บทที่ 37
เข้าเป็นศิษย์หลังเขา
“ เป็นศิษย์ของท่านอย่างนั้นหรือขอรับ ”ลู่หมิงกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจเหมือนมั่นใจว่าหูของมันนั้นไม่ได้ผิดไปอย่างแน่นอนว่าได้ยินท่านเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้าทำการกล่าวชักชวนมันไปเป็นศิษย์
ในตอนนี้ภายในสำนักจากคำที่ได้ยินมาท่านเจ้าสำนักรับผิดโดยตรงเพียงแค่สี่คนเท่านั้นในตอนนี้มีเพียงแค่ประมาณสี่คนที่เป็นลูกศิษย์ของท่านเจ้าสำนักในตลอดหลายปีที่ผ่านมา
โดยศิษย์สายตรงของท่านเจ้าสำนักสิทธิ์คนโตโตของมันเคยพบเจอมาแล้วคนผู้นั้นเป็นยอดฝีมือที่มีระดับขอบเขตอยู่ในระดับสูงเป็นอย่างมากแถมยังเป็นผู้ที่เชี่ยวชาญในด้านอักขระ
ในตอนนี้ศิษย์อีกสามคนแม้ว่าจะไม่รู้ข้อมูลมากนักแต่ว่าถ้าได้รับการชี้แนะจากท่านเจ้าสำนักพี่เป็นคนที่ถูกขนานนามว่าราชากระบี่พวกมันย่อมเป็นคนที่มีความสามารถอยู่แล้ว
ในตอนนี้มีผู้คนมากมายภายในสำนักอยากจะเป็นศิษย์โดยตรงของท่านเจ้าสำนักถ้าได้รับการทีนะจ๊ะท่านเจ้าสำนักที่เป็นอัจฉริยะแน่นอนว่าพวกมันคงจะประสบความสำเร็จในการฝึกฝน
ในบรรดาสำนักหุบเขากระบี่มีลูกศิษย์ด้านหน้านับพันคนแบ่งเป็นชายหญิงจำนวนมากมายโดยลูกศิษย์จำนวนมากมายเรานั้นผู้ที่มีความสามารถพอที่จะให้ท่านเจ้าสำนักชักชวนมาเป็นศิษย์สายตรงได้มีน้อยมาก
แต่ในตอนนี้ท่านเจ้าสำนักกลับทำการพูดว่าจะรับตัวของมันเป็นศิษย์ศิษย์เรื่องเช่นนี้แน่นอนว่าย่อมอยู่เหนือความคิดของลู่หมิงไปมาก
การเข้าร่วมการทดสอบในครั้งนี้เพียงแค่จะทดสอบความสามารถของตนเองเท่านั้นและอยากจะได้ของรางวัลที่ทางสำนักรับปากเอาไว้
แต่แน่นอนถ้าท่านเจ้าสำนักทำการรับมันเป็นสิทธิ์ผลลัพธ์คงจะแตกต่างออกไป
“ บอกว่าจะรับตัวของข้าเป็นศิษย์อย่างนั้นหรือขอรับ?แต่ว่าของรางวัลก่อนหน้านี้ที่บอกมีเพียงแค่กระบี่มาร ”
“ ฮ่าๆๆนี่เป็นเงื่อนไขพิเศษตัวของข้ามองเห็นความสามารถภายในตัวของเจ้าไม่ธรรมดาคิดว่าถ้าทำการขัดเกลาดีดีอาจจะกลายเป็นหนึ่งในยอดฝีมือก็ได้ ”
“ ว่าอย่างไรอยากมาเป็นสิทธิ์ของข้าหรือไม่ ”ท่านเจ้าสำนักทำการกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงหัวเราะ
เมื่อได้ยินแบบนั้นข้อเสนอเช่นนี้มีผู้ใดจะปฎิเสธตอนนี้ลู่หมิงตัวของมันอยู่ภายในสำนักมันเองก็เหมือนกับไม่มีตัวตนภายในสำนักอยู่แล้ว
ไม่มีผู้ใดยอมรับมันเป็นสิทธิ์ไม่มีผู้ใดกล่าวว่าตัวของมันนั้นเป็นศิษย์สำนักเดียวกันถ้าได้เข้าเป็นศิษย์ของท่านเจ้าสำนักและมาอยู่ที่บริเวณหลังเขาฐานะภายในสำนักเองก็จะเปลี่ยนไปในทันที
ฐานะภายในสำนักคงจะใหญ่โตขึ้นก้าวกระโดดเหนือพวกศิษย์บริเวณด้านหน้าสำนักโดยสิทธิ์บริเวณด้านหน้าหุบเขาฐานะของพวกมันไม่สามารถสู้ศิษย์สายตรงของทางเจ้าสำนักได้
โดยลูกศิษย์สายตรงของท่านเจ้าสำนักมีเพียงแค่สี่คนเท่านั้นโดยลูกศิษย์สายตรงทั้งสี่ของท่านเจ้าสำนักแม้แต่เราผู้อาวุโสเองก็ยังจำเป็นจะต้องไว้หน้า
เพราะแบบนั้นถ้าตัวของมันเข้ากลายเป็นสิทธิ์คนที่ห้าของสำนักฐานะเองก็จะก้าวกระโดดขึ้นไปอยู่สูงกว่าพวกมันทั้งหมด
“ แน่นอนขอรับ!!! ” ลู่หมิงตอบกลับไปด้วยใบหน้าที่กระตือรือร้น
แน่นอนนี่เป็นข้อเสนอที่ไม่จำเป็นจะต้องปฏิเสธเลยถ้าได้รับการถ่ายทอดจากคนที่ถูกขนานนามว่าเป็นราชากระบี่ตัวของมันคงจะสามารถพัฒนาความสามารถของตนเองได้รวดเร็วกว่านี้
ในตอนนี้ความสามารถที่พัฒนาขึ้นก็มีเพียงแค่ความสามารถที่ถูกส่งเสริมจากวิชาเก้าหยกประสานชีพจรที่อยู่ภายในร่างกายแล้วก็ความรู้ที่ตนเองนั้นร่ำเรียนมาจากหนังสือในตลอด10 ปีที่ผ่านมา
แต่ว่าถ้าอยากจะก้าวหน้าในวิถีแห่งการฝึกฝนถ้ามีอาจารย์มาของชีนะมันจะทำให้ความสามารถและสามารถพัฒนาไปได้รวดเร็วมากกว่านี้
หลังจากที่เด็กหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหน้าตอบรับหลี่ฉีหงพยักหน้าขึ้นลง“ ในเมื่อตัวของเจ้าตอบครับพอดีตัวของข้าเองก็อยากจะได้ศิษย์คนที่ห้าอยู่พอดี ”
“ ตัวของเจ้าเป็นคนที่มีความสามารถภายในร่างกายมีความสามารถซ่อนเร้นเอาไว้ ”
“ ถ้าทำการบ่มเพาะความสามารถนั้นไปเรื่อยเรื่อยแน่นอนว่าเจ้าของจะขายเป็นยอดฝีมือได้อย่างแน่นอน”
“ แล้วอีกอย่างภายในร่างกายของเจ้ามีความสามารถของจอมมารราคะอยู่ใช่หรือไม่ วิชาเก้าหยกประสานชีพจร ”เจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้ากล่าวขึ้นมา
เมื่อได้ยินแบบนั้นดวงตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นใบหน้าของลู่หมิงเปลี่ยนศรีได้ทันทีผู้ที่อยู่บริเวณด้านหน้ารู้เกี่ยวกับเรื่องนี้
“ ท่านรู้ได้อย่างไร… ”ลู่หมิงทำการกล่าวออกมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
ไม่ข้าคิดว่าท่านเจ้าสำนักจะมีสายตาแหลมคมขนาดที่สามารถมองวิชานี้ออกด้วยแน่นอนว่าเกี่ยวกับเรื่องความสามารถของวิชานี้อยากจะเก็บมันเอาไว้เป็นความลับ
เป็นเพราะว่าความสามารถของวิชาที่มีแต่ผู้คนอยากได้ถ้าผู้คนรู้ว่าเกรดวิชานี้ถูกถ่ายทอดมาที่ตัวของมันเป็นคนสุดท้ายคงจะมีผู้คนมากมายตามล่า
เพราะแบบนั้นลู่หมิงเลยคิดว่าตนเองนั้นจะเก็บความลับนี้ไม่ให้ผู้ใดนั้นรู้แต่ไม่คิดว่าเจ้าสำนักที่อยู่ด้านหน้ามองครั้งเดียวก็รู้ว่าตัวของคนมีวิชาอะไรอยู่ภายในร่างกาย
หลี่ฉีหงมองเห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มที่อยู่บริเวณด้านหน้าเปลี่ยนสีส่งเสียงหัวเราะขึ้นมา“ ไม่จำเป็นจะต้องแสดงใบหน้าตึงเครียดแบบนั้นก็ได้ แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้หรอก”
“ สุดยอดวิชาหายากพี่ผู้คนทั่วทั้งแผ่นดินต่างต้องการแล้วก็ตามหามันในตอนนี้กลับมาอยู่ภายในร่างกายของคนภายในสำนักหุบเขากระบี่ของข้าซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่หายากจริงๆ”
“ ไม่มีผู้ใดมองออกหรอกว่าเจ้ามีวิชานี้อยู่ภายในร่างกายไม่จำเป็นจะต้องกังวล” เจ้าสำนักทำการกล่าวขึ้น
แต่เมื่อได้ยินแบบนั้นมันเองก็ยิ่งทำให้ลู่หมิงรู้สึกสงสัย “ในเมื่อกล่าวว่าไม่มีผู้ใดรู้แล้วเหตุใดตัวของท่านจึงรู้ว่าภายในร่างกายของข้ามีมันอยู่”
เจ้าสำนักยกยิ้มที่มุมปากแล้วตอบกลับมา “ในช่วงเวลาสามวันที่ตัวของเจ้าสลบไสลอยู่ตัวของข้าทำการสืบหาข้อมูลกับเจ้าว่าเจ้าเป็นผู้ใดเดินทางมาที่สถานที่แห่งนี้ได้อย่างไร”
“ ถึงทำให้ได้รู้ว่าตอนนี้ภายในร่างกายของเจ้าก่อนหน้านี้มันพิการไม่มีพลังหยิน”
“ โลกนี้ไม่มีทางหายได้ยกเว้นเพียงแต่ว่ามีวิชาหายากอย่างเก้าหยกประสานชีพจรอยู่ภายในร่างกายเท่านั้น”
“ และบวกกับว่าก่อนหน้านี้ได้ยินว่าจอมมารราคะผ่านมาที่สำนักหุบเขากระบี่แล้วก็หายตัวไปกำลังหนีการตามล่าจากพวกยอดฝีมือจากทั่วทั้งแผ่นดินที่ต้องการวิชานั้น ”
“ นี่คือสองเหตุผลแต่อันที่จริงแล้วมันเองก็มีอีกเหตุผลที่ตัวของข้าเพิ่งยืนยันได้นั่นก็คือคุณสมบัติการฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว”
“ เก้าหยกประสานชีพจรสามารถฟื้นฟูร่างกายของเจ้าได้ทำให้เจ้านั้นฟื้นตื่นขึ้นมาเร็วกว่าคนธรรมดาทั่วไปทั้งที่ใช้งานร่างกายหนักขนาดนั้นแท้แท้ ”
“ ด้วยปัจจัยทั้งหมดที่กล่าวมาข้างต้นมันจึงทำให้ตัวของเขานั้นรู้ได้ว่าตัวของเจ้ามีวิชาเก้าหยกประสานชีพจรอยู่ภายในร่างกาย” หลี่ฉีหงวิเคราะห์อย่างทะลุปรุโปร่ง
ในตอนนี้ลู่หมิงรู้สึกตกตะลึงกับการวิเคราะห์ของเจ้าสำนักที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเองพูดได้อย่างทะลุปลุกโปร่งคนผู้นี้มีทั้งกำลังไหวพริบแล้วก็สติปัญญา
สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมดได้เป็นเรื่องเป็นราวและสามารถวิเคราะห์เรื่องราวทั้งหมดได้ถูกต้องมากกว่าเก้าส่วน
อัจฉริยะนี่คือผู้ที่ถูกขนานนามว่าหนึ่งในสามราชันย์กระบี่ที่ใกล้เคียงกับการบรรลุวิถีกระบี่ระดับจักรพรรดิมากที่สุด
ลู่หมิงได้แต่นิ่งสนิทท่ามกลางความเงียบที่ปกคลุมบริเวณรอบรอบ
เพราะอย่างตกตะลึงในความสามารถของท่านเจ้าสำนักที่อยู่เหนือกว่าที่ตัวของมันคาดเดาเป็นอย่างมาก
ณ บริเวณด้านหน้าสำนักหุบเขากระบี่
จบบท