บทที่ 123 การเดิมพัน
“เธอ!! แล้วเธอเป็นใคร มายุ่งกับเรื่องของพวกฉันทำไม!” หยางเจาเจี้ยนรู้ตั้งแต่แรกว่าตัวเองไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนหวังเป่าเป้ย นอกจากนี้...ที่เด็กสาวพูดก็เป็นเรื่องจริง ตอนที่เขาเลือกจะแต่งงานกับหวังเป่าเป้ย ก็เพราะรู้ว่าเธอเป็นศิษย์โดยตรงของอาจารย์เติ้ง ดังนั้น...ถ้าแต่งกับเธอ เขาก็สามารถให้เธอสอนทักษะวิชาธนูระดับสูงให้ได้
อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ทักษะระดับสูงไม่ใช่ทักษะวิชาที่จะพบเจอได้ง่ายๆ นอกจากตระกูลใหญ่จะเก็บเอาไว้ให้ลูกหลานเท่านั้นแล้ว ก็มีแค่อาจารย์เติ้งนี่แหละที่ใจกว้างเกินไป!
ในเมื่อไม่มีโอกาสอื่น ถ้าอย่างนั้นก็แต่งภรรยา พร้อมกับจ่ายเงินเพื่อซื้อทักษะวิชาระดับสูงไปด้วยเลย นี่เรียกว่ายิงปืนครั้งเดียวได้นกสองตัว!
คุณหนูจางไม่ได้ขี้เหร่ เป็นคนจากตระกูลใหญ่โต แล้วก็ยังมีวิชาธนูระดับสูงในมือด้วย เขาจ่ายเงินไปมากมายขนาดนั้น ล้วนคิดคำนวณเอาไว้แล้ว
แผนการที่เขาคิดเอาไว้ควรจะราบรื่นดี ไม่ควรจะถูกใครมองออกได้ คิดไม่ถึงเลยว่าเด็กสาวตัวผอมแห้งคนนี้จะพูดมันออกมาตรงๆ นี่...ไม่เท่ากับแก้ผ้าของเขาต่อหน้าผู้คนหรอกหรือ?
อย่าลืมว่าที่นี่คือตระกูลอี้ ทั้งยังเป็นวันเปิดรับสมัครแข่งขันด้วย ผู้คนมากมายในวิชาชีพธนูมารวมกันทั้งหมด ถ้าเขายังต้องการจะไปต่อบนเส้นทางนี้ สามารถขายหน้าต่อหน้าคนอื่นๆได้รึไง!
“หนุ่มน้อย ในฐานะนักธนูเหมือนกัน การเดิมพันด้วยทักษะธนูก็ดีนะ”
“ใช่แล้วๆ ถ้าเธอชนะก็จะแต่งภรรยาอย่างเต็มภาคภูมิ แต่ถ้าผู้หญิงชนะ...มันจะดีกว่าที่ปล่อยให้เธอได้เจอคนอื่น เป็นบุรุษน่ะ...แต่งภรรยาที่จะดูแลเขาได้ดีกว่านะ อย่ากลายเป็นสามีที่อยู่ข้างหลังแล้วให้ภรรยาปกป้องเลย แบบนั้นน่าอายจะตายไป”
“หนุ่มน้อย เธอคงไม่ได้กลัวหรอกใช่ไหม? ดูสิ...เด็กผู้หญิงยังกล้าที่จะเดิมพันเลย” ไม่รอให้หยางเจาเจี้ยนพูดตอบรับหรือปฏิเสธ เสียงผู้ชมที่ต้องการดูเรื่องสนุกก็พูดขึ้นมาแทนแล้ว พวกเขารู้ว่าเด็กสาวไม่อยากแต่งงาน อีกทั้ง...ในสายตาของพวกเขา มันก็น่าขัดใจอย่างบอกไม่ถูก
ดูเถอะ ผู้หญิงดูดีเสียขนาดนั้น แถมยังน่าจะแข็งแกร่งกว่าอีก ไอ้เจ้าคางคกตัวนี้มีอะไรดี คิดจะกกกอดสตรีที่สูงส่งกว่าตัวเองงั้นหรือ? ในฐานะที่เป็นผู้ใช้ธนูเหมือนกัน...พวกเขาย่อมต้องออกตัวปกป้องความดีงามเหล่านี้
“ฉัน....”
“ถ้านายไม่ตกลง อย่างนั้นก็ไปเอาเงินจากคนที่นายมอบให้มาเอง ยังไงฉันก็ไม่แต่งอยู่แล้ว” หวังเป่าเป้ยรู้สึกดีที่รุ่นน้องอันออกตัวแทนตนเอง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนโดยผู้คนมากมายรอบๆนี้ เธอจึงมีแรงที่จะพูดขึ้นมาอีกครั้ง
“เธอ!!”
“นั่นคือทั้งหมด บอกแค่ว่าจะเดิมพันหรือเปล่า ถ้านายตกลงเดิมพันแล้วนายชนะ ได้อันดับที่ดีกว่าฉันขึ้นมา ถึงเวลานั้น...ฉันจะแต่งให้นายก็ได้ แต่ถ้านายแพ้...นายจะต้องยกเลิกการแต่งงานบ้าๆนี่ ถ้านายเสียดายเงิน...งั้นก็แต่งกับครอบครัวที่เอาเงินของนายไปก็แล้วกัน!”
หวังเป่าเป้ยพูดแค่นั้น เธอจับจ้องไปยังหยางเจาเจี้ยน ชายหนุ่มมองซ้ายมองขวา อยากจะปฏิเสธแต่ก็อายเกินกว่าที่จะทำแบบนั้น
นังสตรีสารเลวคนนี้กล้าที่จะหักหน้าเขาต่อหน้าคนมากมาย ถ้าเขายังแสดงตัวเป็นบุรุษชั่วช้าอีก คงไม่พ้นจะถูกขับไล่ออกจากวงการนักธนู! ซึ่งเขาจะยอมให้เป็นแบบนั้นได้ยังไง
เอาเถอะ ต่อให้เขาแพ้พนัน เขาก็แค่ไปเอาเงินคืนมา ถ้าพวกมันไม่ให้...อย่างนั้นเด็กสาวที่ครอบครัวอันสายตรงคนนั้นก็ต้องแต่งให้เขาแทนหวังเป่าเป้ยคนนี้!
“ได้! ฉันรับการเดิมพันครั้งนี้!” หยางเจาเจี้ยนถูกบังคับให้ต้องยอมรับ หากเขารู้แบบนี้...ไม่พูดออกมาก็คงจะดีกว่า รอจนกว่าการแข่งขันจบลง พวกเขาไปสู่ขออีกฝ่ายที่ตระกูลเลยก็คงจะไม่มีปัญหาแล้ว
ก่อนหน้านี้ เพราะคิดว่าถ้าอีกฝ่ายรู้ว่าเขาจะเป็นสามีในอนาคตให้เธอ ยังไงก็ต้องทำเพื่อเขาบ้าง ปีที่แล้ว...เขาได้เห็นแล้วว่าหวังเป่าเป้ยคนนี้มีความสามารถขนาดไหน เวลาผ่านไปอีก 1 ปี เธอควรจะแข็งแกร่งมากขึ้นแล้ว ในขณะที่เขายังไม่ก้าวหน้าไปไหน ด้วยกลัวว่าจะตกรอบเหมือนกับปีก่อนแล้วทำให้ต้องอับอายขายหน้า เขาจึงได้เปิดเผยเรื่องนี้ออกไป คิดไม่ถึงว่าหวังเป่าเป้ยจะเป็นคนแบบนี้!
ทางด้านหญิงสาว หลังจากที่ได้ยินคำตอบจากหยางเจาเจี้ยน เหตุผลที่เธอควรจะต้องคว้าชัยชนะมามีเพิ่มขึ้นอีกเป็นเท่าตัว มือเรียวของเธอกำแน่น ฝ่ามือที่เต็มไปด้วยบาดแผลจากการทุ่มพลังในการฝึกธนูเป็นสิ่งที่ทำให้เธอมั่นใจ
เธอฝึกหนักมามากพอแล้ว ทั้งเพื่อให้อาจารย์เติ้งภาคภูมิใจ และเพื่อตัวเธอเอง!
ซูหยวนเดินตามหวังเป่าเป้ยที่ไม่มีจิตใจจะสนใจคนอื่นไปเงียบๆ สองสาวที่เพิ่งอยู่ในประเด็นร้อนเมื่อครู่กลายเป็นจุดสนใจของผู้รับลงทะเบียนตระกูลอี้มานานแล้ว เมื่อทั้งสองมาถึง..พวกเขาก็รับลงทะเบียนแข่งขันให้ทันที
เนื่องจากสองสาวมาถึงตั้งแต่เช้า ซึ่งยังไม่ค่อยมีคนมาลงทะเบียนมากนัก พวกเธอจึงกลายเป็นกลุ่มแรกที่จะได้เดินทางไปพื้นที่ D
การเดินทางไปยังเขตพื้นที่สำหรับการแข่งขันนั้นไม่ยุ่งยากมากนัก เนื่องจากตระกูลอี้รับผิดชอบเรื่องความปลอดภัยให้ทุกคนอยู่แล้ว ซูหยวนและรุ่นพี่หวังเพียงแค่เดินตามพวกเขาไปก็แค่นั้น
การแข่งขันจะเริ่มอย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ อย่างไรก็ตาม...ซูหยวนและรุ่นพี่หวังนั้นมีจดหมายแนะนำจากอาจารย์เติ้ง ดังนั้นการทดสอบแรกของเธอจึงไม่จำเป็น จนกว่าจะถึงบ่ายของวันพรุ่งนี้ ทั้งสองสาวนั้นมีเวลาว่างเป็นของตัวเอง
รุ่นพี่หวังตั้งใจกับการแข่งขันนี้มาก เธอไม่แม้แต่จะออกไปดูการแข่งขันด้วยซ้ำ เก็บตัวทำสมาธิอยู่ในห้องพักตามลำพัง ในขณะที่ซูหยวนฝึกฝนมามากพอแล้ว อีกอย่าง...มุมมองของเธอและรุ่นพี่หวังต่างกัน
เพราะรุ่นพี่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาก่อน คู่แข่งที่น่าจับตามองเป็นยังไง รุ่นพี่คงจะรู้จักทั้งหมดแล้ว แต่ซูหยวนเพิ่งมาเป็นครั้งแรก เธอไม่เคยเข้าร่วมการแข่งขันมาก่อน ถึงจะมีกำหนดการอยู่ในมือ แต่การที่ได้เห็นกับตาย่อมเข้าใจทุกอย่างได้ง่ายขึ้น
การแข่งขันรอบแรกเป็นแค่รอบวัดทักษะการใช้ธนูขั้นพื้นฐานเท่านั้น เช่น ให้ผู้เข้าร่วมการแข่งขันยิงเป้าในระยะต่างๆ เริ่มตั้งแต่ 100 เมตร 200 เมตร และไล่ไปเรื่อยๆจนถึงเป้า 20 กิโลเมตร แน่นอนว่ามีคนที่ทำได้และคนที่ทำไม่ได้ พวกเขาไม่ได้ตัดสิทธิตั้งแต่เริ่ม เพียงแค่เก็บคะแนนเอาไว้รวมกับการทดสอบอื่นๆ
ในการทดสอบนี้ ซูหยวนเห็นผู้มีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถบอกได้ทั้งหมดว่าคนที่ยิงได้ไกลถือว่าเป็นผู้มีความสามารถที่ดีที่สุด เนื่องจากวิชาธนูของแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน บางคนฝึกวิชายิงไกล แต่บางคนก็เน้นโจมตีระยะใกล้ หากแต่ใช้ความเร็วมาสู้หรืออื่นๆ ดังนั้น...ถ้าต้องการจะดู ยังต้องรอดูการต่อสู้ที่จะเริ่มขึ้นในบ่ายของวันนี้
นอกจากการเก็บคะแนนจากการยิงไกลแล้ว ก็ยังมีการเก็บคะแนนจากพลังโจมตี พวกเขาจะมีแท่งเหล็กตั้งเอาไว้ หากสามารถโจมตีจนเจาะทะลุเกราะเหล็กพวกนี้ได้ ก็จะมีคะแนนให้อีก
โดยรวมแล้ว ช่วงเช้าของวันนี้ก็แค่การทดสอบระดับทักษะขั้นพื้นฐานเท่านั้น ซูหยวนไม่ได้จับตามองใครเป็นพิเศษ หากแต่เธอรู้จักผู้เข้าร่วมการแข่งขันหนึ่งคน นั่นก็คือ หยางเจาเจี้ยนผู้นั้น!
ทักษะการใช้ธนูของเขาไม่ได้แย่ แต่ก็ไม่ได้ดีอะไร การยิงระยะไกล เขาทำได้อยู่ 600 เมตร นับว่าอยู่ในระดับกลางๆ ส่วนพลังโจมตีก็ไม่ได้มากมายอะไร เจาะเกราะเหล็กไปได้ 2 แผ่น อีกทั้งก็ไม่ได้มีความเร็วมากนักด้วย เมื่อเห็นแบบนี้...ซูหยวนก็เข้าใจได้ทันทีว่าหยางเจาเจี้ยนคนนี้...ทำไมจึงต้องการแต่งงานกับรุ่นพี่หวังของเธอ
คนไม่เพียงแค่ทักษะการใช้ธนูไม่ดีเท่านั้น แต่ดูเหมือนนิสัยของเขาก็ไม่ดีด้วย ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้ายของเขา หลังจากที่ซูหยวนไปดูการแข่งขัน เธอกลับได้เห็นมากกว่าที่ควรจะเห็น
หยางเจาเจี้ยนคนนั้นนัดเจอกับนักธนูกลุ่มหนึ่ง เธอไม่รู้ว่าเขามาจากครอบครัวใหญ่โตหรือเปล่า แต่ที่เห็นชัดๆก็คือ...เขามาจากครอบครัวที่มีเงินมากแน่นอน เพราะไม่อย่างนั้น เขาคงไม่สามารถจ้างนักธนูมืออาชีพพวกนี้ได้แน่
“จะให้พวกเรารุมรังแกเด็กสาวคนเดียว...มันจะไม่น่ารังเกียจไปหน่อยหรอ?”
“อะไร? หรือว่าพวกแกไม่อยากได้เงิน! ฉันบังคับพวกแกรึไง? อีกอย่าง...มันจะเรียกว่ากลยุทธ์อย่างหนึ่งก็ได้ เชื่อเถอะว่าต่อให้พวกแกไม่ได้รับเงินจากฉันไป พวกแกก็ต้องมุ่งเป้าจัดการคนที่เก่งกว่าก่อนอยู่ดี หรือคิดจะปล่อยให้คนแข็งแกร่งขนาดนั้นเข้ารอบไปล่ะ ถ้าอย่างนั้น...พวกแกก็ไม่มีทางชนะได้แล้ว” หยางเจาเจี้ยนแค่นหัวเราะ
นี่เป็นการประลองนะ แล้วกฎของการประลองก็เปิดโอกาสให้ทำแบบนี้ ก่อนหน้านี้ในปีก่อนๆ เขาก็เห็นแล้วว่าพวกนักธนูลงมือยังไงบ้าง เพื่อไม่ให้ตนเองเสียเปรียบในอนาคต ทุกคนต่างก็ร่วมมือกันโจมตีผู้แข็งแกร่งก่อน บางครั้งก็สำเร็จ บางครั้งก็ไม่สำเร็จ แต่ด้วยแผนลงมือนี้....นักธนูที่มีพรสวรรค์หลายคนล้วนตกรอบกันไปหมด
หยางเจาเจี้ยนก็แค่เพิ่มหวังเป่าเป้ยเป็นเป้าหมายให้พวกเขาเท่านั้น ขอเพียงจัดการเธอได้ เงิน 5,0000 เครดิตจะกลายเป็นของพวกเขาทันที
เงิน 50,000 เครดิตนี้ไม่ใช่น้อยๆ ทั้งมันก็ไม่ใช่งานยากอะไรเลย หยางเจาเจี้ยนเพียงแค่ขอให้ตัวเองผ่านรอบนี้ไปได้ ในขณะที่หวังเป่าเป้ยตกรอบก็เท่านั้นเอง
“เหอะ! ฉันก็ได้ยินมาอยู่หรอกนะว่าคุณชายหยางมีการเดิมพันกับคุณหนูจากตระกูลหวัง แต่คิดว่าจะเดิมพันกันอย่างตรงไปตรงมา คิดไม่ถึงเลยว่าจะใช้แผนการแบบนี้เพื่อเอาชนะ ถ้าคนอื่นรู้เข้า....”
“อะไร? พวกแกคิดจะบอกเรื่องนี้กับคนอื่นงั้นหรอ? แล้วคิดว่าคนอื่นจะเชื่อรึไง”
“ฮ่าๆ เชื่อหรือเปล่านั้น...ไม่มีใครรู้ เว้นเสียแต่ว่าเรื่องจะถูกเปิดเผยออกไปแล้ว...”
“ไอ้พวกสารเลวเอ้ย! พวกแกคิดจริงๆหรอว่าจะทำแบบนี้”
“แล้วคุณชายหยางคิดยังไงล่ะ...” คนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนักแข่งรุ่นเยาว์เลิกคิ้วขึ้นท้าทาย การแสดงออกของพวกเขาทำให้หยางเจาเจี้ยนโกรธจนเลือดขึ้นหน้า
“พวกแกต้องการอะไร” เขากัดฟันกรอด เอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
“ฮ่าๆ ดีแล้วที่คุณชายหยางเข้าใจอะไรง่ายๆ ถ้าอย่างนั้น....ทำไมไม่ให้พวกเราสัก 150,000 เครดิตล่ะ คุณชายก็เห็นแล้วว่าพวกเรามีกัน 15 คน ถ้าให้ 150,000 เครดิต พวกเราก็จะแบ่งกันได้ลงตัวพอดี ถ้าคุณชายใจกว้างขนาดนั้น พวกเราก็จะพิจารณาแผนที่คุณชายบอก...”
หยางเจาเจี้ยนที่ถูกข่มขู่ แถมรีดเงินเพิ่มอีกหลายเท่าตัวก็กำหมัดแน่น ไม่คิดเลยว่าอีกฝ่ายจะไร้ยางอายขนาดนี้
เงิน 50,000 เครดิตถือเป็นจำนวนมากโขแล้ว อันที่จริง...ถ้าไม่ใช่หยางเจาเจี้ยนที่เป็นคนจ้างวาน เงิน 50,000 เครดิต พวกเขาย่อมรับไว้อย่างเต็มใจ แต่นี่...ทางนั้นก็คือคุณชายหยางที่เพิ่งมีประเด็นกันก่อนหน้านี้ แม้พวกเขาจะต้องลงมือกระทำการอันน่าอับอาย ทว่า...หากได้เงินคนละ 10,000 เครดิตจริงๆ จะจ้างให้พวกเขาออกจากการแข่งขันไปเลยก็ยังได้
หลายคนที่นี่ เงิน 10,000 เครดิตนับเป็นเงินจำนวนมากสำหรับพวกเขาแล้ว หลังออกไปอาจจะซื้ออาวุธดีๆได้สักอันสองอันเลย บางคนใช้เวลาเกือบ 1 ปี กว่าจะรวบรวมเงินได้ 10,000 เครดิต ขณะที่งานนี้เพียงงานเดียว จะทำให้พวกเขามีเงินถึง 10,000 เครดิต! นี่ไม่เรียกว่าโอกาสทองหรือ?
สำหรับพวกเขาแล้ว ต่อให้แข่งขันต่อไป อย่างมากก็ได้แค่เข้ารอบ แต่ไม่ติดอันดับ 1 ใน 50 หรอก ที่มานี่ก็แค่อยากจะแสดงฝีมือให้พวกองค์กรอิสระต่างๆได้เห็น เผื่อจะอยากรับพวกเขาเข้าร่วมก็เท่านั้น ไม่ได้คาดหวังอันดับใหญ่โตเช่นนั้นอยู่แล้ว
“ฮึ่ม! ก็ได้ ก็ได้ ฉันจะให้พวกแก 150,000 เครดิต!”
“โอ้ เยี่ยมเลยคุณชายหยาง” เสียงหัวเราะของนักธนูทั้ง 15 คนทำให้หยางเจาเจี้ยนรู้สึกดูแคลน
ไอ้คนพวกนี้ ขอแค่ใช้เงินมากหน่อยก็จ้างให้เป็นสุนัขรับใช้ได้แล้ว! เอาเถอะ...เขาจะทำให้หวังเป่าเป้ยคนนั้นได้รู้ซึ้งถึงอิทธิพลของเงินเครดิตเอง ไม่ใช่ว่าเธอปฏิเสธเสียงแข็งไม่รับเงินสินสอดหรอกหรือ? ถ้าอย่างนั้น...เธอก็ควรจะได้รู้ว่ามูลค่าเงินสินสอดพวกนั้น มากพอที่จะทำให้อนาคตของเธอดับสิ้น!
ซูหยวนฟังคนเหล่านั้นที่กำลังวาดฝันอย่างมีความสุข รอยยิ้มหยันปรากฏขึ้นที่มุมปาก ไม่ใช่ว่าพวกเขาใช้เงินถึง 150,000 เครดิตเพื่อทำลายเกียรติของตนเองงั้นหรือ? เช่นนั้นก็ดี...เธอจะได้ทำให้พวกเขารู้ว่าการถูกทำลายที่แท้จริงน่ะเป็นอย่างไร!
ช่วงบ่ายของวันนี้ รุ่นพี่หวังออกมาจากห้องพักด้วยสภาพเตรียมพร้อม สายตาของผู้คนมากมายจับจ้องมาที่เธอ ในขณะที่หยางเจาเจี้ยนรออยู่ก่อนแล้ว
“คุณหนูหวัง...เธอมั่นใจนะว่าจะไม่เปลี่ยนใจแล้วตกลงคุยกันดีๆน่ะ ถ้าเธอยังดื้อดึงแบบนี้ หลังจากที่พ่ายแพ้แล้วจะมางอแงทีหลังก็ไม่ได้แล้วนะ อีกอย่าง...จากที่ฉันอยากจะดูแลเธอให้ดีในฐานะภรรยา หลังจากที่เธอต่อต้านฉันแบบนี้ อย่าหาว่ารังแกกันเกินไปเลย...”
……………………