แรกลืมตาตื่นก็ได้เห็นสิ่งสวยงามในยามเช้า รอยยิ้มเปี่ยมเสน่ห์ส่งสายตาหวานกลับมาอย่างซุกซน ท่าทางร่าเริงเต็มไปด้วยความมีชีวิตชีวาถูกแสดงออกโดยไม่ปิดบัง อิสตรีตรงหว่างขาจึงหัวเราะเสียงเบากลบเกลื่อนหนีความผิด
“ปากก็ด่าหาว่าข้าหลอกล่อเจ้า…” มิเนอร์วาลูบศีรษะของหญิงสาวอย่างเบามือ เขายกยิ้มหวานบาดจิตไม่ต่างกัน เห็นชายผู้เป็นที่รักทำแบบนี้ ใบหน้าของอลิซจึงเริ่มร้อนผ่าวด้วยเลือดเดินของเหลวเคลื่อน ตื่นตัวเพราะธรรมชาติอันเป็นสัญชาตญาณเดิมของมนุษย์
“เอา!...ดูปากเจ้าสิกำลังทำอะไรอยู่?” ฝ่ามือบนศีรษะของหญิงสาวส่งแรงกด เขาเด้งสะโพกใส่กะทันหันไม่เปิดโอกาสให้ได้ตั้งตัว อลิซสำลักใช้ฝ่ามือตบต้นขาของมิเนอร์วารัวติดกัน แต่ลำท่อนเนื้อกลับค้างคาอยู่ในปาก ได้แกล้งอีกฝ่ายคืนบ้างมิเนอร์วาจึงหัวเราะชอบใจ รีบถอนสะโพกยกศีรษะนางขึ้นให้หายใจได้สะดวก เห็นนางกำลังจะเอ่ยปฏิเสธ อารมณ์ตัณหาอยากก็ลอบเร้นเคล้าคลึงกาย
“ยังจะเถียงอีก...เด็กดื้อเช่นเจ้าต้องเจอแบบนี้!” มิเนอร์วาดูนางกำลังจะต่อต้าน จึงเอ่ยดุเพื่อกำราบสั่งสอน ราคะก่อตัวอย่างรวดเร็วมองเห็นเป็นม่านแสง จับคลึงเพียงชั่วครู่เดียว ร่างของนางก็อ่อนระทวย ลมหายใจหอบเหนื่อยกำลังเคล้าคลอกับเสียงครวญคราง ไม่อาจต้านทานความรู้สึกซาบซ่านต้องปล่อยให้ความเสียวสะท้านเข้าครอบงำ
เห็นปลายนิ้วกลางของตัวเองเปียกแสดงว่าแฉะเริ่มได้ที่ มิเนอร์วาจึงควงนิ้ววน จนหน่อเนื้อถูกบี้แบน อลิซหอบหายใจเฮือกใหญ่ เผลอตัวไม่อาจคุมสติชั่วครู่หนึ่ง หญิงสาวร้องเสียงยาวเสร็จกิจกาม ร่างสั่นสะท้านร้อนวูบจมความสุข สุขนี้เกิดขึ้นได้เพียงไม่นานก็หายไป หลอกล่อให้สิ่งมีชีวิตทั้งหลายต้องไล่ตามหา นางนอนหายใจยาว มองเห็นแสงแพรวพราวจากเนตรคู่งามส่งกลับมา ดั่งลูกแมวจอมซุกซนเจ้าเล่ห์มากแผนการ แสร้งยั่วยุปลุกโมโหด้วยลมปาก แต่ร่างกายกลับสมยอม ถูกแหกอ้าท้ากิเลส
โรมรันพันตูคุดคู้ก่ายกันไปมา พลิกบนสลับล่างสอดใส่ประสานสัมผัส โก่งตัวเพียงเล็กน้อยจากนั้นจึงเสยแทง ในตำราบอกไว้เช่นนี้ถึงคราวก็ต้องทดลองปฏิบัติ จัดทุกกระบวนท่าตามความสงสัย จับเนื้อแน่นของอีกฝ่ายขยำคลึง รำพึงถึงปัทมาช่างตูมสวย นงคราญร้องกระเส่าเฝ้ารอคอย ทุกการกระแทกจึงแผ่ซ่านเข้าถึงทรวง ถูกอกถูกใจจนผนังเนื้อตอดขมิบ บีบคลายถี่รัวยิบเหมือนกระหายต้องการสูบ
มิเนอร์วาจับเอวคอดในท่านอนหงายสู้ เขากดนิ้วโป้งนวดกระตุ้นบริเวณเหนือท้องน้อย อลิซเบิกตาโพลงร้องเสียงหลงตรงฝั่งฝัน ชายหนุ่มเร่งจังหวะบุกกระแทกรุกตรงส่วนลึก เสือกส่งสอดใส่จนมิดลำ กระแทกย้ำส่วนลึกสุด เติมเต็มเมือกเหนียวข้นดับกระหายคลายความอยาก หญิงสาวนอนหงายหมดแรงจะสู้ต่อ ใช้ท่อนแขนปิดบังใบหน้า ด้วยท่าทีเขินอายไม่กล้าสบตามอง
ปีศาจเขายาวเก็บเกี่ยวเอาอารมณ์มากลืนกิน มิเนอร์วาจึงถอนลำดึงตัวแยกออกมา ชายหนุ่มพันผ้าเดินไปอาบน้ำ เขาหย่อนกายเอนพิงตรงขอบอ่าง ใช้น้ำอุ่นผ่อนคลายสบายอารมณ์ ในขณะที่กำลังหลับตาเพลิน อลิซก้าวขาโดยไร้เสียงแอบย่องหย่อนกายตามลงมา นางหัวเราะคิกคักอย่างซุกซน ใช้มือนุ่มเลื้อยชนเอื้อมกลับหลังมาจับเล่น
“ไว้คราวหน้านะ…วันนี้ข้ายุ่งมาก” มิเนอร์วาประคองสองเต้าจับเต็มมือ เขาซุกหน้าเอ่ยบอกผ่านหลังใบหู อลิซเข้าใจดีถึงภาระที่ชายหนุ่มต้องรับผิดชอบ นางเอื้อมมือลูบศีรษะปลอบใจอย่างอ่อนโยน ตอบรับคำพร้อมกับรอยยิ้มอิ่มเอมใจ
หลังจากเสร็จกิจธุระในยามเช้า มิเนอร์วาก็เรียกประชุมรวมพลในทันที ด้านในโถงประชุมเหล่าคาโปเดชินามารวมตัวกันด้วยความรวดเร็ว เห็นว่านั่งครบองค์ประชุมแล้ว ผู้นำตระกูลซัลวาโตเรจึงเปิดการหารือปรึกษาถึงเรื่องภายใน
“เอเธนส์เจ้าเริ่มก่อน” ผู้เป็นอาจารย์หันหน้าเอ่ยกับศิษย์ หอกแห่งปัญญายิ้มรับลุกขึ้นยืน
“เพื่อไม่ให้เด่นสะดุดตา…แผนการอพยพจึงแบ่งออกเป็นห้ารอบ…เฉลี่ยตามสัดส่วนจำนวนคน…รายละเอียดตามนี้” เอเธนส์แจกกระดาษอันเป็นเอกสารประกอบการรายงาน ด้านการค้าขายตระกูลซัลวาโตเรก็มีสายป่านยาว มีคู่ค้าแวะเวียนไปมาหาสู่อยู่ตลอด ชุดสูทและวีดยังคงเป็นสินค้าหลักที่ขายดี เนื่องจากทรัพยากรของตระกูลซัลวาโตเรมีมากนัก จึงเป็นธรรมดาที่ส่วนภาคอื่นจะเติบโตเร็วทันกัน เด็กหนุ่มชี้แจงลึกถึงข้อมูลที่จำเป็น หลังจากนั้นหอกแห่งการเจรจาจึงรับหน้าที่ต่อ
“จากข้อมูลล่าสุดที่ได้รับมา…แม้จะไม่อาจยืนยันรายละเอียดได้แน่ชัด…แต่วิคเตอร์ตายแล้วอย่างแน่นอน” อามูร์พูดเสียงขรึมกล่าวถึงข่าวคราวของพ่อค้าอาวุธ เหตุผลคงมีเพียงไม่กี่ข้อ แต่ละคนต่างก็มีข้อคาดเดาอยู่ภายในใจ เล่าตี้เป็นคนเด็ดขาดทำตามคำพูดไม่มีผิด เขาตัดตอนบังคับทำให้สูญหายอยู่หลายคน
ปัญหาเรื่องการระบาดของยาเสพติดก็ลดน้อยลง เพราะไม่มีแหล่งปล่อยของภายในอาณาจักรอีกต่อไป สถานการณ์โดยรวมของตระกูลจึงค่อนข้างมั่นคงเหมาะสมแล้ว
“ยังมีอีกเรื่อง…ตอนนี้ปัญหาความขัดแย้งของอาณาจักรหลายแห่งกำลังคุกรุ่น…เดาว่าอีกไม่นานคงได้ปะทุแน่” หอกแห่งการเจรจาเปลี่ยนหัวข้อ พูดถึงความขัดแย้งบนทวีปเหนือ เขาเอ่ยเล่ารายละเอียดที่ได้รับมาอย่างครบถ้วน กล่าวถึงมหาอำนาจเจ้าอาณานิคมสองกลุ่ม ประกอบด้วยหกอาณาจักรใหญ่ มีการทูตเจรจาจับมือกันอย่างเปิดเผย เอ่ยลงนามร่างสัญญาร่วมกันปกป้องการรุกราน หลายฝ่ายเริ่มซ่องสุมกำลังพล อีกทั้งยังมีการพัฒนาอาวุธเสริมศักยภาพทางการรบ
“ข้าไม่ชอบสงครามเลย…มีแต่เรื่องให้สูญเสีย…ข้าขอเสนอให้ยึดตามแผนเดิม…พวกเขาอยากจะรบก็ให้รบกันไป” เอเธนส์ลอบมองไปที่โนตูรอนแวบหนึ่ง เขาเข้าใจความรู้สึกของผู้สูญเสียจากสงครามได้เป็นอย่างดี จึงเอ่ยเสนอให้พัฒนากองกำลังตามแผนเดิม อยู่อย่างสงบไม่ยุ่งกับผู้ใด ทุกสายตาจึงมองไปยังที่นั่งประธานซึ่งเป็นผู้ตัดสินใจ
“เช่นนั้นตกลงทำตามนี้…พวกเจ้าดูแลเรื่องการอพยพให้ดี…หลังจากนี้คงต้องเหนื่อยกันอีกมาก” มิเนอร์วามองไปยังเหล่าคาโปเดชินาอยู่รอบหนึ่ง เขาหวนนึกถึงซากสิ่งก่อสร้างในดินแดนลับแล หากเกิดสงครามระหว่างทวยเทพ ที่นั่นจึงเหมาะสมเป็นอย่างมากในการใช้เป็นแหล่งกบดาน อีกทั้งยังปลอดภัยจากการไล่ล่าของเหล่าสาวกผู้บูชาปีศาจ
แอสคลีเพียสกับอีฟริทเองก็เห็นด้วยในเรื่องนี้ การปะทะกันของพลังระดับนั้น รุนแรงพอจะลบอาณาจักรขนาดเล็กสักแห่งได้สบาย ส่วนผู้บูชาปีศาจนั้นไม่น่ากลัว อย่างมากก็น่ารำคาญเป็นแมลงบินกวนใจ และที่สำคัญเลยก็คือสมบัติระดับพระเจ้าซึ่งหลับใหลรอวันตื่น ซ่อนวิญญาณยังคงรอวันฟื้นกลับคืนมา ไม่ว่าเหล่าปีศาจจะวางแผนอะไรเอาไว้ แต่ชายหนุ่มก็ตัดสินใจกล้าลงมือทำ
มิเนอร์วาสั่งเตรียมการกำหนดวันคือพรุ่งนี้ เรื่องบางอย่างจะชักช้าไม่ได้ คิดไวทำไวนั่นคือคุณสมบัติของผู้เปี่ยมความกล้า จบการประชุมแยกย้ายกันไปเตรียมความพร้อม หอกแห่งซัลวาโตเรระดมกำลังพลใต้ปกครอง เริ่มต้นแผนการอย่างแท้จริง เหล่าโซลดาโต้จัดของขนสัมภาระทั้งหมดใส่เกวียนรถม้า จัดขบวนคุ้มกันเหล่าหัวกะทิจากภาควิชาสาขาต่างๆ เป็นอย่างดี รอคอยการเดินทาง ที่จะมาถึงในวันรุ่งขึ้นด้วยกันอย่างสงบ
เมื่อยามฟ้าสว่างประกาศคำสั่งเดินทางจึงดังขึ้น ขบวนรถม้าหลายสิบคันมุ่งหน้าออกจากคฤหาสน์ตระกูลซัลวาโตเร มุ่งหน้าขึ้นเหนือตามกันเป็นคาราวาน แสร้งทำทีเป็นกลุ่มพ่อค้าไปซื้อขายกับต่างแดน มีหอกแห่งการลงทัณฑ์คอยเฝ้าดูแลอยู่หัวขบวน บริเวณหลังสุดรวมไปถึงซ้ายขวาทั้งสองด้าน มีเหล่าโซลดาโต้ใต้สังกัดคอยรักษาความปลอดภัย
วิ่งพ้นจากประตูเมืองทิศเหนือได้ไม่ไกล บริเวณประตูทิศใต้ และทิศตะวันออกก็มีขบวนรถม้าแล่นออกมาพร้อมกัน การเดินทางถูกแบ่งออกเป็นห้ารอบ นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มได้ส่งคนไปแจ้งข่าวไว้ก่อนแล้ว กองกำลังของวังมรณะสาบสูญ และกลุ่มนูเอลจึงแยกย้ายหายไปคนละทิศ
ผ่านไปอีกสามวัน รถม้าหลายสิบคันวิ่งออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลซัลวาโตเรอีกครั้ง ในครั้งนี้มีหอกแห่งสงครามนอนหาวคุมหัวขบวน โนตูรอนนอนหงายมองท้องฟ้า ใช้สัมผัสวิญญาณกวาดตรวจเป็นครั้งคราว นำพากองคาราวานที่สองวิ่งผ่านออกจากประตูเมือง ทางด้านวังมรณะสาบสูญ และกลุ่มนูเอลก็ทำตามนัดหมายพร้อมกัน แบ่งกองกำลังแยกตัวลอบหลบลี้หนีหายไป
รอเวลาผ่านนานถึงเจ็ดวัน คาราวานพ่อค้ากลุ่มที่สาม ก็ออกมาจากประตูคฤหาสน์ตระกูลซัลวาโตเร ขบวนรถม้าหลายสิบคันมุ่งหน้าขึ้นเหนือตามแผนการ ในครั้งนี้เป็นเอเธนส์ที่นำเหล่าโซลดาโต้เข้าคุ้มกัน กองกำลังของหอกแห่งปัญญา เต็มไปด้วยเหล่าปราชญ์ผู้มากในความรู้ ทางด้านต่อสู้สามารถพิสูจน์ด้วยผลจากการฝึกหลักสูตรที่สำคัญ แต่ละคนต่างก็มีอาวุธซ่อนเอาไว้พร้อมทำศึก
และแล้วเหตุการณ์ที่เอเธนส์เคยคิดไว้ก็เกิดขึ้น ข่าวสารการเดินทางเข้าออกของตระกูลซัลวาโตเรกำลังถูกรายงาน ผ่านไปนานถึงสามวันเมื่อหลายฝ่ายเริ่มรู้ตัว ขบวนรถม้ากลุ่มที่สี่ก็ออกเดินทางแล้ว หอกแห่งการเจรจานำทัพคุมหัวกลุ่ม ควบคุมกองคาราวานมุ่งหน้าขึ้นเหนือตามหลังไป เนื่องจากอาณาจักรซัลวาโตเรเติบโตผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จึงไม่แปลกที่หลายอาณาจักรจะให้ความสนใจ ในเมื่อไม่อาจแยกมิตรหรือศัตรูได้อย่างเด่นชัด การอำพรางทำให้ข่าวสารล่าช้าจึงเป็นตัวเลือกดีที่สุด
แต่ทว่าหลายฝ่ายก็ต้องเกิดความสงสัย เพราะในวันรุ่งขึ้นกองคาราวานที่นำโดยนาคินทร์นาคราชก็เดินทางกลับอาณาจักร ข่าวนี้ถูกส่งกลับอย่างรวดเร็ว ถึงต้นทางได้ไม่นานข่าวสารใหม่ก็ถูกส่งตามออกมาอีกครั้ง กองคาราวานชุดสองซึ่งนำโดยโนตูรอนกลับถิ่นแล้ว หลายฝ่ายจึงหลงเข้าใจผิด มองเรื่องนี้เป็นเพียงการทำค้าขายโดยปกติ
พ่อค้าเดินทางไกลไปต่างแดนนับเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่ไม่ธรรมดาก็เพราะสัมภาระ และผู้คนจำนวนมากไม่ได้กลับมาพร้อมกัน มีเพียงกลุ่มผู้ดูแลเท่านั้นที่นำขบวนเปล่ากลับคฤหาสน์
เหตุการณ์ดำเนินไปเช่นนี้อีกสามวัน หอกแห่งปัญญาคุมขบวนรถม้าวิ่งนำหน้า ตามหลังมาด้วยขบวนของหอกแห่งการเจรจา ฉากหน้าทุกสิ่งอย่างของตระกูลซัลวาโตเรดูปกติ ทางด้านวังมรณะสาบสูญรวมไปถึงกลุ่มนูเอลก็ปกปิดการเคลื่อนไหวเป็นอย่างดี หลายฝ่ายที่เคยจับจ้องมาก็คลายสายตากลับไปจ้องมองกัน
หลังจากผลัดยุคเริ่มมีกระแสไฟฟ้า หลายฝ่ายจากทวีปเหนือล่าอาณานิคมจนมีทรัพยากรจำนวนมาก พวกเขาหลายคนต่างก็ให้ความสนใจต่อการเติบโตของอาณาจักรอันห่างไกล ประวัติวีรกรรมความเป็นมาตั้งแต่การปกครองของราชวงศ์แทนลายัส มาจนถึงการปกครองผ่านผู้แทนสภาเช่นทุกวันนี้ คือหนึ่งในตัวแปรสำคัญซึ่งทำให้อาณาจักรซัลวาโตเรในปัจจุบันผงาดขึ้นมา ดังนั้นจึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ตระกูลซัลวาโตเรจะถูกจับตามอง
มิเนอร์วารับรู้ในเรื่องราวเหล่านี้ดีอยู่แล้ว เขาไม่สนใจในการกระทำของผู้อื่น เพียงตั้งมั่นทำตัวเองให้แข็งแกร่ง โลกใบนี้ไม่เคยใจดีกับใคร แม้แต่ราชาผู้ร่ำรวยก็มีทุกขังเป็นของตน หากต้องสนความคิดของคนทั่วทั้งโลก เช่นนั้นคงไม่ได้ทำตามใจต้องการ ชายหนุ่มไม่สนปัญหาความขัดแย้งของพวกเขา ตระกูลซัลวาโตเรใช้ธุรกิจการค้าเป็นฉากบังหน้า ในเช้าอีกวันหนึ่งขบวนรถม้ากลุ่มสุดท้ายก็วิ่งออกจากเขตคฤหาสน์หายลับไป หลายฝ่ายต่างก็เลิกให้ความสนใจ พวกเขาหันไปจดจ่ออยู่กับการทุ่มทุนมหาศาล วิจัยเลียนแบบอาวุธยุทโธปกรณ์เสริมกองทัพ
โดยที่ไม่มีผู้ใดรู้ตัว ขบวนรถม้ากลุ่มที่ห้าก็เดินทางไปถึงอีกเมืองหนึ่ง การเดินทางจากหัวเมืองหนึ่งไปยังอีกนครหนึ่งเป็นเพียงการเปลี่ยนถ่าย สัมภาระผู้คนต่างก็แยกย้ายกระจายไปหลายเมือง ในตอนเช้ามีผู้แฝงตัวเนียนหายไป ตกยามค่ำเหล่าโซลดาโต้ก็เร้นกายทยอยกันปลีกตัว เมื่ออาศัยอยู่ครบกำหนดการขบวนรถม้ากลุ่มที่ห้าก็วิ่งกลับคฤหาสน์
ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ท่ามกลางท้องฟ้ายามราตรีเหนือป่าใหญ่ โนตูรอนแปลงกายเป็นร่างมังกร แบกผู้นำตระกูลซัลวาโตเร และเหล่าคาโปเดชินาบินจากมา เสือสมิงอามูร์พรางกายจำแลงเป็นมิเนอร์วาในบางครั้ง ตบตาแสร้งว่ายังอยู่ในอาณาจักร นาคินทร์ราชการก็ออกตรวจตราความเรียบร้อยอยู่บ่อยครั้ง ทำทีเป็นเฝ้าระวังภัย
ด้วยสภาวะสงบปลอดสงคราม การเป็นอยู่จึงดีขึ้น รวมไปถึงอาหารของค้าขายก็รุ่งเรือง ไร้ซึ่งการทุจริตให้จับผิด เหรียญทองคำจำนวนมหาศาลถูกทุ่มงบลงไปพัฒนาเมือง ทำให้อาณาจักรเจริญก้าวหน้าไปอย่างรวดเร็ว หัวเมืองใต้ปกครองใกล้เคียงก็ได้รับการพัฒนาตามกันไป เป็นที่ถูกอกถูกใจของผู้คนจำนวนมาก เมื่อพวกเขาเดินทางถึงชายแดนอาณาจักรเลวา ส่วนกลางของอาณาจักรซัลวาโตเรก็ประกาศพิธีส่งมอบอำนาจคืนให้แก่ประชาชน
กงสุลใหญ่ทั้งสองประกาศลงจากอำนาจ กลายเป็นกลุ่มอิทธิพลในเงามืด ขจรขจายขยายด้วยนามของวังมรณะสาบสูญ รวมไปถึงชื่อตระกูลอันยิ่งใหญ่ ซึ่งรุ่งเรืองมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ตระกูลซัลวาโตเรจึงถูกกล่าวขานว่าเป็นตำนานที่มีอยู่จริง ด้วยประสงค์ของชายหนุ่ม เขาจึงขอร้องให้อาณาจักรนั้นเปลี่ยนชื่อ แม้ชาวประชาจะใจหาย แต่ความเชื่อมั่นในตัวผู้ยิ่งใหญ่กลับไม่เคยจาง ชาวประชามารวมตัวกันขอให้ชายหนุ่มเอ่ยตั้งชื่อ แต่น่าเสียดายได้รับเพียงจดหมายจากอามูร์ แต่เมื่อเปิดออกมาก็ทำให้พวกเขาเริ่มยิ้มได้ มีสองคำเปี่ยมพลังเขียนเอาไว้
เสียมกุก!
ด้วยยุคสมัยได้เปลี่ยนผ่าน อาณาจักรซัลวาโตเรจึงถูกเรียกในชื่อใหม่ว่าอาณาจักรเสียมกุก มิเนอร์วาทิ้งจดหมายเอาไว้เพราะเดาได้อยู่ก่อนแล้ว คำว่าเสียมกุกนั้นมีที่มา ตั้งให้เป็นเกียรติแก่วรมันที่สองอันเป็นสหายผู้ล่วงลับ กล้าหาญซื่อสัตย์ไม่ขายเพื่อน จนตัวตายก็ไม่ยอมคลายข้อมูลให้ศัตรู การตายของวรมันที่สองมีเบื้องลึกมาจากการทะเลาะกันของสองมหาอำนาจ เห็นได้ชัดถึงความต้องการซึ่งแฝงเร้นจุดประสงค์บางอย่างเอาไว้ การต่อสู้ระหว่างมนุษย์หาใช่เรื่องน่ากลัว สงครามระดับทวยเทพต่างหากที่น่ากังวล
ชายหนุ่มไม่อยากเสียเวลาไปโดยไร้ประโยชน์ เดินทางด้วยเท้าเข้าไปในป่าลึก ลัดเลี้ยวข้ามห้วยหนอง เดินกันอีกไม่นานก็มองเห็นจุดรวมตัวกันผ่านยอดดอยสูง อีกฟากของดอยลูกนี้มองเห็นดินแดนของชาวเลวาได้อย่างชัดเจน เดินเลียบแม่น้ำสายเดิมซึ่งไหลมาจากอาณาจักรเลวา จนกระทั่งถึงหน้าผาอันเป็นน้ำตก ก็เห็นค่ายพักแรมขนาดใหญ่ การอพยพในครั้งนี้ถูกเตรียมตัวมาเป็นอย่างดี ปักหลักผูกเชือกจนแน่นหนาจึงทยอยโรยตัวเรียงกันลงไป
ไม้ไผ่หลายสิบแพถูกวางปล่อยลงในน้ำ ไม้ค้ำถ่อก็ถูกนำเอามางัด ทำให้แพไหลไปตามกระแสน้ำซึ่งตายตัว เพียงไม่นานก็มองเห็นปากถ้ำที่สูงเกือบสามเมตร เป็นทางแยกของแม่น้ำสายหลัก เข้ามาด้านในทุกคนก็มองเห็นสองฟากฝั่งอันเป็นกำแพงศิลา มีผิวขรุขระกั้นไว้เป็นช่องแคบ ด้านบนเพดานถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อยที่หยดลงมาสวยงามตา สายน้ำเริ่มไหลเอื่อยจนแพแทบไม่กระดิก ต้องใช้ไม้ถ่องัดดันเอากับกำแพงถ้ำอยู่หลายครั้ง แพไม้ไผ่จึงลอยผ่านโถงถ้ำอันคุ้นตา
จู่ๆ อสรพิษเขี้ยวยาวตัวหนึ่งก็โผล่หัวชูคอขึ้น มันสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยจากที่ไกล ผ่านไปสักพักก็เห็นแพไม้ไผ่ลอยน้ำมา อสรพิษตัวน้อยในวันวาน ยามนี้กลับเติบใหญ่ตัวเท่าขา ขดตัวดีดร่างพุ่งออกอย่างแม่นยำ ร่วงตกลงแพไม้อย่างตื่นเต้น ชูคอยกหัวทักทายด้วยความดีใจ หลายคนตื่นตกใจไม่ทันตั้งตัว มีเพียงมิเนอร์วาเท่านั้นที่นั่งหัวเราะชอบใจ เขาหงายมือแบออกไป อสรพิษเขี้ยวยาวก็เลื้อยเอาหัวมายื่นให้ มันแลบลิ้นรัวมองมาด้วยท่าทางน่าเอ็นดู หลายคนเห็นเหตุการณ์นี้ก็ยิ่งอัศจรรย์ใจ ไม่นึกไม่ฝันว่าอสรพิษตัวโตจะเชื่องได้ถึงปานนี้
อสรพิษเขี้ยวยาวคอยนำทางเช่นวันวาน ถ่อแพงัดไปซ้ายตรงทางแยก ลอยไปตามกระแสน้ำเส้นทางเดิม เข้าสู่อุโมงค์มืดไร้แสงสว่างไปพักใหญ่ เมื่อหลุดออกจากอุโมงค์ โผล่หัวเห็นฟ้าก็มาอยู่ในสถานที่อันแปลกตา สองข้างทางเป็นผาหน้าตัด ดั่งปราการธรรมชาติซึ่งถูกแม่น้ำสายใหญ่กั้นกลางไว้ สูงขึ้นไปก็มองเห็นท้องฟ้าสีคราม มีมวลเมฆาลอยล่องไปตามสายลม สายน้ำเองก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างเห็นได้ชัด พัดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมอยู่ไม่น้อย จนกระทั่งมองเห็นสุดเส้นทางของขอบเหวลึก
มีป่าทึบรอบด้านยาวตลอดทางที่แพไหลไป เห็นเสาศิลาแกะสลักปักอยู่ข้างทางก็รู้ว่ามาถึงแล้ว อสรพิษเขี้ยวยาวนั้นชาญฉลาดมันกระโดดขึ้นฝั่งตรงนี้เพราะจำได้ ตัวมันชูคอดีใจ ยกหัวรอมนุษย์กระโดดขึ้นฝั่ง
เมื่อทุกคนขึ้นฝั่งอย่างปลอดภัย เสียงเอ่ยขอบคุณเจ้างูตัวใหญ่ก็มีมาไม่ขาด มิเนอร์วามอบโอสถวิญญาณเม็ดหนึ่งให้เป็นของขวัญ เห็นอสรพิษเขี้ยวยาวเลื้อยลงน้ำจากไปแล้ว มิเนอร์วาก้าวขาเดินนำทาง ฝ่าป่าที่เต็มไปด้วยต้นไม้สูง ตามลูกศรของรูปสลักหินร่างเอลฟ์หูยาว ก็พบเจอกับป่าต้นตะเคียนอันสูงทึบ หลายคนต่างก็สัมผัสได้ถึงสายตาหลากหลายคู่ คลาเนียและสตรีเผ่านิมฟ์สิงสู่อยู่ภายในต้นตะเคียนสูงตามคำสั่ง ต้องอดทนข่มอารมณ์โหยหาเพราะของขาด มองบุรุษหนุ่มเปิดประตูมิติลำเลียงมนุษย์นับร้อยเดินหายไป
โผล่มายังอีกฟากหนึ่ง พวกเขาก็มุ่งหน้าไปยังซากโบราณสถานในทันที เอเธนส์ ธันวา และวาสโค จึงแยกตัวออกไปทำตามคำสั่งของมิเนอร์วา จัดแจงเขตอาศัยคัดบริเวณทดลองอย่างเป็นระเบียบ ในคืนวันเดียวกันนี้เอง บนทวีปเหนือก็มีเหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นพร้อมกันถึงสองจุด จุดหนึ่งมีผู้ตกตายลงด้วยเสียงปืน อีกจุดหนึ่งมีงานเลี้ยงฉลองจัดขึ้นเพื่อผ่อนคลาย
“ทุกท่านคงทราบดี…ถึงเหตุผลในการเดินทางมายังที่ห่างไกลเช่นนี้…ที่นี่จะกลายเป็นบ้านอันปลอดภัย…พวกเราจะคอยสนับสนุนปกป้องอาณาจักรบ้านเกิดในเงามืด…อาณาจักรเสียมกุกจะมีพวกเราคอยหนุนหลัง…วันนี้ข้าขอสถาปนาเถลิงอำนาจ…ลงหลักสร้างฐานยังดินแดนแห่งใหม่…แม้พวกเราจะอยู่ในสถานที่อันห่างไกล…แต่นามแห่งท่านทั้งหลายจะยังคงอยู่…ตัวข้ามิเนอร์วา…ดอนแห่งซัลวาโตเรขอดื่มฉลอง…หมดแก้ว!”
มิเนอร์วายืนพูดเปิดงานอยู่เหนือพีระมิดศิลา เขาชูแก้วเครื่องดื่มสูงยกยิ้มอย่างยินดี กระดกเพียงครั้งเดียวเครื่องดื่มเหลวก็หายไป เฟรเกียกับเอ็มม่าชูแก้วยกขึ้นตาม ทุกคนเห็นพ้องจึงเลียนแบบตะโกนเสียงดัง กระดกดื่มหนึ่งคราหมดจอกเฮร้องอย่างสะใจ
หมดแก้ว!...
จบเล่มที่ 3 ดินแดนใหม่
***God O : ในที่สุดก็เดินทางมาถึงตอนจบของเล่มที่ 3 แล้วนะครับ มหาสงครามครั้งใหญ่กำลังจะปะทุ ทุกหย่อมหญ้าจะลุกเป็นไฟเพียงเพราะสุนทรีย์ของเหล่าทวยเทพ เหตุการณ์วุ่นวายบนทวีปเหนือจะจบลงเช่นไร แล้วพบกันใหม่ในเล่มถัดไป สวัสดีครับ ขอขอบคุณเหล่าผู้มาเยือนทุกท่านที่กดติดตาม กดแชร์ กดให้กำลังใจกันมาโดยตลอดนะครับ ขอบพระคุณมากครับ