เหอหลี่น่ากับฮั่วเฉินซีมาใช้ชีวิตอยู่ประเทศ S ได้เพียงหนึ่งเดือน พวกเขาก็สำรวจพื้นที่รอบเกาะไปจนครบแล้ว
“คุณนั่งอยู่บ้านเฉยๆ มาสองวันแล้วนะ เบื่อที่จะออกไปข้างนอกแล้วเหรอครับ” ฮั่วเฉินซีถาม
“ได้เที่ยวเล่นโดยไม่คิดอะไรแรกๆ มันก็ดีอยู่หรอกค่ะ แต่ฉันเป็คนที่อยู่นิ่งไม่เป็ ั้แ่ตอนยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยฉันก็ทำงานพิเศษมาตลอด” เหอหลี่น่าถอนหายใจ “อีกอย่างฉันเรียนจบการเงินมานะคะ ถ้าที่นี่เล่นอินเทอร์เน็ตได้ ฉันจะลองเล่นหุ้นดูบ้าง”
เหอหลี่น่าพูดถึงตรงนี้ก็นึกไปถึง Devil ั้แ่วันที่ Devil ขอเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็แฟน เธอกับเขาก็ได้คุยกันแค่ครั้งเดียวเท่านั้น เพราะ Devil บอกว่าเขามีความจริงบางอย่างอยากสารภาพ เขาจึงขอเวลาไปทำใจก่อน หากพร้อมเมื่อไหร่แล้วเขาจะรีบกลับมา
ตลอดระยะเวลาสี่ปีที่ผ่านมา เหอหลี่น่ากับ Devil คุยกันแทบทุกวัน แม้จะเป็่ที่ Devil บอกว่างานยุ่ง เขาก็จะหายไปไม่เกินสองวัน แต่นี่ผ่านไปหนึ่งเดือนแล้ว แต่ Devil ก็ยังไม่ติดต่อมา
“ที่คุณดูเหงาๆ เป็เพราะคุณว่างเกินไปหรือคุณกำลังคิดถึงคนอื่นอยู่กันแน่” ฮั่วเฉินซีหยั่งเชิง
เหอหลี่น่าถอนหายใจเป็ครั้งที่สอง “คุณฮั่ว คุณคิดว่าจะเป็ไปได้ไหมที่เราจะรู้สึกผูกพันหรือตกหลุมรักคนที่เราไม่แม้แต่จะเคยเจอหน้า”
“คุณคงไม่ได้มีความรู้สึกพิเศษกับเพื่อนออนไลน์คนนั้นหรอกนะ” ฮั่วเฉินซีใจเต้นแรงอย่างมีความหวัง
“ฉันก็บอกไม่ถูกเหมือนกันค่ะ ฉันแค่รู้สึกว่า่หนึ่งเดือนที่เขาหายไป ชีวิตฉันมันก็เหมือนกับขาดอะไรบางอย่าง”
“คุณเคยบอกว่าคุณกับเขาคุยกันทุกวัน หรือต่อให้เขาจะงานยุ่ง เขาก็จะหายไปแค่ไม่กี่วัน แล้วอยู่ดีๆ ครั้งนี้ทำไมเขาถึงหายไปนานล่ะครับ”
“เขาบอกว่าเขามีความจริงบางอย่างอยากสารภาพกับฉัน แต่เขากลัวฉันจะโกรธก็เลยขอเวลากลับไปทำใจก่อนน่ะค่ะ”
“ฟังดูคงเป็เื่สำคัญมากเลยนะครับ” ฮั่วเฉินซีมองหญิงสาวอย่างตัดสินใจ “ถ้าเื่ที่เขาปิดบังเป็เื่สำคัญมากๆ ซึ่งอาจกระทบกับความไว้ใจของคุณ คุณจะให้อภัยเขาไหม”
“ถ้าเป็คนอื่นฉันอาจจะโกรธ แต่กับเขาฉันคิดว่าทุกอย่างที่เขาทำต้องมีเหตุผล” เหอหลี่น่ายิ้ม “ฉันคงต้องขอฟังเหตุผลจากเขาก่อนค่ะ”
ฮั่วเฉินซีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ “นาน่า ผม...ผมมีบางอย่างที่ต้องบอกคุณ”
เหอหลี่น่าหันไปมองฮั่วเฉินซีอย่างแปลกใจ ปกติเธอกับเขาจะเรียกกันด้วยชื่อแซ่ แต่ครั้งนี้เขากลับเรียกเธอว่านาน่าไม่ใช่หลี่น่าเหมือนที่คนอื่นเรียกด้วยซ้ำ อีกทั้งที่ผ่านมาเขาเทคแคร์และเอาใจใส่เธอเป็อย่างดี เขาคงไม่ได้รู้สึกแบบนั้นกับเธอใช่ไหม เธอเริ่มทำตัวไม่ถูก “คุณฮั่ว...คุณคงไม่ได้...”
ฮั่วเฉินซีถือวิสาสะคว้ามือหญิงสาวมากุมไว้ “สวัสดีเคจ ผมคือเดวิล”
เหอหลี่น่าเบิกตากว้างด้วยความใ “คุณ...คุณคือเดวิล?”
“นาน่า คุณอย่าเพิ่งโกรธผมนะครับ” ฮั่วเฉินซีบีบมือหญิงสาวแน่นขึ้น “ให้โอกาสผมได้อธิบายก่อนว่าทำไมผมถึงไม่บอกความจริงกับคุณั้แ่ครั้งแรกที่เราพบกัน”
เหอหลี่น่าเห็นท่าทางกลุ้มใจของอีกฝ่าย “คุณพูดมาสิคะ”
“คุณจำได้ไหม ครั้งแรกที่เราเจอกันในห้องแชท ตอนนั้นเรามีแต่เื่สนุกๆ มาคุยกัน” จากนั้นฮั่วเฉินซีเปลี่ยนเป็สีหน้าจริงจัง “แต่พอเราคุยกันได้แค่สองปี หลังจากนั้นก็จะมีแต่ผมที่เอาปัญหามาปรึกษาคุณ ทั้งเื่ที่คุณพ่อถอดชื่อผมออกจากรายชื่อผู้ถือหุ้น เื่ที่น้องชายแย่งคู่หมั้น แม้กระทั่งเื่ที่น้องชายขโมยโครงการของผมไปซึ่งๆ หน้า คุณแนะนำให้ผมใช้ความสามารถด้านคอมพิวเตอร์ไปเปิดบริษัทของตัวเอง
แต่ตอนนั้นผมเพิ่งถูกคุณพ่อไล่ออกจากบ้านจึงไม่มีเงินทุนมากพอที่จะไปเปิดกิจการ ผมมีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งชื่อจางฟาน เขาบอกให้ผมสมัครเข้าแข่งขันชิงแชมป์แฮกเกอร์โลก เงินรางวัลตอนนั้นสูงถึงสิบล้านดอลลาร์เลยนะครับ ผมกับเสี่ยวฟานก็เลยสมัครเข้าแข่งขัน ผลออกมาคือผมได้แชมป์ ส่วนเสี่ยวฟานได้รองแชมป์
เราก็เลยเอาเงินก้อนนั้นมาเปิดบริษัทผลิตเกมแล้วยังเปิดบริษัทพัฒนาซอฟท์แวร์ด้านความปลอดภัยขึ้นมาด้วย บริษัทของผมได้รับการยอมรับในเวลาอันรวดเร็ว แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังต้องสร้างชื่อเสียงให้บริษัทเป็ที่รู้จักมากขึ้น เมื่อรู้ว่าฮั่วกรุ๊ปมีโครงการพัฒนาแอปเพื่อรวบรวมงานบริการของภาครัฐเข้าด้วยกัน ผมก็เอาโครงการที่ผมกับเสี่ยวฟานเคยเขียนไว้ั้แ่สมัยเรียนไปเสนอกับฮั่วกรุ๊ป แต่คุณพ่อของผมกลับบอกว่าโครงการนั้นเป็ของน้องชาย...”
เหอหลี่น่านั่งฟังอย่างตั้งใจ เื่ที่เขาเปิดบริษัท เื่ที่เขาถูกถอดจากรายชื่อผู้ถือหุ้น เื่ที่เขาถูกน้องชายขโมยโครงการ เื่พวกนี้เขาเคยเล่าให้เธอฟังแล้ว แต่เื่ที่เขาถูกน้องชายแย่งคู่หมั้น รวมถึงเื่ที่เขาไปแข่งขันชิงแชมป์แฮกเกอร์โลก เธอไม่เคยรู้มาก่อน
ฮั่วเฉินซีมองสำรวจหญิงสาวอีกครั้ง แต่เขาก็ยังไม่เห็นสีหน้าหรือท่าทางที่ไม่พอใจ ตรงกันข้ามเธอกลับนั่งฟังเขาอยู่เงียบๆ อย่างตั้งใจ “ที่ผมพูดเื่พวกนี้เพราะผมอยากบอกว่าการที่ผมก้าวขึ้นมายืนอยู่ในจุดนี้ได้ก็เพราะได้รับกำลังใจจากคุณ
นาน่า ความรู้สึกแรกที่ผมมีให้คุณอาจเป็ความรู้สึกพึ่งพา เพราะใน่ที่ผมตกต่ำและไม่มีใคร แต่คุณเป็คนเดียวที่ยืนอยู่ข้างผม แม้เราจะคุยกันผ่านข้อความแต่ผมััได้ถึงความจริงใจ นานวันเข้าผมรู้สึกว่าความรู้สึกที่ผมมีให้คุณมันเปลี่ยนไป ผมเริ่มเฝ้ารอให้ถึงเวลาที่เราจะได้คุยกัน ถ้าคุณออนไลน์ผิดเวลาหรือเป็่ที่ผมมีงานยุ่งแล้วทำให้เราไม่ได้คุยกัน ผมจะรู้สึกเศร้าและเหงามาก
ระยะหลังคุณเริ่มระบายความทุกข์เกี่ยวกับความลำเอียงของคุณพ่อคุณแม่ รวมถึงเื่ที่คู่หมั้นกับน้องสาวของคุณแอบคบกัน ผมเคยผ่านเหตุการณ์แบบนั้นมาแล้วผมถึงเข้าใจว่าคุณรู้สึกยังไง ผมเสียใจและเศร้าใจไปกับคุณจนตัวผมเริ่มกินไม่ได้นอนไม่หลับ
ตอนนั้นผมก็เหมือนจะรู้แล้วว่าความรู้สึกที่ผมมีให้คุณมันไม่ใช่แค่การพึ่งพา แต่มันได้เปลี่ยนไปเป็ความรัก จากที่เราคุยกันแบบไม่รู้ตัวตน ผมถือวิสาสะเอา IP ของคุณไปตรวจสอบผมถึงได้รู้ว่าตัวตนที่แท้จริงว่าคุณเป็ใคร พอคุณบอกว่าจะย้ายมาประเทศ S ผมก็เลยตัดสินใจที่จะมาประเทศ S พร้อมกับคุณ ผมตั้งใจว่าจะใช้โอกาสนี้มาบอกความจริงกับคุณ แล้วผมก็...ผมก็อยากมาสารภาพความรู้สึกกับคุณด้วย” ฮั่วเฉินซีบีบมือหญิงสาวไว้แน่นไม่ยอมปล่อย “คุณจะโกรธผมไหมที่ผมผิดคำสัญญาแล้วไปตรวจสอบตัวตนของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต อีกอย่าง...คุณจะให้โอกาสผมจีบคุณได้ไหม”
เหอหลี่น่านั่งเงียบอยู่นาน ก่อนที่เธอจะยิ้มให้เขา “ฉันก็ว่าแล้วว่าทำไมบางครั้งที่ฉันคุยกับคุณ ฉันถึงรู้สึกเหมือนฉันได้คุยกับเดวิล ที่แท้พวกคุณก็คือคนคนเดียวกัน”
“นาน่า คุณโกรธไหมที่ผมไปสืบหาตัวตนที่แท้จริงของคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต” ฮั่วเฉินซีถามย้ำอย่างประหม่า
“ไม่โกรธค่ะ ถ้าฉันมีความสามารถฉันก็จะทำเหมือนคุณ”
“จริงเหรอ? คุณไม่โกรธผมสักนิดเลยเหรอ” ฮั่วเฉินซียังไม่มั่นใจ “คุณจะโกรธผมก็ได้นะ แต่ถ้าจะโกรธผมให้คุณโกรธได้แค่วันเดียว ผมไม่อยากให้คุณโกรธผมนานๆ”
‘นี่สินะ Devil ที่ฉันรู้จัก คำพูดที่ทั้งขี้เล่นและแสนจะเอาแต่ใจล้วนเป็คำพูดที่ฉันคุ้นเคย’ เหอหลี่น่ายิ้มให้เขาอย่างจริงใจ “ฉันไม่โกรธจริงๆ ค่ะ แต่ไหนๆ วันนี้เราก็ตั้งใจจะเปิดอกคุยกันแล้ว เรามาคุยกันทุกเื่เลยดีไหมคะ”
“ถ้าคุยกันแล้วคุณจะตอบคำถามที่สองของผมใช่ไหม” ฮั่วเฉินซียังวกกลับมาถึงเื่คำถาม
“คำถามที่สอง?” เหอหลี่น่าทำหน้างง
ฮั่วเฉินซียิ้มกว้าง “ก็เื่ที่ผมขออนุญาตจีบคุณนั่นไง คุณจะมาทำเป็ลืมกับคำถามสำคัญของผมไม่ได้นะ”
เหอหลี่น่าสบเข้ากับดวงตาเป็ประกายของชายหนุ่ม เธอก้มหน้าหลบสายตาด้วยความเขิน “อยากจะจีบก็จีบไปสิ เื่แบบนี้ใครเขาเคยมาขออนุญาตก่อนกันล่ะ”
“หมายความว่าคุณยอมให้ผมจีบคุณได้ใช่ไหม” ฮั่วเฉินซีถามเสียงดัง จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้ว “แต่คุณรับปากว่าคุณเป็แฟนผมแล้วไม่ใช่เหรอ เพราะฉะนั้นขั้นตอนการจีบก็ข้ามไปได้แล้วสิ”
“ฉันไปตกลงเป็แฟนกับคุณตอนไหน” เหอหลี่น่าถามก่อนยิ้มเมื่อนึกขึ้นได้ “ฉันตกลงเป็แผนกับเดวิลไม่ใช่คุณสักหน่อย”
“แต่ผมกับเขาเป็คนคนเดียวกันนะ! คุณให้ผมข้ามขั้นตอนนี้ไปไม่ได้เหรอ”
“เฉินซีคะ โลกออนไลน์ทำให้เราได้รู้จักกันก็จริง แต่ถ้าเราจะเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนออนไลน์มาเป็คนรัก เราก็ต้องเริ่มต้นจากการเรียนรู้ซึ่งกันและกันไม่ใช่เหรอคะ คุณก็บอกเองว่าตอนแรกความรู้สึกที่คุณมีให้ฉันมันเป็การพึ่งพา เพื่อให้เราเข้าใจและรับรู้ความรู้สึกที่แท้จริงที่เรามีให้กัน เรามาทำความรู้จักกันใหม่แล้วเราค่อยๆ พัฒนาความสัมพันธ์ของเราให้ดีขึ้นดีไหมคะ”
ฮั่วเฉินซียิ้มกว้างอย่างดีใจ “เท่ากับว่าคุณตอบตกลงที่จะให้โอกาสผมได้จีบคุณ”
เหอหลี่น่ายิ้มเขิน “ไม่ใช่แค่ให้โอกาสคุณ แต่ฉันยังให้โอกาสตัวเองด้วยค่ะ”
สองหนุ่มสาวใช้เวลาทั้งวันเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลของกันและกัน เรียกได้ว่าการเปิดใจในครั้งนี้ทำให้พวกเขารู้จักกันมากขึ้นและไม่มีคำว่าเพื่อนหรือโลกออนไลน์มาเป็กำแพงปิดกั้นความรู้สึก จนถึงเวลาที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกดิน ฮั่วเฉินซีจึงไปเช่าจักรยานเพื่อที่จะพาว่าที่คนรักไปดูพระอาทิตย์ตก และสิ่งที่ให้ทำพวกเขาดีใจอีกครั้งคือที่ด้ามจับของจักรยานมีตุ๊กตาคู่รักแขวนอยู่
ฮั่วเฉินซีปั่นจักรยานไปตามชายหาดอย่างอารมณ์ดี หญิงสาวไม่ได้โกรธหรืองอนเขาแม้แต่น้อย ตรงข้ามเธอยังเปิดโอกาสให้เขาได้จีบเธอ คาดว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะได้เป็คนรักของเธอแล้ว
ส่วนเหอหลี่น่าก็รู้สึกโล่งใจไม่แพ้กัน เธอเคยหวังให้ฮั่วเฉินซีกับ Devil เป็คนคนเดียวกัน แม้เธอจะไม่เคยคบกับใครมาก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่รู้เื่ความรัก และการที่ฮั่วเฉินซีคอยเทคแคร์และเอาใจใส่เธอเป็อย่างดี เธอย่อมรับรู้ได้ว่ามันเป็ความเอาใจใส่ที่มากเกินคำว่าเพื่อน แต่เธอต้องทำเป็ไม่รู้เพราะเธอกลัว Devil จะเสียใจ ถึงแม้เธอจะคิดว่าการที่ Devil ขอเธอเป็แฟนจะเป็แค่การล้อเล่น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่อยากจะเปิดใจให้ใคร เพราะเธอให้ความสำคัญกับ Devil มาเป็อันดับหนึ่ง
มาตอนนี้เมื่อเหอหลี่น่ารู้ว่าฮั่วเฉินซีกับ Devil เป็คนคนเดียวกัน รวมถึงระยะเวลาสี่ปีที่ได้พูดคุยกันทางออนไลน์ บวกกับความเอาใจใส่ที่เขามีให้เธอมาตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือน เธอจึงเลือกที่จะเปิดโอกาสให้เธอและเขาได้ศึกษาซึ่งกันและกัน และเธอก็มั่นใจว่าอีกไม่นานที่เธอกับเขาคงจะเรียกกันว่าที่รักได้อย่างเต็มปาก
อันนาหันมายิ้มให้คุณป้าลูซี่ “ตุ๊กตาคู่รักของคุณป้าทำงานได้ผลดีมากเลยนะคะ แค่เดือนเดียวพวกเขาก็ตกลงเป็แฟนกันแล้ว”
คุณป้าลูซี่มองดูหนุ่มสาวที่เดินจูงมือกันดูพระอาทิตย์ตกดินที่ชายหาดแล้วยิ้มอย่างพอใจ “สายตาของฉันไม่เคยผิดพลาด พวกเขาต่างเป็คู่รักและคู่แท้ของกันและกัน เธอเชื่อฉันสิว่าพลังบวกของพวกเขาจะทำให้คนรอบตัวมีแต่ความสุข”
“แต่คุณป้าคะ พวกเขามาอยู่ที่นี่ได้เดือนหนึ่งแล้วแต่พวกเขาเอาแต่ใช้ชีวิตอยู่กันแค่สองคน แล้วพวกเขาจะเอาพลังบวกไปสร้างความสุขให้คนอื่นได้ยังไงล่ะคะ” อันนาส่ายหน้าอย่างจนใจ
“คาเฟริมหาดนั่นไง คู่รักคู่นั้นใกล้จะถึงกำหนดต้องเดินทางกลับประเทศของพวกเขาแล้วไม่ใช่เหรอ เธอไม่ไปทาบทามเฉินซีกับนาน่าให้ไปทำงานที่นั่นล่ะ” คุณป้าลูซี่เสนอ
“จริงด้วย! คาเฟริมหาด้าพนักงานที่มีพลังบวกแบบนี้จริงๆ” อันนาไปกอดแล้วหอมแก้มคุณป้าลูซี่ “ขอบคุณนะคะคุณป้า คุณป้าเหมาะสมกับการเป็ผู้นำของเราที่สุดแล้วค่ะ”
“อีกไม่นานเธอกับเ้าลูกชายตัวดีของฉันก็จะได้ขึ้นเป็ผู้นำคนต่อไป เพราะฉะนั้นเธอต้องศึกษาเื่พวกนี้ไว้ให้ดี” คุณป้าลูซี่จ้องอันนา “ถึงตอนนั้นเธอจะเรียกฉันว่าคุณป้าไม่ได้แล้วนะ”
อันนายิ้มเขิน “ให้เปลี่ยนตอนนี้เลยก็ได้นะคะคุณแม่สามี”