บรรยากาศภายในรัฐสภาร้อนระอุด้วยเสียงตะโกนด่าทอท่ามกลางความขัดแย้งของสองขั้วอำนาจ ผู้นำฝ่ายค้าน ยืนตระหง่านพลางชูเอกสารงบประมาณที่ถูกซีร็อกซ์มาอย่างเร่งด่วนจนตัวอักษรบางส่วนเลอะหมึก
"ท่านประธาน! นี่คือหลักฐานงบประมาณที่รั่วไหลไปสู่ปฏิบัติการมืด!" เสียงคำรามดังก้องสภา "ในขณะที่ประชาชนถูกปราบปราม รัฐบาลกลับเซ็นอนุมัติ 'งบฉุกเฉิน' เป็นเงินสดจำนวนมหาศาล ผมขอถามนายกฯ ศรัณย์ว่าเงินเหล่านั้นหายไปไหน หรือมันกลายเป็นค่าจ้างให้ใครมาสร้างสถานการณ์สังหารประชาชน!"
ด้านนอกรั้วสภา มวลชนกลุ่มใหญ่กำลังเผชิญหน้ากับแถวทหารและตำรวจควบคุมฝูงชน เสียงนกหวีดดังระงมสลับกับเสียงรายงานข่าวจากวิทยุ AM ที่พยายามแทรกคลื่นรบกวน ภาพเหตุการณ์ปะทะถูกส่งต่อผ่านคลิปวิดีโอความละเอียดต่ำบนหน้าเว็บฟอรั่มการเมืองที่โหลดอย่างเชื่องช้าผ่านโมเด็มยุคเก่า
นายกฯ ศรัณย์ นั่งจิบน้ำเย็นอยู่ในห้องพักรับรอง เขามองโทรทัศน์จอตู้ขนาดใหญ่ที่กำลังฉายภาพข่าวช่องหลัก สื่อทุกสำนักถูกสั่งให้คัดเลือกภาพเฉพาะจังหวะที่ผู้ประท้วงใช้ความรุนแรง เพื่อสร้างภาพลักษณ์ "ผู้ก่อความไม่สงบ" ให้กับมวลชนฝ่ายค้าน
"ท่านนายกฯ ครับ ข่าวทางวิทยุชุมชนและเว็บข่าวหลักเริ่มได้ผลครับ" เลขาส่วนตัว รายงาน "คนเมืองเริ่มกลัวความรุนแรงและหันมาสนับสนุนให้เราใช้อำนาจเด็ดขาดครับ"
ศรัณย์แค่นยิ้ม "ดี... ยิ่งข้างนอกวุ่นวายเท่าไหร่ 'แผนกระชับอำนาจ' ของผมก็ยิ่งดูชอบธรรม สั่งกองประชาสัมพันธ์ให้ส่งม้วนเทปบันทึกภาพตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บไปให้ทุกสถานี ขยี้ภาพนั้นซ้ำๆ ให้คนรู้สึกว่ารัฐบาลคือที่พึ่งสุดท้ายของความสงบ"
ในตึกแถวเก่าๆ ที่ชั้นล่างมีป้ายเขียนด้วยลายมือว่า "กะเพราลุงแสง - ขายอย่างเดียว ไม่ต้องสั่งเยอะ" กลิ่นฉุนของพริกแห้งและใบกะเพราป่าที่ผัดจนไหม้เกรียมยังอบอวลอยู่ในอากาศ แสงอยู่ในชุดเสื้อยืดสีซีดและผ้ากันเปื้อนเปื้อนคราบน้ำมัน กำลังสะบัดกระทะเหล็กใบยักษ์ล้างน้ำด้วยจังหวะดุดัน แววตาที่เคยนิ่งสงบเปลี่ยนเป็นคมกริบเมื่อเขามองนาฬิกาแขวนผนัง
"ยศพันเอกที่นายทำบัตรปลอมมาให้... มันจะช่วยให้ฉันผ่านด่านตรวจหน้าตึก ยก.ทบ. ได้จริงเหรอหมอก?" แสงเอ่ยเสียงต่ำขณะเช็ดมือที่เปียกปอน
หมอก นั่งเหงื่อซึมอยู่หน้าคอมพิวเตอร์จอหนา (CRT) ที่วางอยู่ท่ามกลางกองอะไหล่เก่าหลังร้าน เขากำลังใช้โปรแกรมแฮ็กผ่านสายโทรศัพท์บ้าน (Dial-up) ที่ส่งเสียง อี๊ด-อ๊อด อย่างน่ารำคาญ "ไม่รู้สิ ลุงชาติสอนมาแค่พื้นฐานเองนะ ถ้าให้แกทำน่าจะออกมาได้ดีกว่านี้" หมอกบ่นพลางเคาะแป้นพิมพ์ที่เริ่มเหลือง "แต่ผมอาศัยช่องโหว่ s XP เจาะฐานข้อมูลสำรองของกรมกำลังพลได้แล้ว ตอนนี้ลุงคือ 'พันเอกอาคม' ฝ่ายเสนาธิการที่ไม่มีใครเคยเห็นหน้า แถมลุงเคยเป็นทั้งอดีตตำรวจคอมมานโดและอดีตทหารพราน เรื่องบุคลิกไม่น่ามีปัญหาอะไร"
หมอกยื่นม้วนกระดาษโทรสาร (Fax) ที่ได้รับจากแหล่งข่าวลึกลับให้แสงดู "รหัสปฏิบัติการคือ 'กรงเล็บสุริยัน' รายชื่อนายพล 4 คนที่เกี่ยวข้อง: พลโทอเนก, พลตรีเกรียงไกร, พลตรีธชา และ พลตรีทรงยศ หนึ่งในสี่คนนี้คือคนสั่งในคืนก่อนรัฐประหาร"
"พันเอกคือยศที่พวกนายพลเห็นจนชินตาแต่ไม่เคยจำชื่อ" แสงถอดผ้ากันเปื้อนออก เผยให้เห็นรอยแผลเป็นจากการสู้รบที่แขน "พลโทอเนกคุมนโยบาย เกรียงไกรกับธชาคุมกำลังรบ... แต่ที่ฉันสงสัยคือ พลตรีทรงยศ บันทึกว่าเขามีการเบิกเงินสดก้อนใหญ่ในคืนนั้น ทั้งที่เขาไม่ได้คุมหน่วยพลาธิการ"
แสงหยิบแฟลชไดรฟ์ขนาดเล็กความจุ 2GB ขึ้นมา "ไฟล์ทั้งหมดในเซิร์ฟเวอร์นั่นใหญ่แค่ไหน?"
"ถ้าเป็นแค่เอกสารคำสั่ง ยัดลงไดรฟ์นี้เหลือๆ ครับลุง" หมอกตอบพลางเช็กสายสัญญาณกล่องเหล็กดัดแปลง "แต่พอร์ต USB ของตึกนั้นมันเก่า ลุงมีเวลาเสียบค้างไว้แค่ไม่เกิน 5 นาทีนะ ส่วนเครื่องกวนสัญญาณวิทยุตัวนี้ ผมจะเปิดระบบดึงคลื่นความถี่ VHF ของทหารยามให้รวน แต่มันจะถ่วงเวลาได้แค่ 3 นาทีเท่านั้น"
"ลุง... แน่นะว่าจะเสี่ยงตอนนี้ จริงๆ เราแค่ยอมเสียเวลาสักวันสองวัน รอให้ลุงชาติมาช่วยได้นะ" หมอกเตือนด้วยความกังวล
"ตอนนี้แหละดีที่สุดแล้ว พวกนั้นเองก็คงวุ่นอยู่กับการพยายามแก้ตัวกับสื่ออยู่ ส่วนไอ้ชาติ... ถ้างาการนี้มันไม่อันตราย ลุงก็คงให้มันลงมาช่วยตั้งแต่แรกแล้ว"
แสงชะงักฝีเท้าลงชั่วครู่ สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรูปถ่ายใบเก่าสีซีดจางที่เหน็บไว้ข้างตู้กระจกหน้าร้าน มันเป็นภาพของเขา ตะวัน และ ชาติ ในชุดเครื่องแบบสมัยยังรุ่งโรจน์ แสงยื่นมือที่หยาบกร้านและเปื้อนคราบน้ำมันพืชไปลูบกระจกตรงใบหน้าของน้องชายเบาๆ แววตาของพ่อค้ากะเพราเปลี่ยนเป็นดุดันและเยือกเย็นดุจมัจจุราช
"คดีของพ่อแกถูกดึงเช็งมาสามปีแล้วหมอก..." แสงพูดเสียงต่ำ ก่อนจะสวมแจ็กเก็ตทับเครื่องแบบปลอมที่เตรียมไว้
สายฝนยามค่ำคืนเริ่มโปรยปวนลงมาสะท้อนกับแสงไฟนีออนรอบรั้ว กองบัญชาการกองทัพบก บรรยากาศรอบตึกทรงไทยประยุกต์ดูเคร่งขรึมและกดดันกว่าปกติเนื่องจากสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองภายนอก ทหารยามสองนายในชุดฝึกลายพรางสวมหมวกทรงหม้อตาลยืนถือปืนปลีกระชับมั่นอยู่หลังแผงกั้นเหล็ก
รถแท็กซี่สีชมพูเก่าๆ คันหนึ่งแล่นมาจอดเทียบหน้าประตูกลาง แสงในคราบ "พันเอกอาคม" ก้าวลงมาจากรถอย่างช้าๆ หมวกหม้อตาลทหารบกถูกจัดวางมุมอย่างเป๊ะปัง เสื้อเครื่องแบบติดตราสัญลักษณ์กรมยุทธการทหารบก (ยก.ทบ.) เรียบกริบไร้รอยยับ แววตาและท่าทางการเดินหลังตรงอกผายที่สั่งสมมาตั้งแต่สมัยเป็นคอมมานโดและทหารพรานทำให้เขาดูทรงอำนาจจนทหารยามรุ่นเด็กต้องรีบก้าวเข้ามาทำความเคารพ
"ขอดูบัตรประจำตัวด้วยครับผู้พัน ช่วงนี้มีคำสั่งกระชับพื้นที่ด้านใน" ทหารยามนายหนึ่งเอ่ยเสียงสุภาพแต่สายตายังคงระแวดระวัง
แสงไม่แสดงอาการพิรุธแม้แต่น้อย เขาล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบบัตรประจำตัวปลอมที่หมอกพิมพ์จากเครื่องอิงก์เจ็ตยื่นให้ดูอย่างนิ่งสนิท ทหารยามเพ่งมองรูปและดูลายน้ำสะท้อนแสงบนบัตรอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นบุคลิกที่แผ่รังสีความเหี้ยมเกรียมและยศพันเอกที่น่าเกรงขาม มันจึงส่งบัตรคืนให้พร้อมตะเบ๊ะรับ "เชิญครับผู้พัน!" แสงพยักหน้ารับเล็กน้อยด้วยท่าทีเรียบเฉยก่อนจะก้าวเดินตัดสนามหญ้าตรงไปยังประตูกลางทางเข้าตึก ยก.ทบ. ทันที
ความกดดันของจริงเริ่มขึ้นที่นี่ หน้าประตูกระจกบานใหญ่มีเครื่องสแกนบาร์โค้ดรุ่นเก่าติดตั้งอยู่ติดกับกลอนประตูดิจิทัล แสงรู้ดีว่าแค่เดินผ่านทหารยามน่ะเรื่องง่าย แต่การจะผ่านประตูนี้ได้ บาร์โค้ดบนบัตรปลอมต้องตรงกับฐานข้อมูลในเซิร์ฟเวอร์กลางที่หมอกกำลังแฮ็กอยู่
แสงยกมือขึ้นแตะหูฟังจิ๋วในช่องหูพลางยืนบังมุมกล้องวงจรปิด "หมอก... ฉันอยู่หน้าประตูกลางแล้ว กำลังจะสแกนบัตร"
ห่างออกไปที่หลังร้านกะเพรา หมอก นั่งหน้าเครียดจ้องหน้าจอ CRT ที่สะท้อนแสงสีฟ้าสลัว นิ้วมือของเขาสั่นระริกขณะคีย์คำสั่งผ่านระบบเชื่อมต่อ Dial-up ที่เชื่องช้า "ใจเย็นลุงแสง! เน็ตมันหน่วงมาก... ผมเพิ่งยัดชื่อ 'พันเอกอาคม' เข้าไปในระบบทะเบียนประวัติเสร็จ แต่ระบบตรวจสอบหน้าประตูมันยังไม่อัปเดต! อย่าเพิ่งรูดบัตรนะลุง!"
แสงยืนนิ่งสูดหายใจเข้าลึก แสร้งทำเป็นหยิบโทรศัพท์มือถือปุ่มกดขึ้นมาดูเวลาเพื่อฆ่าเวลา ทหารเวรยามด้านในตึกเริ่มหันมามองนิ่งๆ ผ่านกระจกเป็นเชิงสงสัยว่าทำไมพันเอกนายนี้ถึงไม่ยอมเข้าตึกเสียที
"หมอก... ทหารด้านในเริ่มมองแล้ว นับถอยหลังห้าวินาที ฉันจะสแกนแล้วนะ" แสงกระซิบเสียงต่ำ
"สาม... สอง... หนึ่ง... รูดเลยลุง!" หมอกรัวนิ้วกด Enter ส่งคำสั่งสุดท้ายกระแทกเข้าช่องโหว่ s XP ทันที
ติ๊ด! แสงทาบพิกัดบาร์โค้ดเข้ากับช่องแสงสีแดงของเครื่อง ไฟสัญญาณบนกล่องเหล็กกะพริบจากสีแดงเปลี่ยนเป็น สีเขียว พร้อมเสียงปลดล็อกกลอนประตูดัง แกร๊ก! ทหารด้านในเลิกสงสัยแล้วหันไปทำหน้าที่ของตัวเอง แสงผลักประตูเข้าไปด้านในตึกได้อย่างหวุดหวิด หัวใจของหมอกแทบหยุดเต้นอยู่หลังร้านกะเพรา "ผ่านแล้วลุง! แต่ระบบสำรองอาจจะเด้งตรวจสอบซ้ำ ลุงมีเวลาไม่มากแล้ว!"
เมื่อผ่านประตูกลางเข้ามาด้านในตึก โถงทางเดินปูด้วยหินอ่อนสีขาวนวลเงียบกริบ มีเพียงเสียงฝีเท้าของแสงที่กระทบพื้น แสงก้าวฉับๆ มุ่งตรงไปยังห้องศูนย์ข้อมูลกลางทันที "หมอก... ฉันอยู่หน้าห้องแล้ว มีเวรยามเฝ้าอยู่สองนายหน้าประตู"
"รับทราบครับลุงแสง... เริ่มระบบกวนสัญญาณวิทยุ ตอนนี้ ลุงมีเวลา 3 นาที... ลุยเลยครับ!" หมอกสับสวิตช์กล่องเหล็กดัดแปลงทันที เครื่องส่งสัญญาณส่งเสียงหึ่งๆ เบาๆ ปล่อยคลื่นความถี่ตัดสัญญาณวิทยุสื่อสารรอบตึก ยก.ทบ. ในรัศมีแคบๆ
ที่หน้าห้องศูนย์ข้อมูลกลาง วิทยุสื่อสารที่เอวของทหารยามทั้งสองนายพลันส่งเสียงซ่าดังลั่น "ซู่... ซ่า..." จนพวกมันมีท่าทีเลิ่กลั่กพยายามกดปุ่มปรับช่องสัญญาณ แสงฉวยจังหวะนั้นก้าวประชิดตัวด้วยความเร็วของอดีตคอมมานโด "เฮ้ย! วิทยุกรมยุทธการรวนกระจายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? ไปแจ้งศูนย์สื่อสารชั้นล่างให้เซ็ตระบบสำรองเดี๋ยวนี้! ฉันจะเข้าตรวจสอบห้องคลังข้อมูลเอง" แสงคำรามเสียงดุและใช้อำนาจยศพันเอกกดดันทันที
ทหารยามทั้งสองที่กำลังตื่นตระหนกกับวิทยุและไม่กล้าขัดคำสั่งนายทหารระดับสูง รีบตะเบ๊ะรับ "ครับผู้พัน!" แล้วรีบวิ่งกึ่งเดินลงบันไดไปทันที
แสงใช้รหัสบัตรปลอมรูดผ่านประตูดิจิทัลของห้องศูนย์ข้อมูลกลางได้อย่างหวุดหวิด ภายในห้องเต็มไปด้วยตู้เซิร์ฟเวอร์รุ่นเก่าที่ส่งเสียงพัดลมดังกระหึ่ม แสงตรงไปยังเครื่องคอมพิวเตอร์หลักประจำห้อง เขารีบชักแฟลชไดรฟ์ขนาด 2GB ออกจากกระเป๋าเสื้อแล้วเสียบเข้าที่พอร์ต USB 2.0 ด้านหลังเคสทันที
หน้าจอ s XP ขึ้นหน้าต่างป๊อปอัปค้นหาอุปกรณ์ แสงใช้ความรู้พื้นฐานที่เคยเรียนมาพิมพ์คำสั่งเปิดโฟลเดอร์คำสั่งยุทธการลับประจำปี 2553 ขึ้นมา สายตาของเขาไล่หาจนเจอไฟล์ข้อมูลที่ชื่อ [OP_SUN_CLAW_2553.doc] (ปฏิบัติการกรงเล็บสุริยัน) เขากดก๊อปปี้ไฟล์ลงแฟลชไดรฟ์ทันที! แถบแสดงสถานะสีเขียวค่อยๆ ขยับอย่างเชื่องช้า [Copying... 10%... 20%] ความเร็วของ USB รุ่นเก่าทำให้แสงต้องลุ้นจนเม็ดเหงื่อผุดขึ้นตามไรผม
"ลุง! แย่แล้ว เครื่องกวนสัญญาณเริ่มร้อนเกินไป คลื่น VHF กำลังจะกลับมาใช้งานได้ในอีก 1 นาที! ทหารยามกำลังเดินกลับขึ้นมาแล้วครับ!" เสียงหมอกดังรัวมาจากหูฟัง
แถบดาวน์โหลดบนหน้าจอยังคงวิ่งอย่างเชื่องช้า [80%... 85%...] แสงขบกรามแน่น ในใจคิดถึงภาพถ่ายใบเก่าของตะวันที่หนีบอยู่ข้างตู้กระจกร้านกะเพรา... ความแค้นตลอดสามปีที่ผ่านมาทำให้เขายังคงยืนนิ่งปักหลักไม่ยอมถอย
ติ๊ด! [Copy Complete] แสงกระชากแฟลชไดรฟ์ออกจากพอร์ตทันทีในวินาทีเดียวกับที่เสียงฝีเท้าของทหารยามดังใกล้เข้ามาหน้าประตู แสงรีบกดสวิตช์ปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ให้ดับมืด แล้วเบี่ยงตัวหลบเข้ามุมมืดหลังตู้เซิร์ฟเวอร์ขนาดใหญ่ได้อย่างเฉียดฉิว
ประตูห้องเปิดผางออกพร้อมกับทหารยามสองนายที่เดินเข้ามาตรวจดูความเรียบร้อยเมื่อสัญญาณวิทยุของพวกมันกลับมาใช้ได้ปกติ "ไม่มีใครอยู่นี่หว่า... แล้วผู้พันคนเมื่อกี้หายไปไหนแล้ว?" พวกมันบ่นพึมพำด้วยความงุนงงก่อนจะเดินออกไปปิดประตูตามเดิม แสงถอนหายใจยาวในความมืด เขาอาศัยความมืดและความเจนสนามลอบออกจากตึก ยก.ทบ. ผ่านทางบันไดหนีไฟด้านหลังอย่างแนบเนียน จนกระทั่งกลับมาถึงรถแท็กซี่ที่จอดรออยู่ห่างออกไป
เมื่อกลับมาถึงหลังร้านกะเพรา แสงโยนแฟลชไดรฟ์ลงบนโต๊ะคอมพิวเตอร์ของหมอก หลานชายรีบคว้ามันไปเสียบเข้าเครื่องทันทีเพื่อเปิดอ่านไฟล์คำสั่งปฏิบัติการกรงเล็บสุริยัน... แต่ทันทีที่ไฟล์เอกสารสีเหลี่ยมเปิดออกบนหน้าจอ CRT แววตาของทั้งสองลุงหลานกลับต้องเบิกกว้างด้วยความตกตะลึง
มันไม่ใช่คำสั่งทหารทั่วไป... แต่มันคือบันทึก "คำสั่งวาจา" และแผนผังโครงข่ายการจ่ายเงินสดที่ระบุชื่อผู้รับผิดชอบชัดเจน ซึ่งในตอนท้ายของเอกสารลับชิ้นนั้น มีหมายเหตุที่เขียนทิ้งไว้ว่า:
“ผู้ดำเนินงานภาคสนามในพื้นที่: พลตรีทรงยศ / ผู้อนุมัติงบประมาณพิเศษ: พลตรีธชา / ผู้ประสานงานฝ่ายความมั่นคง: นายกฯ ศรัณย์”
"มิน่าล่ะ..." หมอกเอ่ยเสียงสั่น เสน่ห์ความทะเล้นของวัยรุ่นที่เคยมีหายไปสิ้น เหลือเพียงความหวาดกลัวที่ฉายชัดในแววตา "คดีของพ่อถึงได้เงียบเป็นป่าช้าตลอดสามปี ไม่ใช่เพราะทหารปกปิดอย่างเดียว แต่ในเอกสารมันระบุชัดเจน... นายกฯ คนก่อนเป็นคนเซ็นอนุมัติงบลับตามหน้าที่ แต่ไอ้คนที่เป็น 'ผู้ประสานงานและรับมอบงบลับภาคการเมือง' เพื่อเอาเงินไปจ้างคนมาสร้างสถานการณ์ฆ่าพวกเดียวกันเอง... คือ นายกฯ ศรัณย์ ซึ่งตอนนั้นมันยังเป็นผู้นำฝ่ายค้านอยู่เลยด้วยซ้ำ!"
แสงไม่พูดอะไร เขาซึมซับความจริงตรงหน้าช้าๆ... ความชั่วร้ายของศรัณย์มันเกินกว่าที่เขาคาดคิด มันยอมหักหลังอุดมการณ์ แอบจับมือกับนายพลในกองทัพเพื่อสร้างความรุนแรงบนท้องถนน ล้มรัฐบาลชุดเก่า แล้วชุบตัวก้าวขึ้นมาเสวยสุขในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันบนคราบเลือดของสารวัตรตะวันและประชาชน
แสงไม่พูดอะไร เขาซึมซับความจริงตรงหน้าช้าๆ มือหยาบกร้านยกขึ้นลูบรอยแผลเป็นจากการรบที่แขนเบาๆ สายตาจับจ้องไปที่ชื่อของ "นายกฯ ศรัณย์" บนจอคอมพิวเตอร์หนาเตอะอย่างไม่กะพริบตา เพลิงแค้นที่เคยคิดว่าร้อนสุมทรวง บัดนี้กลับกลายเป็นความเย็นเยียบดุจน้ำแข็งก้นบ่อ
"หมอก ก๊อปปี้ไฟล์นี้ลงแผ่น CD" แสงสั่งเสียงเรียบต่ำจนน่ากลัว "แล้วส่งสัญญาณลับรหัสผ่านหน้าเว็บฟอรั่มไปหาไอ้ชาติ... บอกมันว่าแกงกะเพราหม้อใหญ่สุกแล้ว ให้มันรีบมากินก่อนที่ร้านเราจะโดนบึ้ม"
แสงเดินไปที่ประตูกระจกหน้าร้าน แย้มผ้าม่านมองออกไปบนถนนสลัว สายฝนยังคงตกหนัก สลับกับเสียงรถหวอไซเรนที่ดังแว่วมาจากทิศทางของรัฐสภา เขารู้ดีว่าศรัณย์กำลังใช้มวลชนบนท้องถนนเป็นโล่มนุษย์เพื่อสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองในสภา โดยไม่มีใครรู้เลยว่า เบื้องหลังรอยยิ้มสุภาพของผู้นำประเทศ... มันคือรอยเลือดของ 'ตะวัน' และคนบริสุทธิ์อีกนับไม่ถ้วน