สาวสวยทำเสียงรับรู้ก่อนเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มแปลกหน้านั้นให้มากขึ้นด้วยความสนใจจนลืมตัว ก็หน้าตาอย่างนี้ หุ่นอย่างนี้มันทำให้สาวไฟแรงสูงอย่างเธอแทบจะน้ำลายสอทีเดียวแม้เขาจะอยู่ในชุดแต่งกายที่ไม่เข้าท่านัก แต่เธอก็พร้อมที่จะมองข้าม เพราะนั้นมันก็แค่เปลือกนอกเท่านั้น
“เอ่อ ถ้าไม่มีอะไรแล้ว เราก็รีบไปกันเถอะพี่”
บุญแทนกล่าวพร้อมกันดันหลังสมควรให้รีบพาเดินหนีไปจากตรงนั้นเมื่อเห็นสาวสวยหุ่นเซ็กซี่คนนั้นมองมาที่เขาด้วยสายตาเหมือนอยากจะกลืนกิน
“อะไรของแกว่ะ ดันหลังข้าจนเกือบจะล้มแน่ะ”
สมควรโวยวายขณะต้องเดินไปตามแรงดันของอีกฝ่าย
“ขอโทษพี่ ขอโทษ”
บุญแทนกล่าวเมื่อเดินมาได้ไกลพอสมควร และเมื่อแอบหันมองกลับไปก็เห็นสาวสวยคนนั้นมองตามหลังมาด้วยท่าทางขัดใจ
“แกนี่ท่าจะบ้า”
สมควรบ่นอย่างไม่เข้าใจในการกระทำของอีกฝ่ายขณะพาเดินออกทางประตูหลังของตึกใหญ่แล้วเดินลัดสนามหญ้าแคบๆทางด้านข้างตรงไปยังบ้านพักหลังเล็กที่ปลูกเรียงรายกันอยู่นับสิบหลัง
“ทำไมบ้านมันเยอะจังล่ะพี่”
บุญแทนถามขณะมองไปรอบๆ อาจจะไม่ใช่เพราะความแปลกใจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่เขา้าหาข้อมูลรายละเอียดทุกอย่างเกี่ยวกับเสี่ยประยูรให้ได้มากที่สุดด้วย เพราะยิ่งรู้เื่เกี่ยวกับเสี่ยได้มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเป็ประโยชน์กับเขามากเท่านั้น
“ก็ลูกน้องของเสี่ยเขาเยอะนี่หว่า แค่ที่พักอยู่ที่นี่ก็เป็สิบแล้วแล้วยังจะพวกข้างนอกที่เสี่ยจะเรียกใช้เมื่อไหร่ก็ได้นั้นอีกไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่”สมควรกล่าวอย่างภาคภูมิใจในตัวเ้านายของตน ก่อนจะรีบกล่าวแก้อย่างพึ่งนึกอะไรขึ้นได้ “อ๋อ ที่ว่าเยอะนะหมายถึงแต่ก่อนน่ะ ตอนนี้เหลือไม่เท่าไหร่แล้ว”
“แล้วไปไหนกันหมดล่ะพี่”
“ไม่รู้โว๊ย อย่าให้ข้าพูดมากนักเลยเื่นี้ อย่างไอ้ชัยลูกพี่แกมันก็ลาออกไปนั้นไง มันโชคดีมากน่ะที่ลาออกไปได้”
“พี่หมายความว่าไง”
“วงการนักเลงนะโว๊ยไอ้แทน มันเข้าง่าย แต่ออกยาก”
“ฉันไม่เข้าใจที่พี่พูด”
“โง่จริงโว๊ย เออ เดี๋ยวพออยู่ไปนานๆแกก็เข้าใจเองแหละ”
สมควรกล่าวตัดบทอย่างไม่้าจะพูดอะไรอีก แต่ดูเหมือนบุญแทนจะยังไม่หมดคำถามง่ายๆ
“แล้วพี่ทำงานกับเสี่ยมานานแล้วเหรอ”
“สี่ปีได้แล้วมั้ง”
สมควรตอบขณะเปิดประตูบ้านออก แล้วเบี่ยงตัวให้บุญแทนเดินเข้าไป ก่อนที่ตัวเองจะตามเข้าไปและปิดประตู บ้านพักหลังเล็กๆมีห้องโถงด้านหน้าขนาดกว้างสองเมตรจัดเป็ที่นั่งเล่นอย่างง่ายๆมีเก้าอี้ตั้งอยู่สองตัวและมีโต๊ะสีเหลี่ยมสำหรับวางข้าวของตั้งอยู่ชิดพนังและมีทีวีเล็กๆอีกหนึ่งเครื่อง
“แล้วผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็ใครล่ะพี่”
บุญแทนถามอีกเมื่อเดินเข้าไปนั่งลงที่เก้าอี้ตัวหนึ่ง
“คนไหนล่ะ อ๋อ ที่เราเห็นตอนอยู่ในตึกนะเหรอ”
“นั้นแหละพี่”
“คุณพิมพ์อร”
สมควรตอบขณะเดินเข้าไปนั่งลงยังเก้าอี้อีกตัวซึ่งอยู่ตรงข้ามกัน
“ลูกสาวเสี่ยเหรอ”
“ไอ้บ้า เมียเสี่ยโว๊ย”
“เมียเสี่ย โอ้โฮ เสี่ยอายุเท่าไหร่แล้วคุณพิมพ์อรนั่นอายุเท่าไหร่ล่ะพี่”
บุญแทนทำน้ำเสียงและสีหน้าแปลกใจ
“เสี่ยอายุจะหกสิบแล้ว ส่วนคุณพิมพ์อรน่าจะยังไม่ถึงสามสิบมั้ง”
“ไม่น่าเชื่อน่ะ ว่าอายุขนาดนั้นแล้วจะยังมีเมียสาวพริ้ง”
“ธรรมดาของคนมีเงินโว๊ย มีเงินซะอย่าง จะมีเมียกี่คนก็ได้ จนกระจอกอย่างเราขนาดเป็หนุ่มแท้ๆยังหาเมียแก่ๆไม่ได้สักคน”
สมควรกล่าวเหมือนน้อยใจทำให้บุญแทนอดที่จะนึกขำไม่ได้ แต่เขาก็หัวเราะออกมาให้สมควรเห็นไม่ได้หรอก เพราะตอนนี้เขาต้องแสดงเป็คนที่จนกระจอกมากกว่าสมควรอีก
“จริงด้วยพี่ แล้วเสี่ยมีเมียคนเดียวเนี้ยหรือ”
“ตอนนี้มีอยู่คนเดียว แต่ไม่รู้ว่าเป็คนที่เท่าไหร่แล้วน่ะ ั้แ่ข้ามาอยู่กับเสี่ยแค่สี่ปีนี่ก็เห็นเปลี่ยนมาสองสามคนแล้ว แต่ละคนน่ะสวยสะบัดช่อทั้งนั้นเลย แต่อยู่ด้วยกันไม่นาน พอเบื่อ เสี่ยก็ทิ้ง”
“แล้วเสี่ยไม่มีลูกกับใครเลยเหรอ”
“มี ได้ข่าวว่ามีลูกกับเมียแต่งอยู่คนหนึ่งแต่ตอนนี้เรียนอยู่เมืองนอก ข้าก็ไม่เคยเห็นหน้าหรอก เพราะว่าเสี่ยส่งลูกไปเรียนต่างประเทศั้แ่ลูกอายุแค่สิบสองปี”
“แล้วเมียแต่งของเสี่ยล่ะ”