วิถีเซียนแสวงมรรคา

    บทที่ 38 ครั้งสุดท้ายที่ออกร้าน

    บทที่ 38 ครั้งสุดท้ายที่ออกร้าน



    ตัวตนของกู้หนิงอันเป็นที่เลื่องลือไปทั่วทั้งยมโลกของอำเภอเล่อเซียง



    เขาคือเซียนแท้ผู้สูงส่ง ทั้งยังเคยช่วยเจ้าเมืองซูแก้ไข ‘ภัยใหญ่’ จนกลายเป็นผู้มีพระคุณคนสำคัญ ดังนั้นทั่วทั้งยมโลกต่างรู้ดีว่าควรปฏิบัติต่อท่านอาจารย์กู้ผู้นี้ด้วยความยำเกรงเพียงใด



    เมื่อกู้หนิงอันเอ่ยปากขอ ยมทูตทั้งสองจึงค้อมตัวลงพร้อมกัน "พวกข้าจะไปรออยู่ด้านนอก"



    "ขอบใจพวกท่านมาก" กู้หนิงอันประสานมือขอบคุณ ก่อนจะหันไปสั่งจินว่านด้วยน้ำเสียงจริงจัง "รบกวนเจ้าช่วยไปจัดการธุระให้หน่อย ไปหาซื้อวัตถุดิบสด ๆ สำหรับทำซุปแกะ แล้วไปลากรถเข็นกับอุปกรณ์ของยายซุนมาที่นี่ที ทำได้หรือไม่?"



    "ได้! ได้แน่นอน!" จินว่านรีบรับคำพลางวิ่งสะดุดล้มลุกคลุกคลานออกไปทันที แม้เขาจะไม่รู้ซึ้งถึงสถานการณ์ทั้งหมด แต่ก็พอเดาได้ลาง ๆ ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ความตื่นเต้นกระสับกระส่ายจึงแสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด



    ภายในห้องโถงยามนี้ เหลือเพียงยายซุนและจินซิงหวัง ยายซุนเผยรอยยิ้มเมตตาพลางกวักมือเรียก "ซิงหวัง เข้ามาหาย่าหน่อยสิ"



    จินซิงหวังเดินเข้าไปหาด้วยท่าทางขลาดกลัว "ย่าทวด มีอะไรหรือ?"



    "ซิงหวังเอ๋ย... ย่าจำทุกอย่างได้หมดแล้ว การพูดจามดเท็จหลอกลวงผู้อื่นมันเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง เจ้ารู้ใช่ไหม?" ยายซุนลูบหัวเหลนชายด้วยสายตาที่ไม่มีความตำหนิแม้แต่น้อย



    จินซิงหวังตัวสั่นเล็กน้อยก่อนจะตอบเสียงเบา "ย่าทวด ข้าผิดไปแล้ว"



    "เมื่อรู้ว่าผิด ก็จงคุกเข่าลงเสีย" น้ำเสียงของยายซุนยังคงอ่อนโยนและมีรอยยิ้มใจดีประดับอยู่เช่นเดิม



    จินซิงหวังอึ้งไปครู่หนึ่ง เขามองหญิงชราตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เพราะนางไม่เคยเอ่ยปากดุดันกับเขาเลยสักครั้ง แต่วันนี้กลับสั่งให้เขาคุกเข่า 



    "ยังไม่คุกเข่าอีกหรือ?" ยายซุนยามนี้เอ่ยซ้ำด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลราวกับกำลังถามไถ่เรื่องดินฟ้าอากาศ



    ตุบ! จินซิงหวังคุกเข่าลงกับพื้นอย่างแรงตรงหน้ายายซุน เขาพึมพำทั้งที่ก้มหน้า "ย่าทวด ข้าสำนึกผิดแล้ว..."



    "อืม คุกเข่าไว้ตรงนี้แหละ" ยายซุนลูบหัวเขาอีกครั้ง "รอกินซุปแกะให้เสร็จเสียก่อน แล้วค่อยลุกขึ้นเถิด"



    "อื้ม!" แม้จะเจ็บเข่าจากการกระแทกพื้น แต่จินซิงหวังกลับรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด ราวกับว่าการลงโทษเพียงเท่านี้คือความเมตตาที่สุดที่เขาได้รับแล้ว



    …



    วันนี้ แผงลอยซุปแกะของยายซุนมาเปิดขึ้นที่ลานบ้านเรือนน้อยอันซือ ภาพที่จินว่านเข็นรถแผงลอยอย่างรีบร้อนนั้นสะดุดตาผู้คนมาก เพื่อนบ้านในละแวกนั้นที่ว่างงานต่างพากันมาออกันอยู่ที่หน้าประตูเพื่อดูความคึกคัก



    บานประตูรั้วที่เปิดอ้าทำให้คนภายนอกมองเห็นยายซุนที่กำลังเตรียมวัตถุดิบอยู่หน้าแผ่นไม้ของรถเข็นอย่างคล่องแคล่ว โดยมีลูกชายคอยช่วยหยิบจับอยู่ข้าง ๆ 



    ทว่าสิ่งที่แปลกประหลาดที่สุดคือคนที่เห็นจินซิงหวัง เหลนรักที่คนตระกูลจินโอ๋จนแทบมิให้แตะพื้น กลับคุกเข่าสงบนิ่งอยู่ไม่ไกลจากแผงลอย แต่สีหน้าเขากลับดูผ่อนคลายมิได้ทุกข์ร้อนอะไร



    ด้วยความที่เกรงใจเจ้าของบ้านอย่างกู้หนิงอัน ชาวบ้านจึงไม่มีใครกล้าส่งเสียงดังโวยวาย มีเพียงเสียงกระซิบกระซาบดังมาเป็นระยะเท่านั้น 



    เมื่อเวลาผ่านไป กลิ่นหอมกรุ่นของน้ำซุปแกะก็เริ่มลอยฟุ้งกระจายออกมาจนคนข้างนอกพากันน้ำลายสอ



    "พ่อ ซุปที่ยายซุนทำหอมจังเลย หนูอยากกินสักชาม!" 



    เด็กหญิงผมทรงเขาแกะคนหนึ่งดึงแขนเสื้อพ่อพลางอ้อน เสียงใส ๆ ของนางกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้ชาวบ้านคนอื่นเริ่มขยับเขยื้อน หลายคนเริ่มหยิบเงินออกมาพลางส่งเสียงบอกว่าอยากจะซื้อซุปแกะสักชาม



    ยายซุนหันไปมองกู้หนิงอันด้วยความกังวลใจ แต่อีกฝ่ายดูเหมือนจะอ่านใจนางออก เขาเดินมายิ้มให้ที่แผงลอยแล้วบอกว่า "ช่วยตักแบ่งซุปแกะให้ข้าสองชามทีเถิด" 



    ยายซุนรับคำแล้วตักซุปสองชามพร้อมเปี๊ยะย่างสี่ชิ้นส่งให้ กู้หนิงอันยกถาดไปวางไว้ที่มุมหนึ่งของลานบ้าน แล้วดึงโต๊ะไม้มาตั้งวางซุปไว้ ก่อนจะเดินกลับมา



    ปู่หลานตระกูลจินต่างสงสัยว่าเขาสั่งให้ใคร แต่ยายซุนนั้นมองออก กู้หนิงอันกำลังใช้ซุปแกะของนางเป็นข้ออ้างเพื่อเจรจาขอเวลาเพิ่มจากยมทูตที่รออยู่นั่นเอง



    "จินว่าน ไปบอกชาวบ้านข้างนอกทีว่าวันนี้วัตถุดิบมีไม่มากนัก ให้แบ่งกันชิมบ้านละชามก็พอ ส่วนเงินน่ะไม่ต้องเก็บหรอก" ยายซุนสั่งการ



    จินว่านรีบวิ่งออกไปเป็นกระบอกเสียงทันที ชาวบ้านที่ได้ยินต่างพากันดีใจ บ้างขอบคุณ บ้างก็ชมฝีมือยายซุนไม่ขาดปาก 



    แม้เวลาจะมีจำกัดและงานจะล้นมือ แต่ยายซุนยังคงทำทุกอย่างได้อย่างมีระเบียบและพิถีพิถัน เพียงครึ่งชั่วยามนางก็จัดการซุปแกะให้ชาวบ้านหลายสิบคนข้างนอกได้จนทั่วถึง



    เพื่อนบ้านพากันขนเก้าอี้ไม้ออกมานั่งกินกันอย่างครื้นเครงที่หน้าเรือนน้อยอันซือ มองดูแล้วมีคนไม่ต่ำกว่าร้อยชีวิตที่มาล้อมวงกินซุปกันอย่างสนุกสนานราวกับมีงานเทศกาล จนกระทั่งซุปใกล้จะหมดหม้อ



    "เหลือแค่พวกเราไม่กี่คนแล้ว..." ยายซุนหัวเราะเบา ๆ "จินว่าน ไปบอกคนที่เพิ่งมาใหม่ให้กลับไปเถอะ บอกพวกเขาว่าข้าต้องขอโทษด้วยจริง ๆ"



    จินว่านรับคำแล้วออกไปทำหน้าที่ตามเดิม แต่ชาวบ้านที่ยังไม่ได้กินต่างพากันถามซ้ำ ๆ ว่าจะมาเปิดร้านอีกเมื่อไร 



    บางคนพยายามจะยัดเงินให้จินว่านเพื่อจองล่วงหน้า จนเขาต้องพยายามคืนเงินพัลวันแต่ก็สู้แรงผู้ใหญ่ในหมู่บ้านไม่ได้



    จังหวะนั้น ยายซุนเดินมาที่หน้าประตูเรือน ยิ้มให้เหล่าชาวบ้านแล้วเอ่ยถาม "ทุกท่าน ซุปแกะของยายแก่อย่างข้านี้ ถูกปากพวกท่านหรือไม่?"



    "ถูกปากมากเลย!" "ข้ายังอยากกินอีกชามเลยเนี่ย!" 



    เสียงตอบรับดังเซ็งแซ่ หลายคนถามถึงครั้งต่อไป 



    ยายซุนมองดูฝูงชนที่ตื่นเต้น ดวงตาของนางเริ่มรื้นด้วยหยาดน้ำตา นางโบกมือลาพลางกล่าวเสียงสั่น "ไม่ตั้งร้านแล้วล่ะ วันนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายที่ร้านซุปแกะสกุลซุนจะออกมาตั้งแผง..."


    คล้ายกับเรื่องวิถีเซียนแสวงมรรคา ที่คุณอ่าน