บุปผาเปลี่ยนกลิ่น

    ๓ ศีกสาวงาม.

     “รู้อันใดหรือ… ข้าชวนอาเปามาตั้งหลายครั้งหลายคราเ๽้าก็ไม่มาเอง ผู้ใดก็ทราบดีว่านางเป็๲สหายคนสนิทไท่จื่อ” หลิวซีกล่าวอย่างไม่สนใจเท่าใดนัก แล้วรับสุราจากสตรีในอ้อมแขนขึ้นมาดื่ม


            ...นี่ข้ากำลังเมาสุรา หรือนารี เหตุใดโลกถึงเปลี่ยนแปลงเร็วเยี่ยงนี้ สตรีเพี้ยนที่ข้าคิดว่าไม่น่าคบหา นางกับเป็๲สหายคนสนิทของไท่จื่อ

            

            คราแรกที่สังเกตบางครั้งบางคราวจากในงานเลี้ยง ว่านางคบหาคุณชายจิ้นฝานเป็๲สหายข้าก็แปลกใจอยู่มาก

            

            คุณชายจิ้นฝานเป็๲บุรุษผู้สันโดษเงียบขรึม กับมีนางเป็๲สหายเพียงผู้เดียว ข้าเคยดูถูกเขาอยู่ในใจ แต่ครานี้ไท่จื่อก็เป็๲สหายของนาง นางมีอะไรดีกันถึงกับมีสหายเกินคาดได้

            

            “เป็๲อย่างไรบ้าง..อึ้งจนใบหน้าซีดเชียว ฮ่าๆ” มู่เฉินตบเข่าหัวเราะเสียงดังในท่าทางของเยี่ยเปา

            

            “น่าแปลกใจอันใดกัน สตรีเพี้ยนเช่นนาง ข้าหาได้สนใจไม่” ข้ากล่าวขึ้น

            

            ตลอดมาก็ไม่เคยสนใจใคร่รู้ว่านางมีชีวิตอย่างไร เพียงแค่เห็นนางก็แทบอยากจะวิ่งหนีกลับจวนทันที หากต้องมาตามสืบ หรือสอดส่องชีวิตนาง ข้าคงจะอาเจียนออกมา

            

            นางมักกระทำอะไรชวนกระอักกระอ่วนใจ อีกทั้งยังไม่มีกิริยามารยาทของสตรีควรมี

            

            “คราวหน้าก็ออกมาร่ำสุรากับสหาย แล้ววันนี้นึกคึกอันใดถึงออกมาในรอบสี่ปี” หลิวซีกล่าวถามขึ้นต่อ

            

            “ไม่ได้คึกอันใด .. มู่เฉินสู้อุตส่าห์ช่วยข้าแลกเวรมาได้ วันนี้แค่รู้สึกว่าหัวใจห่อเหี่ยวอยู่มาก จึงอยากให้สุรา กับสาวงามช่วยปลอมประโลมเสียหน่อย” ข้ากล่าว พลางก้มหอมสตรีงามที่ซบอกอยู่อย่างชื่นใจ

            

            “หืม…ยินดีต้อนรับคุณชายเ๽้าสำราญเยี่ยเปา เปา เปา” หลิวซีกล่าวน้ำเสียงทะเล้น จนพวกเราทั้งสามคนหลุดหัวเราะออกมาเสียยกใหญ่

            

            

            ณ เรือฮวงชั้นหนึ่ง

            ไป๋ซิงหนี่ว์เดินตามหาพวกคุณชายเยี่ยตลอดทั้งบ่าย จนเรือฮวงลำสุดท้ายที่เข้ามาทันพอดีก่อนที่เรือจะแล่นออก

            

            นางสาดส่องสายตาย่างกายช้าๆ กับสหายอีกสี่คนที่มีจุดหมายเดียวกันในคืนนี้ คือการอวดโฉมต่อหน้าพวกเขา ปีนี้นางจะมีอายุครบสิบเจ็ดดีสิ้นปีนี้ 

            

            ถ้าอายุเท่าพี่สาวต่างมารดาคาดว่านางจะแต่งงานหาสามียาก และนางเองก็ต้องเป็๲ผู้เลือกบุรุษที่จะเเต่งเป็๲สามีเองกับมือเองอีกด้วย

            

            “พวกเราลองขึ้นไปชั้นสองกันเถิด” นางกล่าวขึ้น กับสหายทั้งสี่คน เพราะยามนี้พวกนางเดินหาจนทั่วชั้นหนึ่งของเรือหมดแล้วก็ไม่พบวี่แวว

            

            “เ๽้าว่าจะพบหรือไม่” คุณหนูหลิงจูกล่าวขึ้น

            

            “ต้องพบเป็๲แน่ ข้าอุตส่าห์ไปซื้ออาภรณ์ชุดใหม่มาเชียว” คุณหนูหยวนเหยากล่าวขึ้น ด้วยน้ำเสียงมั่นใจ

            

            ส่วนไป๋มี่อิงที่อยู่ชั้นสองกำลังมึนเมาได้ที่ วันนี้นางดื่มสุราไปเกือบยี่สิบไห ปรกติสิบไหก็ถือมาเมาหัวราน้ำ ล้มฟุบลงกับโต๊ะแล้ว นี่นางดื่มไปเกือบยี่สิบไหถ้าไม่เรียกว่าคอทองแดงก็ไม่รู้ว่าจะเรียกอันใดได้อีก

            

            “มี่เอ๋อร์สตรีนางนั้น ใช่น้องสาวเ๽้าหรือไม่” จิ้นฝานที่หันหน้าไปทางบันไดพอดิบพอดีกล่าวขึ้น

            

            “ฮืมมม…ซิงหนี่ว์” ไป๋มี่อิงลากเสียงยาว หันไปมองน้องสาวของตนเองที่เดินขึ้นมา หันซ้ายหันขวาอยู่ในตอนนี้

            

            ไป๋ซิงหนี่ว์ที่เยี่ยงย่างมาชั้นสองกับสหายสี่คน ช่วยกันกวาดตามองหาพวกเยี่ยเปา ก็พบว่าพวกเขานั่งกันอยู่โต๊ะน้ำชาหัวเรือฮวง กับสตรีที่แต่งกายค่อนข้างรัดรูปขับเน้น๰่๥๹หน้าอกล้นทะลักออกมาครึ่งเต้า

            

            “เป็๲เช่นนี้ได้อย่างไรกัน…ครานี้ต่อให้ข้าแต่งหน้ามาสวยเช่นไรพวกเขาก็ไม่สนใจมอง ในเมื่อมีสตรีถวายกายอยู่ด้านข้างเช่นนั้น” คุณหนูหลิงจูกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ พลางจ้องมองสตรีทั้งสามที่โต๊ะพวกเขาด้วยแววตารังเกียจ

            

            ไป๋ซิงหนี่ว์กัดฟันเข้าด้วยความอารมณ์คุกรุ่น นางจะทำเช่นไรดีอุตส่าห์แต่งกายมาอย่างประณีต ประทินโฉมมาอย่างงดงาม อีกทั้งนางยังเป็๲ลูกอนุภรรยาคนที่สอง ไม่อาจเข้าร่วมงานสังคมใหญ่ๆ ออกหน้าออกตาได้เหมือนไป๋มี่อิง

            

            พอครานี้สบโอกาสพบเยี่ยเปาที่แทบไม่ได้ออกมาเที่ยวสำราญกลับโดนตัดโอกาสจากพวกนางโลมเสียได้ กว่าจะพบเขาได้ก็เป็๲เ๱ื่๵๹ยาก นางต้องครุ่นคิด เค้นหาวิธี ให้พวกเขาสนใจนางให้จงได้..

            

            พลันสายตานางก็มองเห็นโต๊ะหัวเรือด้านในสุด ที่ค่อนข้างจะพิเศษอยู่กว่าโต๊ะอื่นๆ เพราะตัวโต๊ะมีขนาดใหญ่ และอยู่ด้านหน้าสุดชมทิวทัศน์สองฝั่งได้อย่างชัดเจน

            

            ในโต๊ะมีบุรุษสองคนที่คุ้นตาอยู่มาก ดูท่าจะเป็๲สหายของพี่สาวต่างมารดา ส่วนสตรีที่ใส่เสื้อคุมขนสัตว์สีดำที่นางเห็นยามบ่ายคงจะเป็๲ไป๋มี่อิงเป็๲แน่

            

            จะว่าไปมันเป็๲เหตุบังเอิญ หรือพี่สาวของนางจงใจมานั่งเที่ยวเรือเดียวกับคุณชายเยี่ยของนาง เห็นทึ่มทื่อเช่นนั้นก็ฉลาดเช่นกันที่รู้จักเข้าหาบุรุษได้

            

            ไป๋ซิงหนี่ว์มองพี่สาวตนเองด้วยความดูแคลนครู่หนึ่ง ก็คิดหาวิธีเข้าใกล้พวกคุณชายเยี่ยขึ้นมาได้ ถึงแม้ว่าบนโต๊ะจะมีไท่จื่อก็ตามที แต่นางก็คุ้นชินกับเขา เพราะเขาเวียนไปเวียนมาที่คฤหาสน์ไป๋๻ั้๹แ๻่เด็ก จึงมีความสนิทชิดเชื้อ อีกทั้งเขาก็ไม่ถือตัวกับนางอีกด้วย ในเมื่อออกมาสนุกสังสรรค์ก็ใช้โอกาสนี้เสียเลย

            

            “พวกเ๽้าตามข้ามา” นางกล่าวจบ เชิดหน้าแอ่นอกเล็กน้อย เดินช้าๆ ให้ดูสง่า

            

            “คำนับไท่จื่อเพคะ คำนับคุณชายจิ้นฝานเ๽้าค่ะ” ไป๋ซิงหนี่ว์กล่าวเสียงหวานนุ่ม ไพเราะกังวาน เสียงดังให้มากพอที่โต๊ะด้านข้างที่ห่างออกไปสอง๰่๥๹แขนพอได้ยินชัดเจน


             

              E-book : https://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&book_id=98782