บทที่ 52 | แอบนัวเนียเงียบๆ หลังตู้เสื้อผ้า
แสงสว่างจากโคมไฟระย้ากลางห้องโถงชั้นล่างสะท้อนกับพื้นไม้ขัดเงา รินรดายังคงนั่งทำงานง่วนอยู่กับเอกสารและรายงานบัญชีของคุณอั๋นอยู่ที่โต๊ะไม้ตัวใหญ่ เสียงพิมพ์ดีดแป้นโน้ตบุ๊กและเสียงขยับปากกาเคาะโต๊ะเป็นจังหวะเนิบช้าสม่ำเสมอ แผ่กระจายผ่านความเงียบสงบขึ้นมาถึงชั้นสองของบ้านหลังใหญ่
ด้านบนชั้นสอง พิมพ์มาดาเดินกลับเข้าห้องแต่งตัวขนาดใหญ่หลังจากแยกตัวมาจากสองพี่น้องในห้องนอนเมื่อตอนดึก แม้ความเสียวซ่านรื่นรมย์และความต้องการในกามารมณ์จะคุกรุ่นอยู่ในอก แต่พวกเขาก็จำต้องยอมถอยออกมาตั้งหลักเพราะสายตาคมจับผิดของเลขาฯ สาวคนใหม่ พิมพ์ยืนมองตู้เสื้อผ้าไม้สักทองหลังใหญ่หรูหราที่เต็มไปด้วยเสื้อผ้าแบรนด์เนมของเธอและสามี เธอสูดลมหายใจเข้าลึกพลางคิดอุบายที่จะช่วยปลดปล่อยความอัดอั้นและสร้างโอกาสในการสัมผัสแนบชิดกับลูกเลี้ยงคนเล็กอย่างหิน
พิมพ์จงใจสวมชุดนอนกระโปรงผ้าซาตินบางเบาสีชมพูหวานตัวบางที่เบียดเต้าอวบคัพ E ชูชันจนเห็นความโค้งมนและยอดอกดันผ่านเนื้อผ้ามันวาวไร้บราเกะกะ เธอขยับเดรสรั้งชายขึ้นมาโชว์เรียวขาขาวโพลนสะโพกผายบิดส่ายก่อนจะแกล้งรื้อผ้าปูที่นอนและกองเสื้อผ้าลงมากระจัดกระจายเต็มพื้นห้องแต่งตัว จากนั้นพิมพ์ขยับเดินไปที่ขอบระเบียงและแกล้งเคาะผนังเรียกหินด้วยรหัสลับแผ่วเบา
"หินจ๋า... ขึ้นมาช่วยแม่ยกผ้าปูที่นอนกับเอาเสื้อผ้าไปซักหน่อยสิลูก" พิมพ์ส่งเสียงหวานกรุ่นพอประมาณเพื่อไม่ให้ดูจงใจเกินไป แต่ก็ดังพอจะลอยลงไปถึงชั้นล่างให้เลขาฯ สาวได้ยิน
รินรดาที่นั่งทำงานอยู่ด้านล่างหยุดชะงักมือจากคีย์บอร์ดชั่วขณะ นัยน์ตาเฉี่ยวคมกริบเหลือบขึ้นมองเพดานไม้ด้านบนพลางเงี่ยหูฟังจับสังเกตเสียงการเคลื่อนไหวช้าๆ ก่อนจะเบนสายตากลับมาทำงานต่อ ทว่าในใจของเธอเริ่มมีเครื่องหมายคำถามลึกลับเกี่ยวกับความอบอุ่นผิดปกติของครอบครัวนี้
ไม่กี่อึดใจต่อมา หินก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดชั้นสองมาอย่างรวดเร็ว เด็กหนุ่มพยายามก้าวเท้าแผ่วเบาที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเสียงดังตื่นตระหนก เขาก้าวเข้ามาในห้องแต่งตัวใหญ่และปิดประตูไม้บานหนาลงลวกๆ ทันทีที่ประตูสลักตัวปิดลง สายตาของหินก็เบิกกว้างเมื่อเห็นเรือนร่างอวบอัดร่านสวาทของแม่เลี้ยงสาวในชุดนอนกระโปรงซาตินสั้นเต่อที่เน้นส่วนโค้งเว้าชัดเจนสะกดสายตา
"แม่พิมพ์ครับ..." หินส่งเสียงกระซิบกระเส่าพลางก้าวประชิดตัวพิมพ์ทันที ร่างกายวัยหนุ่มที่มีเพียงกางเกงขาสั้นสบายตัวกับเสื้อยืดบางเบาร้อนระอุขึ้นมาทันควัน ดุ้นเนื้อเขื่องใต้กางเกงเริ่มตื่นตัวแข็งขึงสู้มือขึ้นมาอย่างรวดเร็วเมื่อได้กลิ่นหอมกรุ่นกายสาวผสมกลิ่นน้ำหอมชวนฝันของแม่เลี้ยง
"ชู่ว... เงียบๆ นะจ๊ะหิน ยายเลขาฯ พ่ออยู่ชั้นล่างนะลูก" พิมพ์ยื่นมือเรียวสวยแตะริมฝีปากบางของหินแผ่วเบาเพื่อเตือนสติ ก่อนจะโอบกระชับมือเรียวกลมของเธอลงบนสะโพกสอบและหลังของเด็กหนุ่มดึงรั้งร่างหนุ่มบริสุทธิ์เข้าหาตัว
หินไม่รอช้าความเงี่ยนกระหายที่ถูกปิดกั้นทำให้เขากล้าบ้าบิ่นยิ่งขึ้น สองมือหนาช้อนอุ้มเอวคอดกิ่วของพิมพ์ดึงเบียดกระชับสะโพกผายอวบอิ่มเข้าหาหน้าขาของตัวเอง แกนกายร้อนดุ้นเนื้อเขื่องที่แข็งตัวสู้ฟัดใต้กางเกงบดเบียดถูไถกับเนินนางอูมนุ่มนิ่มผ่านร่มผ้าบางเบาสร้างความสยิวซ่านสะท้านร่องรักของแม่เลี้ยงสาวจนพิมพ์ต้องกลืนน้ำลายครางอื้ออึงในลำคอ
"คิดถึงแม่พิมพ์เหลือเกินครับ... ซี๊ด... แซ่บไม่ได้ทั้งบ่าย ทนแทบไม่ไหวแล้ว" หินกระซิบแผ่วเบาพลางก้มลงบดจูบเรียวปากอิ่มของพิมพ์อย่างรุ่มร้อน ลิ้นอุ่นๆ แทรกเข้าไปเกี่ยวพันกับลิ้นเรียวสากของแม่เลี้ยงสลับตวัดเลียชิมน้ำหวานเปียกชื้น พิมพ์แอ่นอกอวบคัพ E เบียดชิดหน้าอกกว้างของหิน ยอดปทุมถันสีชมพูครูดถูไปมาสร้างอารมณ์เสียวซ่านถึงทรวง
จังหวะนั้นหินดึงตัวพิมพ์ขยับเดินเลี่ยงเข้าไปลึกด้านในสุดของห้องแต่งตัวใหญ่ แอบซ่อนร่างทั้งสองไว้ในซอกอับด้านหลังบานประตูตู้เสื้อผ้าไม้สักทองหลังยักษ์ที่แขวนโค้ทตัวยาวช่วยบังสายตาได้อย่างมิดชิด นิ้วมือเรียวของหินเลื่อนลงไปลูบไล้ต้นขาขาวเนียนใต้ชายกระโปรงซาตินบางลื่นลูบไล้เนินเนื้อนุ่มผุดผ่องขยับขึ้นสูงไปเรื่อยๆ จนนิ้วสะกิดโดนขอบกางเกงในผ้าลูกไม้บางเบาสีหวาน พิมพ์บิดส่ายสะโพกแอ่นรับนิ้วหนาอย่างซ่านเสียว ร่องเสียวชุ่มแฉะไปด้วยน้ำสวาทเปียกเยิ้มจนหินรูดนิ้วลื่นไหล
"หอมเหลือเกินครับแม่พิมพ์... ดมกลิ่นตัวแม่แล้วผมสั่นไปหมด ควยแข็งปั๋งเลยครับ" หินพร่ำ dirty talk เสียงพร่าซุกไซ้ใบหน้าซอกคอขาวลากลิ้นชื้นเลียตวัดติ่งหูแผ่วเบา พิมพ์หายใจหอบกระเส่าร่างระทวยอ่อนปวกเปียกในอ้อมกอดหนุ่มรุ่นลูก
ทว่า ความสยิวซ่านลักลอบในซอกอับกลับต้องสะดุดหยุดชะงักเมื่อมีเสียงฝีเท้าก้าวเดินขึ้นบันไดไม้มาเนิบช้าสม่ำเสมอ รินรดาเริ่มขยับก้าวเดินขึ้นบันไดชั้นสองมาแล้ว! เสียงฝีเท้าเบาๆ กระทบพื้นทางเดินทำให้หัวใจของหินและพิมพ์แทบหยุดเต้น ความเสียวซ่านแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดระแวงตื่นตระหนกเสียววาบสันหลัง
"พี่วายุ... ผมว่าเลขาพ่อเดินขึ้นมาแล้วครับ..." หินกระซิบเสียงสั่นระริกปากแนบชิดใบหูพิมพ์ แขนแกร่งกระชับกอดร่างอวบอัดแน่นหนึบพยายามกลั้นลมหายใจ
"ชู่ว... หินจ๋า เงียบๆ... อย่าให้ได้ยินเสียงครางนะจ๊ะเด็กดี... ดึงเสื้อผ้าลงมาบังตัวไว้ลูก" พิมพ์รีบจัดกระโปรงนอนลวกๆ และช่วยดึงกองผ้าปูที่นอนหนาหนักส่งให้หินกอดกุมไว้กับหน้าอกและหน้าท้องเพื่อช่วยอำพรางดุ้นเนื้อแกนกายร้อนที่ตึงขยายขนาดใหญ่จนดันเป้ากางเกงโป่งนูนออกมาอย่างเห็นได้ชัด
เสียงฝีเท้าของรินรดามาหยุดนิ่งเงียบกริบอยู่ที่หน้าประตูห้องแต่งตัวใหญ่ บรรยากาศรอบตัวสงบนิ่งจนได้ยินเสียงลมหายใจสั่นเครือแผ่วเบาของสองชีวิตที่ซ่อนอยู่หลังตู้เสื้อผ้าใหญ่
'ก๊อกๆๆ!' เสียงเคาะประตูไม้ดังสนั่นขึ้นสามครั้งทำเอาหินและพิมพ์สะดุ้งตัวแข็งทื่อสะกดลมหายใจเกร็งขาสั่นพั่บๆ
"คุณพิมพ์คะ? ขออนุญาตนะคะ รินจะมาเรียนถามเรื่องเมนูอาหารเย็นสำหรับวันพรุ่งนี้ค่ะ จะได้เตรียมจัดหาของสดไว้ค่ะ" เสียงเฉียบเนิบช้ามีเลศนัยของรินรดาดังผ่านประตูเข้ามา
พิมพ์รวบรวมลมหายใจและสติทั้งหมดขยับเสียงตอบกลับไปให้ดูเป็นปกติสุภาพที่สุด "อ๋อ... เรื่องอาหารเย็นหรอคะคุณริน เดี๋ยวพิมพ์จัดเตรียมพาสต้ากับผักสลัดไว้ให้เองค่ะ คุณรินพักผ่อนเถอะนะคะ ตอนนี้พิมพ์กำลังยุ่งกับการคัดแยกเสื้อผ้าเก่าๆ กับหินอยู่น่ะค่ะ"
ห้องแต่งตัวตกอยู่ในความเงียบงันอีกครู่หนึ่ง ก่อนที่ลูกบิดประตูจะค่อยๆ ขยับดังกริ๊กและแง้มเปิดออกอย่างกะทันหัน รินรดาก้าวเท้าเหยียบเข้ามาในห้องแต่งตัวใหญ่ สายตาเฉี่ยวคมกริบของเธอกวาดมองรอบห้องมองเสื้อผ้าที่เกลื่อนพื้น และจับจ้องตรงมายังตู้เสื้อผ้าไม้สักทองหลังยักษ์ที่แง้มเปิดอยู่
หินยืนตัวแข็งเกร็งเหงื่อกาฬไหลซึมหน้าแดงซ่าน สองมือกอดกุมตั้งเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนกองโตบังหน้าท้องและเป้ากางเกงที่ตั้งโด่แข็งทื่อไว้อย่างหวาดเสียว พิมพ์ก้าวเท้าเดินออกมารับหน้ารินรดากลบเกลื่อนรอยยิ้ม
"อุ๊ย... ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะคะคุณพิมพ์ รินเห็นประตูไม่ได้ล็อกเลยเดินเข้ามาถามเผื่อจะช่วยยกของหนักๆ น่ะค่ะ" รินรดาเอ่ยพลางยิ้มสุภาพ ทว่านัยน์ตาคมกลับลอบกวาดมองผ่านแผ่นหลังพิมพ์ไปหยุดจ้องที่ใบหน้าหวานแดงก่ำของหินและตั้งผ้าปูที่นอนแปลกๆ ที่เขากอดกุมไว้แน่น สายตาเลขาฯ สาวไล่ระดับต่ำลงไปสังเกตเห็นเรียวขาสั่นและท่าทางเกร็งตัวอย่างมีเลศนัยของเด็กหนุ่ม
"ไม่เป็นไรเลยค่ะคุณริน งานเบาๆ ค่ะ เดี๋ยวหินยกผ้าไปซักก็เรียบร้อยแล้วค่ะ" พิมพ์พยายามพูดคุยตัดบท
"งั้นรินขอตัวไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้รินมีงานตรวจบัญชีแต่เช้า... ฝันดีนะคะคุณพิมพ์ คุณหิน" รินรดากล่าวพร้อมส่งรอยยิ้มหวานเชื่อมเปี่ยมเลศนัยชวนหัวใจเต้นโครมครามสะท้านทรวง ก่อนจะหมุนตัวก้าวเดินออกจากห้องแต่งตัวไปและปิดประตูลงเงียบสนิท
เสียงประตูห้องปิดลงดังกริ๊กเบาๆ แต่ในความรู้สึกของพิมพ์และหินมันกลับดังสะท้อนก้องกังวานราวกับระฆังเตือนสติ ทั้งสองคนยืนนิ่งค้างอยู่ในความเงียบงันราวกับหุ่นปั้นชั่วครู่ใหญ่ๆ พิมพ์ลอบถอนหายใจยาวเหยียดพร้อมกับเอามือลูบหน้าอกอวบอัดคัพ E ที่ขยับกระเพื่อมขึ้นลงรวดเร็วตามอัตราการเต้นของหัวใจที่ยังไม่ยอมลดละความระทึกขวัญ
"แม่พิมพ์ครับ..." หินส่งเสียงกระซิบแหบพร่าพลางค่อยๆ วางกองผ้าปูที่นอนและกองเสื้อผ้าที่โอบกอดไว้ลงกับพื้นไม้สะโพกแกร่งยังคงร้อนผ่าว ดุ้นเนื้อเขื่องที่แข็งชันดันกางเกงยังไม่ยอมสงบลงง่ายๆ ยิ่งหัวใจเต้นแรงเพราะความหวาดเสียว เลือดลมวัยหนุ่มก็ยิ่งสูบฉีดจนท่อนเอ็นขยายตัวใหญ่โตหนั่นแน่น
"เกือบไปแล้วลูก... เลขาพ่อคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ สายตาเธอจับผิดเหมือนรู้ว่าพวกเรามีอะไรซ่อนอยู่" พิมพ์กระซิบตอบพลางขยับเข้าไปใกล้ดึงร่างของหินเข้ามากอดแน่นอีกครั้ง ความหวาดเสียวเฉียดตายเมื่อครู่กลับกลายเป็นยาชูกำลังชั้นดีที่กระตุ้นความกระสันเสียวซ่านในจิตใต้สำนึกของม่ายสาวใหญ่
พิมพ์ลูบแผ่นหลังกว้างของเด็กหนุ่มเบาๆ ก่อนจะเช็ดเหงื่อซึมที่หน้าผากของเขาด้วยความเอ็นดู "หินรีบเอาตะกร้าผ้าลงไปห้องซักรีดชั้นล่างเถอะจ้ะ เดินผ่านห้องพักเธอเงียบๆ นะลูก วันนี้พวกเราต้องพอแค่นี้ก่อน ขืนขยับตัวทำอะไรมากกว่านี้แม่กลัวความลับเราจะแตกเสียก่อน"
หินส่งเสียงครางอืมในลำคออย่างเสียดายอย่างสุดซึ้ง เขาก้มลงสูดดมกลิ่นเต้าตึงคัพ E ของพิมพ์ส่งท้าย ลากลิ้นอุ่นชื้นเลียยอดอกผ่านร่มผ้าซาตินบางสีชมพูจนเปียกชุ่มเป็นวงกลมก่อนจะยอมปล่อยอ้อมกอดจากแม่เลี้ยงสาว เด็กหนุ่มก้มลงเก็บกวาดเสื้อผ้าและผ้าปูที่นอนจัดใส่ตะกร้าหวายขนาดใหญ่ ยกลอยขึ้นอุ้มประคองไว้แนบหน้าท้องเพื่อพยุงรอยชื้นและหัวดุ้นเนื้อที่ยังคงโป่งนูนเด่นชัด
หินค่อยๆ แง้มเปิดประตูห้องแต่งตัว ลอบมองไปตามทางเดินยาวชั้นสองที่เงียบสงัดและมืดสลัว แสงไฟสีนวลหน้าห้องนอนรับรองปีกซ้ายส่องกระทบพื้นไม้ขัดเงา เด็กหนุ่มก้าวเดินแผ่วเบาทีละก้าวอย่างระมัดระวังสูงสุด ทุกครั้งที่ก้าวเท้าผ่านประตูห้องพักของรินรดา หัวใจของเขาจะเต้นรัวโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกอก เขากลัวเหลือเกินว่าบานประตูไม้จะเปิดออกกะทันหันอีกครั้งและเลขาฯ สาวจะก้าวออกมารบกวนพายุรักสะสมของเขา
เด็กหนุ่มพยุงตะกร้าผ้าลงบันไดวนมาจนถึงห้องซักรีดชั้นล่าง ลมเย็นๆ จากหน้าต่างระเบียงช่วยลดทอนความร้อนระอุบนเนื้อตัวลงไปได้บ้าง หลังจากใส่ผ้าในเครื่องซักรีดและตั้งระบบเรียบร้อย หินก็รีบก้าวเดินกลับขึ้นมาบนชั้นสองและมุ่งหน้าตรงเข้าห้องนอนส่วนตัวทันทีที่ประตูห้องปิดล็อกลง วายุที่นั่งเฝ้ารออยู่อย่างกังวลใจก็รีบผุดลุกขึ้นมาต้อนรับน้องชายทันที
"เป็นไงบ้างวะหิน? กูได้ยินเสียงเลขาฯ พ่อเดินขึ้นมาเคาะห้องแต่งตัวชั้นสอง ใจกูแทบร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่มเลยฉายเกือบตายแล้วใช่ไหม?" วายุถามเสียงกระซิบกระสับกระส่ายด้วยความอยากรู้ปนกังวล สายตามองตะกร้าที่น้องชายเพิ่งวางลง
หินทรุดตัวลงนั่งบนเตียงนอนระบายลมหายใจพรวดพราดพลางกวักมือเรียกพี่ชายเข้ามาใกล้ๆ "พี่วายุ... โคตรเฉียดเลยพี่ ยายรินรดาเลขาพ่อเปิดประตูพรวดเข้ามาเลย ดีที่แม่พิมพ์ฉลาดส่งกองผ้าปูที่นอนให้ผมกอดกุมบังเป้าไว้ทัน ไม่งั้นยายเลขานั่นคงเห็นควยแข็งโป๊กของผมแน่ๆ ขนาดกอดผ้าไว้แน่น ยายยังมองจ้องขาผมสั่นปฏิกิริยามีเลศนัยชิบหายเลยพี่"
วายุได้ยินคำบอกเล่าของน้องชายก็ลอบกลืนน้ำลาย แววตาของหนุ่มคนโตสะท้อนภาพกังวลปนหื่นกระหาย "แบบนี้เรายิ่งต้องระวังตัวมากขึ้นเลยว่ะ ยายเลขานี่ร้ายกาจจริงๆ ท่าทางสุภาพแต่แฝงมารยาและสายตาคมยังกะเหยี่ยว ขืนพวกเราเผลอมีรอยรักหรือเสียงครางเล็ดลอดออกไปให้เธอได้ยิน พ่อรู้เรื่องเมื่อไหร่พวกเราโดนไล่ออกจากบ้านแน่"
สองพี่น้องสบตากันในความมืดสลัวของห้องนอน ความเสียวซ่านลักลอบแฝงด้วยอันตรายทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มทั้งสองเต้นระทึก ลำเอ็นดุ้นเนื้อร้อนๆ ใต้กางเกงขาสั้นของพวกเขายังคงเต่งตึงตื่นตัวเต็มที่ พวกเขารับรู้ได้ทันทีว่าชีวิตใหม่ในรั้วมหาวิทยาลัยและรั้วบ้านหลังใหญ่นี้จะไม่มีวันเหมือนเดิมอีกต่อไป และศึกรักปะทะรินรดาเลขาสองหน้ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นอย่างเลี่ยงไม่ได้ในวันรุ่งขึ้น