ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องพักชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมรักพักใจอีกครั้ง หลังจากที่พายุแห่งกามราคะพัดผ่านไปทิ้งไว้เพียงร่องรอยคราบไคลและกลิ่นอายที่ยังไม่จางหาย แสงแดดยามสายส่องลอดช่องหน้าต่างเป็นลำแสงยาว พาดผ่านร่างของ อาหลาง ที่นั่งขัดสมาธิอยู่กึ่งกลางห้องพักผ่อน ท่ามกลางซากอารยธรรมแห่งความรัญจวนที่เขาเพิ่งเก็บกวาดไปเพียงครึ่งเดียว
เขานั่งตัวตรง สงบนิ่งประดุจพระพุทธรูปหินสลัก ทว่าภายในกายกลับเดือดพล่านไปด้วยขุมพลังที่มหาศาล มือทั้งสองข้างประคอง ศิลาเนตรมาร ไว้ที่ระดับหน้าอก ศิลานั้นบัดนี้ไม่ได้เพียงแค่เรืองแสง แต่มันกำลังสั่นระรัวและส่งเสียงครางแผ่วเบาคล้ายกับสิ่งมีชีวิตที่กำลังอิ่มเอมกับอาหารเลิศรส
อาหลางหลับตาลง เข้าสู่ห้วงสมาธิจิตมาร เขาเริ่มกระบวนการ "รวบรวมหยาดน้ำค้าง" ซึ่งเป็นพลังงานบริสุทธิ์ที่กลั่นกรองออกมาจากหยาดเหงื่อ หยาดน้ำตา และหยาดน้ำรักของสามพี่น้องตระกูลหวังที่ยังคงตกค้างอยู่ในอากาศและในกระแสพลังของศิลามาร พลังเหล่านี้ไม่ใช่ปราณยุทธ์สายตรงที่ฝึกปรือจากตำรา แต่มันคือ "ตบะกามารมณ์" ที่เข้มข้นที่สุดเท่าที่เขาเคยเก็บเกี่ยวมา
ในจิตใจของเขา ภาพความทรงจำของคืนที่ผ่านมาเล่นซ้ำอย่างชัดเจน เสียงครวญครางของหวังฉีเมื่อนางถูกครอบงำครั้งแรก ความดุดันที่ค่อยๆ ละลายไปของหวังลู่ และความบริสุทธิ์ที่ถูกเปิดออกของหวังซื่อ ทุกอารมณ์ ทุกความรู้สึก และทุกหยดของความปรารถนาที่พวกนางหลั่งออกมา ล้วนกลายเป็นพลังงานมารที่บริสุทธิ์ที่สุดที่เขาเคยได้สัมผัส
เขาสัมผัสได้ถึงความแตกต่างของพลังงานแต่ละคน หวังฉีให้พลังงานที่เข้มข้นและลึกซึ้ง เต็มไปด้วยความขัดแย้งระหว่างหน้าที่และความปรารถนา หวังลู่ให้พลังงานที่รุนแรงและเผ็ดร้อน เหมือนไฟที่ลุกโชนด้วยความหลงใหล ส่วนหวังซื่อให้พลังงานที่หวานชื่นและบริสุทธิ์ เหมือนน้ำผึ้งป่าที่ยังไม่เคยถูกแตะต้อง
การรวบรวมพลังงานเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย อาหลางต้องใช้เทคนิคพิเศษที่เรียกว่า "การกลั่นจิตมาร" ซึ่งเป็นศิลปะโบราณที่สืบทอดมาจากมารโบราณ เขาต้องแยกแยะอารมณ์แต่ละชนิดออกจากกัน กลั่นเอาเฉพาะส่วนที่บริสุทธิ์ที่สุด และผสมผสานให้เข้ากันอย่างลงตัว
ทันใดนั้น แสงสีม่วงทองระเบิดออกจากศิลาเนตรมาร กลายเป็น หมอกควันหนาทึบ ที่หมุนวนรอบกายอาหลางประดุจรังไหม หมอกควันเหล่านี้ไม่ได้ลอยหายไป แต่มันกลับแทรกซึมเข้าสู่รูขุมขน ซึมลึกไปถึงกระดูกและเส้นเอ็น ทุกครั้งที่หมอกสีม่วงทองจางหายเข้าไปในผิวหนัง วรยุทธของอาหลางก็พุ่งทะยานขึ้นอย่างก้าวกระโดด เส้นชีพจรที่เคยติดขัดถูกทะลวงด้วยพลังมารจนกว้างขวางปานมหาสมุทร
ร่างกายของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงในระดับโมเลกุล กล้ามเนื้อที่เคยแข็งแรงกลายเป็นเหล็กกล้า กระดูกที่เคยแข็งกลายเป็นเพชรพญานาค เส้นเลือดที่เคยไหลเวียนด้วยเลือดธรรมดา บัดนี้ไหลเวียนด้วยพลังมารที่เข้มข้น ผิวหนังของเขาเรืองแสงเบาๆ ด้วยพลังงานที่ล้นออกมา ทำให้เขาดูเหมือนเทพบุตรที่ตกจากสวรรค์
เขาสัมผัสได้ถึงพละกำลังที่มหาศาล ประสาทสัมผัสที่ไวต่อสิ่งเร้าแม้เพียงมดไต่ดิน และความสามารถในการควบคุมปราณที่เหนือกว่ายอดฝีมือระดับปรมาจารย์ เขาได้ยินเสียงใบไม้ไหวในสวนที่อยู่ห่างออกไปหลายลี้ รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของสัตว์เล็กๆ ใต้ดิน และสัมผัสได้ถึงกระแสลมที่พัดผ่านหุบเขาไกลๆ
ทว่าสำหรับอาหลาง... พลังเหล่านี้เป็นเพียง "ผลพลอยได้" ที่แถมมากับการเสพสมเท่านั้น
อาหลางลืมตาขึ้น ดวงตาของเขาเปลี่ยนเป็นสีม่วงทองครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาเป็นสีนิลเข้มดุจเดิม เขาแค่นยิ้มอย่างเย็นชาเมื่อสัมผัสได้ถึงวรยุทธที่เพิ่มพูนขึ้นโดยไม่ต้องเสียเวลาฝึกปรือในถ้ำหรือหุบเขานับสิบปีเหมือนพวกนักพรตโง่เขลา
"ยอดฝีมือหรือ?... น่าขันนัก" เขาพึมพำพลางลูบไล้ศิลามาร "โลกนี้มีคนอยากเป็นที่หนึ่งในยุทธภพมากมายเหลือเกิน แข่งกันฆ่าฟันเพื่อชื่อเสียงจอมปลอม... ทว่าข้าไม่ได้ต้องการสิ่งเหล่านั้น"
เขาลุกขึ้นเดินไปยังหน้าต่าง มองออกไปยังโลกภายนอกด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาเห็นทุกสิ่งในมุมมองใหม่ ต้นไผ่ที่โอนเอนตามลมไม่ใช่เพียงแค่พืชธรรมดา แต่เป็นสัญลักษณ์ของการยอมจำนนต่อพลังที่เหนือกว่า นกที่บินผ่านไปไม่ใช่เพียงแค่สัตว์ป่า แต่เป็นตัวแทนของเสรีภาพที่เขาจะเอาไปจากเหยื่อของเขา
สำหรับอาหลาง เขาไม่ได้อยากเป็นวีรบุรุษหรือจอมมารที่ครอบครองแผ่นดินด้วยดาบ แต่เขาต้องการเป็นเพียง "เจ้าของฟาร์ม" ที่สงบนิ่งอยู่ในโรงเตี๊ยมแห่งนี้ โรงเตี๊ยมที่เปรียบเสมือนคอกกักขังชั้นเลิศที่เหยื่อจะเดินเข้ามาให้เก็บเกี่ยวเองโดยสมัครใจ
"การปกครองด้วยกำลังเป็นเรื่องของคนโง่" เขาคิดขณะมองดูแสงแดดที่ค่อยๆ เลื่อนตำแหน่ง "การปกครองด้วยความกลัวเป็นเรื่องของคนขี้ขลาด แต่การปกครองด้วยความปรารถนา... นั่นคือศิลปะของผู้เชี่ยวชาญ"
เขาต้องการเพาะเลี้ยงตัณหาในจิตใจของจอมยุทธหญิงทั่วหล้า รีดเค้นเอาความบริสุทธิ์และความถือตัวของพวกนางออกมากลั่นเป็นหยาดน้ำทิพย์เพื่อหล่อเลี้ยงอำนาจของเขา การครอบงำด้วยกำลังเป็นเรื่องง่าย แต่การทำลายจิตใจและความเชื่อมั่นของเหยื่อจนพวกนางยอมจำนนด้วยใจสมัครนั้นต้องใช้ศิลปะและความอดทน
"เกษตรกรที่ดีไม่ได้บังคับให้ข้าวโพดเติบโต" เขาพึมพำกับตัวเอง "แต่เขาสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ให้แสงแดด และรอคอยอย่างอดทน จนกระทั่งข้าวโพดเติบโตเองตามธรรมชาติ"
เขาเดินไปยังตู้ไม้เก่าในมุมห้อง เปิดลิ้นชักลับที่ซ่อนอยู่และหยิบแผนที่ใยแมงมุมออกมา แผนที่นี้ไม่ได้แสดงภูมิประเทศ แต่แสดงเครือข่ายของความสัมพันธ์และข้อมูลของจอมยุทธหญิงชื่อดังทั่วยุทธภพ เขาได้ใช้เวลาหลายปีในการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้ ตั้งแต่จุดอ่อนส่วนตัว ความลับที่ซ่อนเร้น ไปจนถึงความปรารถนาที่ลึกที่สุดของแต่ละคน
นิ้วของเขาเลื่อนไปตามเส้นใยบนแผนที่ ผ่านชื่อต่างๆ ที่เขาเคยเก็บเกี่ยวมาแล้ว บางชื่อมีเครื่องหมายสีแดงเข้ม หมายถึงการเก็บเกี่ยวที่สมบูรณ์ บางชื่อมีเครื่องหมายสีเหลือง หมายถึงการเก็บเกี่ยวบางส่วน และบางชื่อยังคงเป็นสีดำ หมายถึงเป้าหมายที่ยังไม่ได้แตะต้อง
เขาหยุดที่จุดหนึ่งบนแผนที่ ที่มีชื่อเขียนด้วยหมึกสีเงิน ชื่อของมือปราบชื่อดังจากสำนักยุติธรรมฟ้าผ่า อายุ 28 ปี ความเชี่ยวชาญ: ดาบฟ้าผ่าเก้าชั้น จุดอ่อน: ความรู้สึกผิดจากการที่ไม่สามารถช่วยเหลือหมู่บ้านแห่งหนึ่งได้ทัน ทำให้ชาวบ้านถูกโจรภูเขาสังหารหมด
เขายิ้มเย็นชา "นางคิดว่าการยึดมั่นในกฎหมายและความยุติธรรมจะชดเชยความผิดพลาดในอดีตได้... น่าสนใจ"
อาหลางเปิดแฟ้มข้อมูลที่ซ่อนอยู่ใต้แผนที่ พบกับรายละเอียดที่ละเอียดยิ่งขึ้น "มือปราบผู้นี้ไม่เคยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับผู้ชายคนใด เนื่องจากเชื่อว่าความรักจะทำให้นางอ่อนแอและไม่สามารถปกป้องผู้บริสุทธิ์ได้อย่างเต็มที่ นางมักจะปฏิเสธการเข้าร่วมงานสังสรรค์และหลีกเลี่ยงการสร้างมิตรภาพที่ลึกซึ้งกับใคร"
"นางคิดว่าความเหงาและการปฏิเสธตัวเองคือการเสียสละ..." เขาหัวเราะเบาๆ "แต่ข้าจะแสดงให้นางเห็นว่ามันเป็นเพียงความกลัวที่ปกปิดด้วยศีลธรรมเท่านั้น"
"การเห็นนางหงส์ผู้สูงส่ง กลายเป็นแม่ไก่ที่คอยกระดิกหางอ้อนวอนขอรสสวาท... นั่นต่างหากคือความบันเทิงที่แท้จริงที่ยอดฝีมือคนไหนก็ให้ข้าไม่ได้"
อาหลางลุกขึ้นเดินไปยังมุมมืดของห้อง เขาขยับแผ่นไม้ที่พื้นออก เผยให้เห็นหีบไม้ใบเล็กที่ซ่อนอยู่ภายใน เขาหยิบ ขวดโหลแก้วเจียระไนลึกลับ ออกมาอย่างเบามือ ขวดโหลนี้มีความพิเศษตรงที่มันสามารถกักเก็บ "อารมณ์ที่ตกผลึก" ได้
ขวดโหลนี้ไม่ใช่ของธรรมดา มันถูกสร้างขึ้นจากแก้วภูเขาไฟที่หลอมรวมกับน้ำตาของมารตัวเมียที่ถูกทรมาน ความพิเศษของมันอยู่ที่ความสามารถในการกักเก็บอารมณ์ที่เข้มข้นที่สุดของมนุษย์ เมื่อใครก็ตามร้องไห้ในความสิ้นหวัง ความเศร้าโศก หรือความปรารถนาที่รุนแรง อารมณ์เหล่านั้นจะถูกดูดซับเข้าไปในขวดและกลายเป็นของเหลวสีใสที่มีค่ายิ่งกว่าทองคำ
เขานำผ้าไหมเนื้อละเอียดมาชุบน้ำหอมอ่อนๆ แล้วบรรจงเช็ดทำความสะอาดขวดโหลนั้นจนเงาวับ แสงแดดสะท้อนกับผิวแก้วดูงดงามทว่าแฝงไปด้วยความสยดสยอง เขาจัดเตรียมมันไว้ที่ตำแหน่งสำคัญบนโต๊ะไม้ เพื่อรอคอยเหยื่อรายต่อไปที่เขามั่นใจว่าจะต้องพิเศษกว่าใครเพื่อน
"น้ำตาของเหล่านางเซียนน่ะหวาน... น้ำตาของจอมยุทธหญิงน่ะเผ็ดร้อน..." อาหลางแย้มยิ้ม แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง "แต่ข้าอยากรู้นักว่า 'น้ำตาของมือปราบ' ที่ยึดมั่นในกฎหมายและไร้หัวใจ... รสชาติของมันจะหวานล้ำและเข้มข้นเพียงใดเมื่อมันถูกกลั่นออกมาจากความอัปยศที่นางได้รับ"
เขารู้ดีว่าการสยบสตรีที่ใช้ "ความถูกต้อง" เป็นเกราะกำบังนั้นยากกว่าปกติ แต่นั่นแหละคือความท้าทายที่เขาถวิลหา เขาเริ่มวางขวดโหลลงและจัดเตรียมห้องพักให้ดู "เรียบร้อยและยุติธรรม" ที่สุด เพื่อต้อนรับผู้ผดุงความยุติธรรมที่กำลังจะก้าวเข้าสู่กรงขังแห่งราคะในไม่ช้า
เขาเปลี่ยนผ้าปูเตียงเป็นสีขาวบริสุทธิ์ จัดดอกไม้ป่าสีขาวใส่แจกันเซรามิก และเผาธูปหอมกลิ่นอ่อนๆ ที่ให้ความรู้สึกสงบและศักดิ์สิทธิ์ เขาซ่อนศิลาเนตรมารไว้ในกระเป๋าหนังที่ห้อยข้างเอว และเตรียมเสื้อผ้าที่ดูเรียบร้อยสุภาพ
อาหลางเก็บศิลามารเข้าอกเสื้อ ก้าวเดินลงบันไดไปด้วยท่าทางเสี่ยวเอ้อผู้แสนดีดุจเดิม ทว่าในใจของเขาได้วาดแผนผังการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่ไว้เรียบร้อยแล้ว กงล้อแห่งราคะกำลังจะหมุนไปหาผู้ถือกฎหมายในอีกไม่ช้า
ขณะที่เขาเดินลงบันได เขาคิดถึงแผนการที่จะใช้กับมือปราบผู้นี้ การแสดงความอ่อนแอและความต้องการความช่วยเหลือจะทำให้สัญชาตญาณของนักสู้เพื่อความยุติธรรมตื่นขึ้น การเล่าเรื่องราวที่เศร้าโศกเกี่ยวกับอดีตจะทำให้นางเกิดความเห็นอกเห็นใจ และการแสดงความเคารพต่ออุดมการณ์ของนางจะทำให้นางลดการระแวดระวัง
"ข้าจะไม่รีบร้อนเหมือนกับสามพี่น้องตระกูลหวัง" เขาคิดขณะก้าวลงบันไดขั้นสุดท้าย "มือปราบผู้นี้ต้องการเวลาและความอดทน นางเป็นดอกไม้ที่ต้องการการดูแลพิเศษ แต่เมื่อนางบานแล้ว... ความงามและความหอมหวานของนางจะเหนือกว่าดอกไม้ใดๆ ที่ข้าเคยเก็บเกี่ยวมา"
เขาเดินผ่านห้องโถงใหญ่ แสงแดดส่องผ่านหน้าต่างทำให้เงาของเขาดูยาวและมืดมิด ราวกับเงาของมารตัวยักษ์ที่กำลังเตรียมพร้อมที่จะกลืนกินแสงสว่างทั้งหมด โรงเตี๊ยมรักพักใจกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการต้อนรับแขกคนใหม่ และครั้งนี้ การเก็บเกี่ยวจะยิ่งใหญ่และหวานล้ำกว่าที่เคย
"กงล้อแห่งราคะกำลังจะหมุนไปหาผู้ถือกฎหมายในอีกไม่ช้า" เขาพึมพำขณะมองออกไปยังเส้นทางที่มือปราบจะต้องเดินทางมา "และเมื่อมันหมุนเสร็จ... นางจะกลายเป็นอีกหนึ่งดอกไม้ในสวนของข้า ดอกไม้ที่จะบานสะพรั่งด้วยความปรารถนาและจะไม่มีวันเหี่ยวแห้ง"