"ปั่นหัวให้งมงาย ป่วนใจให้แตกสลาย
สุดท้ายส่งมอบความตายทั้งเป็นให้ครอบครอง"
ณ. ช่วงเวลาเร้นลับซับซ้อนแสนยอกย้อน
ของ อดีตเวนิช แห่ง ตะวันออก
ลุ่มแม่นำ้เจ้าพระยา มีชุมชนน้อยใหญ่เกิดขึ้นมากมายทั้งคนสยามดั้งเดิมและเหล่าผู้อพยพ
หลากหลายเชื้อชาติแผ่ขยายอาณาเขตตั้งแต่หัวจรดหางของมังกร
มังกรมหึมาตัวนั้นที่ทอดกายเป็นสายนำ้กว้างและยาวคดเคี้ยวแบ่งพระนครอย่างกรุงเทพออกจากฝั่งธนบุรี
กรุงเทพ ยุคนั้นเต็มไปด้วยสกุลแซ่น้อยใหญ่
ที่เข้ามาค้าขายก่อร่างสร้างตัวจากเสื่อผืนหมอนใบ
จนกลายเป็นกลุ่มพ่อค้าวานิชที่เติบใหญ่และทรงอิทธิพลจำนวนมาก
บ้างก็ต้องการเพียงแค่ปกป้องกิจการอู่ข้าวอู่นำ้
และผู้คนอันเป็นที่รัก
หลายตระกูลต่อยอดหมายเพิ่มขนาดความรำ่รวย
บนความมั่งคั่งให้มั่นคงไร้เทียมทานเป็นรากฐานแข็งแกร่งสืบทอดยาวนานสู่ลูกหลานรุ่นต่อๆไป
และ
อีกมากในมากหวังผูกขาดกินรวบทั้งอิทธิพลและทรัพย์ศฤงคารของสกุลโคตรอื่น
และ
มีอีกไม่น้อยที่แอบซ่อนตัวอยู่เงียบๆเฝ้าดูความเป็นไปของสายนำ้และคลื่นลมของมหานทีแห่งนี้ก่อนจะเข้ามาปัดกวาดเช็ดถูเก็บเกี่ยวผลประโยชน์หลังสงครามสงบ
สงครามครั้งนี้ชื่อว่า " สงครามร้อยแซ่ "
เป็นสงครามที่เปลี่ยนแปลงสายสัมพันธ์ของคนบนลุ่มนำ้เจ้าพระยาให้ไปตลอดกาล
สงครามนี้มีผลประโยชน์และอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่เหนือสกุลโคตรอื่นเป็นรางวัลแด่ผู้ชนะคนสุดท้าย
แต่ฉากหลังกลับมีการชิงรักหักสวาทเป็นเชื้อประทุ
เชื้อไฟรักจากสายชนวนสวาทนี่เองที่ค่อยๆ
แผดเผาแซ่ตระกูลน้อยใหญ่ให้ย่อยยับและเหลือเพียงลมหายใจรวยรินก่อนล่มสลาย
กรุงเทพในไฟสงครามมีสกุลน้อยใหญ่ที่เติบโตมั่งคั่งและทรงอิทธิพลแต่ที่แข็งแกร่งโดดเด่นเห็นจะเป็นสกุลโคตรต่อไปนี้
ขจัด ตระกูลนายช่างฝีมือทั้งไม้ โลหะ และ กลไก
สำเภา ตระกูลพ่อค้า อสังหาริมทรัพย์ และ
เก็บค่าคุ้มครอง
สราญ ตระกูลพ่อค้าทองและอัญมณี
นที ตระกูลค้าขายโภคภัณฑ์ และ นำ้มันเชื้อ
เพลิง
พญา ตระกูลพ่อค้าไม้ที่มีอิทธิพลอยูในภาคตะวันออกก่อนแผ่อิทธิพลไปทางภาคเหนือและกำลังแทรกซึมสู่พระนครผ่านสายตระกูลอื่นที่เล็กกว่าเพื่อโอบล้อมกรุงเทพเข้าไว้ในกำมือ
สงครามร้อยแซ่ไม่เพียงแต่สร้างความขัดแย้งในแวดวงตระกูลต่างๆที่เกี่ยวข้องยังสร้างผลกระทบต่อความเป็นอยู่ของผู้คนทั่วไปอีกด้วย
เกิดยุคข้าวยากหมากแพง อันธพาลครองเมือง และ อาชญากรรมที่สูงขึ้นสอดรับกับระยะเวลาและความรุนแรงของความขัดแย้ง
เมื่อเป็นเรื่องบาดหมางของเหล่าผู้ยิ่งใหญ่
เจ้าหน้าที่บ้านเมืองก็ไม่กล้าที่จะก้าวก่ายจึงเกิดกา
รล้มตายในหมู่ผู้ร่วมความขัดแย้งจนออ่นเปลี้ยเพลียแรงกันทุกฝ่าย
แม้ว่า ในอดีตเหล่านายวานิชและกลุ่มตระกูลเหล่านี้จะเคยช่วยเหลือเกื้อกูลกันแต่ลึกๆแล้วพวกเขาล้วน
มีความขัดแย้งแข่งขันกันอยู่ภายในหัวใจตลอดเวลา
บ้างโดนเอาเปรียบ
บ่อยครั้งต้องห่อหุ้มความเจ็บชำ้น้ำใจด้วยการแกล้งลืม
หรือทำใจยอมรับสภาพในช่วงเวลาที่อ่อนแอ
ของวงตระกูล
ตลอด400ปีของพวกเขาทั้งร้อยแซ่ต่างทำทุกวิถีทางเพื่อลดความขัดแย้ง เชื่อมต่อความสัมพันธ์
และ สานผลประโยชน์ แม้กระทั่งการคลุมถุงชน
ที่สุดท้ายแล้วบ่อยครั้งกลายเป็นการขยายความขัดแย้งออกไปวงนอกของตระกูลจนนำหายนะมาสู่เหล่าไทคูนทั้งหลาย
เมื่อเจ้าของหัวใจตัวจริงตามไล่ล่าทวงคืน
ความปราถนาแห่งหัวใจ
ทุกครั้งที่สายนำ้แห่งความสัมพันธ์ที่ลุ่มนำ้เจ้าพระยา
สงบราบเรียบนั่นหมายถึงการนับถอยหลังสู่ความขัดแย้งเสมอ และ สงครามร้อยแซ่ ครั้งนี้คือหนึ่งในเหตุการณ์สำคัญที่ทำให้สี่ตระกูลใหญ่ในพระนครและหนึ่งตระกูลอหังการจากชายฝั่งตะวันออก
ล้วน อ่อนแรงลง ทุนรอนร่อยหลอ สูญเสียบุคลากร
และ ญาติมิตร ตลอดจนทายาทผู้สือทอดที่มีคุณธรรมความสามารถมากพอจะพลิกฟื้นคืนความรุ่งเรืองให้ตระกูลอีกครั้ง
เล่าลือกันหนาหูนอกวงความขัดแย้งจากเหล่าผู้โดนผลกระทบของมหาศึกครั้งนี้ว่า
เหล่าสกุลโคตรผู้ยิ่งใหญ่ต่างโดนเคราะห์กรรมเล่นงาน
จากเวรกรรมและความร้ายกาจที่สะสมมานับหลายร้อยปีเป็นหลายร้อยปีที่บ่อยในบ่อยพวกเขาเสพสุขสร้างรากฐานความมั่งคั่งบทกระดูกสันหลังของผู้คนจำนวนมากอย่างเลือดเย็น
ผลกระทบของมหาศึกร้อยแซ่ครั้งใหญ่นี้ส่งผลให้
ตระกูล พญา
ผู้ชักใยของสงครามระหว่างตระกูล สูญเสียอิทธิพลและสัมประทานทำป่าไม่ทางภาคเหนีือ อีกทั้งยังสูญเสีย หลงจู้ คนสำคัญ และ ขุนพลสายบู๊ที่เคียงข้างตระกูลมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงสูญเสียครั้งสำคัญของตระกูลนั่นคือการสูญเสียทายาทลำดับที่สองและผู้สืบทอดอันดับหนึ่งต้องกลายเป็นคนพิการ
ตระกูล นที
เป็นตระกูลเดียวที่มีเชื้อสายเปอร์เซียเข้าร่วมกับตระกูล พญา ในช่วงท้ายของสงครามครั้งสำคัญก่อนจะล่าถอยเพราะสูญเสียผู้สืบทอดคนเดียวของตระกูล
และ
เกือบต้องล่มสลายเพราะสูญเสียทรัพย์สินกว่าแปดในสิบส่วนของทั้งหมดที่มีจนต้องยุติบทบาทตระกูลสำคัญแห่งพระนคร
ตระกูล ขจัด
โดนรุมกินโต๊ะจำต้องเปิดศึกรอบด้านหมายพลิกสถานการณ์สุดท้ายถูกตระกูลนทีหลักหลังก่อนจะเหลือเพียงชีวิตของ กริช ขจัด ทายาทคนสุดท้าย
ที่ต้องระหกระเหินปิดบังตัวตนเพื่อเอาชีวิตรอด
ก่อนกลับมาสร้างรากฐานใหม่อีกครั้ง
ตระกูล สราญ
เกิดกรณีวิวาห์ล่องหนสูญเสียธุรกิจและอิทธิพลจากมหาศึกครั้งใหญ่เข้าสวามิภักดิ์กับ ตระกูล สำเภา
พร้อมเชื่อมสัมพันธ์ด้วยการแต่งงานระหว่าง
ป้องศรี สราญ กับ เศรษฐ สำเภา ผู้สืบทอดลำดับที่สองของตระกูลลูกชายคนที่สามของ โบราณ สำเภา
ประมุขใหญ่ในขณะนั้น
เศรษฐ สำเภา ทายาทที่ไม่เคยได้รับความสำคัญใดๆ ก่อนจะสร้างความโดดเด่นให้กับตนเองในการทำให้ตระกูลยืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งพอตัวและใกล้เคียงกับผู้ชนะคนสุดท้ายในสงครามร้อยแซ่
สงครามสงบลงแล้วต่างฝ่ายต่างแยกย้ายกันไปตามทางเดินของตนเอง บ้างก็กลับไปซ่อมแซมชีวิต
บ้างก็เก็บงำความแค้นรอโอกาสทวงคืนความยุติธรรม
บ้างก็ยอมจำนนก่อนเข้าแทรกซึมหวังทำลายตระกูลคู่อริจากภายใน
ภายในที่มีความรักซ่อนเร้นเป็นพิษรักสามเส้า
ที่กัดกิน ตระกูล สำเภา จนสิ้นซากจากสังคมไทย
ความสัมพันธ์อันซ่อนเร้นระหว่าง โบราณ สำเภา
พ่อของสามี กับ ป้องศรี สราญ และ เศรษฐ สำเภา
ผู้สืบทอดสันดานเสียของตระกูล ผู้เป็นลูกชายคนสุดท้ายของ โบราณ และเป็นสามีของ ป้องศรี
ศึกในที่ทับซ้อน ซ่อนเร้นนี้ กลายเป็นสนิมที่เกิดจากเนื้อในเบื้องลึกของตระกูลแกร่งนี้ก่อนจะลุกลามจนสูญเสียทุกอย่างแม้กระทั่งลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
ชีวิตที่ถูกทำให้รันทดหดหู่ยากที่คนเคยมั่งคั่งและสุขสบายมาตลอดชีวิตจะรับได้
ชีวิตที่ถูกไล่ต้อนให้ตายทั้งเป็น
โดยฝีมีออดีตคนในตระกูลผู้เคยถูกบีบคั้นรังแกจนไม่อาจให้อภัยกันได้อีก
คนที่กลับมากลบฝัง ตระกูล สำเภา อย่างเลือดเย็นพร้อมขุดรากถอนโคน
คนที่เป็นเจ้าของผิวขาวราวไข่ปอกคนนั้น
ป้องศรี สราญ
นางพญาคนใหม่ แห่ง สองฝั่งสายนำ้เจ้าพระยา