เทพมังกรเหนือปฐพี

    ตอนที่41ขอบเขตจิตวิญญาณแห่งเทพ





         ขณะที่เริ่มเข้าสมาธิขั้นต้นเล้งปวยจะสามารถเข้าไปพบหลินซีในห้วงแห่งจิตได้แต่หากจิตหยั่งลึกลงไปถึงระดับเข้าฌานแล้วก็จะปิดการติดต่อใดๆโดยสิ้นเชิง   ดังนั้นวันนี้ก่อนเข้าฌาณเขาจึงแวะเข้าไปหาหญิงสาวก่อน


         เห็นนางที่กำลังเดินเล่นอยู่ในอุทยานนั้นดูร่าเริงสดใสขึ้นกว่าเดิมล็กน้อย เขาพอใจจยิ้มนิดๆที่มุมปากขึ้นมา  และเผอิญตอนนั้นางมองเห็นเขาพอดี
         “นึกว่าเจ้าจะรีบไปเข้าฌาณ เลยยังไม่ได้คุยกับเจ้าเรื่องเคล็ดเปลี่ยนร่างย้ายกระดูกที่อาจารย์เพิ่งสอนเจ้า   เจ้าแปลกใจที่ใช้เคล็ดวิชาได้แทบจะทันทีเลยบ้างไหม”
    “ใช่ๆๆ มันอย่างเจ้าว่าจริงๆ  พอข้าดูปุ้บ คล้ายจำได้และเข้าใจในเคล็ดนั้นจนใช้ได้ทันทีเลย  หรือเจ้ารู้ว่าเพราะอะไร”
    “ถูกต้องนับว่าอาจารย์เจ้าลึกล้ำมิใช่น้อย  คำตอบแทบทั้งมวลจากนี้ไปของเจ้าย่อมเพราะการวางพื้นฐานให้เจ้าเข้าฌาณในการฝึกแรกๆ  จนพูดได้ว่า  การฝึกฝนทางห้วงวิญญาณของเจ้านั้นก้าวหน้าไปถึงขั้นสวรรค์เบื้องต้นแล้ว”
    “อาจารย์ก็บอกข้าเช่นเจ้าเลย  หลินซี  เช่นนี้ข้าพอจะให้เจ้าเป็นผู้ฝึกซ้อมให้ได้หรือไม่”
    “อืม  ดูพลังของเจ้าตอนน้ีน่าจะพอได้อยู่”     นางคล้ายยังไม่แน่ใจนัก
    “เช่นนั้นข้าก็ต้องลองดูหละสิเชิญ”  โดยไม่ได้รีรอ เล้งปวยตั้งท่าเริ่มต้นขึ้นด้วยพลังปราณอันสูงสุดไหลทะลวงไปตามร่างกายทันทีอย่างไม่รอช้า
      เงาร่างของมันพลันกลายเป็นเส้นสายแห่งพลังอันมหาศาลหนุนเนื่องเข้าหานางคลืนๆๆทันทีแต่พอพลังนั้นพุ่งเข้าไปถึงตัวนางนั้น นางเพียงตะหวัดมือเบาๆพลังทั้งมวลของเล้งปวยก็พลันสลายไปในอากาศธาตุอย่างไร้ร่องรอย ดุจไม่เคยมีมาก่อน
    “อีกครั้ง!!”  มันตะโกนก้อง  ครานี้มันใช้พลังถึงสิบสองส่วนออกไป   เสียงคลืนคลันน่ากลัวกว่าเดิมมากมายยิ่ง   แต่ผลยังคงเป็นเช่นเดิม    คืออีกฝ่ายแทบจะยังไม่ทันได้ออกแรงแต่อย่างใดพลังนั้นก็สูญหายไปอยู่ดี  แต่เช่นนี้หาได้หยุดยั้งชายหนุ่มลงได้ไม่ มันยังคงมานะต่อไป
    ผ่านไปราวๆหนึ่งชั่วยามแล้วที่เล้งปวยได้ทุ่มเทพลังฝีมือทั้งหมดทั้งมวลออกไป   แต่ก็ไม่ระแคะระคายอีกฝ่ายได้เลย จนมันต้องตกตะลึงอย่างแตกตื่นขึ้นมา  
    “สวรรค์ นางมีพลังอยู่ขั้นใดกันแน่นี่”  มันที่ได้ต่อสู้อย่างสมใจอยากมาร่วมชั่วยามกว่าๆจนหอบหายใจหนักหน่วง   พลังแทบไม่เหลืออยู่อีกแล้วแต่อีกฝ่ายคล้ายยังไม่ได้ออกกำลังด้วยซำ้ไป   เล้งปวยจึงหยุดลงแค่นั้น
    “พลังของเจ้ารุดหน้ากว่าที่ข้าคิดมากนัก  จนพลังที่สะท้อนกลับไม่ได้เป็นอันตรายต่อเจ้าแล้ว  เช่นนี้เจ้าอาจมาฝึกกับข้าได้ทุกวัน  แต่มีข้อแม้หากมีเวลาเจ้าต้องพาข้าออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกบ้าง”  นางพูดด้วยท่าทีเงียบเหงา  จนเล้งปวยก้าวเข้าไปกุมมือนางเป็นการปลอบใจ
    “ได้  เช่นนั้นข้าจะมาฝึกกับเจ้าทุกวัน”  มันบอกอีกฝ่ายด้วยท่าทีกระตือรือร้น  ก่อนที่จะถอนจิตออกมาจากห้วงจิตวิญญาณ  แล้วเข้าฌาณต่อไป   
        เล้งปวยจะเฝ้าฝึกฝนหนักหน่วงเช่นนี้ทุกวัน  จนกระทั่งผ่านไปยี่สิบกว่าวันแล้ว   ที่เล้งปวยเข้าไปฝึกต่อสู้กับหลินซีภายในห้วงจิตซึ่งความหนักหน่วงรุนแรงดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นทุกๆวันทั้งเวลาที่ใช้ในวันแรกเพียง หนึ่งชั่วยามก็หยุดลงด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณเขาหมดไป แต่ในล่าสุดวันนี้เขาสู้ได้นานถึงสามชั่วยามเต็มๆ  
          ตอนนี้เขาเองก็รับรู้ได้ถึงความสมบูรณ์แห่งพลังจิตวิญญาณแห่งตนที่แตกต่างไปจากทุกวันที่ผ่านมา มันดูมีความกระเหี้ยนกระหือรือในการต่อสู้ยิ่งนัก  วันนี้เขาเข้าไปหาหญิงสาวในห้วงจิตวิญญาณเร็วขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย
      “ข้าเองยอมรับในความมุมานะของเจ้าไม่น้อยเลยนะ”  เสียงที่นุ่มนวลดังขึ้นมา เมื่อมองเห็นอีกฝ่าย  “หือ!  วันนี้เจ้าดูเปลี่ยนไปมากนี่  เจ้ารู้ตัวไหม”   นางพลันอุทานอย่างตื่นเต้นนิดๆ
    “ ข้าเพียงรู้สึกว่าตัวเองกระหายการต่อสู้ขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุได้” 
    “เช่นนั้นมา มา  เอาให้เต็มอิ่มเลย”  นางพูดอย่างอารมณ์ดี
       ร่างของนางพลันลอยละลิ่วเข้าหาพร้อมสะบัดฝ่ามือเจ้าใส่อีกฝ่ายก่อนเลย    ในหลายวันที่ผ่านมานั้น   แม้มีบ้างที่ยามเล้งปวยรุกไล่เข้าหาอย่างสุดแรงอาจจะถึงขั้นทำให้นางถอยได้บ้างแต่นางก็ไม่เคยลงมือใส่เขาตรงมาก่อนเลย  ดังนั้นนี่จึงเป็นคราแรกที่ทั้งคู่หักหาญกันตรงๆ
          ตูม!!!!!!!!!!!!  คลืน!!!!!!!!!!!!!คลืน!!!!!!!!!!!!!   
      เสียงระเบิดอันสะท้านสะเทือนเลื่อนลั่น จนก่อเกิดวงกระเพื่อมแห่งคลื่นของมวลบรรยากาศขนาดยักษ์  กดกระแทกเข้าใส่บรรยากาศอบข้างจนบิดเบี้ยวกระจัดกระจายจนสียงหวีดหวิวบังเกิดขึ้น
       “ไฮ้!      จะ … เจ้า  ถึงกับ รับหมัดข้าได้เชียวเหรอ”  เมื่อนางได้เห็นกับตาว่าเขาเพียงถลาถอยไปสามก้าวเท่านั้นแทนที่จะปลิวกระเด็นไป
    “ลองรับอีกสักหมัดสองหมัดซิ”
      ตูม  !!!!!!!!!!!!      ตูม  !!!!!!!!!!!!!       คลืน !!!!!!!!!!!!!!  คลืน ๆๆๆๆๆๆๆ  
          คราวนี้เล้งปวยเพียงถลาถอยไปห้าหกก้าว  เขากลับบังเกิดความฮึกหาญ จนกู่ก้องกังวาน  ทะยานเข้าบุกใส่นางบ้าง  จากนั้นทั้งสองผลันกันรับผลัดกันรุกอยู่ตลอดเวลา  แม้เล้งปวยจะดูตกเป็นเบี้ยล่างอยู่บ้าง  แต่ก็ยังคงฝืนต่อสู้ได้ไปอีกยาวนาน  เพราะหลินซีได้ลดพลังลงเล็กน้อย  กระทั่งสามชั่วยามผ่านไป ค่อยหยุดยั้งการฝึกลง
    “นี่เด็กน้อย…”     นางรีบพูดขึ้นมา  แต่ก็ต้องหยุดกึกเมื่ออีกฝ่ายไม่รอให้นางพูดจบ
    “นี่หลินซี  เจ้าดูสิ  ตอนนี้ข้ายังเป็นเด็กน้อย อยู่จริงๆเหรอ…”   พลางจ้องหน้านาง  ฉับพลันนั้นแก้มของนางได้เปลี่ยนเป็นสีชมพูขึ้นมา  
    “ก็ …  ก็ …มะ  มัน…ไม่รู้นี่  ตอนนั้นเจ้ายังตัวเล็กอยู่นี่นะ”  นางเสียงพูดอู้อี้อยู่ในลำคอ
    “ไม่ต้องเขินหรอก ข้าแค่ล้อเจ้าเล่นเท่านั้น”  พลางมองอย่างหยอกล้อขึ้นมา  จนหญิงสาวทุบที่ต้นแขนเขาเบาๆ  
    “เจ้า…ตัวร้ายกาจ”   เขารีบกุมมืออันเรียวเล็กของนางไว้  จนอีกฝ่ายหน้าแดงฉานไปแล้ว
    “แต่ยังไงก็ต้องขอบคุณเจ้าอย่างยิ่งที่ทำให้ข้าก้าวมาถึงจุดนี้ได้   ข้าสัญญาว่าจะพาเจ้าไปเที่ยวด้านนอกสักวันให้ได้”  เด็กหนุ่มกล่าวเอาใจอีกฝ่าย     จากวันน้ันมาเขาได้ฝึกต่อสู้กับหญิงสาวทุกกวันไม่เคยว่างเว้นเลย และในที่สุดก็ทำให้เขาสามารถต่อสู้ได้ก้ำกึ่งกับนางและพลังอันแกร่งกร้าวทางจิตวิญญาณได้ก้าวไปสู่อีกขอบเขตแล้วขอบเขตพลังขั้นเทพทางห้วงจิตวิญญาณนี้เรียกว่า  ขั้นจิตวิญญาณแห่งเทพ   
       ซึ่งการพัฒนาด้านพลังแห่งจิตวิญญาณไม่สามารถใช้โอสถช่วยได้  ไม่เหมือนกับการพัฒนาพลังทางกายภาพ  ซึ่งบางคนที่ไม่เข้าใจ  มักคิดว่าการใช้โอสถนั้นมีข้อจำกัด  โดยไม่เข้าใจพื้นฐานที่ว่าต้องพัฒนาทั้งสองด้านควบคู่กันไป  จึงจะทำให้ไม่เสียสมดุลย์ของร่างาย  

    …
      จากนี้ไปอีกไม่ถึงครึ่งเดือนก็จะถึการทดสอบเลื่อนขั้นกลางปี  เพื่อเปิดโอกาสให้ศิษย์สายนอกที่มีความพร้อมแล้วมีโอกาสเลือกแนวทางให้ตน  เพื่อเลื่อนเป็นศิษย์สายใน และศิษย์สายในเลื่อนเป็นสายตรงได้
       หัวหน้าตึกหมื่นเทพ ไป๋เทียนหยู  ได้เรียกประชุมหารือเหล่าผู้อาวุโสของตึก  เพื่อวางแผนขึ้นมา  เรื่องแรกจะทำอย่างไรให้ผู้ที่สอบผ่านเลือกเข้าตึกของตน  เรื่องที่สองสำรวจว่ามีศิษย์สายในที่น่าจะส่งทดสอบเลื่อนเป็นสายตรงหรือไม่  อีกเรื่องสุดท้ายคือการเตรียมการประลองความสำเร็จระหว่างตึก
        ในเรื่องแรกและเรื่องที่สองนั้นมีคนแสดงความคิดเห็นไม่มาก คล้ายยอมรับในสภาพ  แต่เรื่องสุดท้ายที่ต้องต่อสู้เพื่อให้อยู่รอดไปได้นั้นคุยกันนานพอดู  ส่วนใหญ่ก็หนีไม่พ้นเรื่องความเสียเปรียบในโอกาส  ทั้งเรื่องที่ไม่มีศิษย์สายตรงและเรื่องการดึงศิษย์สายในที่เลื่อนขึ้นกลางปีมาเพิ่มไม่ได้  
    …
       
    /มันมาแล้วนะ  แข็งแกร่งแล้ว





    คล้ายกับเรื่องเทพมังกรเหนือปฐพี ที่คุณอ่าน