เมื่อฟ้ามืดหลิวเวยอันและหลูเยี่ยนก็ออกจากสุสานไป เพราะวันนี้มีคนมากจึงฆ่าผีดิบเจียงซือได้น้อยกว่าวันแรก จำนวนระเบิดก็น้อย ของที่ออกมาก็มีแค่เครื่องไม้สามชิ้น ที่เหลือก็เป็นแผ่นทองแดงทั้งหมด ครั้งที่เปิดได้มากที่สุดก็มีเพียงหนึ่งร้อยยี่สิบเหรียญทองแดงเท่านั้น แต่ถึงเป็นอย่างนี้หักเมล็ดพันธุ์พลังงานและค่าขนส่งของพวกเฮยหนิวออกแล้ว ทั้งวันมาก็ยังได้เงินคนละสิบห้าเหรียญทอง บวกกับของที่ได้รับจาก “ทหารรับจ้างเทียนเสิน” รวมทั้งหมดก็มีมากถึงสามสิบห้าเหรียญทอง ความรวดเร็วในการหาเงินนี้ ทำให้หลูเยี่ยนมองเห็นความหวังที่จะรวยขึ้นได้ ขณะเดียวกันความรุนแรงภายในใจของเธอก็ถูกขุดออกมาทีละนิด ๆ ด้วย ถ้าพูดถึงความรวดเร็วในการได้รับเงิน การปล้นและค้นศพได้เงินที่เยอะและรวดเร็วกว่าการฆ่ามอนสเตอร์มาก นี่ทำให้สายตาที่เธอมองไปยังผู้เล่นคนอื่น มักจะมีสีหน้าเหมือนกำลังมองเหยื่ออยู่
เมื่อแบ่งเงินที่ได้คนละครึ่ง แต่หลูเยี่ยนกลับนำเงินไปเพียงเศษหนึ่งส่วนสามเท่านั้น เพราะเธอรู้ดีว่าถึงจะเป็นการร่วมมือกันสองคน แต่หลิวเวยอันเป็นคนออกแรงมากกว่า ทั้งวันมานี้เธอไม่ได้เสียหายอะไรเลย แต่หลิวเวยอันต้องใช้ลูกศรไปประมาณสามร้อยดอกทุกวัน ถึงเธอจะไม่ใช่นักยิงและไม่รู้เรื่องธนูมาก แต่ก็รู้ว่าลูกศรของหลิวเวยอันไม่ธรรมดา มันต้องมีมูลค่ามากแน่นอน ถ้าแบ่งรายรับคนละครึ่งก็จะไม่ยุติธรรมต่อหลิวเวยอันแน่นอน
แต่ในเรื่องนี้หลิวเวยอันกลับมีความเห็นแตกต่างจากเธอ ในเมื่อเป็นทีมเดียวกันก็ต้องแบ่งกันอย่างเท่าเทียม ไม่อย่างนั้นหากเปิดได้ของที่มีมูลค่ามากและเป็นของที่เขาต้องการพอดีก็จะแบ่งกันยังไง แต่หลูเยี่ยนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น เธอหยิบไปแค่สิบเหรียญทอง ไม่ยอมเอาเงินที่เหลืออย่างเด็ดขาด พอกดดันเธอเอามาก ๆ เธอก็หนีออกจากเกมไปเลย
หลิวเวยอันหัวเราะเล็กน้อย พลางเก็บเหรียญทองเอาไว้ ในใจรู้สึกนับถือหลูเยี่ยนมากกว่าเดิม เธอเป็นคนชอบเงินแต่ไม่โลภ รู้จักการรุกและถอย มีขอบเขต คนแบบนี้ถึงจะสมควรที่จะรู้จักเอาไว้
พอทำลูกศรฝังยันต์ห้าสิบเจ็ดดอกเสร็จเขาก็ยังไม่ได้ออกจากเกม แต่กำลังคิดเรื่องหนึ่งอยู่ ตอนนี้เช้าเย็นเวลาละครั้ง รวมแล้วเขาสามารถทำลูกศรฝังยันต์ได้ประมาณหนึ่งร้อยสิบดอก คนที่ไม่ได้เรียนวิชาอย่างเป็นทางการอย่างเขาทำได้เท่านี้ก็ดีมากแล้ว แต่สำหรับการใช้ฆ่าผีดิบเจียงซือแล้วมันยังน้อยเกินไปมากอยู่ดี
หนึ่งวันฆ่าผีดิบเจียงซือสองร้อยกว่าตัว ต้องใช้ลูกศรประมาณสามร้อยดอก ถึงเขาจะพยายามไม่สิ้นเปลืองลูกศรทุกดอกแล้ว แต่ยังไงเขาก็เป็นคนไม่ใช่เครื่องจักร ขนาดเทพนักยิงยังมีตอนที่ยิงเบี้ยวเลย ยิ่งไม่ต้องพูดถึงคนที่เพิ่งถือคันธนูได้เพียงสี่เดือนกว่าไม่ถึงห้าเดือนอย่างเขา ลูกศรสามร้อยดอก ยิงพลาดไปไม่ถึงยี่สิบดอก ความแม่นยำนี้ถือว่าน่าเหลือเชื่อมากแล้ว
ตอนนี้เขาเหลือลูกศรฝังยันต์ประมาณแปดสิบดอก บวกกับที่เพิ่งทำอีกห้าสิบกว่าดอก พรุ่งนี้ตอนเช้าอีกห้าสิบกว่าดอก สามารถใช้พอในวันพรุ่งนี้พอดี แต่หลังจากพรุ่งนี้เป็นต้นไป ลูกศรก็จะมีไม่พอใช้แล้ว ขาดประมาณสองร้อยดอกทุกวัน ลูกศรที่ขาดไปนี้เขาจะเสริมให้ครบอย่างไร? นี่เป็นปัญหาที่หลิวเวยอันต้องคำนึงถึง
ถ้าจะไม่ใช้ลูกศรฝังยันต์เปลี่ยนไปใช้ลูกศรธรรมดาเขาก็เคยคำนวณแล้ว ในหนึ่งวันเขาและหลูเยี่ยนสู้สุดชีวิตก็ฆ่าผีดิบเจียงซือได้เพียงประมาณสามสิบตัวเท่านั้น นี่ยังเป็นการคิดไปเผื่อแล้วนะ เพราะเขาเห็นกลุ่มพรรคเล็ก ๆ เหล่านั้น ในหนึ่งวันก็ฆ่าผีดิบเจียงซือได้ประมาณสามสิบตัว พวกนั้นมีกันหลายสิบคน แต่หลิวเวยอันและหลูเยี่ยนมีกันแค่สองคน จำนวนนี้ก็เป็นการนับสูงกว่าความเป็นจริงแล้ว
พอขายผีดิบเจียงซือสามสิบตัวไปก็ได้เงินแค่สามเหรียญทอง แบ่งกันได้เพียงคนละหนึ่งจุดห้าเหรียญทองเท่านั้น รายได้นี้ก็ถือว่าไม่น้อยแล้ว แต่สำหรับคนที่ชินกับการมีรายได้หลายสิบเหรียญทองอย่างหลิวเวยอันแล้วเหรียญทองสามถึงห้าเหรียญนั้นไม่สามารถทำให้เขาพอใจได้หรอก เขาสามารถคิดภาพได้เลยว่าหลูเยี่ยนก็ต้องไม่พอใจกับรายได้นี้เช่นกัน
แต่ไม่มีลูกศรฝังยันต์ก็ฆ่าผีดิบเจียงซือเร็ว ๆ ไม่ได้ วิชาการวาดยันต์ของเขาก็ดันพัฒนาขึ้นช้าเกินไปอีกด้วย เพิ่มขึ้นเพียงวันละสองถึงสามดอกเท่านั้น นอกเสียจากเขาจะมีการพัฒนาด้าน “คัมภีร์ราชันย์รัตติกาล” เหมือนครั้งก่อน ที่ทำให้วิชาการเขียนยันต์ของเขาเพิ่มขึ้นสองเท่าในทันที แต่พอคิดถึงเมล็ดพันธุ์พลังงานแปดหมื่นเม็ดแล้ว เรื่องนี้ก็ช่างมันเถอะ เรื่องการปล้นน่ะ มีครั้งแรกได้แต่มีครั้งที่สองไม่ได้ อีกอย่างถึงปล้นร้านค้าก็หาเมล็ดพันธุ์พลังงานแปดหมื่นเม็ดไม่ได้ หลังจากเรื่องของขบวนรถเฟยหม่า ร้านทั้งหมดในเมืองสือโถวก็ไม่กล้าเก็บเหรียญทองและของมีค่าไว้ในร้านมากเกินไป สามถึงห้าวันก็จะส่งพัสดุออกไปหนึ่งครั้ง เพื่อย้ายของออกไป
ถ้าอยากจะปล้นเมล็ดพันธุ์พลังงานให้ได้แปดหมื่นเม็ด ก็ต้องปล้นร้านทั้งหมดในเมืองสือโถว แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้ อีกอย่างหลิวเวยอันมีความรู้สึกว่า ถ้าเขาอยากจะพัฒนาด้าน“คัมภีร์ราชันย์รัตติกาล” ขึ้นไปอีก จะต้องใช้เมล็ดพันธุ์พลังงานมากกว่าแปดหมื่นเม็ดแน่นอน อาจจะเป็นเก้าหมื่นเม็ด หรืออาจจะเป็นหนึ่งแสนเม็ด หนึ่งแสนหนึ่งหมื่นเม็ด… และเขาก็เชื่อในความรู้สึกของตนเอง
ไม่ต้องคิดเรื่อง “คัมภีร์ราชันย์รัตติกาล” เลย อีกแนวทางหนึ่งก็คือพัฒนาด้านการเขียนยันต์ แต่เขาหาร้านทั่วเมืองสือโถวแล้วก็ยังหาตำราลับเกี่ยวกับการเขียนยันต์ไม่เจอเลยสักเล่ม ในความเป็นจริงแล้วในเมืองสือโถวมีตำราลับเพียงไม่กี่เล่มเท่านั้น ของดีเช่นนี้ โดยปกติแค่เพิ่งปรากฏขึ้นก็จะถูกแย่งซื้อไป แถมยังถูกซื้อในราคาที่สูงมากเสียด้วย ถึงหลิวเวยอันรู้ผลที่จะได้มาอยู่แล้ว แต่เขาก็ยังอดไม่ได้ที่จะหาทั่วเมืองไปรอบหนึ่ง แต่ผลที่ได้ก็คือความผิดหวังตามที่เขาคิดไว้
วิธีสุดท้ายก็คือการเปลี่ยนลูกศรที่ใช้ หลายวันก่อนในร้านมีลูกศรแบบใหม่เข้ามาอย่างหนึ่ง ทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ราคาก็สูงจนน่ากลัวด้วยเช่นกัน
ลูกศรหลางหยา ทั้งหัวลูกศรและตัวลูกศรต่างถูกทำมาจากเหล็กชั้นดีทั้งนั้น มีแรงทะลุที่น่าเหลือเชื่อ ขายราคาดอกละสองร้อยสิบเหรียญทองแดง
แพงกว่าเครื่องไม้บางชิ้นเสียอีก สามารถหยิบขึ้นมาใช้เป็นอาวุธได้แล้ว แต่ทว่า มันมีรูปลักษณ์สวยงาม เปล่งแสงสีเงินออกมาทั้งลูกศรมีกลิ่นไอความดุดันที่ฉายทะลุออกมาจากภายใน ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องอดไม่ได้ทีจะชมว่ามันเป็นลูกศรที่ดีทุกคน
ถ้าเป็นปัญหาที่ราคาแพงอย่างเดียวก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรที่ใหญ่มาก เพราะสำหรับผีดิบเจียงซือที่มีราคาตัวละสิบเหรียญเงินแล้ว เขาก็ยังได้กำไรมากอยู่ดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมีรายได้จากถุงเนื้อมาเพิ่มอีก ประเด็นคือลูกศรแบบนี้มีจำนวนไม่มาก ผลิตแค่วันละห้าสิบดอกเท่านั้น หลิวเวยอันเดาว่าคนที่สร้างเป็นผู้เล่นธรรมดาคนหนึ่ง เพราะถ้าเป็นอาวุธที่องค์กรสร้างส่วนมากจะเก็บไว้ใช้เองไม่ค่อยนำมาขาย ยิ่งของดีอย่างลูกศรหลางหยาเช่นนี้ยิ่งเป็นไปไม่ได้ที่จะนำมาขาย
มีเพียงผู้เล่นทั่วไปเท่านั้นที่จะนำของที่ตนสร้างมาขาย เป้าหมายของพวกเขาคือการหาเงิน มีเพียงคนรวยเท่านั้นที่จะสะสมสิ่งของ
ถึงจะซื้อลูกศรหลางหยาทั้งหมด เขาก็ยังขาดลูกศรอีกหนึ่งร้อยห้าสิบดอกอยู่ดี มันก็ยังถ่วงแผนการฆ่าผีดิบเจียงซือของเขาอยู่ดี เขาต้องฆ่าผีดิบเจียงซือให้ได้มากที่สุดภายในเวลาเร็วที่สุด ไม่อย่างนั้นถึงตอนที่มีผู้เล่นแห่กันไปที่สุสานมากขึ้นเรื่อย ๆ ยังจะมีพื้นที่ของเขาเหลืออยู่อีกหรือ?
ตัวคนเดียวอย่างเขาสู้กับองค์กรที่มีระเบียบและวินัยไม่ได้แน่นอน เขายังไม่ยโสถึงขั้นที่คิดว่าตนกำจัด “ทหารรับจ้างเทียนเสิน” ไปได้ก็เป็นที่หนึ่งในแผ่นดินแล้ว “ทหารรับจ้างเทียนเสิน” เป็นเพียงกลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น บอกว่าพวกเขาเป็นกลุ่มชั้นสามยังเป็นการยกยอพวกเขาเลย ถ้าพูดกันอย่างจริงจังแล้ว “ทหารรับจ้างเทียนเสิน” ไม่ใช่กลุ่มที่เป็นทางการด้วยซ้ำ ถือเป็นกลุ่มที่มีระดับต่ำที่สุด เป็นแค่กลุ่มคนที่รู้จักมารวมตัวกันเป็นอำนาจเล็ก ๆ เท่านั้น แม้แต่ได้ของระดับไหนจะแบ่งกันยังไงยังไม่ได้ตกลงกันไว้เลยกระมัง ดีกว่ากลุ่มฆ่ามอนสเตอร์ที่เพิ่งรวมกลุ่มกันขึ้นมาเพียงนิดเดียว
ฟ้าเริ่มมืดแล้ว พระจันทร์สีเลือดก็ขึ้นไปอยู่กลางท้องฟ้า แต่หลิวเวยอันยังคิดหาวิธีไม่ได้เลย ความคิดไร้สาระมีเยอะแยะแต่ไม่มีอันไหนที่จะดำเนินได้สักอัน เขาเขย่าหัวเล็กน้อยก่อนออกไปจากเกม
วันที่สอง หลิวเวยอันและหลูเยี่ยนมาถึงที่สุสาน ก็พบผู้คนหน้าใหม่ไม่น้อย คนที่มาเมื่อวานหายไปกว่าครึ่ง มีกลุ่มพรรคใหม่เพิ่มเข้ามา จำนวนคนทั้งหมดมีมากขึ้น ตอนนี้มีคนทั้งหมดประมาณห้าร้อยกว่าคน ลองคิดดูก็รู้ว่าคนเหล่านี้ฆ่ามอนสเตอร์ถึงกลางดึก แต่พวกเขาไม่รู้ว่าพลังการต่อสู้ของผีดิบเจียงซือจะเพิ่มขึ้นในตอนกลางคืน จึงเกิดความเสียหายอย่างหนักขึ้น กลุ่มอำนาจเล็กเช่นนี้มีจำนวนคนที่มั่นคง ตายคนนึงก็มีน้อยไปคนหนึ่ง เวลานี้ กลุ่มอำนาจเล็ก ๆ หาคนได้ไม่ง่าย เพราะพวกเขาไม่ใช่ตระกูลใหญ่ ผลประโยชน์ที่ให้ได้ก็มีน้อยเกินไป นอกจากคนที่สนิทกันแล้วคนทั่วไปจะไม่เข้าร่วมองกรค์หรือกลุ่มง่าย ๆ
ที่ฆ่ามอนสเตอร์เมื่อวานโดนยึดไปแล้ว แต่หลิวเวยอันและหลูเยี่ยนไม่ได้ใส่ใจมาก มีพื้นที่มากมายขนาดนี้ พวกเขาเลือกมุมสักที่ก็เริ่มฆ่าผีดิบเจียงซือ เพิ่งฆ่าผีดิบเจียงซือไปไม่กี่ตัวก็มีคนเข้ามาหาแล้ว
“นี่แม่สาวน้อยคนนั้น ที่นี่เป็นที่ของพวกเรา “ทหารรับจ้างอู๋ตี้อวี่โจ้ว” ถ้ารู้กาลเทศะก็ไสหัวไปซะ ทิ้งศพผีดิบเจียงซือไว้ แล้วเรื่องที่พวกแกฆ่าผีดิบเจียงซือของพวกเราไปเราจะไม่เอาความ” คนที่พูดเป็นชายบึกบึนคนหนึ่ง บนใบหน้าเต็มไปด้วยหนวดเครา โชว์อกเอาไว้เผยให้เห็นขนดกดำที่หน้าอก บวกกับความสูงร้อยแปดสิบทำให้เขาดูเหมือนหมีใหญ่ตัวหนึ่ง มีลูกมือตามมาด้านหลังห้าหกคน เหมือนพวกเขาจะรู้สึกว่าการจัดการคนสองคนไม่จำเป็นต้องใช้คนมากนัก ยังมีคนของพวกเขาอีกยี่สิบกว่าคนที่ล้อมโจมตีผีดิบเจียงซือตัวหนึ่งอยู่ แต่ความสนใจของพวกเขาต่างอยู่ทางนี้ทั้งหมด
หลูเยี่ยนขวางทางเดินของชายบึกบึนไว้ มองเขาด้วยสายตาเย็นยะเยือก นี่เป็นดวงตาที่งดงามมาก แต่ภายในส่วนลึกของดวงตากลับไม่ใช่ความอ่อนโยนและมีน้ำใจอย่างหญิงสาวคนอื่นแต่เป็นความคลั่งเลือดอันบ้าบิ่น
“หนูมีอะไรอยากจะพูดงั้นหรอ?” ถ้าเป็นปกติแล้วหากมีคนมาขวางทาง ชายบึกบึนจะต่อยหมัดออกไปในทันที แต่ทว่า หญิงสาวตรงหน้านี้จะหน้าตาสวยเกินไปแล้ว เธอเป็นดั่งหยกและดอกไม้งาม ทำให้เขาไม่อยากลงมือในทันที แต่ความร้อนรุ่มในดวงตาเขาร้อนแรงมากขึ้นเล็กน้อย หรือว่าหญิงสาวคนนี้จะชอบเขาเข้าแล้ว? พอคิดถึงตรงนี้ชายร่างบึกบึนก็แอ่นอกพลางเผยรอยยิ้มที่เขาคิดว่าดูเป็นมิตรออกมา
แสงคมดาบแวบผ่านสายตาเขาไป จากนั้นชายบึกบึนก็รู้สึกเหมือนตนลอยขึ้น สายตาเขาส่องมองไปทั่ว จากนั้นเขาก็พบว่าตนลอยอยู่กลางอากาศ ทำให้สามารถมองได้กว้างขึ้นมาทันที จู่ ๆ เขาก็เห็นศพที่ไม่มีหัวกำลังพุ่งเลือดออกมาบนพื้น ตอนที่เขากำลังคิดว่าที่จริงคนที่โดนตัดคอทิ้งเลือดจะสามารถพ่นออกมาได้สูงเพียงนี้เลยหรอนั้น เขาก็เพิ่งรู้สึกขึ้นมาว่าทำไมศพนี้ถึงได้ดูคุ้นตาขนาดนี้ จากนั้นเขาก็หมดสติไป
พอหลูเยี่ยนตัดคอชายบึกบึนทิ้ง เธอไม่ได้หยุดลงแต่กลับพุ่งเข้าไปหาลูกมือห้าหกคนที่ยืนอยู่หลังชายบึกบึนราวกับเสือดาว พวกเขายังไม่ทันรู้ตัวก็ถูกฆ่าทิ้งอย่างง่ายดายแล้ว รังสีสังหารของหลูเยี่ยนมีมากเป็นที่สุด เธอไม่พูดอะไรสักคำ พุ่งเข้าไปหากลุ่มฆ่าผีดิบเจียงซือยี่สิบกว่าศพต่อ การฆ่าทิ้งให้หมด เป็นนิสัยที่เธอมีมาโดยตลอด
หลิวเวยอันรู้สึกกังวลเล็กน้อย เขาจึงสนับสนุนเธอจากระยะไกล เสียงสั่นคลอนของสายธนูดังขึ้น ลูกศรห้าหกดอกพุ่งครอบฟ้าไป ตอนคนของ “ทหารรับจ้างอู๋ตี้อวี่โจ้ว” เงยหน้าขึ้น หลูเยี่ยนก็มาถึงตรงหน้าพวกเขาแล้ว เธอฟันดาบสั้นหนึ่งครั้ง ก็มีหัวหนึ่งลอยขึ้น เลือดสาดเต็มไปหมด
ด้านหน้ามีผีดิบเจียงซือ ด้านหลังมีหลูเยี่ยน ยังมีหลิวเวยอันที่ยิงธนูเข้ามาอีก การต่อสู้ครั้งนี้ไม่ถึงหนึ่งนาทีก็จบลงแล้ว “ทหารรับจ้างอู๋ตี้อวี่โจ้ว” ตายเรียบไม่เหลือสักคน หลูเยี่ยนรีบค้นตัวศพด้วยความรวดเร็ว แต่ไม่นานสีหน้าของเธอก็แย่ลง “ทหารรับจ้างอู๋ตี้อวี่โจ้ว” พวกนี้ตั้งชื่อได้เท่ขนาดนี้แต่ที่จริงแล้วกลับเป็นคนจน มีเครื่องเหล็กดำแค่ชิ้นเดียว บวกกับเงินสดแล้วก็ยังมีไม่ถึงหกสิบเหรียญเงินเลย
หลังจากนั้นก็ไม่มีใครกล้ามารบกวนพวกเขาสองคนอีก เฮยหนิวมาถึงตอนพลบค่ำ หลิวเวยอันและหลูเยี่ยนก็จากไปพร้อมขบวนรถ จากนั้นหลูเยี่ยนออกจากเกมไป ส่วนหลิวเวยอันก็มาเขียนยันต์ต่อ ในสมองเขาก็ยังคงคิดเรื่องการเพิ่มความเร็วในการเขียนยันต์อยู่เสมอ เพราะพรุ่งนี้ลูกศรก็จะมีไม่พอใช้แล้ว
-โปรดติดตามตอนต่อไป-