เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 56 เอาชนะอย่างง่ายดาย

            ภายใต้สายตานับหมื่นคู่นั้น บรรดาจอมยุทธ์น้อยที่ผ่านเข้ารอบทั้งหลายล้วนแต่ก้าวเดินขึ้นมาบนแท่นประลองซึ่งในจำนวนนั้นก็รวมถึงเมิ่งฝาน เหยียนเย่า กู่ฉิง เถิงชิงแห่งตระกูลเถิง สือซินแห่งตระกูลสือและตงฟางเฉินด้วย!

            ที่จุดรวมสายตาของผู้คนทั้งหลายนั้นพวกเขาต่างก็รู้ดีว่าจอมยุทธ์น้อยเหล่านี้คือพยัคฆ์ที่แข็งแกร่งและมังกรผู้ทรงอานุภาพอย่างแท้จริง

            เมิ่งฝานที่ยืนอยู่กับที่สัมผัสได้ถึงสายตาอันเยือกเย็นของเหยียนเย่าเขาเพียงกระตุกยิ้มแต่หาได้เอ่ยสิ่งใดออกมาไม่จากนั้นกรรมการจึงจัดการเรื่องจับฉลากให้แก่พวกเขาทั้งหลาย

            เมิ่งฝานจับได้ฉลากสีแดงก่อนจะเดินขึ้นไปยังแท่นประลองต่อมาผู้ที่จับได้สีแดงเช่นเดียวกันก็เดินขึ้นมาบนแท่นประลองเจ้าของร่างสูงโปร่งสวมชุดสีดำนั้นก็คือเถิงชิงนั่นเอง

            เพียงชั่วพริบตาลานประลองก็ครึกครื้นขึ้นกว่าเดิมแม้ว่าเมิ่งฝานจะเป็นดั่งม้ามืดที่เฉิดฉายแต่เถิงชิงก็เป็นจอมยุทธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเถิงเช่นกันซึ่งเขาชำนาญในวิชาแปรศิลาของตระกูลเถิงเป็นอย่างยิ่ง

            ก่อนหน้านี้ผู้ที่ถูกกล่าวขานว่ามีสิทธิ์ที่จะต่อกรกับเหยียนเย่าที่สุดก็คือเถิงชิง

            เมิ่งฝานหัวเราะเสียงเบาก่อนจะเอ่ยขึ้นเสียงเรียบ“เป็นเจ้านี่เอง”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเถิงชิงก็พยักหน้ารับ ก่อนจะเอ่ยพลางยิ้มขึ้น“คิดไม่ถึงว่าการร้องขอว่าอยากประลองกับเจ้าในวันนั้นจะกลายเป็นความจริงในวันนี้แต่ข้าไม่ปรานีหรอกนะ ระวังด้วย!”

            “ได้!”

            เมิ่งฝานพยักหน้ารับความต้องการสู้ปรากฏขึ้นที่นัยน์ตา เถิงชิงไม่มีทางคล้ายดั่งซีเหมินหงเป็นแน่ เพราะเขาคือจอมยุทธ์น้อยที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเถิงมีประสบการณ์มากมายและยากต่อการรับมือ

            “พี่เมิ่งฝานสู้เขาเจ้าค่ะ!”

            นอกแท่นประลองกู่ซินเอ๋อร์ชูกำปั้นให้กับเมิ่งฝานด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มเพื่อเอาใจช่วยเมิ่งฝานส่วนเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับพลางโบกมือส่งไป

            “สหายช่างมีความสุขเสียจริงเลยนะ!”

            เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นกู่ซินเอ๋อร์เถิงชิงก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมเมิ่งฝานยิ้มเจื่อนก่อนจะเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา “นางเป็นแค่น้องสาวของข้าเท่านั้น!”

            “อย่างนั้นหรือ?”

            เถิงชิงส่ายหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่เป็นธรรมชาติจากนั้นจึงเอ่ยเสียงเบา “เจ้ามั่นใจแล้วหรือ? แล้วเหตุใดนางจึงส่งกำลังใจให้เจ้าเพียงผู้เดียวเล่าแล้วเหตุใดกู่ฉิงจึงมักจะมีเรื่องกับเจ้าบ่อยครั้งคนอย่างนางนั้นโดยปกติแล้วคร้านที่จะสนใจผู้อื่นมาโดยตลอด!”

            เมื่อเสียงนั้นจบลงสีหน้าของเมิ่งฝานก็เปลี่ยนไปเขาเงียบงันลงไปชั่วครู่ก่อนนัยน์ตาจะวาวโรจน์แล้วเอ่ยว่า “เข้ามา!”

            ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องวางเรื่องทุกอย่างไปก่อนเพราะในยามนี้เมิ่งฝานรู้ดีว่าตนเองจะต้องสนใจเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นนั่นคือการต่อสู้!

            “ข้ามาแล้ว!”

            เวลานี้เถิงชิงก็ตวาดออกมาเสียงต่ำเพียงชั่วพริบตาต่อมาก็พุ่งทะยานเข้าไปหาเมิ่งฝานราวกับเสือดาวตัวหนึ่งที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงขณะเดียวกันก็หยียบย่ำลงไปบนแท่นประลองอย่างทรงพลัง!

            ฝึกกายาระดับเซียน!เพียงชั่วพริบตาพลันมีเสียงตกตะลึงดังขึ้นรอบลานประลองพลังที่เถิงชิงแสดงออกมาในยามนี้บ่งบอกว่าเขาคือจอมยุทธ์ขั้นฝึกกายาระดับเก้าขั้นเซียน!

            เยี่ยมยอด!

            เพียงชั่วพริบตาเมิ่งฝานก็กำหมัดแน่นพร้อมกับสัมผัสได้ถึงอันตรายที่เข้ามาใกล้ตัวเลือดลมภายในร่างกายของเขาในยามนี้กำลังเดือดพล่านเขาขยับแขนทั้งสองข้างก่อนจะชกออกไปอย่างฉับพลันปะทะกับหมัดของเถิงชิงกลางอากาศ!

            ปัง! ปัง!

            เสียงปะทะดังสนั่นทุกสายตารอบลานประลองสวรรค์ประทานมองมายังพวกเขาแม้จะอยู่ภายใต้สายตานับหมื่นคู่แต่สายตาของเมิ่งฝานมีเพียงคู่ต่อสู้เท่านั้น

            วินาทีต่อมากำปั้นอันดุดันของเมิ่งฝานก็ปะทะเข้ากับเถิงชิงการปะทะในครานี้เป็นพลังสูงสุดของพวกเขาทั้งสองพลังอันแข็งแกร่งและน่าสะพรึงแผ่ซ่านออกไปทำให้บรรดาจอมยุทธ์น้อยที่อยู่โดยรอบจำนวนไม่น้อยต่างก็รู้สึกสั่นสะท้านไปทั้งหัวใจ

            หมัดที่ทรงพลังถึงเพียงนี้...อย่าว่าแต่การโจมตีต่อเนื่อง เพียงแค่หมัดเดียวพวกเขาก็ยังยากที่จะรับมือเวลานี้มีเสียงระเบิดดังขึ้นมาก่อนทั้งสองจะแยกจากกันเถิงชิงต้องล่าถอยไปหลายก้าวจึงจะสามารถยืนหยัดอยู่ได้

            หากเทียบในเรื่องของพลังเถิงชิงนั้นเป็นรองเมิ่งฝานอย่างคาดไม่ถึง!

            เพียงชั่วพริบตาพลันมีเสียงฮือฮาดังลั่นไปทั่วบริเวณนอกจากคนของหมู่บ้านอูเจิ้นก็ยังมีคนอื่นๆที่คิดไม่ถึงว่าเมิ่งฝานจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้

            “ท่านผู้นำกู่หยวนไม่เลวเลยจริงๆ!”

            ท่านผู้นำหมู่บ้านตระกูลเถิงอย่างเถิงหนานก็เอ่ยชื่นชมอย่างอดไม่ได้เขาคิดไม่ถึงว่าหลังจากที่มีกู่ฉิงเป็นผู้มากฝีมือแล้วในวันนี้อูเจิ้นจะมีเมิ่งฝานเพิ่มขึ้นมาอีกคน

            กู่หยวนหัวเราะออกมาเสียงเบาทว่าต่อให้เป็นเขาก็ยังเกิดความสงสัยขึ้นมาในหัวใจเพราะเมื่อครึ่งปีก่อนเมิ่งฝานหาได้มีศักยภาพเช่นนี้ไม่ทว่าในวันนี้กลับเฉิดฉายดุจดั่งดาวหางก็ไม่ปาน

            .....

            “ไม่เลว พลังของเจ้าอยู่เหนือกว่าข้าข้าไม่อาจสู้เจ้าได้!”

            เถิงชิงเอ่ยเสียงเรียบทว่าที่นัยน์ตากลับมีความต้องการสู้มากขึ้นเรื่อยๆต่อมาเขาก็ตวาดออกไปด้วยเสียงที่ดุดัน “แต่ว่านะเมิ่งฝาน เจ้าอย่าเพิ่งได้ใจไปข้าจะทำให้เจ้าเห็นว่าวิชาแปรศิลาของตระกูลเถิงนั้นเป็นเช่นไร!”

            เพียงชั่วพริบตาต่อมาร่างของเถิงชิงก็สั่นสะท้านพร้อมทั้งมีพลังปราณแผ่ซ่าน ร่างกายก็เกร็งไปทั้งตัวสีผิวของเขาเปลี่ยนไปกลายเป็นสีดำเขียว!

            วิชายุทธ์แห่งพลังปราณระดับสูง ศิลาประดับแสง!

            ผู้คนโดยรอบรู้ว่ามันคือวิชายุทธ์ใดในทันใดทั้งยังรู้ดีว่ามันคือรากฐานแห่งพลังที่ทำให้ตระกูลเถิงตั้งหลักปักฐานอยู่ในเมืองเหยียนเฉิงแห่งนี้ได้หลังจากที่กลายเป็นหินพลังการป้องกันตัวก็จะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลหากฝึกฝนไปจนถึงขั้นสุดท้ายก็จะฟันแทงไม่เข้า น้ำหรือไฟก็ไม่อาจทำอันตรายได้แม้จะเดินไปบนคมดาบนับหมื่นก็ยังไร้ซึ่งบาดแผลใด

            แม้ว่าเถิงชิงจะฝึกฝนได้ในระดับหนึ่งแต่ก็เพิ่มความแข็งแกร่งให้แก่ร่างกายได้อย่างมากวินาทีต่อมาเถิงชิงก็พุ่งเข้าหาเมิ่งฝานแล้วตวัดฝ่ามือผ่าออกไปพลังมากว่าเมื่อครู่ถึงหนึ่งเท่าตัว!

            ปึก!

            เมิ่งฝานยกแขนขึ้นต้านทานหมัดของเถิงชิงก่อนที่ความเจ็บปวดจะแล่นไปตามการสั่นสะเทือนของท่อนแขนซึ่งหลังจากที่ร่างของอีกฝ่ายกลายเป็นคล้ายดั่งหินก็นับว่าแข็งแกร่งกว่าเดิมอย่างมาก

            แล้วในวินาทีต่อมาเมิ่งฝานพลันชกออกไปอย่างแข็งแกร่งดุจก้อนหินที่พุ่งตัวด้วยความเร็วสูงตรงไปยังหมัดของเถิงชิงที่พุ่งเข้ามาอย่างดุดันเมื่อหมัดทั้งสองปะทะกันพลันมีพลังแผ่ซ่านครั้งนี้เถิงชิงสามารถยืนนิ่งและรับแรงปะทะจากหมัดของเมิ่งฝานได้ทั้งหมด

            “เมิ่งฝานเจ้าไม่รู้วิธีทำลายการป้องกันของข้าเลยแม้แต่น้อย หากถ่วงเวลาต่อไปเช่นนี้สุดท้ายแล้วคนที่พ่ายแพ้ไปก็คือเจ้า!”

            เมื่อได้ยินเถิงชิงเอ่ยออกมาว่าเขาไม่อาจทำลายพลังการป้องกันได้เมิ่งฝานก็ยกยิ้มที่มุมปากอย่างเจ้าเล่ห์พริบตาต่อมาเมิ่งฝานจึงยืนอยู่บนพื้นให้มั่นพร้อมกับเสียงลั่นที่ดังออกมาจากกระดูกวินาทีต่อมาก็ขยับฝ่ามือใหญ่ออกไปเบื้องหน้า

            มหาหัตถ์สังหาร!

            ปัง!

            ฝ่ามือของเมิ่งฝานพุ่งไปยังร่างของเถิงชิงพลังจู่โจมในครานี้ประหนึ่งขุนเขาถล่ม มหาสมุทรพลิกผันก็ไม่ปานจากนั้นเถิงชิงก็กระเด็นถอยหลังไปถึงสิบกว่าก้าวและกระอักเลือดออกมาสีดำเขียวบนร่างจางหายไปแล้วกลับกลายเป็นสีของผิวหนังธรรมดา

            วิชาแปรศิลาของตระกูลเถิง ถูกทำลายลงแล้ว!

            เมื่อผู้คนทั้งหลายมองเห็นภาพเบื้องหน้าพลันมีเสียงชื่นชมดังอื้ออึงไปทั่วลานประลองสวรรค์ประทานม้ามืดอย่างเมิ่งฝานผู้นี้มีศักยภาพที่แข็งแกร่งอย่างมากจริงๆ เพราะฝ่ามือเมื่อครู่นั้นเป็นถึงพลังมหาหัตถ์สังหารแปดร้อยจิน!

            ยามนี้แม้แต่กู่หยวนก็ยังลุกขึ้นยืนด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น

            เมื่อก่อนนั้นตัวเขาเองก็อาศัยพลังฝ่ามือดังกล่าวสร้างอาณาเขตของตนเองขึ้นมาคิดไม่ถึงว่ายามนี้เมิ่งฝานจะแสดงอานุภาพแท้จริงของมหาหัตถ์สังหารออกมาต่อหน้าผู้คนมากมายเช่นนี้!

            แข็งแกร่งยิ่งนัก!

            บรรดาจอมยุทธ์น้อยทั้งหลายที่อยู่โดยรอบต่างตกตะลึงไปทั้งหัวใจแม้แต่จอมยุทธ์ในขั้นฝึกกายาระดับเซียนก็ยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเมิ่งฝานถ้าอย่างนั้นผู้ที่สามารถขัดขวางเมิ่งฝานได้มีเพียงเหยียนเย่าเท่านั้นหรือ?

            เวลานี้สีหน้าของเหยียนเย่าก็หาได้น่าชมไม่ความเยือกเย็นปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาก่อนจะกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า“แม้ว่าเขาจะมีพลังอันยิ่งใหญ่แต่ถึงอย่างไรข้าก็เป็นจอมยุทธ์ในขั้นหลอมปราณที่เขาไม่มีทางต่อกรได้อยู่วันยังค่ำ!”

            แค่กแค่ก!

            ทางฝั่งของเถิงชิงนั้นเขาลุกขึ้นยืนแล้วมองไปยังเมิ่งฝานก่อนจะเอ่ยเสียงเบา “เจ้าแข็งแกร่งยิ่งแต่ข้าไม่มีทางละความพยายามเป็นแน่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะพยายามแข็งแกร่งกว่าเจ้าให้ได้!”

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นเมิ่งฝานก็พยักหน้ารับ นับว่าเถิงชิงผู้นี้มีความเป็นสุภาพบุรุษผู้หนึ่งเช่นกันจึงเอ่ยออกไปเสียงเรียบ “ข้าจะรอเจ้ากลับมาสู้กันอีกครั้ง!”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นเมิ่งฝานก็เดินลงแท่นประลองไป

            ในตอนนี้การประลองของแท่นประลองอื่นก็กำลังดำเนินไปเช่นกันทว่าทุกคนต่างก็รู้กันดีว่าการประลองที่แท้จริงในครานี้เป็นการประลองระหว่างเมิ่งฝานและเหยียนเย่าเพียงเท่านั้น

            เมื่อเวลาล่วงเลยผ่านพ้นไปสือซินพ่ายแพ้ให้กับตงฟางเฉิน กู่ฉิงพ่ายแพ้ให้กับเหยียนเย่าทว่าต่อมาตงฟางเฉินกลับจำต้องยอมแพ้ไปอย่างจนปัญญา ปล่อยให้ตำแหน่งของผู้ที่เข้าไปยังรอบสุดท้ายเป็นของเมิ่งฝาน

            เพียงชั่วพริบตาลานประลองก็ครึกครื้นขึ้นกว่าเดิมผู้หนึ่งเป็นม้ามืดที่เพิ่งจะเฉิดฉายขึ้นในเมืองเหยียนเฉิงได้เพียงไม่นานอีกผู้หนึ่งคือเหยียนเย่าผู้ที่สยบจอมยุทธ์น้อยได้ทุกคนในขณะนี้ลานประลองสวรรค์ประทานดังลั่นไปด้วยเสียงฮือฮาของผู้คนหลายหมื่นพวกเขาทั้งหลายต่างก็มีท่าทีที่คล้ายดั่งไม่อาจอดทนรอได้อีกต่อไป

            ทว่าภายในลานประลองนั้นเมิ่งฝานกลับยืนอย่างสุขุมเงียบงันทางฝั่งของกู่ฉิงที่แพ้พ่ายและกำลังจะเดินกลับไปมองมายังเมิ่งฝานแล้วเอ่ยเสียงเบา“ระวังตัวด้วย เขาแข็งแกร่งอย่างมาก!”

            บนที่รับรองแขกผู้ทรงเกียรตินั้นเอินไท่ปรายตามองเมิ่งฝานแล้วเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “อืม..เจ้าหนุ่มผู้นี้ไม่เลวนับว่าคุ้มค่าต่อการบ่มเพาะ!”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นสีหน้าของทุกคนก็เปลี่ยนไปเพราะรู้ดีว่าในยามนี้ความสามารถของเมิ่งฝานได้เข้าตาชายชราจากพรรคเหมันต์สวรรค์แล้วหากได้เข้าร่วมกับพรรคดังกล่าวจริงย่อมจะมีอนาคตที่ก้าวไกลเป็นอย่างยิ่งเพียงเวลาไม่กี่ปีก็จะกลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือแห่งอาณาจักรต้าก้าน

            นัยน์ตาของเหยียนหยางบ่งบอกถึงความเยือกเย็นต่อมาจึงเอ่ยออกไปเสียงเรียบ “ท่านผู้อาวุโสเอินไท่ บางทีท่านอาจจะยังไม่รู้ว่าแท้จริงแล้วจอมยุทธ์น้อยที่แข็งแกร่งที่สุดในเมืองเหยียนเฉิงนั้นมีเหยียนเย่าเพียงผู้เดียวส่วนผู้อื่นนั้นเมื่ออยู่ต่อหน้าเขาก็ไม่มีทางที่จะต่อกรกับเขาได้!”

            หืม?

            เอินไท่มองไปยังเหยียนหยางแต่ก็หาได้เอ่ยสิ่งใดออกมาทว่ากู่หยวนกลับกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า “เมื่อก่อนอาจจะใช่ แต่ในวันนี้ไม่ใช่แล้ว!”

            การชิงดีชิงเด่นนี้ ไม่มีใครยอมใคร!

            เหยียนหยางปรายตามองกู่หยวนกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า“หึ เจ้าคิดว่าจอมยุทธ์น้อยที่ตนเองบ่มเพาะมาจะสามารถสู้ข้าได้อย่างนั้นหรือเจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าทุ่มเททรัพยากรให้แก่เหยียนเย่าไปมากมายเพียงใด กู่หยวนครั้งนี้เจ้าต้องแพ้แน่นอน ข้าขอใช้ร้านค้าห้าแห่งเป็นของเดิมพันเจ้ากล้าหรือไม่!”

            ร้านค้าห้าแห่ง!

            เพียงชั่วพริบตาสีหน้าของผู้คนในห้องรับรองต่างก็เปลี่ยนไปเพราะถึงอย่างไรแล้วร้านค้าเพียงแห่งเดียวก็สามารถทำกำไรมหาศาลให้แก่เหยียนหยางแล้วหากเสียไปก็คงจะทำให้รากฐานแห่งทรัพย์สินสั่นคลอนเป็นแน่

            กู่หยวนไม่ได้แสดงสีหน้าใดก่อนหน้านี้อูเจิ้นได้รับร้านค้ามาสามแห่งและทั้งหมดก็มีเพียงห้าแห่งเท่านั้นดูท่าครั้งนี้เหยียนหยางจะมั่นใจเป็นอย่างยิ่งจึงเลือกถอนรากถอนโคนเขาในครั้งเดียวเช่นนี้

            ทว่าหลังจากที่ครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่กู่หยวนก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอันเยือกเย็น“ได้ ห้าแห่ง!”

            รับคำท้าแล้ว!ทั้งประมุขของตระกูลเถิงและตระกูลสือคิดจะเอ่ยปากห้าม แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ด้วยเสียงของกู่หยวนนั้นดังก้องและไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย

            เหยียนหยางกระตุกยิ้มแล้วเอ่ยว่า“เจ้าจะต้องพ่ายแพ้เป็นแน่!”

            กู่หยวนกลับไปนั่งที่เดิมแล้วมองไปยังเมิ่งฝานที่อยู่ในการประลองหลังจากนั้นก็พึมพำออกมาเสียงเบา “เจ้าหนู ข้าหวังว่าเจ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวังและหวังว่าซินเอ๋อร์จะมองคนไม่ผิด!”

            ใจกลางของลานประลองสวรรค์ประทานขณะนี้มีแท่นประลองขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นมาแล้วโดยมันมีขนาดกว้างหลายร้อยเมตรและสร้างขึ้นด้วยหินสีครามและนี่ก็คือแท่นประลองสุดท้ายนั่นเอง

            เอินไท่คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วมองไปยังลานประลองอย่างมีเลศนัยก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเรียบ “ดี เหล่าฟูก็อยากจะลองเดิมพันดูสักครั้งไม่ว่าผู้ใดได้อันดับหนึ่งล้วนได้เข้ามาเป็นศิษย์ของพรรคเหมันต์สวรรค์ทั้งสิ้น!”

            เมื่อสิ้นเสียงนั้นผู้คนโดยรอบต่างก็ถอนหายใจออกมาแล้วเสียดายที่ตนเองไม่มีบุตรชายที่เก่งกาจการเข้าร่วมกับพรรคเหมันต์สวรรค์นับว่าเป็นเรื่องที่ทรงเกียรติและจะต้องสั่นสะเทือนไปทั่วแดนจตุทิศเป็นแน่

            ในชั่วพริบตาต่อมาเหยียนเย่าปรากฏตัวขึ้นที่แท่นประลองแล้ว เขายืนตัวตรงมองไปยังเมิ่งฝานต่อมาเสียงอันเยือกเย็นพลันก้องกังวานไปทั่วบริเวณ “เมิ่งฝานแม้ว่าในยามนี้นับว่าเจ้าประสบความสำเร็จขึ้นมาบ้างแล้วแต่ถึงอย่างไรเจ้าก็ยังเป็นเพียงคนไร้ประโยชน์เท่านั้นวันนี้ข้าจะเอาชนะเจ้าต่อหน้าผู้คนทั้งหลาย ทำให้เจ้าไม่อาจเฉิดฉายได้อีก!”

            เสียงนั้นดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ บ่งบอกถึงความทะนงองอาจของเหยียนเย่าได้เป็นอย่างดีสีหน้าของผู้คนทั้งหลายต่างก็เปลี่ยนไปก่อนจะพากันมองไปยังเมิ่งฝาน

            เวลานี้สีหน้าของเมิ่งฝานหาได้เปลี่ยนแปลงไปแต่อย่างใดเขาก้าวเดินออกไปเบื้องหน้าเพื่อยืนบนแท่นประลองจ้องเหยียนเย่าอย่างไม่ละสายตาแล้วเอ่ยว่า “สู้!”


    คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน