อันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก

บทที่ 196 คืนสนองทันควัน

บทที่ 196 คืนสนองทันควัน




​อี้ฉางที่กำลังรอชมความพินาศ หารู้ไม่ว่าตอนนี้ตนเองต่างหากที่กำลังจะได้ประสบมันก่อนแล้ว ไม่รู้หรอกว่าซูหยวนจะรับมือกับจ่าฝูงวานรลมกลายพันธุ์ได้หรือไม่ ทว่า...ตัวเขาเองต่างหากที่ไม่สามารถรับมือกับมัจจุราชที่กำลังเอื้อมมือมาถึง!




​ข้างนอกกระโจม ร่างของราชาหนูขาวลายทองปรากฏตัวขึ้น มันส่งสัญญาณให้องค์รักษ์ของตนเองเข้าไปข้างในกระโจม เริ่มจากการทำลายอุปกรณ์ของอีกฝ่าย เพื่อไม่เปิดโอกาสให้ทางนั้นโจมตีกลับ ซึ่งเรื่องนี้เป็นแค่เรื่องง่ายๆเท่านั้น อาวุธของเขาถูกวางเอาไว้อีกฝั่งหนึ่ง เนื่องจากเขาถูกจับให้กลับมาที่กระโจมเพื่อรอรับคำสั่งลงโทษต่อไป ดังนั้นการปลดอาวุธจึงเป็นเรื่องปกติ




“จี๊ด!!” เสียงของหนูขาวร้องดังขึ้นข้างในกระโจม ทำให้อี้ฉางที่กำลังคิดวางแผนในใจกระโจนขึ้นที่สูง สัญชาตญาณของเขาสั่งให้รีบไปคว้าอุปกรณ์คู่กายมาถือไว้ ร่างของชายวัยกลางคนจึงโผออกจากเตียงที่พักแล้วไปยังส่วนเก็บอาวุธ โดยที่ข้างนอกนั้นมีทหารเฝ้าระวังอยู่




​เมื่อเห็นว่าอดีตหัวหน้าหน่วยอี้วิ่งออกมาหยิบอาวุธไปเช่นนั้น พวกเขาก็ขมวดคิ้วแล้วยกอาวุธของตนเองขึ้นทันที เป็นสัญญาณว่าถ้าทางนั้นคิดจะต่อต้านคำสั่ง เช่นนั้นก็ต้องสู้เป็นตายกับพวกเขาก่อน




​แน่นอนว่าอี้ฉางไม่ได้ต้องการสร้างปัญหาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ เขาจึงรีบพูดถึงความผิดปกติที่ตนเองพบเจอออกไป




“มีสัตว์กลายพันธุ์อยู่ที่นี่! ฉันได้ยินเสียงของหนูขาวกลายพันธุ์”




“หัวหน้าอี้ ที่นี่จะมีสัตว์กลายพันธุ์ได้ยังไงครับ ไม่ต้องพูดถึงหนูขาวกลายพันธุ์ที่ปกติอยู่เขต C เลย ต่อให้เป็นพวกกลายพันธุ์จากเขต F ก็เข้ามาในพื้นที่ของพวกเราไม่ได้อยู่แล้วครับ ขอให้หัวหน้ากลับเข้าไปพักผ่อนในกระโจมด้วยครับ พวกเราไม่อยากจะต้องใช้แรงเพื่อควบคุมท่านนะครับ” พลทหารที่อยู่ด้านหน้าพูดอย่างใจเย็น




​หัวหน้าอี้คนนี้ ถ้าอยากจะมีข้ออ้างก็ช่วยพูดข้ออ้างที่มันสมเหตุสมผลหน่อยเถอะ อยู่ๆก็บอกว่าเจอหนูขาวกลายพันธุ์เนี่ย...คิดว่าพวกเขากินซากกลายพันธุ์เป็นอาหารหรือไง? ต่อให้พวกเขามีฝีมือไม่เทียบเท่ากับหัวหน้าอี้ แต่ก็ยังแยกแยะอะไรถูกผิดได้อยู่




​การที่หัวหน้าอี้ออกคำสั่งที่ผิดพลาด ถ้าเป็นสถานการณ์ปกติคงจะไม่ถูกปลดเช่นนี้ ทว่า...คำสั่งที่ผิดพลาดนั้นกลับทำให้พลธนูที่ออกไปทำภารกิจพิเศษต้องบาดเจ็บและเกือบเอาชีวิตไม่รอด แทนที่เขาในฐานะหัวหน้าจะปกป้องลูกน้องยิ่งกว่าใครๆ กลับเป็นคนสั่งให้โจมตีสวนกลับไปโดยไม่สนใจด้วยซ้ำว่าลูกน้องที่ออกไปทำภารกิจเสี่ยงตายเพื่อกองทัพจะเป็นหรือตาย




​ความใจดำเช่นนี้ต่างหากที่ทำให้เขาถูกจับมาไว้ที่นี่ ต่อให้จะปล่อยเขาไปออกคำสั่งบนกำแพงต่อไป ก็มีแต่จะทำให้พวกพลธนูสงสัยในคำสั่งเท่านั้น เพื่อสร้างความเชื่อมั่นกลับมา จึงปลดเขาและปล่อยให้ทหารพิเศษอันรับหน้าที่แทน




​สถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานเช่นนี้ คำสั่งที่เด็ดขาดของผู้นำฐานเรียกว่ายอดเยี่ยมจริงๆ เมื่อเทียบกันแล้ว...พวกเขาในฐานะลูกน้องเหมือนกัน ไม่ชอบที่สุดก็คือหัวหน้าประเภทนี้




“นี่พวกนายคิดว่าฉันพูดจาไร้สาระงั้นหรอ ฉันแค่ถูกปลดจากตำแหน่งหัวหน้าชั่วคราว ไม่ได้แปลว่าจะลืมตาอ้าปากไม่ได้นะ อย่ามาทำแบบนี้ต่อหน้าของฉัน ไม่อย่างนั้นถ้าทุกอย่างจัดการเสร็จแล้ว พวกนายจะเป็นพวกแรกที่ถูกฉันสั่งลงโทษ!!”




“หัวหน้าอี้ เรื่องนี้คุณเข้าใจผิดไปแล้วครับ พวกเราไม่ได้จะต่อว่าอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งใดที่คุณพบเจอ ตราบเท่าที่ไม่ใช่คำสั่งของผู้นำ พวกเราก็ปล่อยให้คุณออกมาไม่ได้ครับ เชิญกลับเข้าไปในกระโจมด้วย แล้วก็ทิ้งอุปกรณ์เอาไว้ที่นี่...”




“แก!! ได้ จำเอาไว้ว่าพวกแกทำกับฉันยังไง!!” อี้ฉางโกรธมาก เขาจะรับมือกับการปฏิบัติแบบนี้ได้ยังไง เขากระฟัดกระเฟียดเดินกลับไป ลืมแม้แต่เรื่องที่มีเสียงของหนูขาวกลายพันธุ์ดังขึ้นในกระโจมตนเองไปแล้วด้วยซ้ำ




​อย่างไรก็ตาม การก่อกวนของราชาหนูขาวลายทองไม่ได้จบแค่นั้น เมื่อเห็นว่าอี้ฉางกลับเข้ามาใหม่ พวกราชาหนูก็เล่นสนุกต่อไป




​ครั้งนี้มันไม่ได้แค่ส่งเสียงร้องเท่านั้น แต่ยังวิ่งผ่านหน้าของอี้ฉางจนทำให้เขาตกใจลุกพรวดขึ้นมา วิ่งออกไปหยิบอาวุธของตนเองอีกครั้ง!




“เป็นหนูขาวกลายพันธุ์! ฉันเห็นมันอีกแล้ว!”




“หัวหน้าอี้ ถ้าคุณยังไม่หยุดก่อกวน พวกเราจะแจ้งเรื่องนี้ให้ท่านผู้นำแล้วจับคุณมัดนะครับ!” เมื่อเห็นว่าอี้ฉางวิ่งออกมาหยิบอาวุธอีกครั้ง ทหารทั้งสองก็ตวาดเขากลับไป




​เข้าใจแล้วว่าอี้ฉางคนนี้ต้องการจะสร้างปัญหา ตอนนี้พวกเขาแค่ฟังข่าวเกี่ยวกับการต่อสู้ด้านหน้ากำแพงทิศเหนือก็เครียดพออยู่แล้ว เจอการก่อกวนของอี้ฉางเข้าไป ย่อมไม่สามารถเก็บอารมณ์ตนเองได้




“อะไรนะ? จะจับฉันมัดงั้นหรอ? ใครให้ความกล้านี้กับพวกแก!!” อี้ฉางไม่ได้มีเจตนาจะก่อกวน เขาเห็นหนูขาวประหลาดๆวิ่งผ่านหน้าไปจริง ดังนั้นจึงได้รีบออกมาเอาอาวุธ คิดไม่ถึงว่าจะถูกทหารปลายแถวด่าซ้ำไปซ้ำมา แถมยังขู่ว่าจะมัดเขาเอาไว้ด้วย




​ท่าทางของอี้ฉางตอนนี้กำลังเดือดจัด เขาไม่เก็บออร่าพลังงานเอาไว้ด้วยซ้ำ ต้องการปลดปล่อยมันออกมาเพื่อข่มขู่ทหารทั้งสองคน




“หัวหน้าอี้ คุณคิดจะทำอะไร!”




“เหอะ! ฉันต้องถามพวกแกว่าคิดจะทำอะไรกันแน่!” อี้ฉางอดทนมานานแล้วกับการโดนดูหมิ่นเช่นนี้ วันนี้อะไรๆก็ไม่เป็นไปตามใจคิดเลย ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการอดทนอีกต่อไป




​ไม่ใช่ว่าเขาไม่กลัวจะได้รับโทษทางวินัยทหาร แต่...ด้วยความมั่นใจของเขา ฐานทัพนี้จะต้องถูกทำลาย อีกไม่นานก็จะมีสัตว์กลายพันธุ์บุกเข้ามา เช่นนั้น...เขาก็แค่โทษว่าสองคนต้องตายเพราะสัตว์กลายพันธุ์บุกรุกก็ได้แล้วไม่ใช่หรือ?




“หัวหน้าอี้!! อั่ก!!” ไม่ทันได้พูดจบประโยค ทหารคนหนึ่งก็ถูกอี้ฉางจัดการในครั้งเดียว




​แม้เขาจะเป็นพลธนูผู้หนึ่ง ทว่าทักษะในการเอาตัวรอดและค่าพลังงานของเขาก็มากกว่าทหารทั่วไปที่ทำหน้าที่เฝ้าระวังสองคนนี้อย่างแน่นอน ดังนั้น...เมื่อต้องเผชิญหน้ากันจริงๆ อาศัยแค่ค่าพลังงานมากกว่าก็กดข่ม สังหารทหารทั้งสองคนได้ไม่ยากแล้ว




“ถุย! บทลงโทษที่พวกแกกล้าเยาะเย้ยฉันซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็มีแค่ความตายนี่แหละถึงจะเหมาะสม!” อี้ฉางถมน้ำลายใส่ทหารทั้งสองคน หลังจากที่เขาสะพายธนูเอาไว้บนหลัง ก็ลากทหารทั้งสองคนเข้าไปในกระโจมของตนเอง อำพรางไม่ให้ศพถูกเจอง่ายดายเกินไป




​เมื่อเสร็จแล้ว เขาก็ซ่อนตัวเอง ค่อยๆเคลื่อนที่ไปใกล้กำแพงทางทิศใต้ให้ได้มากที่สุด เนื่องจากที่นั่นไม่ค่อยมีทหารมากนัก อีกทั้งเวลานี้...คนของเขาก็น่าจะราดสารดึงดูดสัตว์ร้ายไปแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องหนีออกจากฐานทัพก่อน เพราะสุดท้ายเมื่อฐานทัพถูกทำลาย ทหารข้างในจะกระจัดกระจายหนีตายไปรอบๆก็ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร




​เวลานั้นเขาค่อยกลับมาแล้วบอกว่าตัวเองก็เป็นคนหนึ่งที่หนีตายไปตอนฐานถูกทำลายกำแพงทั้งสองฝั่ง เช่นนี้ก็จะไม่ถูกลงโทษแล้ว




“จี๊ด!” ในระหว่างนั้นเอง อี้ฉางที่ลืมตัวตนของหนูขาวกลายพันธุ์ไปแล้วก็ผงะเล็กน้อย เสียงที่คุ้นหูดังขึ้นอีกครั้ง เขาหันไปมองด้านหลังก้อนหินที่ตัวเองกำลังซ่อนตัวอยู่ด้วยความตกใจ




​ซู่...ติ๋ง ติ๋ง ติ๋ง...




​ไม่ทันได้คาดคิด จู่ๆอี้ฉางก็ได้เห็นรอยยิ้มแสยะของหนูขาวตัวใหญ่ พร้อมๆกับที่มันเปิดขวดใส่น้ำยาบางอย่างค่อยๆราดมาที่ใบหน้าของเขา ชโลมไปทั่วทั้งร่างจนกระทั่งหยดสุดท้าย




“จี๊ด จี๊ด” เมื่อเห็นว่าตัวของเขาชุ่มไปด้วยน้ำแล้ว หนูขาวตัวใหญ่นั้นก็แสดงท่าทางรังเกียจใส่เขา แล้วก็กระโจนหนีออกไปในตอนที่เขายังตั้งตัวไม่ทันด้วยซ้ำ




​ฟึดๆ




​อี้ฉางดมกลิ่นที่คุ้นเคยก่อนจะอ้าปากค้างด้วยความตกใจอีกครั้ง! ปรากฏว่าเจ้าหนูขาวเมื่อครู่นั้น แท้จริงแล้วเป็นหนูปีศาจใช่ไหม? มันไม่เพียงดูเหมือนจะมีสติปัญญาสูงเท่านั้น ยังคิดจะฆ่าเขาให้ตายด้วย!




​สิ่งที่มันราดลงมา ไม่ใช่สารดึงดูดสัตว์ร้ายหรอกหรือ? เหมือนกับที่เขาสั่งให้คนของตนเองเอาไปราดบนกำแพง สิ่งนี้มีกลิ่นเหมือนกันไม่ผิด!




​ตอนนั้นเอง อี้ฉางถึงจะเริ่มรู้สึกตัว ตั้งแต่แรกจนถึงตอนนี้...แท้จริงแล้วเป็นแผนการของเขาที่ย้อนคืนกลับมา! จากที่คิดจะส่งอันซูหยวนไปทำภารกิจกับคนที่ไม่ชอบตนเอง เขาก็ได้เจอทหารที่ควบคุมกระโจมที่มีอคติต่อเขา สุดท้ายมีปากเสียงจนเขาต้องลงมือฆ่าอีกฝ่ายให้มีความผิดติดตัว




​ถ้าโชคร้ายถูกตรวจสอบเจอ เช่นนั้นเขาก็จะมีโทษทางทหารอย่างรุนแรง ไม่ใช่แค่ตัวเขาเท่านั้นที่จะเดือดร้อน แม้แต่ครอบครัวอี้ของเขาก็จะเจอกับภัยอันรุนแรงไปด้วย!




​จากนั้น เจ้าสัตว์กลายพันธุ์ที่มาก่อกวนและพยายามจะสร้างปัญหาให้เขา ก็เหมือนกับจ่าฝูงวานรกลายพันธุ์ที่เขาปลดปล่อยมันมาเพื่ออันซูหยวนโดยเฉพาะ หนูขาวกลายพันธุ์พวกนี้...อาจจะเป็นของนังเด็กสารเลวนั่นที่ต้องการคืนสนองต่อเขาก็ได้




​ที่แย่ที่สุดก็คือสารดึงดูดสัตว์ร้ายที่เขาอุตส่าห์แอบวางแผนลับหลัง มันกลับใช้ให้หนูขาวเอามาราดที่ตัวของเขา หลังจากนี้...ต่อให้เขาพยายามจะหนีสักแค่ไหน เว้นเสียแต่จะมีบ่อน้ำขนาดใหญ่ให้ทำความสะอาด เขาก็ไม่มีทางหนีพ้นจากพวกกลายพันธุ์ได้เลย!




​แผนที่ตั้งใจว่าจะหนีออกไปจากกำแพง เวลานี้ต้องคิดเสียใหม่ อีกอย่าง...ถ้ากำแพงถูกทำลายลง คนที่จะเป็นเหยื่อล่อสัตว์กลายพันธุ์คนต่อไปก็คือเขา!




​ถึงเขาไม่อยากจะเชื่อว่านี่เป็นฝีมือของเด็กอันซูหยวนคนนั้น ทว่า...เวลาคนใกล้ตายจะได้เห็นภาพย้อนอดีต ตอนนี้เขาเป็นเช่นนั้นเลย ยิ่งเห็นภาพย้อนมากเท่าไร ก็ซ้อนทับกับคำสั่งของเขาทั้งหมดราวกับคัดลอกแล้วกดวาง




“กะ แก แก!!” ตัวของอี้ฉางสั่นเทาด้วยความโกรธ เขาไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรจะทำอย่างไรดีแล้ว หากยังอยู่ในฐานต่อไป ก็แค่ยื้อเวลารอจนกว่าฐานจะพังเท่านั้น แต่ถ้าหนีออกจากฐานทัพเวลานี้ เขาก็จะเป็นแค่เหยื่อล่อให้พวกกลายพันธุ์ไล่ตามไปก็เท่านั้น




​ตอนนี้ทางรอดของเขาหลังจากถูกสารดึงดูดสัตว์ร้ายก็คือการที่ต้องช่วยรักษากำแพงของฐานทัพเอาไว้จนกว่าจะผ่านไป 4 ชั่วโมง เวลานั้นฤทธิ์ของสารดึงดูดสัตว์ร้ายจึงจะหมดไป แต่...นั่นก็เท่ากับช่วยฐานทัพเอาไว้แล้ว เพราะอย่าลืมว่าผู้บัญชาการได้แจ้งศูนย์ใหญ่เพื่อขอหน่วยฉุกเฉินมาช่วยเหลือ ตอนนี้ที่ต้องทำก็คือการแข่งกับเวลาเท่านั้น




​ซึ่งถ้าหน่วยสนับสนุนมาช่วยกองทัพไว้ได้จริงๆ เขาก็ไม่ใช่จะมีทางรอด!




​การฆ่าทหารไปสองคน อีกทั้งศพก็ยังอยู่ในกระโจมของเขาเป็นหลักฐานชั้นดีที่ทำให้เขาดิ้นไม่หลุด ตอนนี้...ไม่ว่าจะเลือกทางไหน อี้ฉางก็มีแค่ความตายเท่านั้นที่รออยู่!




“นังเด็กสารเลว แค้นนี้ฉันจะให้ตระกูลอี้ตอบแทนแกแน่นอน!” อี้ฉางไม่มีทางเลือกอื่นอีก ถ้ากองทัพจับได้ว่าเขาเป็นคนสังหารทหารสองคนนั้น โทษจะไม่ได้อยู่ที่เขาเพียงลำพัง แต่จะลามไปถึงตระกูลอี้ทั้งหมดด้วย




​เพื่อไม่ให้มีช่องโหว่จัดการ อี้ฉางทำได้แค่พาตัวเองไปเสี่ยงตายข้างนอกเท่านั้น ถ้าเขาสามารถรอดพ้นการโจมตีของสัตว์กลายพันธุ์ได้ 4 ชั่วโมง เขาก็จะรอดตาย




​แน่นอนว่าการตัดสินใจนี้มีโอกาสมากกว่า 70 ส่วนที่เขาจะต้องตาย อี้ฉางได้ทิ้งข้อความไว้ให้คนของตนเองแล้ว แค้นนี้เขาจะไม่ปล่อยให้หายไปพร้อมกับลมหายใจของเขาแน่ นังเด็กสารเลวอันซูหยวนจะต้องถูกล่าหัวโดยตระกูลอี้และกลุ่มดวงตามาร!




​ซูหยวนที่อยู่บนกำแพง ออกคำสั่งให้จัดการฝูงวานรลมกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง จู่ๆก็ยกยิ้มที่มุมปาก คนที่อยู่ใกล้เธอสังเกตเห็น แต่ไม่เข้าใจว่ารอยยิ้มนี้หมายความอย่างไรกันแน่ ถึงอย่างนั้นมันก็ทำให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น เพราะคิดว่าจ่าสิบตรีผู้นี้คิดแผนการดีๆออกแล้ว...




​ตอนนี้ซูหยวนไม่ต่างอะไรกับความหวังของพวกเขา ไม่ว่าเธอจะออกคำสั่งอย่างไร บอกให้ไปซ้าย พวกเขาไม่กล้าไปขวา ขนาดพวกผู้นำก็ยังไม่คิดจะเข้ามาแทรกแซงการทำงานของเธอเลย พวกเขาได้แต่พยักหน้าแล้วสั่งให้หน่วยสนับสนุนทำหน้าที่ของตนเองให้ดีก็เท่านั้น




“ท่านผู้นำครับ ทหารพิเศษสิบนายมาถึงแล้วครับ”




“จริงหรือ? พวกเขามาถึงแล้ว!!” ผู้นำฐานตื่นเต้นมากกว่าใครเมื่อได้ยินข่าวนี้ หัวใจที่รัดแน่นกลายเป็นผ่อนคลายลงมาก




​แค่มีอันซูหยวนที่เป็นทหารพิเศษคนเดียว การรับมือกับศัตรูก็ราบรื่นไปมากแล้ว ถ้าหากยังมีทหารพิเศษอีกสิบคนเล่า เช่นนั้นไม่ได้แปลว่าฐานของพวกเขาถูกรักษาเอาไว้ได้แล้วหรือ?




“เร็วเข้า รีบไปตามพวกเขามา การต่อสู้นี้จะถูกมอบให้พวกเขาจัดการ!”




“เอ่อ ท่านผู้นำครับ คือว่า...”




“คือว่าอะไร? เรื่องเร่งด่วนขนาดนี้ยังจะมาเสียเวลาอยู่ได้หรือ? รีบนำคำสั่งของฉันไปได้แล้ว” ผู้นำไม่เข้าใจเลยว่าผู้รายงานกำลังมีปัญหาอะไร ในเมื่อทหารพิเศษมาแล้ว ก็ให้พวกเขารีบมาช่วยสนับสนุนทหารพิเศษอันไม่ถูกหรือไง




​ทว่า...ผู้รายงานกลับหัวเราะออกมาแห้งๆ ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชิญทั้งสิบคนให้รีบมายังกำแพงทิศเหนือเสียหน่อย แต่เป็นพวกเขาที่ดึงดันจะอยู่กำแพงทิศใต้ที่ไม่มีการต่อสู้ต่างหาก




​ดังนั้นเขาจึงไม่กล้ารับคำสั่งจากคนเป็นผู้นำอีก กลัวว่าถ้ารับคำสั่งไปแล้วพาทั้งสิบคนมาไม่ได้ จะเป็นเขาที่ถูกลงโทษเสียเอง!




 ……………………………

คล้ายกับเรื่องอันซูหยวน : เกมฟาร์มในวันสิ้นโลก ที่คุณอ่าน