ตอนที่ 22 แสดงตามบทบาท
เอี้ยก้วยลองหลับตา ใช้ประสาทส่วนอื่นรับรู้สิ่งต่างๆทั้งหมดแทน แล้วใช้จมูกสูดกลิ่น จะได้พิสูจน์ว่าเป็วิชามายา ชนิดหลอนประสาทจากกลิ่นของดอกไม้มายารึป่าว เพราะถ้าสูดกลิ่นแล้ว วิชามายารุนแรงขึ้น แสดงว่าต้องเกิดจากกลิ่นที่ใช้สร้างภาพมายาเป็แน่
แต่ถ้าเกิดสูดกลิ่นแล้วไม่มีการเปลี่ยนแปลงความรุนแรงของภาพมายาเพิ่มขึ้น แสดงว่าต้องเกิดจากการถูกวิชามายาชนิดอื่นเล่นงานแทน
ซึ่งหลังจากลองทดสอบประสาทรับกลิ่นทางจมูกดู ปรากฏว่าภาพมายาไม่มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น จึงสามารถตัดไปได้ข้อนึงทันที
จากนั้นเอี้ยก้วยตั้งสมาธิในการรับฟัง เสียงรอบข้างต่างๆ เพราะภาพมายาจะไม่สามารถทำให้เกิดเสียงดังขึ้นมาได้ นอกเสียว่าจะเป็สัตว์อสูรมายาตัวจริงที่เคลื่อนไหวอยู่เท่านั้นเอง หลังจากตั้งใจฟังเสียงรอบข้างเป็เวลานาน กลับไม่ได้ยินเสียงอะไรซักนิดเดียว
จึงคาดว่าสัตว์อสูรตัวนี้ต้องมีความฉลาดระดับนึงเลยทีเดียว ซึ่งถ้าสัตว์อสูรฉลาดแบบนี้ ถ้ารู้ว่าตัวเองหลุดจากวิชามายาได้ ย่อมต้องไม่โผล่ออกมาเป็แน่
แม้การใช้วิชามายาอย่างต่อเนื่อง จะสิ้นเปลืองพลังอย่างมากแต่สำหรับสัตว์อสูรที่มีระดับสูง การสร้างภาพมายาได้นานเป็ครึ่งค่อนวัน หรือเป็วันก็สามารถทำได้เช่นกัน
ซึ่งเอี้ยก้วยเดาว่า สัตว์อสูรน่าจะรอเหยื่อให้อ่อนแรงก่อน จึงจะโผล่ออกมา
ซึ่งถ้าเป็อย่างงั้นเอี้ยก้วยก็จะเล่นไปตามบทบาทที่สัตว์อสูร้า
ถ้าเอี้ยก้วยปล่อยไว้เรื่อยๆจนกว่าสัตว์อสูรโผล่ออกมาคงไม่ดีแน่ จึงไม่อยากเสียเวลานานขนาดนั้น
ตอนนี้เอี้ยก้วยตัดสินใจลืมตาขึ้น แล้วแกล้งเดินต่อไปเรื่อยๆในภาพมายาที่ไม่มีสิ้นสุด จากนั้นก็เจอทุ่งหญ้าเขียวขจี มีต้นไม้ที่มีผลไม้อยู่เต็มต้นด้านหน้า ซึ่งดูจากรูปร่าง สีสันของผลไม้แล้ว ช่างดูน่าเอร็ดอร่อยรับประทานอย่างมาก
เอี้ยก้วยที่พึงระลึกเสมอว่าผลไม้พวกนี้ คือผลไม้พิษอย่างแน่นอน โดยสัตว์มายา้าหลอกล่อเราให้กินผลไม้พิษ เพื่อจัดการเราทันทีที่ติดพิษเรียบร้อย
เอี้ยก้วยที่รู้ตัวอยู่ก่อนแล้ว จึงคาดเดาได้ไม่ยากจากการกระทำของสัตว์อสูร ซึ่งเป็วิธีนึงที่สัตว์อสูรสายมายา จะสร้างภาพมายาแล้วเล่นงานคู่ต่อสู้ด้วยพิษบางอย่าง เพราะสัตว์อสูรมายาจะไม่เข้ามาจัดการเหยื่อด้วยตัวเอง แต่จะใช้วิธีนี้ซะส่วนใหญ่เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง นอกเสียจากว่าจะมีสัตว์อสูรมายาที่มั่นใจในตัวเองอย่างมากเท่านั้น
จึงตัดสินใจหยิบผลไม้พิษขึ้นมากิน เพื่อแสดงตามบทบาทต่อไป จากนั้นจึงแอบหยิบยาแก้พิษของพวกเด็กทั้งห้าที่เตรียมไว้เข้าป่าที่อยู่ในแหวนมิติออกมากินควบคู่กันไป
จากนั้นหลังกินเสร็จซักพัก ก็ล้มลงเหมือนติดพิษขึ้นมาจริงๆ
ผ่านไปสักพัก เอี้ยก้วยที่นอนแน่นิ่งอยู่ แต่เพ่งประสาทััส่วนอื่นเต็มที่ เพื่อจะลอบสังเกตุสิ่งรอบข้าง แล้วให้สัตว์อสูรที่อยู่ในห้วงจิติญญาคอยสังเกตุการเปลี่ยนแปลงสิ่งที่เกิดขึ้นด้วย
สักพักก็มีจิ้งจอกตัวใหญ่โผล่ออกมา เป็จิ้งจอกสามตานั่นเอง โดยตาที่สามของมันจะสร้างภามายาระดับสูงจากระยะไกลได้ จึงยากที่จะตรวจพบนี้เอง
หบังจากประเมินแล้วจึงจัดจิ้งจอกสามตาตัวนี้เป็สัตว์ระดับเงิน 8 เลยทีเดียว
จิ้งจอกสามตาค่อยๆเดินเข้ามาใกล้เอี้ยก้วยเรื่อยๆ ทันทีที่เข้ามาถึงระยะประชิดได้ เอี้ยก้วยเริ่มขยับตัวใช้ะุลม จู่โจมเข้าใส่จิ้งจอกสามตาทันที
จิ้งจอกสามตาที่คาดไม่ถึงว่าเหยื่อของมันที่กินผลไม้พิษเข้าไปแล้วจะสามารถขยับตัวได้อีก แต่ด้วยความเร็วของจิ้งจอกสามตาจึงหลบได้อย่างฉิวเฉียด
เอี้ยก้วยที่รู้ทันทีว่าจิ้งจอกสามตาสามารถหลบได้ จึงพุ่งเข้าใส่เพื่อต่อสู้ระยะประชิดทันที
จิ้งจอกสามตาที่ตอนนี้ประหลาดใจมาก ไม่นึกว่าจะมีมนุษย์ที่ไหวตัวเื่ภาพมายาของตนเองได้ทันมาก่อน จึงเริ่มใช้วิชามายาอีกรอบในระดับสูงขึ้น ตาที่สามบนหน้าผากจิ้งจอกสามตาเริ่มเปล่งแสงออกมาอย่างรุนแรง
แต่มันไม่ได้ผลสำหรับเอี้ยด้วยตอนนี้ที่ต่อสู้โดยไม่ต้องใช้สายตามองก็ได้ จึงทำให้ภาพมายาที่ปรากฏเบื้องหน้าไม่สามารถหลอกเอี้ยก้วยได้อีกต่อไป