เกมส์กล่าวพร้อมกับวางสายไปดื้อๆ มันจึงทำให้คิ้วของโอ๊ตกระตุกอย่างไม่สบอารมณ์เลยจริงๆ เขาพิงตัวกับโซฟาเล็กน้อย แม้ว่าเกมแรกเขาจะได้ตัวประกันกลับมาถึง 2 คน แต่เจอเกมที่สองที่เกมส์นั้นเป็นคนกำหนดมันก็ทำให้เขาเครียด และมันไม่ใช่เป็นการเครียดที่ตัดสินใจไม่ได้ เพราะหลังจากจบการอธิบายเงื่อนไขเสร็จเขาก็ตัดสินใจได้แล้ว..
สิ่งที่ทำให้เขาเครียดจริงๆก็คือผลที่จะตามมาต่างหาก การแลกเปลี่ยนนั้น ถ้าเขายอมแลกเปลี่ยนตัวของพี่พิชญ์กับยัยเฟิร์นนั่นก็คือว่าเขาชนะ และรางวัลที่เขาจะได้ก็คือตัวของมนต์นั่นเอง เท่านั้นเขาก็จะได้ตัวประกันคืนทั้งหมด แต่ก็จะเสียพี่พิชญ์ให้กับพวกมันแทน..
ส่วนถ้าเขาไม่ตกลงแลกเปลี่ยน สถานการณ์ของเขาก็จะกลับมาแย่ดังเดิมอีกครั้ง ถ้าเขาไม่แลกก็เท่ากับเขานั้นแพ้เกมนี้ และปิงปิงก็จะกลับไปเป็นตัวประกันเหมือนเดิม มันเหมือนเป็นการเอาคืนสำหรับเกมแรกที่เขาตั้งเงื่อนไขนั้นให้กับมันอย่างแน่นอน..
“ไม่ทราบว่าคุณชายตัดสินใจอย่างไรขอรับ.. คงไม่ได้จะให้นายหญิงของกระผมไปเสี่ยงอันตรายด้วยหรอกนะขอรับ..” แซมสันกล่าว โอ๊ตที่ได้ยินอย่างนั้นก็หันไปมองทางพ่อบ้านใหญ่แซมสันก่อนจะยิ้มให้กับเขา
“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ.. ถ้าให้เทียบแล้วมันคงจะไม่คุ้มกันสักเท่าไร หากเราทำการแลกเปลี่ยน.. แต่ที่ผมเงียบอย่างนี้คือกำลังคิดเกมต่อไปอยู่น่ะครับ ถ้ายังพลิกเอาสองคนกลับมาไม่ได้.. เกมสุดท้ายที่อีกฝ่ายคิด เราก็คงทำได้แค่เดินบนมือของพวกเขาเท่านั้น.. เกมนี้ไม่ว่ายังไงเราก็แพ้แล้ว..” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับเงยหน้าขึ้นไปมองบนเพดานอย่างเหนื่อยใจ
“..อย่างนั้นเหรอ แต่ทางนู้นก็ฉลาดใช้ได้เลยนะ ไม่ยอมเสียเปรียบให้ภาวินเลย อีกอย่างพวกเราคงจะดูถูกพวกมันไปหน่อย ถึงขั้นที่รู้ว่าเราอยู่ด้วยกันขนาดนี้ มีความเป็นไปได้อยู่สองกรณี หนึ่งคือพวกมันจับตาดูพวกเราจนละเอียดยิบ กับสอง คือเกลือเป็นหนอน..” พิชญ์กล่าว
“ไม่น่าจะมีหนอนในหมู่พวกเราในตอนนี้หรอกครับ.. แต่กำลังคิดอยู่ว่าทำไมมันถึงจ้องมาเล่นงานพี่ในตอนนี้ หรือว่าจริงๆเป้าหมายของพวกมันจะเป็นพี่มาตั้งแรกแล้ว และผมไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องบังเอิญนะครับ..” โอ๊ตกล่าว แต่เขาก็ยังสองจิตสองใจอยู่ในตอนนี้..
“เรียนคุณชาย.. กระผมมีความคิดว่ามันเป็นไปได้ค่อนข้างยากขอรับ.. การมาของท่านหญิงนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ได้กำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรก ท่านหญิงเพิ่งจะตัดสินใจว่าจะเดินทางมาในช่วงสายๆนี้เท่านั้นขอรับ” แซมสันกล่าวรายงาน มันจึงยิ่งทำให้โอ๊ตขมวดคิ้วสงสัยยิ่งกว่าเดิม..
“เรียนคุณชาย.. กระผมคิดว่าอีกฝ่ายคงจะมีเป้าหมายให้พวกเราสองตระกูลมีความขัดแย้งกันเองก็เป็นไปได้ขอรับ พวกมันคงคาดไม่ถึงว่าคุณหญิงจะเดินทางมาในวันนี้.. มันมีความเป็นได้อยู่ที่พวกมันยังไม่พร้อมที่จะต่อกรกับพวกเราสองตระกูลใหญ่พร้อมๆกัน คงจะเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมาย และกังวลใจไม่น้อย พวกมันจึงออกกลอุบายนี้เพื่อให้เราไม่ลงรอยกันก็เป็นไปได้ขอรับ..” กิตติกล่าว
“ถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ดีน่ะสิ!.. เราจะเชื่อสมมติฐานนี้ได้จริงๆอย่างนั้นเหรอ..” พิชญ์กล่าวถามออกมาอย่างสงสัย ซึ่งคนอื่นๆก็ต่างไม่มีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้สักเท่าไร แต่ทว่ามันกลับไม่ใช่กับโอ๊ต..
“ถ้าเราไม่รู้.. ก็แค่ต้องลองดู.. จริงไหม” โอ๊ตกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมา..
“ลอง? นายจะลองอะไรภาวิน..” พิชญ์กล่าวถาม พร้อมกับพ่อบ้านแต่ละคนที่สงสัยเช่นกัน
“ลองสมมติฐานยังไงล่ะครับ.. เพราะมันก็เป็นทางเลือกที่เป็นผลดีไม่น้อยเลยทีเดียว.. ผมคิดว่ามันคงไม่รู้หรอกว่าพวกเราสองคนมีความสัมพันธ์ยังไงต่อกัน.. อีกอย่างถ้าทำตามแผนของผม ผมเชื่อว่าเราจะเข้าใจวัตถุประสงค์ของพวกมันมากขึ้น.. พี่พิชญ์ พี่เชื่อใจผมหรือเปล่า” โอ๊ตกล่าว
“แน่นอน.. ฉันก็พูดไปแล้วนี่ว่าจะทำทุกอย่างตามที่นายบอก.. เชิญเอ่ยกล่าวมาเถอะ!.” พิชญ์วางแก้วไวน์ของตัวเองลง ก่อนจะหันมาทำหน้าจริงจัง ส่วนโอ๊ตก็ยิ้มออกมาก่อนจะเริ่มเล่าแผนของเขาให้กับทุกคนในที่นี้ฟัง ซึ่งมันต้องแข่งกับเวลาที่อีกฝ่ายจะโทรกลับมาด้วยเช่นกัน..
..ทางด้านของเกมส์ กับกลุ่มสาวๆ..
“ทำไมถึงจ้องอย่างนั้นล่ะขอรับคุณหนูเฟิร์น.. เหมือนมีอะไรอยากจะพูดนะขอรับ” เกมส์กล่าวถามกับเฟิร์น ลูกสาวของคุณหญิงเปรม ในขณะที่เขากำลังผิวปาก และยกเท้าขึ้นมาวางบนโต๊ะอย่างสบายอารมณ์
“แต่ต้องเสียใจด้วยนะขอรับ พอดีกระผมไม่มีอะไรที่จะฟัง หรือพูดคุยกับคุณหนูเลยสักคำเดียว ฮ่าๆ ทำไมเหรอครับ คงอยากจะถามว่าทำอย่างนี้ไปทำไมอย่างนั้นสินะ!.. หึหึ เพื่อให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันยังไงล่ะขอรับ เพื่อเด็กๆที่โตมาจะไม่ต้องมาเจอเรื่องที่โหดร้ายเหมือนกับกระผม ดังนั้นพวกคนรวยที่อวดเบ่งก็ควรจะตายๆไปให้หมดซะก็ยิ่งดี..”
ตอนนี้เกมส์ไม่ต่างอะไรกับคนบ้าสักเท่าไร เขาพูดคนเดียวหัวเราะคนเดียว ในขณะที่มองดูเหล่าตัวประกันไปด้วย ในเวลานี้ตัวประกันของเขาที่ตื่นขึ้นมาจากฤทธิ์ของยาสลบมีเพียงแค่คุณหนูปิงปิง กับคุณหนูเฟิร์นเท่านั้น ส่วนคุณหนูมนต์กับไอดอลไอนะยังคงหลับอยู่ และพวกเธอคงจะไม่รับรู้ว่าเคยถูกจับตัวมา ถ้าเจ้าน้องชายของเขาช่วยเหลือได้ทันเวลา..
“พริ้วๆๆ โอ้! จริงสิ! ฉันล่ะอยากรู้จริงๆเลยว่าเจ้าโอ๊ตนั้นมันจะตัดสินใจยังไง.. คุณหนูปิงปิงคิดยังไงอย่างนั้นเหรอครับ..” ด้วยความที่มันว่างจนเกินไป เกมส์ผิวปากก่อนจะกล่าวถามกับปิงปิง ซึ่งแน่นอนว่าครั้งนี้เขาดึงเทปปิดปากของเธอออก เพื่อให้เธอแสดงความคิดเห็น
“....โอ๊ตเขาจะต้องมาช่วยพวกเราทุกคนแน่นอน แล้วแกจะไม่มีทางรอดไปจากที่นี่” ปิงปิงกล่าว ส่วนเกมส์ที่ได้ยินอย่างนั้นก็หัวเราะลั่นห้องที่พวกเขาอยู่..
“ฮ่าๆๆ เมื่อสักครู่ทั้งๆที่คุณหนูได้ยินไปแล้วไม่ใช่เหรอครับ.. พวกคุณมันก็แค่ใบไม้สำหรับเขา อีกอย่างนะครับ เกมที่สองที่กำลังจะเกิดขึ้น ไม่ว่ายังไงชัยชนะก็ต้องตกเป็นของกระผม.. ไม่มีทางเลยที่นายหญิงของตระกูลใหญ่คนนั้นจะยอมตกลง และมาเป็นตัวประกันแทนพวกคุณหนูทั้งหลาย..”
“อีกอย่าง.. พวกเขาทั้งสองตระกูลจะเกิดความขัดแย้งกันเองจากเหตุการณ์นี้ ระแวงว่าอีกฝ่ายจะตลบหลังของกันและกันทั้งตอนนี้ และในอนาคต... ถือว่าเป็นผลพลอยได้ที่ดีสำหรับแผนการในอนาคตจริงๆ” เกมส์กล่าวอย่างชอบใจ มันเป็นเรื่องที่เขาก็เพิ่งจะคิดได้หลังจากที่พวกลูกน้องเริ่มกังวลในเรื่องของการร่วมมือของทั้งสองตระกูล
เขาพยายามสร้างสิ่งที่เรียกว่าจินตนาการความคิดของทั้งสองฝ่าย ให้เจ้าโอ๊ตมันคิดว่าที่เพื่อนๆของมันถูกจับตัวมานั้น จริงๆแล้วเป้าหมายก็คือท่านหญิงคนนั้นต่างหาก.. ส่วนท่านหญิงที่ไม่ได้รู้จักกับเจ้าโอ๊ตนั้นดีพอ เธอก็จะระแวงว่าโอ๊ตจะลงมือจับตัวของเธอมาแลกเปลี่ยนหรือเปล่า เพราะเธอคนนั้นมาที่นี่ด้วยความกะทันหันเกินไป จึงเอากำลังพลมาน้อยกว่าพวก ณ สุวรรณภูมิที่ตั้งฐานลับที่นี่แล้ว
ไม่ว่าจะลงเอยที่การไม่แลกเปลี่ยนเขาก็ยังได้กำไรจากการแลกเปลี่ยน คือมีตัวประกัน 3 คน แต่ถ้าเจ้าโอ๊ตนั้นเลือกที่จะยอมแลกเปลี่ยนตัวนายหญิงคนนั้นก็ถือว่าไม่เสียหายอะไร ถึงตัวประกันจะหายไปหมดก็ตาม ยังไงหัวของนายหญิงคนนั้นก็มีค่ามากสำหรับองค์กร ดีกว่าหัวของสี่สาวนี่เป็นไหนๆ
“ไม่! ไม่ว่ายังไงโอ๊ตก็ต้องมาช่วยพวกเราแน่นอน.. ส่วนพวกแกนั้นแหละที่จะแพ้” ปิงปิงกล่าว ถึงเธอจะรู้ดีว่าชีวิตของพวกเธอไม่ได้สำคัญสำหรับโอ๊ตมากขนาดนั้น และถ้าให้เทียบกับคุณหญิงคนนั้น พวกเธอก็ไม่ต่างอะไรจากมดปลวกอยู่แล้ว แต่สิ่งที่เธอกำลังทำคือการให้กำลังใจ ให้ความหวังสำหรับเพื่อนสาวที่ถูกจับตัวมาด้วยกันเท่านั้นเอง
“หึหึ.. กระผมจะรอดูความหวังของเศษใบไม้ก็แล้วกันขอรับ.. เฮ้ย! พวกแกนะ.. ทุกอย่างพร้อมหรือยัง” เกมส์กล่าวกับปิงปิงก่อนจะใช้เทปมาปิดปากของพวกเธอเช่นเดิม ก่อนจะหันไปทางพวกลูกน้องที่กำลังวุ่นวายอะไรสักอย่างอยู่..
“อีกประมาณ 30 วินาทีขอรับหัวหน้า..” ลูกน้องคนหนึ่งกล่าวตอบกลับมา และมันก็ทำให้เกมส์นั้นยิ้มออกมาอย่างสุขล้นหัวใจ..
“ดีมาก! เกมสุดท้ายที่จะเล่นกับเจ้าน้องชายของฉัน มันจะต้องดูยิ่งใหญ่อลังการเข้าไว้.. แล้วถ้าเรื่องนี้มันมีพระเอกขี่ม้าขาว มันก็จำเป็นต้องมีนางเอกด้วยจริงไหม.. สงสัยจริงๆว่านางเอกของฉันมันจะเหลือสักกี่คนกันนะ..ฮ่าๆๆ” เกมส์กล่าวพร้อมกับจ้องมองเหล่าตัวประกันที่น่ารักของเขาอีกครั้งหนึ่ง ก่อนที่นาฬิกาปลุกมันจะเตือนว่าตอนนี้มันครบ 10 นาทีตามที่ได้ให้ไว้กับเจ้าน้องชายตัวดีแล้ว..
กลับมาที่ทางด้านของโอ๊ตที่ตอนนี้กำลังยืนอยู่ในลิฟต์พร้อมกับกิตติ และชูเกียรติ แต่ละคนแสดงสีหน้าเรียบนิ่งปนกับความตึงเครียดเล็กน้อย มันเป็นเพราะคุณหญิงพิชญ์กับพ่อบ้านใหญ่แซมสันไม่ได้เห็นด้วยกับแผนการของโอ๊ตที่คิดขึ้นมา..
“แจ้งพวกชุนตงไปแล้วใช่ไหม..” โอ๊ตกล่าวถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ
“เรียนคุณชาย.. ตอนนี้พวกเขาทั้งหมดที่เกี่ยวข้องน่าจะเดินทางไปถึงฐานลับของพวกเราแล้วขอรับ..” กิตติกล่าวตอบ ซึ่งโอ๊ตก็พยักหน้าเล็กน้อย ก่อนที่ประตูลิฟต์มันจะถูกเปิดออก พร้อมกับบอดี้การ์ดของตระกูลโรจนรัตติกุลเกือบทั้งหมดวิ่งเข้ามาประจำการที่หน้าลิฟต์ทันที
“...หึหึ...” เมื่อโอ๊ตเห็นอย่างนั้นก็เบะปากของตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะจ้องหน้าพวกมัน และเดินจากไปอย่างเงียบๆ รถของตระกูล ณ สุวรรณภูมิหลายสิบคันจอดรอพร้อมที่หน้าโรงแรมเรียบร้อยแล้ว โอ๊ตไม่อยากจะเสียเวลาใดๆอีกต่อไป เขารีบขึ้นรถในทันที และมันเป็นจังหวะเดียวกับที่โทรศัพท์ของโอ๊ตนั้นดังขึ้น..
“..หมดเวลาแล้วนะขอรับท่านชาย.. การแลกเปลี่ยนของเราจะเกิดขึ้นหรือไม่ขอรับ” เกมส์กล่าวถามด้วยรอยยิ้มอย่างมีเลศนัย ส่วนโอ๊ตก็ได้แต่ทำหน้าเซ็งๆ และตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง..
“แกชนะในเกมนี้.. แกสามารถเอาปิงปิงกลับไปได้เลย..”