อินทรีย์ ลิง และจิ้งจอกพวกมันทั้งหมดมีออร่าที่น่าหวาดหวั่นเหมือนกับเจ้าของของมันเอง
อินทรีย์นั้นสูงสง่าด้วยปีกขนาดใหญ่และดวงตาที่แหลมคมจ้องมองทุกสิ่งอย่างเจาะลึก มันยืนอยู่บนไหล่ของมฤตยูดำ แผ่บารมีราวกับนักล่าบนอากาศ
ลิงตัวนั้นเรืองแสงด้วยขนสีดำเงางาม ดูแล้วมีความว่องไวและแข็งแกร่งแม้ยืนอยู่บนพื้นแต่ดูเหมือนมันจะสามารถกระโจนขึ้นไปทุกทิศทางได้ในพริบตา
ส่วนจิ้งจอกที่อยู่ข้างกายนั้นตัวมันดูเล็กกว่าแต่ก็เต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ดวงตาสีทองของมันจ้องมองด้วยความฉลาดแกมโกงมันหมอบอยู่ข้างๆ ขาของมฤตยูดำพร้อมที่จะโจมตีเมื่อใดก็ได้
มฤตยูดำยืนมององค์ชายสามและนาฟด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความท้าทาย
"พวกเจ้าคิดว่าเจ้าจะหยุดเหตุการณ์เหล่านี้ได้หรือ?" เขาพูดเสียงดังอย่างเยือกเย็น
“เป้าหมายของข้าคือนำวัตถุทรงอำนาจเหล่านี้เข้ามาและจับกุมหนึ่งในเชื้อพระวงศ์อย่างเจ้ากลับไปด้วย!”
สิ้นคำพูดของเขาอินทรีย์บนไหล่ส่งเสียงกรีดร้องแหลมสูง ลิงกระโจนขึ้นไปบนอากาศด้วยความว่องไวส่วนจิ้งจอกกระโจนออกไปเบื้องหน้าแผ่ซ่านความมืดและพลังอันรุนแรงที่พร้อมจะทำลายล้างทุกสิ่งที่ขวางหน้า
พวกมันพุ่งตรงไปยังองค์ชายสามด้วยความเร็วที่ยากจะตามทัน
แต่ในชั่วพริบตาเดียว พวกมันกลับพลิกเส้นทางพุ่งทะยานไปยังเป้าหมายใหม่ ปราชญ์หวางผู้ที่นั่งสมาธิอยู่กับที่
อินทรีย์ส่งเสียงกรีดร้องที่ก้องกังวานในอากาศปีกของมันพุ่งตรงเข้าหาด้วยความรวดเร็ว ปากแหลมคมพร้อมจะจิกทะลุปราชญ์ลิงกระโจนขึ้นไปในอากาศหมายจะโจมตีจากด้านบนด้วยกรงเล็บที่เต็มไปด้วยอำนาจแห่งความมืดส่วนจิ้งจอกที่เจ้าเล่ห์พลิกตัวไปข้างๆ เพื่อโจมตีจากด้านข้างความเป็นทีมของพวกมันสร้างสถานการณ์ที่เลวร้ายขึ้นในพริบตา
แต่ในขณะที่สัตว์จำแลงทั้งสามกำลังจะเข้าถึงเป้าหมายนาฟที่ยืนเฝ้าระวังอยู่ใกล้ๆ สัมผัสได้ถึงการเคลื่อนที่ของสัตว์จำแลงทั้งสาม โล่ทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ปักขวางหน้าอยู่ๆแสงสว่างวาบขึ้นมาจากโล่แปรสภาพเป็นโล่ใหญ่ ทรงครึ่งวงกลมที่คลอบคลุมจากทุกทิศทาง
“เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!” “เปรี้ยง!”
เสียงกระแทกของกรงเล็บอินทรีย์และสัตว์จำแลงอีกสองตัวปะทะกับโล่ดังก้อง ไม่สามารถเจาะทะลุโล่ได้
สัตว์จำแลงทั้งสามเคลื่อนตัวสลับไปมาด้วยความไม่พอใจเหมือนกับกำลังเฝ้ามองหาช่องโหว่เพื่อโจมตีอีกครั้ง
และในขณะเดียวกันนั้นมฤตยูดำก็พุ่งเข้าหาองค์ชายสามด้วยความเร็วที่เหลือเชื่อ
ดวงตาของเขาเป็นประกายแห่งความอาฆาตแขนของเขาเงื้อขึ้นสูง ในขณะที่สัตว์จำแลงตัวที่สี่เริ่มปรากฏขึ้นจากเงามืดที่ห้อมล้อมจากแขนของมฤตยูดำ
งูยักษ์เรืองแสงสีดำทะมึนเลื้อยออกมาอย่างช้าๆก่อนจะเร่งความเร็ว พุ่งตรงเข้าไปยังองค์ชายสาม งูตัวนั้นเลื้อยผ่านพื้นดินด้วยความเร็วที่น่าสะพรึงกลัวดวงตาของมันฉายแสงสีแดงเรืองรองราวกับเปลวไฟ
องค์ชายสามที่ยังตื่นตะลึงกับภาพตรงหน้า และในชั่วพริบตางูยักษ์ก็เลื้อยพันธนาการรอบตัวเขาในทันที
งูยักษ์เลื้อยรอบแขน ขา และลำตัวขององค์ชายสามพันธนาการเขาไว้แน่นหนา
มันบีบคั้นร่างขององค์ชายด้วยพลังมหาศาลราวกับจะบดขยี้กระดูกทุกชิ้นในร่างของเขา สายตาของมฤตยูดำเต็มไปด้วยความเหี้ยมโหดขณะที่เขาเข้ามาใกล้ด้วยรอยยิ้มที่เย้ยหยัน
“ฟู่!!!”
แต่ทันใดนั้นเองร่างที่ถูกพันธนาการอยู่ก็เริ่มเปล่งแสงสีทองอร่ามราวกับมีพลังอันยิ่งใหญ่ที่แผ่ซ่านออกมาจากภายใน
งูยักษ์ชะงักไปเมื่อสัมผัสได้ถึงความผิดปกติมันพยายามบีบร่างนั้นให้แน่นขึ้นอีกแต่กลับรู้สึกได้ว่าร่างที่มันพันธนาการอยู่นั้นเริ่มจะเลือนหายไป
แสงสีทองเข้มข้นยิ่งขึ้น จนในที่สุดร่างขององค์ชายสามก็แตกกระจายออกเป็นฝุ่นทองที่แผ่กระจายไปทั่ว มฤตยูดำจ้องมองด้วยความตกตะลึง
เขาไม่ทันคาดคิดว่าองค์ชายสามที่เขาคิดว่าจับตัวไว้ได้จะเป็นเพียงร่างลวงเท่านั้น
ในขณะที่ฝุ่นทองนั้นยังคงแผ่กระจายอยู่รอบ ๆพลันปรากฏร่างขององค์ชายสามอยู่ข้างนาฟ แสงสีทองจากร่างของเขายังเรืองรองราวกับเทพผู้พิทักษ์ที่ปรากฏตัวในยามคับขัน
องค์ชายสามหันไปมองโล่ด้วยความสงสัยแล้วก็หันมาสบตากับนาฟแล้วพยักหน้าเบา ๆ
สุดท้ายก็หันสายตาไปจับจ้องไปที่มฤตยูดำซึ่งยืนเผชิญหน้าพวกเขาอยู่ความคิดมากมายแล่นผ่านในสมองขององค์ชาย
“เจ้าคงเป็น ลามาแห่งตระกูลลากูนสินะ!”
ท่ามกลางความตึงเครียดที่กดดัน องค์ชายสามก็เริ่มนึกย้อนไปถึงเรื่องราวต่างๆของตระกูลโบราณที่รุ่งเรืองในอาณานิคม พลังพิเศษโบราณนั้นมีความสามารถที่สืบทอดกันมาในสายเลือด
“ว่ากันว่า เมื่อสามปีก่อนชายนามว่า “ลามา” ผู้ที่ถูกยกย่องว่าเป็นอัจฉริยะในตระกูลอยู่ๆ กลับเลือกที่จะทรยศและหลบหนีออกจากตระกูลด้วยเหตุผลที่ไม่มีใครทราบแน่ชัด”
องค์ชายสามเริ่มเชื่อมโยงทุกสิ่งเข้าด้วยกัน
“ความสามารถ “ชีวิตจำแลง” ของพวกเจ้าสามารถเปลี่ยนรูปร่างและสร้างสัตว์จำแลงตามใจนึกได้เป็นพลังโบราณสายชีวิตระดับสูง แต่ตัวเจ้ากับยอมขายศักดิ์ศรีรับใช้พวกกลุ่มปีศาจนั้น!”
มฤตยูดำที่ยังหัวเราะเบาๆ ความเย้ยหยันในดวงตาของเขาที่ดูเหมือนจะไม่มีความเกรงกลัวใดๆทั้งสิ้น เหมือนกับเชื่อมั่นในพลังของตนอย่างเต็มที่
นาฟหรี่ตาลงเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่องค์ชายสามกล่าว เขาเริ่มตระหนักว่าศัตรูตรงหน้า ไม่ใช่เพียงผู้ใช้พลังพิเศษธรรมดาซะแล้ว