ปรมาจารย์จักรพรรดิแห่งราชันย์

    ตอนที่ 12 จักรพรรดิทมิฬประกาศสงคราม

    หลังจากที่จอมมัล ได้ฝึกถึงระดับก่อกำเนิดขั้นที่9 เขาไม่สามารถฝึกฝนต่อไปได้อีก เพราะการที่ระดับพลังเพิ่มขึ้นมาพรวดเดียว นั่นก็ต้องแลกมากับความไม่เสถียรของพลัง'ถ้าวันข้างหน้าพวกนางทั้งสามคนจะติดตามข้าไป ข้าคงจะต้องปรับเปลี่ยนวิถีการฝึกของพวกนางเสียหน่อย'จอมมัลจมดิ่งอยู่ในความนึกคิด มองกลับไปยังอดีตกาล ที่เขาเคยสร้างทักษะระดับจักรพรรดิต่างๆทิ้งไว้มากมายนับไม่ถ้วน แต่เสียอย่างเดียวที่ไม่เคยมีใครสามารถใช้ทักษะพวกนั้นได้เลยทว่าในขณะนั้นเขาก็คิดอะไรดีๆออกมาได้ เขารีบหยิบแผ่นกระดาษและปากกาขึ้นมาในทันที วาดคัมภีร์ขึ้นมาใหม่ในเวลานั้น และลวดลายของมันยังดูซับซ้อนเป็นอย่างมาก ซับซ้อนเสียยิ่งกว่าจักรพรรดิอักขระในครั้งอดีตกาลเสียอีกจอมมัลตั้งหน้าตั้งตาขีดเขียนอยู่เป็นเวลากว่า15วัน15คืนไม่หลับไม่นอน โดยที่เขาก็ยังคงปรับสภาพพลังในร่างกายให้เสถียรตามไปด้วย============เช้าวันที่ 16 จอมมัล ได้เดินตรงไปที่สถานที่พักของสามสาวงาม และแน่นอน ที่พักของพวกนางมีทหารยามกว่า50นาย แถมระดับพลังของพวกเขานั้นไม่ธรรมดาเลย มีตั้งแต่ระดับกำเนิดวิญญาณ ถึงระดับปฐพีเมื่อเหล่าพวกทหารยามมองเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังเดินตรงมาทางนี้ แถมยังไม่คุ้นหน้าคุ้นตาอีกด้วย พวกทหารยามต่างหยิบอาวุธออกมาโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากใคร พร้อมกับชี้ไปที่คอหอยของเด็กหนุ่ม "เจ้าเป็นใคร เข้ามาที่นี่ได้อย่างไร!!!"จอมมัลเบื่อหน่ายที่จะตอบ "ถ้าจะให้ข้าเล่ามันก็ยาวหน่ะสิ เอาเป็นว่าข้าขอเข้าไปข้างในหน่อยจะได้ไหม" "บังอาจ!!!!!" เป็นเสียงของทหารยามทั้ง50นาย ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าของพวกเขาจะเด็ก แต่ก็ไม่ใช่คนในเช่นกัน ไม่แน่อาจจะมีคนหนุนหลังอยู่ก็เป็นได้ นี่จึงเป็นสาเหตุทำให้ทหารยามทั้ง50นายรุมโจมตีพร้อมกัน...แต่ในตอนนั้นเอง จอมมัลก็ได้กล่าวออกมาด้วยเสียงอันเย็นยะเยือก กรีดแทงเข้าไปถึงข้างในใจของเหล่าทหารยาม "ข้าไม่ได้นอนมากว่า15วันเต็ม และยังทำงานจนไม่มีเวลาได้พักผ่อน เช้ามาของวันนี้กลับมาเจอเรื่องเช่นนี้อีก เฮ้อ~ ฆ่าไปก็ตายเปล่า~"สิ้นคำกล่าว เหล่าทหารยามต่างทรุดตัวลงกองกับพื้นโดยไม่มีอะไรมาขวางกั้น ต่อให้พวกเขาอยากจะยืน ก็ยืนไม่ได้ แค่คิดจะขยับตัวยังทำไม่ได้เลยเสียด้วยซ้ำ แม้แต่ตัวของทหารยามเอง พวกเขายังไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมสถานที่แห่งนี้มันหนาวเหลือเกิน ราวกับว่าพวกเขาถูกแช่แข็งจากน้ำแข็งล้านปีอย่างไรอย่างนั้นเมื่อเสร็จจากตรงนี้ จอมมัลก็ได้เดินตรงเข้าไปยังสถานที่พักของสามสาว ซึ่งดูเหมือนกับว่าพวกนางกำลังประชุมกันอย่างเคร่งเครียดวางแผนทำอะไรกันอยู่แต่ทว่าเมื่อพวกนางเห็นว่าจอมมัลเดินเข้ามายังสถานที่พัก พวกนางก็รีบวิ่งเข้ามาดูแลอย่างใกล้ชิดในทันที"ท่านเข้ามาได้อย่างไร บาดเจ็บตรงไหนหรือไม่!""นี่ท่านเข้ามาได้อย่างไรกัน แล้วพวกทหารยามหล่ะ...""เชิญท่านเข้ามาก่อน..."....จอมมัลเห็นการต้อนรับของพวกนาง ทำให้เขากลับมาอารมณ์ดีอีกครั้ง เขาทำเพียงแค่ลูบหัวสามสาวเบาๆ และยื่นเศษกระดาษให้กับแฝดที่สวมใส่ชุดสีแดง "เจ้ารับนี่ไป และข้าจะมาบอกกับพวกเจ้าว่าข้าจะออกเดินทางต่อแล้ว พวกเจ้าทั้งสองจะติดตามข้าไปหรือไม่?"สองฝาแฝดต่างหันมองหน้ากันเอง ดูเหมือนว่าจะอ้ำอึ้งอยู่บ้าง เหมือนกับอยากจะพูดอะไรออกมา แต่ทว่าพวกนางก็ไม่ได้พูดและทำได้เพียงก้มหัวเคารพ "ข้าจะติดตามท่านไปในทุกที่ ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟ พวกข้าพร้อมเผชิญกับความลำบากเพียงแค่ท่านเอ่ยปาก แต่ว่าในตอนนี้..."ปิง ปิง เมื่อเห็นว่าน้องๆของนางไม่กล้าพูดถึงเรื่องนี้นางจึงเป็นคนกล่าวแทน "น้องสาวของข้ายังไม่สามารถไปกับท่านได้ เพราะจักรพรรดิทมิฬจะทำการบุกรุกดินแดนแห่งกาลเวลาและจะยึดครองดินแดนนี้ นั่นจึงเป็นสาเหตุที่น้องสาวของข้ากังวล ขอท่านโปรดเข้าใจนาง"เมื่อได้ยินดังนั้น จอมมัลขมวดคิ้วเล็กน้อย เพราะต่อให้เป็นจักรพรรดิทมิฬก็ไม่น่าจะทำอะไรผลีผลาม ต่อให้มีจักรพรรดิอีกสักหนึ่งร้อยคนเข้ามาบุกดินแดนแห่งการเวลาพร้อมกัน ก็ไม่สามารถยึดครองดินแดนแห่งนี้ได้อย่างแน่นอน แล้วทำไมจักรพรรดิทมิฬถึงได้กล้าเอ่ยปากว่าจะยึดครองดินแดนแห่งนี้?จอมมัลที่ยังมีเรื่องค้างคาใจอยู่เป็นจำนวนมาก เขาจึงเอ่ยถามกับพวกนางไปแบบตรงๆ "พวกเจ้าพอจะรู้จักผู้ที่ทำการสังหารหมู่เหล่าจักรพรรดิในครั้งอดีตกาล และได้รับฉายาให้เป็นจอมมารหรือไม่?"ปิง ปิง หวาดวิตกเล็กน้อย พร้อมกับยอมเล่าเรืองในครั้งนั้นให้ฟัง "เมื่อครั้งนั้นข้ายังเด็กมากนัก และท่านพ่อ กับท่านแม่ก็ได้พาข้าออกไปเดินซื้อของตอนเวลากลางวัน ข้างบนท้องฟ้าได้มีจักรพรรดินับหมื่นตนกำลังทะเลาะเบาะแว้งกันอยู่ พวกเขาทำท่าเหมือนกับกำลังจะต่อสู้กัน แต่ทว่าในขณะนั้นก็ได้มีชายหนุ่มปริศนาปรากฏตัวขึ้น เพียงไม่กี่อึดใจจักรพรรดิกว่าหมื่นคนก็ต่างตกตายโดยไม่ทราบสาเหตุ ตอนนั้นข้าอาจจะยังมีพลังไม่มากพอ แต่ตอนนี้มันต่างกัน...."จอมมัลยกมือขึ้นเพื่อให้นางหยุดเล่า เพราะแค่นี้เขาก็รับรู้สาเหตุมาครบถ้วนแล้ว พร้อมกับบอกให้ปิง ปิง เตรียมของสำหรับเดินทางในวันพรุ่งนี้เลย ส่วนสองสาวฝาแฝด ถ้าเขามีเวลาเดี๋ยวเขาจะต้องกลับมาหาพวกนางอย่างแน่นอนจอมมัลจึงเดินกลับที่พัก พร้อมกับคิดไปพลางๆ "ครั้งที่จอมมารปรากฏตัว ครั้งนั้นคงจะเป็นเวลาเดียวกับที่ข้ากำลังจำศีลเพื่อทะลวงเข้าสู่ชาติภพที่7 และตอนนี้ข้าก็ถึงชาติภพที่10แล้วซึ่งเป็นชาติภพแห่งความเป็นนิรันดร์ ที่มันน่าแปลกคงจะเป็น ทำไมมันถึงไม่ยอมปรากฏตัวในตอนที่ข้ายังมีชีวิตอยู่? ส่วนอีกเหตุผลหนึ่งที่น่าสงสัยก็คือ...มันรู้ว่าข้าเป็นใคร!!!".เรื่องนี้จอมมัลจึงกลับไปคิดทบทวนทั้งคืนเช่นเคย โดยไม่หลับไม่นอน เพราะดินแดนแห่งกาลเวลาก็เปรียบเสมือนกับเป็นแขนขวาของเขา ถ้าหากปล่อยให้โดนผู้อื่นยึดครอง ก็ไม่ต่างกับการตัดแขนของตัวเขาเอง....