่รายการวาไรตี้ Running Star เป็รายการบันเทิงติดอันดับท็อป 10 มาตลอด คนที่จะได้รับเชิญให้เข้าร่วมก็มีหลากหลายอาชีพเพราะเป็รายการเป็สด แม้จะมีคนมากมายที่แจ้งเกิดจากรายการแต่ก็มีคนอีกมากที่ถูกฝังกลบเช่นกัน เ้าของร่างเดิมเองก็ใฝ่ฝันที่อยากจะเข้าร่วมรายการนี้สักครั้ง ซึ่งผู้หญิงสองคนนี้ต่างรู้ดีถึงความ้าของเขาจึงได้ใช้เื่นี้มาเยาะเย้ยให้เ้าของร่างเสียใจ
แต่เสียใจด้วยที่ตอนนี้เ้าของร่างคือเขา เื่แค่นี้ทำอะไรเขาไม่ได้หรอก
แต่ว่าก็ว่าเถอะ นี่พวกเธอคิดว่าการแสดงของตัวเองเป็ธรรมชาตินักหรือไง ใครฟังก็รู้ว่ากำลังคุยโวโอ้อวดอยู่ ยังมีหน้ามาเยินยอกันเองอยู่ได้ ไม่รู้ว่าแม่นางเอกวิคตอเรียได้รางวัลนักแสดงนำหญิงหน้าใหม่เมื่อปีก่อนได้ยังไง การแสดงแข็งยิ่งกว่าหินเสียอีก
" ถ้าไม่มั่นใจก็บอกปฏิเสธไปสิเวนดี้จะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลใจล่วงหน้าทั้งที่ยังไม่ได้เข้าร่วมจริงเลยๆ แบบนี้ "
เจม่อนรำคาญไม่อยากดูละครง่อยๆ ตรงหน้าอีกจึงแสดงความคิดเห็นออกมา ช่างแต่งหน้าที่กำลังแต่งหน้าให้เจม่อนอยู่ต้องพยายามเม้มปากตัวเองเอาไว้เพื่อไม่ให้หลุดหัวเราะออกมา เธอเองก็ฟังมานานและเบื่อมากเหมือนกัน แต่เธอเป็เพียงช่างแต่งหน้าทีม 2 เท่านั้นจึงไม่กล้าแสดงความไม่พอใจออกมา
เอมอนเห็นวิคตอเรียหน้าเสียไปก็ขึ้นเสียงใส่เจม่อนเพื่อออกหน้าแทนหญิงสาว ไม่ใช่ว่าเธอเห็นอกเห็นใจอะไรวิคตอเรียแต่เธอยังต้องอาศัยวิคตอเรียเพื่อทำมาหากินอยู่ ตอนนี้เธอถูกเมียหนังเหี่ยวของไอ้เสี่ยไร้ประโยชน์เล่นงานจนต้องออกจากงาน ไม่ว่าจะไปสมัครงานที่ไหนก็ไม่มีใครรับเธอเข้าทำงานเลย สุดท้ายก็ต้องบากหน้าไปขอพึ่งวิคตอเรียคนที่ตัวเองรังเกียจไม่ต่างจากเจม่อนเท่านั้น
" อย่าอิจฉาสิเจ เวนดี้พูดเมื่อไรว่าไม่อยากเข้าร่วม "
" อ้าวเหรอ ฉันก็เข้าใจว่าเวนดี้ไม่อยากเข้าร่วมรายการเห็นพวกเธอเอาแต่กังวลโน่นนี่จนไม่เป็อันทำอะไร " เจม่อนเลิกคิ้วแสร้งทำสีหน้าฉงนสงสัยแล้วหันไปมองวิคตอเรียที่มีทีมสไตลิสต์กำลังแต่งองค์ทรงเครื่องให้
" ฉันจะรอดูเทปของเธอนะ สู้ๆ ล่ะ ไปเถอะฮาร์ดี้ออกไปทำงานที่เรามั่นใจกันเถอะ " ว่าจบก็ลุกเดินออกจากห้องแต่งตัวไปเพราะทีมงานเข้ามาเรียกให้ไปเข้าฉากแล้ว
วิคตอเรียมองตามหลังเจม่อนไปด้วยสายตาขุ่นเคืองใจแต่ไม่อยากเสียกิริยาต่อหน้าคนอื่นจึงได้แต่ปรายตามองเอมอนอย่างคาดโทษ
เอมอนเห็นท่าทางของวิคตอเรียก็อยากจะตบหน้านางเอกจอมปลอมตรงหน้านักแต่ก็ยั้งใจเอาไว้แล้วกระซิบบอกวิคตอเรียอย่างประจบประแจงแทน
" เธอวางใจเถอะคนที่เข้าฉากแรกกับมันเป็คุณมาเธียส "
พอได้ยินว่าคนที่เจม่อนต้องเข้าฉากด้วยคือ มาเธียส ฮานีฟ วิคตอเรียก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจออกมาทันที ต้องบอกก่อนว่ามาเธียสคนนี้คือนักแสดงชายาุโที่ฝีมือการแสดงที่ขึ้นชื่อเื่ความเข้มงวดที่สุด นักแสดงที่ต้องเข้าฉากกับเขาต่างหวาดกลัวและเคร่งเครียดเป็อย่างมากเพราะถ้าแสดงออกมาไม่ดีผู้าุโท่านนี้ก็จะวิพากษ์วิจารณ์ออกมาโดยไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ขอแค่เจม่อนแสดงไม่เข้าตาและถูกวิจารณ์ออกมา การทำงานครั้งนี้ของชายหนุ่มก็ไม่ราบรื่นอีกต่อไปแล้ว
อีกด้านหนึ่ง
เนวานกำลังคุยเื่บทบาทอยู่กับมาเธียสอย่างเป็กันเองเพราะคนทั้งสองทำงานร่วมกันมาหลายเื่แล้วย่อมรู้นิสัยและความชอบของอีกฝ่ายเป็อย่างดี แต่เหล่าทีมงานกลับแตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง พวกเขาต่างเตรียมความพร้อมกันอย่างเข้มงวดมากกว่าปกติเพราะรู้ว่าฉากนี้มีมาเธียสร่วมแสดงด้วย พวกเขาไม่อยากล่วงเกินเทพองค์นี้ให้เงาหัวตัวเองหายหรอกนัก
" ขอโทษที่ทำให้รอนานนะครับผู้กำกับ คุณมาเธียส "
เนวานคุยกับมาเธียสเสร็จพอดีจึงหันไปตามเสียงเรียก แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ตะลึงตาค้างไปเสียก่อนเมื่อเห็นชายหนุ่มรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นผู้มีใบหน้างดงามหยาดเยิ้มตรงหน้า
ทำไมเขาถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่านักแสดงคนนี้มีเสน่ห์และงดงามขนาดนี้ ช่างเหมือนกับคุณชายน้อยเดวินที่เขาจินตนาการเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน
ด้านมาเธียสเองก็มีอาการไม่แตกต่างกันเพียงแต่ผู้าุโอย่างเขารู้จักเก็บงำสีหน้าอาการได้มากกว่าเนวานเท่านั้น
เจม่อนคลี่ยิ้มทักทายชายวัยกลางคนผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในกองถ่ายวันนี้อย่างนอบน้อมไม่มีท่าทีหยิ่งยโสหรือประจบประแจงเหมือนนักแสดงหน้าใหม่บางคน ชายหนุ่มมั่นใจในรูปลักษณ์ของตัวเองเป็อย่างมากยิ่งรวมเสน่ห์ที่มีมาแต่กำเนิดของเหล่าพ่อมดเข้าไปก็ยิ่งส่งเสริมให้เขางดงามมากขึ้นไปอีก ความมั่นอกมั่นใจที่แสดงออกมาตามธรรมชาติจึงยิ่งดึงดูดให้ผู้คนหลงใหลและอดชื่นชมอีกสักคำสองคำไม่ได้
" ไม่หรอกๆ ฉันกำลังคุยคาแรคเตอร์กับมาเธียสอยู่พอดี พวกเธอก็ลองต่อบทกันดูนะ อีก 15 นาทีจะเริ่มถ่ายฉากแรกแล้ว " เนวานยิ้มตอบเจม่อนอย่างใจดีเป็พิเศษ ช่วยไม่ได้ที่เขาเป็พวกชอบของสวยๆ งามๆ พอเห็นคนที่ดูเข้าตาหน่อยก็อดใจอ่อนลงทุกทีไม่ได้
" ครับผู้กำกับ รบกวนด้วยนะครับคุณมาเธียส "
เจม่อนหันไปโค้งศีรษะให้มาเธียสด้วยความเคารพ ถ้าพูดกันตามจริงมาเธียสคนนี้ถือเป็คนดีคนหนึ่ง แม้นิสัยจะแข็งกระด้างไปบ้างแต่ก็เป็รุ่นพี่ในวงการที่ดีและจริงจัง จากความทรงจำของเ้าของร่างเดิม ใน่เวลาที่ตกต่ำมีแต่คนชี้หน้าดูถูก แต่รุ่นพี่คนนี้ไม่เคยรังเกียจหรือดูแคลนเขาเลยสักครั้ง เวลาได้แสดงหรือพบกันในงานต่างๆ มาเธียสคนนี้ก็ช่วยเหลือและแนะนำการแสดงให้เ้าของร่างอย่างเป็มิตรเสมอ
" ไม่ต้องเป็ทางการขนาดนั้นหรอกเรียกฉันว่ารุ่นพี่เถอะ "
เจม่อนพยักหน้ารับไม่คิดเกรงใจมาเธียสอีก
มาเธียสพยักหน้าอย่างพึงพอใจในท่าทีของเจม่อนยิ่งได้ลองต่อบทกันก็ยิ่งรู้สึกว่ารุ่นน้องผู้นี้ใช้ได้ วันหน้าต้องมีอนาคตอีกไกลแน่นอน
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้วเนวานก็ให้สัญญาณทุกคนเตรียมพร้อมถ่ายทำได้
ซีนนี้เป็ซีนแสดงความสัมพันธ์ของพ่อลูกตระกูลบูลเบอรีน เป็ฉากเปิดตัวตัวร้ายของเื่อย่างแท้จริง
" 5 4 3 2 1 แอคชั่น!! "
ภายในคฤหาสน์ตระกูลบูลเบอรีน นายพลดาเรียสยืนจิบไวท์อยู่ริมหน้าต่างเหม่อมองไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเ็า
" พ่อครับ "
ฉับพลันนั้นสายตาเ็าของนายพลดาเรียสพลันแปรเปลี่ยนเป็อบอุ่นดุจแสงแดดยามเช้า
" มาแล้วรึเ้าตัวยุ่ง "
เดวินยู่ปากแสร้งส่งเสียงฮึดฮัดเหมือนเด็กเข้าไปกอดท่อนแขนหนาของบิดา ศีรษะเล็กๆ นั้นยังถูไถอย่างออดอ้อน
" ฮึ!! ก็ใครกันล่ะที่เอาแต่ทำงานไม่ยอมกลับบ้านมาสองอาทิตย์แล้ว ดูสิพ่อผอมลงอีกแล้ว "
สายตาที่มองบุตรชายของนายพลดาเรียสยิ่งทวีความอบอุ่นมากขึ้น แม้บุตรชายจะเอาแต่ใจไปบ้างแต่ความรักที่มีให้เขานั้นบริสุทธิ์ยิ่งกว่าผู้ใด ในโลกใบนี้นอกจากบุตรชายแล้วก็ไม่มีอะไรให้นายพลดาเรียสเป็ห่วงกังวลอีก แต่เขาไม่ได้เป็ะคงไม่สามารถอยู่ดูแลบุตรชายไปได้ตลอดชีวิต ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจที่จะหาหลักพักพิงที่มั่นคงในอนาคตให้บุตรชาย และตอนนี้เขาก็หาเจอแล้ว
" เดวินลูกว่าพี่ชายข้างบ้านเป็ยังไง " พี่ชายข้างบ้านนายพลดาเรียสเอ่ยถึงก็คือลีวาน เมอร์แกน ผู้กองหนุ่มลูกน้องใต้บังคับบัญชาของตนนั่นเอง
เดวินไม่ได้คิดอะไรมากจึงตอบออกไป
" ก็ดีนะครับ พ่อถามทำไมเหรอ "
" แล้วลูกชอบพี่ชายคนนั้นไหม "
" ผมชอบพ่อมากกว่า "
" เ้าตัวแสบนี่ "
แม้จะได้ยินคำตอบแบบนั้นแต่นายพลดาเรียสก็ตัดสินใจแล้วว่าลีวานเป็ทางเลือกที่ดี นับแต่นั้นลีวานผู้มีชีวิตยากลำบากอยู่กับมารดาแก่ชราและน้องสาวจึงได้รับการดูแลจากตระกูลบูลเบอรีนจนเส้นทางทางการทหารของลีวานรุดหน้าไปอย่างรวดเร็ว
จากนั้นไม่นานลีวานก็ได้หมั้นหมายเดวิน แต่นายพลดาเรียสไหนเลยจะล่วงรู้ว่าเพราะความโปรดปรานที่ได้มาเพราะอาศัยบารมีตนนี้ทำให้ลีวานรู้สึกต่ำต้อยและมีกำแพงทางใจกับเดวินขึ้นมาเรื่อยๆ แม้แต่มารดาและน้องสาวของชายหนุ่มก็ยังนึกดูแคลนเดวินเพราะคิดว่าใช้อำนาจบังคับบุตรชายและพี่ชายตนจึงเ็าต่อเดวินทุกครั้งที่ชายหนุ่มมาเยี่ยมเยียน แต่นั่นเป็เื่ราวที่จะเกิดขึ้นในภายหลัง...
" โอเค คัท!! "
เนวานะโออกมาด้วยความพึงพอใจ บรรยากาศความรักระหว่างพ่อลูกทำให้บริเวณโดยรอบคล้ายอบอวลไปความรักความอบอุ่นของครอบครัว แม้สั่งคัทแล้วก็ยังมีบรรยากาศเ่าั้หลงเหลืออยู่
เดิมทีฉากนี้เพียงเปิดตัวตัวร้ายที่เอาแต่ใจเท่านั้น แต่ไม่คิดว่าเจม่อนจะตีความออกมาเป็จนกลายเป็การความผูกพันระหว่างพ่อลูกแทน ทางมาเธียสเองก็คงพอใจการแสดงของเจม่อนไม่น้อยเพราะนอกจากจะไม่เอ่ยว่าอะไรที่เล่นนอกบทยังไปนั่งต่อบทต่อด้วยกันอีกด้วย
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)