“พระชายา ทำไมท่านอ๋องกลับไปไปเร็วนัก ข้าพึ่งทำขนมมายังไม่ทันให้เขาชิมเลย” อินซูซู พูดอย่างเปิดเผย มิได้ปิดบังความ้าของตนเพียงน้อย นางรู้สึกผิดหวังที่ไม่ได้ปรากฏตัวให้เขาเห็น นางมั่นใจว่าหากเขาเห็นนาง นางต้องมีโอกาสได้ยกตำแหน่งตนเองแน่
“ราชกิจท่านอ๋องมีไม่น้อย จะให้อยู่ดื่มชาแต่ในนี้ย่อมเป็ไปไม่ได้” เหม่ยหลินรู้เจตนาของซูซูดี นางมีฐานะดีกว่าตน จะให้มาเป็หญิงรับใช้ของตนนางย่อมยอมไม่ได้แน่ เพียงแต่สิ่งที่นางคิดนั้นมันช่างเป็ไปได้ยากเย็นนัก หวังว่านางจะไม่กระทำสิ่งที่ไม่ควรลงไป
เพียงครู่ เสียงของเหิงเยว่ก็ดังขึ้น “พระชายา กระหม่อมเหิงเยว่ ได้รับพระบัญชาจากท่านอ๋องให้มานำสิ่งนั้นไป…..” เหิงเยว่พูดจบพลันชี้นิ้วไปที่โต๊ะกลางห้อง
เหม่ยหลินมองตามนิ้ว สายตานางไปหยุดที่กาต้มน้ำชา พลันมีคำถามเกิดขึ้นในหัว
“กาน้ำชาหรือ” นางถามอย่างแม่แน่ใจ
เหิงเยว่ไม่รู้จะวางตัวเช่นไร ได้แต่พยักหน้า ‘เขาเป็หัวหน้าทหารองครักษ์ กลับต้องมาขอกาน้ำชา ช่างน่าอายยิ่งนัก’
แม้เหม่ยหลินจะไม่เข้าใจกลับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ยกกาน้ำชาให้แต่โดยดี
“ขอสูตรชงชาด้วยพะยะค่ะ” เหิงเยว่กล่าวหน้าตาย เหม่ยหลินพลันหยุดชะงักและหันกลับไปมองเหิงเยว่ในทันที
“ท่านหมายถึงสูตรชงชากานี้หรือ” เหม่ยหลินไม่แน่ใจว่านางได้ยินถูกหรือไม่
เหิงเยว่ได้แต่สูดหายใจเข้าลึกๆ และพยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ไม่รู้เขาจะหัวเราะหรือร้องไห้กับการกระทำของตนดี
“ท่านอ๋องตรัสว่ายังเสวยไม่อิ่ม พะยะค่ะ” เหิงเยว่กล่าวถึงสิ่งที่ตนได้ยินมาจากท่านอ๋องเอง
'ไม่อิ่ม ใครเขาดื่มชาให้อิ่มกัน?" เหม่ยหลินไม่เข้าใจความคิดของอ๋องลู่เช่นกัน ถึงกระนั้นนางก็ยื่นสูตรชงชาให้เหิงเยว่แต่โดยดี
อินซูซูเห็นเป็โอกาส จึงยื่นขนมให้เหิงเยว่ พร้อมกล่าวอย่างคาดหวัง “ท่านเหิง รบกวนท่านนำขนมนี้ให้กับท่านอ๋องด้วย ข้า….”
“ท่านอ๋องไม่ได้สั่ง” ยังไม่ทันให้อินซูซูกล่าวจบ เหิงเยว่ก็กล่าวตัดบทด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ เขาทำความเคารพพระชายาและเดินจากไป ทิ้งเพียงความขุ่นข้องใจไว้กับอินซูซู
‘เป็เพียงองครักษ์ ยิ่งยโสนัก ซักวันข้าจะทำให้เ้าคุกเข่าให้ข้า’ อินซูซูได้แต่ก่นด่าในใจ ซูซูมั่นใจว่าสักวันนางจะต้องเป็นายหญิงของจวนอ๋องนี้ให้ได้
เหม่ยหลินได้แต่ส่ายหน้าให้กับกิริยาท่าทางเย่อยิ่งเกินงามของนาง หากนางไม่เอ่ยเตือน สักวันอินซูซูจะต้องก่อเื่เดือดร้อนเป็แน่
“ซูซู เ้าอย่าได้คิดทำสิ่งใดที่เกินตัว หากพลาดพลังนำภัยมาถึงตัว เกรงว่าแม้แต่ข้าหรือผู้ใดก็จะไม่สามารถช่วยเ้าได้ อาอย่างนี้ดีหรือไม่ เ้ารออีกนิดเถิด ข้าจะหาลู่ทางให้เ้าได้ใช้ชีวิตที่ดีในผิงอัน จะได้ไม่ต้องมาคอยรับใช้ข้าอีก” เหม่ยหลินกล่าวเตือนด้วยความห่วงใย
“ข้าไม่ไดิคิดจะทำสิ่งใด พระชายาโปรดวางพระทัย” อินซูซูกล่าวหน้าตาย ก่อนจะขอตัวจากไป
‘ใครอยากจะให้เ้าช่วยกัน พระชายาเพียงในนามอย่างเ้าจะมีกำลังใดมาช่วยเหลือผู้อื่นกันเล่า ลู่เหม่ยหลิน สักวันข้าจะอยู่เหนือเ้าแน่’ นางได้แต่ระบายความเจ็บใจนี้กับขนมในจานเท่านั้น ก่อนที่จะเทมันทิ้ง
ด้านเหิงเยว่ เมื่อได้สูตรชงชาจึงรีบนำส่งให้ท่านอ๋องอย่างเร่งรีบ ด้วยกลัวอารมณ์ขุ่นมัวของผู้เป็นาย
“เ้าเอาไปชง” ลู่ชิงกล่าวเสียงนิ่ง
“กระหม่อมชงไม่” เหิงเยว่กล่าวด้วยความสัตย์จริง เขาเคยแต่เรียนกระบี่ ไหนเลยจะเคยเรียนชงชา สำหรับเขาแล้วชาใดใดก็เหมือนกัน แค่ดับกระหายได้ก็ใช้ได้แล้ว
“เ้า ไป ชง” อ๋องลู่เน้นแต่ละคำอย่างชัดเจน พร้อมสายตาพิฆาต นั่นทำให้เหิงเยว่ไม่กล้าโต้แย้งอีก ได้แต่น้อมรับและชงชาตามสูตรของพระชายาเพียงเท่านั้น
“ท่านอ๋อง ชาได้แล้วพะยะค่ะ” เหิงเยว่ยื่นถ้วยชาให้อย่างกล้า ๆ กลัว ๆ หากชงได้ไม่ดี วันนี้ชะตาเขาขาดแน่
และเป็ดังคาด เพียงชาแตะริมฝีปาก ท่านอ๋องก็บ้วนทิ้งทันที
“นี่เ้าเรียกว่าชารึ” อ๋องลู่กล่าวอย่างเหลืออด พร้อมสายตาอาฆาตผู้ใต้บังคับบัญชาคนสนิท ผู้เปรียบเสมือนน้องชายของตน
“ท่านอ๋อง~ กระหม่อมทูลพระองค์แล้วว่ากระหม่อมชงชาไม่เป็ กระหม่อมชงอยู่หลายครั้ง แต่รสชาติมันก็ยังคล้ายกินผลตำแยอยู่ดี” เหิงเยว่อดไม่ได้ที่จะตัดพ้อ การชงชานี่ยากเย็นกว่าการฝึกกระบี่นัก แม้จะชงตามสูตรพระชายาแล้ว รสชาติก็ยังไม่ได้เื่อยู่ดี
“เช่นนี้ดีหรือไม่พะยะค่ะ กระหม่อมจะไปขอให้พะชายาชงมาให้อีกกา” เหิงเยว่พยายามเสนอทางออกให้ผู้เป็นาย เขารู้สึกภูมิใจกับหนทางที่ตนค้นพบ
“ไม่ต้อง” ลู่ชิงกล่าวเสียงเข้ม ทำเอาความภูมิใจของเหิงเยว่หายวับในทันที
‘เขาเป็คนขีดเส้นความสัมพันธ์ระหว่างเขากับนางเอง แล้วจะให้ไปร้องขอชาจากนางได้อย่างไร’ ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิด เขาน่าจะดื่มชาอีกสักถ้วยแล้วค่อยลุกออกมา
“หรือจะให้กระหม่อมอุ่นน้ำชาที่กระหม่อมขอมาจากตำหนักพะชายาดี…” เหิงเยว่กล่าวเสียงเบา เมื่อนึกถึงกาน้ำชาที่ตนเองถือโอกาสของมาจากเรือนตะวันออก
“นี่เ้า!” ลู่ชิงแทบะโพร้อมหมัดที่ทุบลงโต๊ะอักษร เ้าเหิงเยว่ตัวดีถึงขั้นกล้าขอกาน้ำชามาจากนางเชียวรึ ช่างหน้าขายหน้านัก
“ไปเอากระบี่มา” คำนี้ดังฟ้าผ่า เหิงเหย่วก็ยังหนีไม่พ้นชะตานี้อยู่ดี
ในขณะที่อ๋องลู่ระบายความโมโหด้วยการซ้อมกระบี่ เหม่ยหลินกลับกำลังจมปักอยู่กับคำพูดของเขา
‘ข้าให้ตำแหน่งพิเศษใดในใจกับเ้าไม่ได้’
‘อีกหนึ่งปี ข้าจะมอบหนังสืออย่าให้กับเ้า’
เขาตัดสินใจโดยไม่เอ่ยถามนางเพียงนิดว่านาง้าหรือไม่ ช่างแล้วน้ำใจ้สียจริง รักครั้งนี้ของนางจบั้แ่ยังไม่เริ่มเสียด้วยซ้ำ
‘เอาเถอะ ข้าบุตรีลู่หนิงเทียน จะจมปลักกับชายที่ไร้ใจให้ตนได้อย่างไร สิ่งที่ข้าต้องคิดตอนนี้คือ ต้องทำกิจการใด เพื่อเลี้ยงดูมารดา และเป็กำลังส่งเสริมน้องชายในภายภาคหน้า’ เหม่ยหลินคิดอย่างแน่วแน่ ถึงอย่างไรนางก็ไม่สามารถพึ่งจวนอ๋องได้ตลอด ซักวันนางต้องจากที่นี่ไป เช่นนั้นตอนที่ยังอยู่ นางต้องใช้จวนอ๋องให้เป็ประโยชน์ ‘ถือว่าเป็หนี้บุญคุณที่ท่านติดค้างข้า ติดค้างครอบครัวข้าแล้วกัน’
ในระหว่างที่เหม่ยหลินคิดเริ่มกิจการ นางกลับไม่เฉลียวใจเลยว่า อินซูซูเพื่อนและสาวใช้เพียงคนเดียวของนางจะคิดการใหญ่ ถึงกลับปรุงยาปลุกกำหนัดขึ้น
‘เพียงท่านอ๋องสูดดมยานี่เข้าไป ไม่ถึงอึดใจสติของท่านต้องเลอะเลือน จะขาดไออุ่นจากกายของหญิงคนแรกที่ท่านพบไม่ได้ และข้าจะรอท่านที่หน้าประตูห้องบรรทมเอง’ อินซูซูภูมิใจกับความสามารถของตน ถึงนางจะชงชาสู้เหม่ยหลินไม่ได้ แต่การทำยาปลุกอารมณ์นี้นางศึกษาจากมารดาได้อย่างช่ำชอง