บทที่184 อดีต ปัจจุบัน อนาคต
เทวารู้สึกตัวเขาลืมตาขึ้นมาทันทีแต่ก็ต้องแปลกใจเพราะว่าตอนนี้เขาไม่ได้อยู่ในมิติทับซ้อนเทศกาลล่าตอนนี้เทวาอยู่ในที่โล่งกว้างไร้ขอบเขต ทุกอย่างเป็นสีขาวดำ ไม่มีสิ่งอื่นใดอีกเทวากวาดสายตามองไปรอบด้านก็ไม่พบสิ่งใดเลยมันราวกับว่าที่โล่งไร้ขอบเขตนี้มีเพียงแค่เขาคนเดียว
เทวาเลิกคิ้วขึ้นและกำลังพิจารณาว่าตนเองตายไปแล้วหรือไม่
ขณะนั้นเองอยู่ๆเสียงหนึ่งก็ดังก้องในหัวของเทวา
“สวัสดีเจ้าหนูข้าคือโครนอส นี่คือเสียงที่ของข้าที่แฝงเข้าไปในจิตสำนึกของเจ้าเจ้าไม่อาจโต้ตอบกับข้าได้และข้าก็ไม่สามารถพูดอะไรได้มากเกินไปดังนั้นได้โปรดตั้งใจฟัง...”
“สถานที่ที่เจ้าอยู่ตอนนี้เรียกว่าพื้นที่กาลเวลามันเป็นสถานที่หนึ่งที่ซุกซ่อนอยู่ในแม่น้ำกาลเวลาแห่งจักรวาลถ้าจะถามว่าทำไมเจ้าถึงได้มาอยู่ที่นี่ก็ขอพูดให้เข้าใจสั้นๆคือเจ้ากำลังจะตายอัตราการตายของเจ้าหลังจากใช้พลังในอนาคตนั้นสูงมากและข้าไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ความเสียหายจากกาลเวลานั้นเป็นสิ่งที่เกินมือข้าหากข้ายังมีความแข็งแกร่งดังเดิมก็อาจจะพอช่วยเจ้าได้บ้างแต่อย่างที่เจ้ารู้ตอนนี้ข้าเป็นเพียงแค่จิตวิญญาณเท่านั้น...”
“ข้าต้องส่งเจ้ามาที่นี่ก็เพื่อให้เจ้าได้ลิขิตชีวิตของตนเองอยู่ในโลกภายนอกเจ้ามีโอกาสตายเก้าในสิบส่วนแต่ถ้าเป็นที่นี่เจ้าจะมีสิทธิ์เป็นตายแค่ครึ่งสิ่งที่เจ้าต้องทำบอกตามตรงข้าเองก็ไม่ทราบชัดนั่นเพราะว่ายังไม่เคยมีผู้ใดเข้ามาในพื้นที่กาลเวลาได้มาก่อน อย่าได้ห่วงพื้นที่กาลเวลานั้นมีความแตกต่างด้านเวลากับความเป็นจริงอย่างมาก เจ้าสามารถค่อยๆคิดค่อยๆทำได้ข้าเชื่อว่ากับคนที่ได้ครอบครองส่วนหนึ่งของพลังของไกอาจะต้องหาทางออกมาจากที่แห่งนี้ได้...”
“มิติทับซ้อนเส้นทางแห่งไททันนั้นสิ้นแล้ว...ข้าไม่สามารถประคองมิติเอาไว้ได้หลังจากหัวใจแห่งดวงดาวระเบิดมันส่งผลรุนแรงต่อมิติของข้าอย่างมาก ดังนั้นข้าจึงต้องเปิดประตูมิติกาลเวลาเพื่อนำทุกคนที่รอดชีวิตหลบหนีไปเจ้าหนูซีโร่จะได้รับมรดกของไททันทั้งหมด คนของเจ้าทุกคนก็อยู่กับข้าดังนั้นเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลใดๆ...”
“สุดท้ายนี้ข้าคงต้องขอให้เจ้าโชคดี...ลาก่อน”
เสียงของโครนอสเงียบหายไป
โครนอสสรุปทุกอย่างให้เทวาฟังคร่าวๆทั้งหมดแต่ไม่ได้บอกเป้าหมายให้เขารู้สิ่งนี้ทำให้เทวาต้องคิดหนักเขามาสำรวจตนเองกลับพบว่าตนเองสมบูรณ์แข็งแรงดีทุกอย่างราวกับไม่เคยผ่านการบาดเจ็บใดๆมาก่อน
เวลานั้นเองเสียงของระบบก็สดังขึ้น
[ดริ้งโฮสต์สำเร็จภารกิจ หลบหนีจากซุส ได้รับรางวัลเป็น การ์ดปริศนาระดับตำนาน]
(ที่จริงผมลืมใส่รายละเอียดในจุดนี้ต้องขออภัยด้วยครับก็ว่าอยู่ว่าผมลืมอะไรซักอย่างในตอนที่แล้วๆมา ที่จริงต้องมีภารกิจจากระบบนะครับ)
การ์ดปริศนา?
เทวาหยิบการ์ดใบนั้นออกมาและอ่านคำอธิบาย
“สุ่มการ์ดทักษะระดับตำนาน1-3ใบโอ้ ไม่คิดว่าของรางวัลจะยอดเยี่ยมขนาดนี้”เทวาผ่อนคลายลง
ที่จริงเขามีอะไรให้คิดมากมายแต่ตอนนี้เขาต้องใจเย็นๆและปล่อยวางเรื่องที่ไกลตัวไปก่อนเขาจะต้องไม่เครียดและกลับมาเป็นตัวของตัวเองโดยเร็วเพื่อที่ว่าเขาจะได้อยู่ในสถานะที่นยอดเยี่ยมที่สุด
เมื่ออ่านคำอธิบายเทวาอดไม่ได้ให้ตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อยเขามีโอกาสได้รับการ์ดระดับตำนานมากสูงสุดถึง3ใบ สิ่งนี้มันสเป็นได้แค่ความฝันเทวาไม่อยากเชื่อเลยว่าระบบจะใจดีมากขนาดนี้
“ระบบแกนี่ใจดีแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ถึงกับให้การ์ดระดับตำนานฉันมาตั้ง3ใบฟรีๆ”เทวาหยอกล้อและพูดราวกับว่าเขาได้รับการ์ดทักษะระดับตำนานมาแล้วทั้ง3ใบ
[แค่มีโอกาสเท่านั้นโอสไม่ได้การ์ดครบ3ใบหรอก]
ระบบตอกกลับอย่างเย็นชา
“ไม่เอาน่ารู้ๆกันอยู่ว่าดวงของฉันมันยอดเยี่ยมที่สุดใน3โลก ไม่มีทางหรอกที่ฉันจะไมได้ครบ3ใบ”
[เหรอ?]
“ทำไมแกเหมือนจะเยาะเย้ยฉันกันคอยดูได้เลยว่าฉันจะได้รับการ์ดเทพๆมาเสริมพลังตัวเองยังไง ฮ่าๆ เอาล่ะ สุ่มเลยใช้งานการ์ดปริศนาได้”
[โฮสต์ใช้งานการ์ดปริศนาเริ่มทำการสุ่มการ์ดทักษะ]
ในตอนนั้นการ์ดปริศนาในมือของเทวาก็เปล่งแสงว่างและเปลี่ยนหน้าการ์ดไปมาจนสายตามองไม่ทันเทวาเริ่มรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวังอย่างมาก การ์ดทักษะระดับตำนานต่อให้เป็นการ์ดอะไรมันก็มีค่ามากขึ้นชื่อว่าตำนานมันย่อมต้องแข็งแกร่ง
แสงสีของการ์ดปริศนาเริ่มอ่อนจางและการสลับหน้าการ์ดก็เริ่มช้าลง
หัวใจของเทวาตื่นเต้นมาก
เขาเผลอกำมือของตนเองแม้ว่าเขาจะมีความใจเย็นมากแค่ไหนแต่สำหรับผีพนันแล้วมันแก้ได้ยากการเสี่ยงดวงคือความตื่นเต้น
[ดริ้ง]
[โฮสต์ได้รับการ์ดทักษะทำอาหารระดับตำนาน]
[ขอแสดงความยินดีด้วยนี่คือการ์ดทักษะที่แข็งแกร่งมาก ระบบต้องขอยอมรับว่ามันยอดเยี่ยมเหมาะสมกับโฮสต์อย่างแท้จริงโปรดใช้งานอย่างมีความสุขและของให้มีแต่ความสุข]
มีความสุข?
มีความสุขบิดาเอ็งสิ!!!
จะอยู่ไม่ได้เลยหรือไงหาไม่ได้ซ้ำเติมเขา?
เทวาเป็นใบ้โดยสมบูรณ์ตอนนี้ภาพเหตุการณ์หนึ่งผุดขึ้นในหัวของเขาโดยอัตโนมัติเขาราวกับกำลังเห็นตนเองนอนอยู่ในโรงพยาบาล มันเป็นช่วงที่เขาเพิ่งจะหลุดมาจากคุกมืดในเขต12ในตอนนั้นเขาก็สุ่มทักษะเช่นนี้และเขาก็ได้รับทักษะระดับSที่แข็งแกร่งที่สุด...ทำอาหาร
แต่เทวาไม่ต้องการ!
ทำอาหารแค่ระดับSก็เพียงพอแล้วจะมาถึงระดับตำนานหาพระแสงเลเซอร์อะไรจะให้เขาเป็นเชฟระดับจักรวาลให้ได้เลยหรือไง? นี่มันตลกสิ้นดี! เทวารู้สึกว่าระบบล้อเล่นกับเขาอยู่ ยิ่งเขาคิดมากกับเรื่องนี้เขาก็คิดว่าระบบกำลังหักหลังเขาอย่างแน่นอนไม่อย่างนั้นเขาจะไม่มีทางได้ทักษะเช่นนี้มาหรอก
เทวาเศร้าใจเขาทรุดลงแล้วนั่งทำใจ
[คิดมากทำไมทักษะนี้มีไว้ไม่อดตายแน่นอน และด้วยมันเป็นทักษะรดับตำนานมันย่อมเป็นอาหารที่เลิศรสอย่างแน่นอน]
“หุบปาก!”
หลังจากนั้นหนึ่งวันเทวาจึงทำใจได้และเดินต่อเขาไม่มีรู้ทิศทาง ไอเท่มระบุทิศทางต่างๆก็ใช้ไม่ได้นี่ทำให้เขาแค่เดินทางเป็นเส้นตรงไปเรื่อยๆอย่างเอื่อยเฉื่อย
เดินทางไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน1วัน 10วัน 1เดือน หรือว่าหลานเดือน เทวาไม่อาจระบุได้แน่ชัดถึงเวลาที่ผ่านไปมันราวกับมีบางสิ่งบางอย่างรบกวนการรับรู้เรื่องเวลาแม้แต่เอานาฬิกามาจับเวลาก็ยังทำไม่ได้ นี่ทำให้เทวาล้มเลิกที่จะนับเวลาในนี้แล้ว
ต่อมาเขาก็ต้องหยุดเพราะว่าเบื้องหน้าของเขาปรากฏภาพมายากลางอากาศขนาดใหญ่อันหนึ่งเทวาจ้องมองและคิดว่ามันดูคุ้นเคยกับเขาอย่างมาก
“นี่มันเหตุการณ์ในครั้งนั้น...”เทวาพึมพำ
ภาพมายาที่เขาเห็นนั้นคือภาพของเขาที่กำลังสวมใส่ชุดนักเรียนหัวเกรียนกำลังจะไปโรงเรียนการแต่งกายของเขาไม่สุภาพนักแต่ก็ยังถือว่าไม่หลุดความเป็นนักเรียน เขาไม่ใช่นักเรียนที่ดีแต่ก็ไม่ใช่นักเรียนที่เกเรชอบโดดเรียนใช่แล้ว ภาพนี้คือภาพเหตุการณ์ในช่วงชีวิตของเทวา ไม่สิ ชื่อเดิมของเขาคือสมพงศ์
มันเป็นภาพเหตุการณ์ของเขาเอง
เทวาจ้องมองมันราวกับกำลังรำลึกถึงความหลัง
เทวาดูได้สัพพักก็เดินต่อเพราะภาพเลือนหายไปเขาเห็นภาพอีกครั้งก็หยุดดู คราวนี้เขาเห็นตัวเองกำลังร้องไห้มันเป็นการร้องไฟ้ครั้งที่สองที่หนักหนามาก ครั้งแรกเพราะว่าพ่อแม่ของเขาจากไปครั้งนี้คือครั้งที่สอง มันเป็นเพราะว่าเขาโดนหักอกโดยเด็กหญิงที่เขารักมาก
มันเป็นความรักตั้งแต่ปฐมศึกษายาวมาถึงตอนม.ต้น
เทวายกยิ้มเล็กน้อยและคิดกับตนเองว่า
‘ตอนนั้นฉันเสียใจเป็นบ้าเป็นหลังเลยนี่นาถึงกับขาดเรียนไปเลย’
เขาเดินต่อไปก็เห็นภาพอีกครั้งครั้งนี้คือการร้องไห้ครั้งแรก ในวัยเด็กของเขานั้นเขากำลังยืนร้องไห้อยู่หน้าโลงศพของพ่อแม่เขาเสียใจมากถึงขนาดกินไม่ได้นอนไม่หลับเป็นเดือนๆ นอกจากพ่อแม่แล้วเขาไม่มีใครอีกเขาอยู่คนเดียวตั้งแต่เด็ก คิดดูละกันว่าเด็กคนหนึ่งต้องใช้ชีวิตลำพังจนเติบโต...
มันเป็นชีวิตที่ลำบากพอสมควรเลย
ต่อมาเทวาก็เห็นภาพในอดีตของตัวตนจริงๆของเขามากมายภาพที่กอดพ่อแม่ในวัยเด็ก ภาพที่ทะเลาะกับเพื่อนร่วมห้อง ภาพที่ต้องวิ่งหนีสุนัขเล่นซนที่โรงเรียนหรือแกล้งคนอื่น
เขาอดไม่ได้ให้ยิ้มขึ้นเมื่อเห็นภาพเหล่านั้น
จนเมื่อเดินมาได้สักพักเขาก็เห็นภาพที่เป็นของเทวา
แน่นอนว่ามันเป็นภาพที่เขามาถึงร่างนี้แล้วภาพที่เขาต้องดิ้นรนเอาตัวรอดในเมือง ภาพที่ต้องวิ่งหนีหมาป่ายามออกล่าเพื่อหาเงินและมันก็เป็นครั้งแรกที่เทวาได้รับระบบมาด้วย
“นี่คือตอนที่ฉันได้รู้จักกับแกใหม่ๆตอนนั้นบอกตามตรงว่าฉันกับแกกัดกันอย่างกะหมา”
[แน่นอนว่าโฮสต์คือหมา?]
“แกน่ะสิหมา”
“นี่คือช่วงที่ฉันต้องนอนกลางดินกินหลางทรายในป่ามันทำให้นิวัยของฉันเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลยทีเดียวการอยู่ในป่านานๆมันก็น่ากลัวเหมือนกัน จนถึงตอนนี้ฉันถึงได้รู้ว่าป่าน่ากลัวแค่ไหนหากอยู่ในนั้นนานๆก็อาจกลายเป็นบ้าได้”
“อ่าฮะนี่คือตอนที่ฉันเจอกับลุงซีโร่ครั้งแรก บอกตามตรงว่าฉันโคตรปลื้มลุงจริงๆหากฉันเป็นผู้หญิงนะฉันคิดว่าฉันคงต้องโยนตัวเองไปให้กับลุงนี่แน่ๆคนอะไรจะเท่เบอร์นั้น”
[หลังจากออกจากที่นี่ก็ลองทำดูสิ]
“ถุยฝันไปเถอะ ฉันไม่ได้เบี่ยงเบนนะเฟ้ย!”
“เอิ่ม...นี่คือตอนที่ฉันขโมยชั้นในของผู้หญิงเพราะภารกิจบ้าๆของแกมันเป็นตอนที่ฉันโคตรเกลียดและอยากตื้บแกให้เละ”
[ความจริงแล้วชอบมากไม่ใช่เหรอเห็นดมกางเกงในผู้หญิงซะเต็มแรงราวกับมันเป็นยาดม]
“ดมกับป้าแกสิฉันทำตอนไหนฟะเดี๋ยวปั๊ด!”
“ซายูริตอนนั้นน่ารักมากยังเป็นแค่ดอกไม้ที่ยังไม่บานเต็มที่ ดูไร้เดียงสาน่ารักมาก เอ๊ะ! แล้วนั่นก็อายาเนะเธอดูสูงส่งสง่างามและมีกิริยาเรียบร้อย แต่เพราะยังไม่มีประสบการณ์ความรักยิ่งทำให้เธอน่ารักน่าเอ็นดู”
“คาเรนตอนนี้น่ารักมากเธอชอบทานอาหารมากๆและถึงกับต้องให้ฉันรับผิดชอบเธอทั้งๆที่เพิ่งเคยเจอกันแต่ก็อย่างว่า มันอาจจะเป็นโชคชะตาของเราสองคนก็เป็นได้ หากเธอไม่ได้รุกฉันขนาดนั้นฉันกับเธออาจจะเป็นแค่คนแปลกหน้าก็เป็นได้อืม...ฉันยังรู้สึกหน้าสั่นๆอยู่เลยเมื่อคิดถึงตอนที่เธอต่อยฉันซะเดี้ยง”
“บรรณารักษ์สาวสวยที่สะกดสายตาของฉันตั้งแต่แรกเห็นเหมยคือผู้หญิงที่ดูเป็นผู้ใหญ่ที่สุดแต่ก็ชอบโชว์เรือนร่างล่อลวงฉันอยู่บ่อยๆเธอเป็นสาวงามอย่างแท้จริง”
“นี่คือสงครามครั้งใหญ่ครั้งแรกของฉันหลังจากที่ต่อสู้กับเซบาสเตียน นี่ทำให้ฉันได้รับรู้ถึงโปรตอสและราชวงศ์โอลิมปัสและมันเป็นครั้งแรกที่ฉันได้รู้จักกับวิคตอเรีย...เธอเป็นสาวที่มีความหนักแน่นมั่นคงจิตใจของเธอมุ่งมั่นอย่างมาก เธอเป็นสาวแกร่งที่สุดเท่าที่ฉันเคยรู้จัก”
เทวายิ้มเมื่อจ้องมองภาพเหล่านั้น
แต่ความเศร้าก็กระจายในแววตาของเขา
นั่นเพราะว่าตอนนี้เขาไม่สามารถไปหาพวกเธอได้
“ความเหงามันทำให้ฉันอยากกอดใครสักคนโดยเฉพาะคนที่ฉันรัก”
เทวาส่ายศีรษะและเดินต่อไป
...............................................