ว่าที่ฮูหยินจอมป่วน

    ตอนที่ 10 ใจอ่อน

    “เจ้าต้องการอะไรกันแน่” หัวหน้าพรรคยาจกถาม

    “ข้าน้อยสำนึกผิดแล้วครับ แค่อยากจะมาขอโทษชิงชิงเท่านั้น” บัณฑิตซูกล่าวอย่างสำนึกผิด

    “ข้ายกโทษให้ท่าน ท่านกลับไปเสียเถอะ” ชิงชิงกล่าวอย่างใจอ่อน

    “พวกเรากลับมา…” บัณฑิตซูพูดไม่จบเพราะชิงชิงพูดแทรก

    “พวกเราเป็นเพื่อนกันได้ แต่จะไม่มีวันกลับไปคบกันอีก” ชิงชิงกล่าวคำมั่น

    “ข้าเข้าใจชิงชิง ข้าดีใจนะที่เจ้ายอมรับข้าเป็นเพื่อน งั้นขอโทษทุกคนด้วยจริงๆ ข้าขอตัวกลับก่อน” บัณฑิตทำท่าคารวะทุกคนแล้วเดินจากไปแต่โดยดี

    “ข้าว่ามันต้องมีแผนการแน่ๆ เลยชิงชิง เจ้าอย่าหลงกลเขาเลยนะ” หลงกว้านเตือน

    “แต่ข้าว่าพอเขาประสบชะตากรรมแบบข้า คือเจอคนรักทรยศ เขาก็เลยเข้าใจข้าและรู้ว่าการกระทำนั้นมันเป็นสิ่งผิด อย่างที่พ่อข้าสอน เราควรให้โอกาสคนที่สำนึกผิดสิ” ชิงชิงแย้ง

    “แต่พ่อรู้สึกว่าสายตาเขาเหมือนแกล้งทำมากกว่า” หัวหน้าพรรครู้สึกระแวง

    “ท่านพ่ออย่าอคติสิคะ เพื่อความสบายใจของทุกคน ข้าขอยืนยันว่าจะไม่ยอมกลับไปคบกับเขาอีก” ชิงชิงกล่าวคำมั่น

    “เอาล่ะ พวกเราจบเรื่องนี้กันดีกว่า งั้นพ่อขอสรุปการประชุมเลยก็แล้วกัน จากการเลือกตั้ง ว่าที่หัวหน้าพรรคคนต่อไปก็คือ หลงกว้าน อีกเจ็ดวันข้างหน้าจะมีพิธีสละตำแหน่งหัวหน้า” หัวหน้าพรรคกลับเข้าเรื่องที่ประชุม

    ทุกคนพากันร้องเฮแสดงความยินดีกับหลงกว้าน

    ตกเย็น ชิงชิงไปกวาดลานวัดเพราะอยากสงบจิตใจ ผ่านไปไม่นานก็เห็นบัณฑิตซูมาช่วยกวาดลานวัดช่วย

    “เจ้าต้องการอะไรกันแน่” ชิงชิงสงสัย

    “ข้าก็แค่อยากช่วยเพื่อนทำงานเท่านั้นเอง” บัณฑิตซูกล่าว

    ชิงชิงถอนหายใจ แต่ก็ยอมปล่อยให้บัณฑิตซูช่วยกวาดอยู่อย่างนั้น สองคนช่วยกันจึงกวาดเสร็จไวกว่าที่คิด

    “ข้าขอเลี้ยงอาหารขอโทษเจ้าจะได้ไหม” บัณฑิตซูกล่าว

    “ข้าบอกแล้วว่ายอมให้อภัยเจ้าแล้ว เจ้าไม่ต้องเลี้ยงข้าหรอก” ชิงชิงไม่อยากเกี่ยวข้องกับเขามาก

    “ถือว่าฉลองความเป็นเพื่อนระหว่างเราก็ได้” บัณฑิตซูคะยั้นคะยอ

    “เอาล่ะ เพื่อไม่ให้มีเรื่องค้างคาใจ ข้ายอมไปกับเจ้าก็ได้” ชิงชิงใจอ่อน

    บัณฑิตซูเผลอจับมือชิงชิงอย่างดีใจ “ขอบคุณมากนะชิงชิง ที่เจ้าไม่ถือโทษโกรธข้า”

    ชิงชิงรีบดึงมือกลับ และพูดว่า “ไปกันเถอะ เดี๋ยวมันจะค่ำ”

    ********************************************************

    ณ โรงน้ำชา เสี่ยวเอ้อวางอาหารเต็มโต๊ะไปหมด

    “ทำไมเจ้าสั่งอาหารเยอะขนาดนี้เลยล่ะ” ชิงชิงบ่น

    “ข้าดีใจไปหน่อย แต่ข้ามีอัฐจ่ายนะ” บัณฑิตซูกล่าว

    “แต่เจ้าเองก็รู้นี่ ว่ามันสิ้นเปลือง” ชิงชิงรู้ว่าบัณฑิตซูไม่ใช่คนมีฐานะ

    “แค่วันนี้วันเดียว ข้าเองก็อยากทานอาหารเต็มที่แบบนี้บ้าง” บัณฑิตซูกล่าว

    ชิงชิงและบัณฑิตซูทานอาหารเกือบหมดอย่างไม่น่าเชื่อ อาจเป็นเพราะความหิว สักพักเสี่ยวเอ้อก็ยกถ้วยน้ำชามาให้

    ชิงชิงดื่มน้ำชาและถาม “เจ้าได้อัฐมาจากไหนงั้นหรอ ปกติเจ้าเป็นคนมัธยัสถ์นี่”

    “จากการขายเจ้าไง ชิงชิง” น้ำเสียงบัณฑิตซูเปลี่ยนไป

    “ห๊า เจ้าว่าไงนะ” ชิงชิงตกใจ สักพักชิงชิงก็เริ่มหน้ามืด มองเห็นภาพเบลอๆ “นี่เจ้าวางยาข้างั้นหรอ เจ้าเลวมาก” ชิงชิงกำลังจะเข้าไปทำร้ายชายเจ้าเล่ห์ แต่ฤทธิ์ยาสลบมันรุนแรงเกินไป ไม่ทันไรชิงชิงก็สลบกำลังจะล้มไปกองกับพื้น ยังดีที่บัณฑิตเจ้าเล่ห์รับตัวนางทัน

    “ข้าเสียดายเจ้าจริงๆ ชิงชิง เจ้าช่างงดงามอะไรเช่นนี้ ถือซะว่าช่วยใช้หนี้ให้ข้าเถอะนะ” บัณฑิตซูกล่าว

    แม่เล้าพร้อมคนคุมหอคณิกาเดินเข้ามา “นางงดงามมากจริงๆ ถือว่าสมราคา”

    “หนี้ของข้าหมดแล้วใช่มั้ย นี่ข้าลงทุนไปคุกเข่าขอโทษพวกยาจกเลยนะ ถึงจะหลอกมันมาได้” บัณฑิตซูแสดงทีท่ารังเกียจยาจก

    “หนี้เจ้าหมดแล้ว เจ้ากลับไปได้แล้วล่ะ” แม่เล้ากล่าว

    คนคุมหอคณิกาจึงเข้าไปรับตัวชิงชิงมาอุ้มกลับหอนางโลม

    ชิงชิงยังคงหมดสติอยู่ภายในห้องๆ หนึ่ง เมื่อนางฟื้นก็รีบลุกจากเตียง นางสำรวจไปรอบๆ ก็เห็นผ้าม่านสีแดง นางพึมพำว่า “ที่นี่ที่ไหน บัณฑิตชั่วนั่นมันหลอกข้ามาที่ไหนกันแน่” พอสำรวจตัวเองก็พบว่านางสวมชุดที่นางโลมชอบสวมกัน ลักษณะเป็นผ้าสีแดงบางๆ

    สักพักประตูห้องก็เปิด มีชายแปลกหน้าเดินเข้ามาพร้อมกับปิดประตูล็อคกลอน “ที่นี่เป็นหอคณิกาไงล่ะ สาวสวย”

    “เจ้าเป็นใคร และเข้ามาทำไม” ชิงชิงตกใจ

    “ข้าก็จะเป็นสามีเจ้าในคืนนี้ ข้าหมดอัฐไปเยอะเพื่อประมูลได้เจ้าเลยนะ” ชายแปลกหน้าพูดอวด

    “ข้าไม่ได้เต็มใจมาขายตัว ข้าถูกชายชั่วหลอกมา ข้าขอร้องล่ะ ปล่อยข้าไปเถอะ” ชิงชิงพยายามเกลี้ยกล่อม

    “เจ้างดงามขนาดนี้ ใครจะโง่ปล่อยไปล่ะ” ชายหนุ่มร่างกำยำกระโจนไปหานาง

    ชิงชิงไม่มีทางเลือก จึงเข้าต่อสู้เพื่อรีบหลบหนี

    แต่นึกไม่ถึงว่าชายคนดังกล่าวจะมีวรยุทธ์สูง เข่าและหมัดของนางไม่ระแคะระคายชายคนนั้นเลยสักนิด ไม่เพียงเท่านั้นชายคนนั้นยังจี้จุดทำให้ชิงชิงเป็นใบ้และขยับตัวไม่ได้เลยสักนิดเดียว

    “นิ่งได้สักทีนะสาวสวย เจ้าทำอะไรข้าไม่ได้หรอก พวกเราเข้าหอกันดีกว่า” ชายแปลกหน้าอุ้มตัวชิงชิงไปที่เตียง สักพักอยู่ดีๆ เขาก็นำเม็ดยามากรอกใส่ปากของชิงชิง

    ชิงชิงพยายามขัดขืนแต่ก็ไร้ผล นางจำต้องกลืนยาเม็ดนั้นเข้าไป น้ำตานางก็ไหลไม่ขาดสาย

    “ไม่เอาน่า แม่นาง รับรองข้าจะทำให้เจ้ามีความสุขที่สุด” ชายแปลกหน้าฉีกเสื้อของนางอย่างไม่ปราณี

    น้ำตาชิงชิงไหลหนักกว่าเดิม นางคิดในใจว่า “ใครก็ได้ช่วยข้าด้วย” สักพักก็คิดแค้นอีก “หากข้ารอดไปได้ ข้าจะฆ่าเจ้า ไอ้บัณฑิตชั่ว”

    ชิงชิงถูกชายแปลกหน้าจูบพรมไปทั่วใบหน้า นางรู้สึกขยะแขยงมากและคิดอยากตายที่นางขัดขืนหรือทำอะไรไม่ได้เลย

    ชายแปลกหน้าหยุดชะงักชั่วคราว แล้วลุกขึ้นไปถอดเสื้อของตัวเอง หลังจากนั้นเขาก็กำลังจะเดินกลับไปคร่อมตัวชิงชิงต่อ

    แต่แล้วอยู่ดีๆ ประตูห้องก็พังล้มเสียงดังสนั่น สักพักเข็มเป็นสิบเล่มก็ถูกซัดไปที่ชายที่กำลังย่ำยีชิงชิง แต่ชายแปลกหน้าหลบเข็มเหล่านั้นทันเวลาพอดี ทำให้เข็มทั้งหมดปักไปที่ฝาผนังทั้งหมด

    “พวกท่านเป็นใคร มาทำร้ายข้าทำไม” ชายแปลกหน้ารีบดึงเสื้อมาคลุมสวมพร้อมกับรีบหยิบดาบ

    “ข้าจะมาจับเจ้าไปรับโทษ ซูเยี่ยน ไอ้คนชั่ว เจ้าเที่ยวไปขืนใจหญิงพรหมจรรย์ไปทั่ว”

    “ฉินฟง เจ้านั่นเอง ข้าไม่มีวันนับถือท่านหรอก” ซูเยี่ยนกล่าว

    ฉินฟงเข้าไปปะทะกับซูเยี่ยน จนกระทั่งซูเยี่ยนพลาดถูกเข็มพิษ ซูเยี่ยนจึงใช้ระเบิดควันหลบหนี

    “ข้าตามไปเองครับนายน้อย” พ่อบ้านกล่าว

    “ระวังตัวด้วย แต่มันไปได้ไม่ไกลหรอก พิษของข้ากระจายตัวอย่างรวดเร็ว” ฉินฟงกล่าว

    “ครับนายน้อย” พ่อบ้านรับคำ

    ฉินฟงพูดกล่อมเหยื่อสาวว่า “ไม่ต้องกลัวนะ เจ้าปลอดภัยแล้ว” สักพักเขาก็เดินไปหาหญิงสาว

    เมื่อฉินฟงรู้ว่าเหยื่อเป็นใคร เขาก็หยุดชะงักและกำหมัดแน่นด้วยความโกรธแค้น เขาเข้าไปหาชิงชิงทันที “ชิงชิง ทำไมเป็นเจ้า”

    ชิงชิงอยากจะตอบ แต่นางถูกจี้จุด

    “เจ้าคงถูกมันจี้จุดไว้” ฉินฟงรีบคลายจี้จุดให้ พร้อมกับรีบนำเสื้อคลุมมาคลุมร่างของชิงชิงไว้

    แต่ทว่าชิงชิงก็ยังพูดและขยับตัวไม่ได้

    “ทำไมถึงไม่หายล่ะ” ฉินฟงสงสัย

    ฉินฟงฉุกคิด จากประสบการณ์ที่ผ่านมามีเหยื่อบางคนถูกพิษทำให้เกิดอัมพาตชั่วคราว ดังนั้นฉินฟงจึงรีบจับชีพจรของชิงชิง ก็พบว่ามันเต้นผิดปกติ

    “เจ้าคงถูกพิษ งั้นเจ้าทานยาของข้าก่อน มันจะค่อยๆ สลายพิษให้ ประมาณหนึ่งชั่วยาม เจ้าถึงพูดและขยับตัวได้ปกติ” ฉินฟงป้อนยาให้ชิงชิง

    หลังจากชิงชิงทานยาลูกกลอนและดื่มน้ำ ฉินฟงซึ่งรู้สึกโกรธแค้นมาก เขาทนไม่ได้ จะรีบไปฆ่าซูเยี่ยนที่กล้ามายุ่งกับคนของเขา

    ยังไม่ทันออกไป พ่อบ้านก็เข้ามาพร้อมกับรายงาน “มันถูกจับแล้วครับ คนของพวกเราพามันไปแล้ว”

    “ข้าจะไปฆ่ามัน” ฉินฟงกล่าวด้วยน้ำเสียงอำมหิต

    “เอ่อ นายน้อย พวกเราควรช่วยเหลือเหยื่อก่อนนะครับ” พ่อบ้านกล่าวเตือน

    “จริงสิ นางอาจไม่ปลอดภัยถ้าข้าไป งั้นเจ้าไปรอข้าที่นั่นก่อน และเรียกหงเอ๋อให้ไปที่กระท่อมข้า” ฉินฟงสั่งการ

    “ครับ นายน้อย” แล้วพ่อบ้านก็กระโดดออกไป

    ฉินฟงอุ้มชิงชิงออกไปจากหอคณิกา พร้อมกับจ้างรถม้าให้ไปส่งที่ป่าลึกลับ

    ระหว่างที่นั่งรถม้าด้วยกัน ฉินฟงจัดท่าให้ชิงชิงมานั่งข้างกายเขา และให้ชิงชิงซบไปไหล่ของเขา เขาคอยเช็ดน้ำตาให้ชิงชิงตลอดทาง และพูดกล่อมอย่างอบอุ่นว่า “ไม่ต้องกลัวนะชิงชิง ข้าอยู่นี่แล้ว ข้าจะไม่ยอมให้ใครทำร้ายเจ้าอีก ข้าสัญญา”

    เมื่อรถม้ามาถึงหน้าป่าลึกลับ ฉินฟงก็ยื่นอัฐให้กับเจ้าของรถม้า จากนั้นเขาก็แบกชิงชิงไว้ที่หลังและเดินไปที่กระท่อม

    ชิงชิงรู้สึกซึ้งใจและดีใจที่ฉินฟงมาช่วยทันเวลา นางอยากจะขอบคุณเขาจากใจ แต่ตอนนี้นางยังขยับตัวและพูดไม่ได้

    ฉินฟงแบกนางไปนอนที่เตียง และปล่อยให้นางนอนหลับไป

    ผ่านไปสองชั่วยาม ชิงชิงก็ตกใจตื่น และยิ่งตกใจยิ่งกว่าที่มีคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ “นี่เจ้ากล้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ข้าได้ยังไง”

    “นายน้อยไม่ได้เปลี่ยนให้เจ้าหรอก ข้าต่างหากที่เปลี่ยนให้”

    “ท่านคือ” ชิงชิงสงสัย

    “สาวใช้น่ะ นายน้อยมีธุระต้องไปทำ เลยให้ข้ามาอยู่ดูแลเจ้า” สาวใช้กล่าว

    “ข้าดีขึ้นแล้ว ข้าต้องรีบกลับแล้ว เดี๋ยวพ่อข้าเป็นห่วง” ชิงชิงนึกถึงพ่อ

    “นายน้อยได้ไปที่พรรคยาจกและเล่าเรื่องที่เจ้าประสบภัยให้พ่อเจ้าฟังแล้ว ข้ารอเจ้าฟื้นก่อน ถึงจะพาเจ้าไปส่ง” สาวใช้กล่าว

    “ความจริงให้ข้าไปเองก็ได้” ชิงชิงเกรงใจ

    “นายน้อยห่วงเจ้ามากนะชิงชิง หากเจ้าเป็นอะไรไป ข้าต้องตายแน่ๆ” สาวใช้กล่าว

    “งั้นก็ตามใจท่านเถิด” ชิงชิงยอมตามใจ

    ในระหว่างที่ชิงชิงเดินตามสาวใช้เพื่อออกจากป่าลึกลับไป อยู่ดีๆ นางก็นึกถึงฉากที่ฉินฟงคอยเช็ดน้ำตาให้นาง บางครั้งก็นึกถึงฉากที่เขาแบกนางมาที่กระท่อม นางนึกในใจว่า “ไปนึกถึงเขาทำไมนะ”

    เมื่อมาถึงพรรคยาจก หลงกว้านก็รีบวิ่งมาถามความเป็นมาทันที

    “ใจเย็นๆ ก่อนนะหลงกว้าน ข้าจะเล่าพร้อมกันทีเดียว” ชิงชิงไม่อยากพูดถึงชายชั่วหลายครั้ง

    ชิงชิงจึงเข้าไปในห้องประชุมพรรค และเล่าเรื่องราวที่บัณฑิตซูวางยาชิงชิง เพื่อขายตัวนางให้กับหอคณิกา เป็นการชดใช้หนี้ที่บัณฑิตไปใช้บริการแต่ไม่มีอัฐจ่าย และในคืนนั้นคนที่ประมูลตัวนางได้ก็คือซูเยี่ยน โจรล่าสวาทชื่อดัง โชคดีที่ฉินฟงมาช่วยนางได้ทันกาลพอดี

    “เจ็บใจนัก มันกล้ามาทำร้ายลูกสาวข้า พวกเจ้ารีบไปจับกุมไอ้บัณฑิตชั่วมาที่นี่” หัวหน้าพรรคโกรธมาก

    “ครับหัวหน้า” ลูกพรรครับคำ

    ยาจกประมาณสิบคนรีบบุกไปที่บ้านบัณฑิตซู พวกเขาจับบัณฑิตมัด แล้วพาตัวเข้ามาในห้องประชุมพรรค

    บัณฑิตที่ถูกมัดที่ข้อมือ ก็ถูกบังคับให้คุกเข่าต่อหน้าทุกคน

    “ช่วยข้าด้วยชิงชิง ข้าขอโทษ ข้าติดหนี้พวกมัน พวกมันจะฆ่าข้า ข้ารู้ว่าเจ้ามีวรยุทธ์ ยังไงเจ้าก็ต้องเอาตัวรอดได้ ข้าขอโทษจริงๆ” บัณฑิตซูตะโกน

    หลงกว้านเข้าไปต่อยหน้าจนบัณฑิตล้มไปกองกับพื้น หลังจากนั้นลูกน้องเป็นสิบกำลังจะกระโจนเข้าไปกระทืบ แต่กลับถูกหัวหน้าพรรคห้ามไว้

    “ทำไมล่ะครับหัวหน้า พวกเราจะกระทืบมัน ที่มันกล้าปองร้ายชิงชิง” ยาจกคนนึงกล่าว

    “ให้ลูกข้าจัดการมันเอง” หัวหน้าพรรคกล่าว

    ชิงชิงเดินเข้าไปต่อยหน้าบัณฑิตชั่ว และหันมาพูด “ปล่อยเขาเถอะค่ะท่านพ่อ”

    “ทำไมล่ะ ทำไมเจ้าใจอ่อนอย่างนี้ นี่เจ้ายอมอภัยให้มันง่ายจริงๆ” หลงกว้านเจ็บใจ

    “ใครว่าล่ะ ข้าจะจับมันส่งทางการ ข้าจะไปร้องทุกข์กับท่านผู้ว่า และทำให้มันติดคุก บัณฑิตที่มีประวัตินักโทษ หมดสิทธิ์สอบจอหงวน ยังไงมันก็ต้องหมดอนาคต” ชิงชิงพูดด้วยน้ำเสียงอำมหิต

    “ดีมากลูกพ่อ” หัวหน้าพรรคพอใจ

    “ปล่อยข้าไปเถอะชิงชิง อย่าจับข้าเข้าคุกเลยนะ” บัณฑิตซูขอร้อง

    “ถ้าปล่อยเจ้าไป แล้วเจ้าได้กลายเป็นขุนนางชั่ว บ้านเมืองได้วุ่นวายแน่ๆ” ชิงชิงไม่ยอมใจอ่อนอีก

    “ทำตามลูกข้าบอก พามันไปเร็วเข้า” หัวหน้าพรรคยาจกกล่าว

    ลูกพรรคเข้ามาช่วยกันลากตัวบัณฑิตซูไปที่จวนท่านผู้ว่าเพื่อรับโทษทัณฑ์ทันที

    ********************************************************

    และแล้วก็ถึงวันนัดหมายระหว่างองค์หญิงและมือปราบหานอู่

    องค์หญิงทรงมารอหานอู่ที่ตำหนักองค์ไทเฮาตั้งแต่เช้า จนเสด็จย่าแปลกใจหลานสาว

    “นึกยังไงถึงมาหาย่าตั้งแต่เช้าแบบนี้ และวันนี้เจ้าไม่มีอะไรทำงั้นหรือ ซานยี่” องค์ไทเฮาทรงสงสัย

    “หลานคิดถึงเสด็จย่า อยากอยู่กับเสด็จย่าเพคะ” องค์หญิงตรัสอ้อน

    “แกล้งพูดเอาใจย่าอีกแล้ว” องค์ไทเฮาทรงกอดหลานสาวอย่างเอ็นดู

    “ให้หลานนวดให้นะเพคะ” องค์หญิงตรัส

    “อื้อ ก็ดีเหมือนกัน” องค์ไทเฮาทรงรู้สึกเมื่อยพอดี

    คล้ายกับเรื่องว่าที่ฮูหยินจอมป่วน ที่คุณอ่าน