หลังเสียงประกาศของระบบดังขึ้นทั่วโลก บรรยากาศภายในเมือง Eden ก็เงียบลงทันที แม้หลายคนจะยังไม่เข้าใจทั้งหมดว่า “ประกาศทั่วโลก” หมายถึงอะไร แต่แค่เห็นข้อความว่า เมืองของพวกเขาถูกเผยแพร่ไปยังผู้รอดชีวิตทุกคนบนโลก ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมา
โดยเฉพาะธีร์
เขากำลังยืนมองหน้าต่างระบบที่ยังลอยอยู่ตรงหน้า พร้อมหัวใจที่เริ่มหนักขึ้นช้า ๆ เพราะเขารู้ดีว่า ในโลกที่ล่มสลายแบบนี้ ข่าวเื่ “เมืองปลอดภัย” จะดึงดูดไม่ใช่แค่ผู้รอดชีวิตธรรมดาเท่านั้น แต่รวมถึงคนอันตรายด้วยเช่นกัน
“ประกาศทั่วโลกเลยเหรอ…” นนท์พูดเสียงแห้ง ขณะเดินเข้ามาในห้องบัญชาการ “แบบนี้ไม่เท่ากับบอกตำแหน่งเราให้ทุกคนรู้เลยหรือไง”
ธีร์ถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพยักหน้า
“ใช่… แล้วต่อจากนี้ คนจะเริ่มมาที่นี่แน่”
คำพูดนั้น ทำให้ทุกคนในห้องเงียบลงทันที
เพราะแม้เมืองจะขยายใหญ่ขึ้นและมีระบบป้องกันดีขึ้นกว่าเดิม แต่ทรัพยากรที่มีอยู่ตอนนี้ ก็ยังแทบไม่พอสำหรับคนในเมืองเดิมด้วยซ้ำ หากมีผู้รอดชีวิตจำนวนมากเข้ามาพร้อมกัน ปัญหาเื่อาหาร น้ำ และที่พัก จะกลายเป็เื่ใหญ่อย่างรวดเร็วแน่นอน
แต่ก่อนที่ใครจะพูดอะไรต่อ เสียงแจ้งเตือนของระบบก็ดังขึ้นอีกครั้ง
ติ๊ง!
[หีบสมบัติระดับ Silver ถูกเปิดใช้งาน]
[คุณได้รับ : แปลนสิ่งปลูกสร้าง “โรงงานผลิตพลังงานเวท”]
[คุณได้รับ : อาวุธระดับ Rare — ดาบสายฟ้า]
[คุณได้รับ : เหรียญเมือง 300 เหรียญ]
ดวงตาของธีร์สั่นเล็กน้อยทันที
โดยเฉพาะคำว่า “โรงงานผลิตพลังงานเวท” เพราะหลังผ่านาเมื่อคืน เขารู้แล้วว่า พลังงานคือหัวใจสำคัญของเมือง ยิ่งมีสิ่งปลูกสร้างมาก ระบบก็ยิ่งใช้พลังงานมหาศาล หากไม่มีแหล่งผลิตที่มั่นคง เมืองอาจหยุดพัฒนาในอนาคตได้ง่าย ๆ
ส่วนดาบสายฟ้า ตอนนี้ปรากฏอยู่ตรงหน้าธีร์แล้ว
มันเป็ดาบยาวสีดำเข้ม ใบดาบมีเส้นสายสีฟ้าวิ่งผ่านตลอดแนวราวกับกระแสไฟฟ้า ด้ามจับเย็นเฉียบทันทีที่ัั พร้อมแรงกดดันบางอย่างที่แตกต่างจากอาวุธธรรมดาโดยสิ้นเชิง
[ดาบสายฟ้า — Rare]
[เพิ่มพลังโจมตี]
[มีโอกาสปล่อยสายฟ้าช็อตศัตรู]
“ของจริงว่ะ…” นนท์เบิกตากว้างทันที
ส่วนธีร์เอง ก็เริ่มรู้สึกได้ว่า ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปมากั้แ่เมื่อคืน แม้จะยังไม่ได้แข็งแกร่งเท่าลูเซียน แต่หลังได้รับ EXP จากา เขาก็เลื่อนระดับขึ้นมาหลายขั้นแล้วเช่นกัน
[ชื่อ : ธีร์]
[คลาส : Lord of Civilization]
[Level : 9]
[สกิลเฉพาะเมือง เพิ่มขึ้น]
ระดับที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้แม้แต่เขายังเริ่มไม่ชิน เพราะเมื่อสองวันก่อน เขายังเป็เพียงนักศึกษาธรรมดาที่เล่นเกมกับเพื่อนอยู่ในหอพักเท่านั้น
แต่ตอนนี้…
เขากลับกลายเป็ “เ้าของเมือง” ที่มีผู้คนฝากชีวิตไว้แทบทั้งหมดแล้ว
ทันใดนั้นเอง
เสียงะโจากด้านนอกก็ดังขึ้นอย่างตื่นตระหนก
“มีคนมา!!”
ทุกคนในห้องรีบหันไปมองทันที ก่อนธีร์จะรีบเดินออกไปด้านนอกกำแพงพร้อมลูเซียนและนนท์
บริเวณทางเข้าหลัก ตอนนี้กองกำลังเมืองกำลังยืนตั้งแนวอยู่้ากำแพง ขณะที่ด้านนอก มีขบวนผู้รอดชีวิตประมาณยี่สิบกว่าคนกำลังเดินเข้ามาช้า ๆ หลายคนมีสภาพาเ็ เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง และสีหน้าอ่อนล้าอย่างหนัก บางคนถึงขั้นต้องพยุงกันเดิน
แต่สิ่งที่ทำให้ทุกคนเริ่มระวังตัว ไม่ใช่จำนวนคน
แต่เป็อาวุธของพวกเขา
หลายคนถือปืนจริงอยู่ในมือ
“เดี๋ยวนะ…” นนท์ขมวดคิ้ว “โลกเปลี่ยนขนาดนี้แล้ว ปืนยังใช้ได้เหรอ”
“น่าจะยังใช้ได้กับคน” ธีร์ตอบเสียงเบา “แต่กับมอนสเตอร์… คงไม่แรงพอ”
ขณะเดียวกัน ชายวัยประมาณสี่สิบที่ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่ม ก็ก้าวออกมาด้านหน้าช้า ๆ พร้อมยกมือขึ้นเพื่อแสดงว่าไม่มีเจตนาร้าย
“พวกเราเห็นประกาศของระบบ…” เขาพูดด้วยเสียงแหบแห้ง “ได้โปรด ให้พวกเราเข้าไปข้างในด้วย”
ด้านหลังเขา เด็กผู้หญิงตัวเล็กคนหนึ่งกำลังถูกแม่อุ้มไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ขณะที่ชายอีกหลายคนมีรอยเืเต็มตัว ราวกับเพิ่งหนีตายมาไม่นาน
ผู้คนบนกำแพงเริ่มลังเลทันที
เพราะต่อให้ดูน่าสงสารแค่ไหน แต่ในโลกแบบนี้ ไม่มีใครรู้ว่า คนตรงหน้าจะเป็มิตรหรือศัตรูกันแน่
มินเดินเข้ามาข้างธีร์ พร้อมพูดเบา ๆ
“ถ้ารับพวกเขาเข้ามา อาหารเราจะเริ่มไม่พอแน่…”
“แต่ถ้าไม่รับ…” นนท์เม้มปากแน่น “พวกเขาคงตายหมด”
บรรยากาศเริ่มเงียบลงอีกครั้ง
ธีร์มองผู้รอดชีวิตด้านนอกอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะสายตาของเด็กคนนั้น ที่กำลังมองเข้ามาในเมืองด้วยความหวังเพียงเล็กน้อย
ก่อนสุดท้าย เขาจะถอนหายใจออกมาเบา ๆ
และเปิดหน้าต่างระบบขึ้นตรงหน้า
[คุณ้ารับผู้รอดชีวิตเข้าสู่เมืองหรือไม่]
[จำนวน : 23 คน]
[คำเตือน : ทรัพยากรการบริโภคจะเพิ่มขึ้น]
ธีร์เงียบไปชั่วครู่
ก่อนกด “ยืนยัน”
เสียงประตูเหล็กของเมืองเริ่มเปิดออกช้า ๆ
และนั่นเอง…
คือจุดเริ่มต้นครั้งแรก
ที่เมือง Eden เริ่มกลายเป็ “ความหวัง” ของผู้คนจริง ๆ