บทที่ 60
ผู้บัญชาการทัพดีไวท์ที่เห็นอย่างนั้นก็ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไร เขายังคงตั้งมั่นให้กองทัพของเขาเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ ถึงจะมีทหารที่สติแตกไปบ้างก็ตามที แต่ด้วยจำนวนคนที่โถมเข้าไปมากขนาดนี้ มันก็สามารถทะลวงต่อไปได้เรื่อยๆ เขาขอเพียงแค่ผ่านป่าตรงนี้ไปได้เห็นกำแพงเมือง ทุกอย่างมันก็ไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไป รีออนที่เห็นกองทัพนี้ไม่มีคำว่ากลัวในจิตใจเลยแม้แต่น้อย เขากัดฟันเล็กน้อย ป่ากับดักสังหารของเขาหายไปไม่เป็นท่า ถ้าอีกฝ่ายรู้เรื่องยาหลอนประสาทก่อนหน้านี้มีหวังเขาแย่กว่านี้แน่นอน “ไม่คิดเลยว่าผู้บัญชาการอีกฝ่ายจะฉลาดขนาดนี้... กองพลปืนใหญ่ถอยทัพได้แล้ว..” รีออนที่รู้ดีว่าทหารของอีกฝ่ายมุ่งหน้ามาถึงจุดกลางของป่าเลสเซนต์แล้ว และไม่มีท่าทีว่าพวกนั้นจะถอยทัพ เขาจำเป็นต้องสั่งถอยทัพก่อน รีออนไม่อยากเสียทหารโดยใช่เหตุ“...ท่านพี่ เรากำลังได้เปรียบ แล้วทำไมถึงสั่งถอยล่ะเจ้าคะ..” แคทเทอรีนกล่าวถาม เพราะเธอยังไม่ทันได้เห็นศัตรูโผล่หน้าออกมาจากป่าเลยสักคน และแน่นอนว่าดูอย่างไรก็ได้เปรียบศัตรูเหมือนครั้งก่อนๆอย่างแน่นอน “น้องพี่ สิ่งที่เจ้ายังไม่ได้เห็นศัตรู มันก็ไม่ได้แปลว่าพวกเราจะได้เปรียบหรอกนะ กับดักของเราหายไปหมด อีกไม่นานก็คงมาถึงจุดนี้แล้ว.. ถอยกลับในรูปแบบที่หนึ่ง..” รีออนกล่าวกับแคทเทอรีน ตัวของเขาที่มีดาวเทียมขนาดเล็กช่วยเหลือ เขาเห็นทุกอย่าง แต่สำหรับคนอื่นๆที่ไม่เห็นก็ไม่เข้าใจกับคำสั่งของรีออน ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ทำตามอย่างว่าง่ายทันที“แต่ดูเหมือนเราก็พอจะต้านพวกมันได้อยู่ไม่ใช่หรือเจ้าคะท่านพี่ ทหารม้าของเราก็ยังไม่ทันได้ออกศึกเลย ปืนใหญ่ก็ยังสามารถยิงได้อีกหลายชุด พลธนูก็ยังเหลือลูกธนูอีกเป็นเข่ง.. เราน่าจะพอต้านมันได้อยู่นะเจ้าคะ” แคทเทอรีนกล่าวในขณะที่เธอกำลังขึ้นควบม้า เตรียมตัวกลับเมืองทันที ในขณะที่ทหารม้าต่างก็พาพลทหารขึ้นหลังม้าทันที มันเป็นการนั่งที่ค่อนข้างแปลกประหลาด เพราะพลธนูจะนั่งหันหลังชนกับทหารม้า มันเป็นแนวคิดของรีออนในการล่าถอยเหมือนกับในโลกก่อนของเขา เวลาคนร้ายจะหนีตำรวจ คนขับก็มีหน้าที่ในการขับหนีไป ส่วนคนที่โดยสารก็มีหน้าที่ยิงสกัดพวกที่ไล่ตามให้หมด แน่นอนว่าเพื่อความปลอดภัยจะต้องนำผ้ามาผูกติดกันเอาไว้เสียก่อน เพื่อไม่ให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียการทรงตัว พลธนูบางคนก็ขึ้นไปควบบนเครื่องปืนใหญ่ ที่กำลังถูกลากกลับเมืองพร้อมกับยิงธนูสกัดพวกดีไวท์อีกด้วย“แล้วเราจะเสียกำลังเพิ่มทำไมกันล่ะน้องพี่ พวกมันไม่มีปัญญาแม้แต่จะเดินทางมาถึงกำแพงเมืองเราเสียด้วยซ้ำ กับดักที่สองหน้าเมืองเราก็ยังไม่ทันให้พวกมันลิ้มลอง เราไม่ควรจะรีบสูญเสียนะน้องพี่...” รีออนตอบกลับถึงแม้ว่าแคทเทอรีนจะไม่ค่อยชอบกลยุทธ์อย่างนี้ แต่เธอก็เคารพว่าที่สามีของเธอ เธออาจจะไม่เข้าใจการรบแบบใหม่นี้ และยังเข้าไม่ถึงเป็นแน่“เจ้าค่ะ...” เธอตอบกล่าวออกมา ม้าของพวกเขามุ่งหน้ากลับเมืองทันทีตามรับสั่ง พลธนูของรีออนเองก็ยิงมันออกมาไปเรื่อยๆ เมื่อหนีมาได้สักระยะหนึ่งศัตรูคนแรกก็ปรากฏขึ้นที่ชายป่า และหลังจากนั้นก็โผล่มาอีกเป็นร้อย แน่นอนว่าพวกมันได้แต่ยกโล่ และวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆตามสูตรของทหารเดนตาย แต่ไม่นานผู้ชาการของฝั่งนู้นก็มีคำสั่งให้หยุดทัพก่อน หลังจากที่เห็นว่าทัพส่วนใหญ่ผ่านแนวป่ามาได้แล้ว เขาสั่งให้ทำการป้องกันการโจมตีของอีกฝ่าย จนสถานการณ์เริ่มจะดีขึ้น เพราะธนูไม่อาจจะยิงมาถึงทหารของเขาได้อีกแล้ว รีออนที่เห็นว่ามันพ้นระยะของธนูแล้วก็สั่งให้หยุดยิง จากนั้นทั้งหมดก็รีบควบม้าเข้าไปทางประตูเมืองในทันที เมื่อเข้ามาถึงเมือง ชาวบ้านต่างก็เริ่มวิตกกังวลขึ้นอีกครั้ง แม้แต่ตัวของพระราชา และพระราชินีเองก็ด้วยเช่นกันที่ตอนนี้รอรีออนอยู่ลานกว้างประตูหน้า “ลูก เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่บาดเจ็บตรงไหนใช่หรือไม่..” เซล่ากล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง เธอมองไปที่ลูกชายซ้ายทีขวาทีอย่างลนลาน รีออนที่เห็นว่าคนอื่นมองมาก็รีบตอบกลับไปในทันที เพราะการกระทำของราชินีนั้นมันเหมือนกับว่าเขาเป็นลูกแหง่“ท่านแม่โปรดใจเย็นลงก่อน ลูกไม่ได้เป็นอะไรทั้งนั้น อีกอย่างตอนนี้ลูกต้องบัญชาการทัพ ท่านไม่ควรกระทำเช่นนี้ที่ทำเหมือนข้าเป็นเพียงแค่เด็กอมมือ มันจะส่งผลต่อการสั่งการรบของข้า หากทหารลังเล และสูญเสียความมั่นใจกับผู้บัญชาการติดแม่อย่างนี้..” รีออนกล่าวออกไปตามตรง ก่อนที่เขาจะขอตัว และเดินขึ้นบนกำแพงเมืองไป ในตอนแรกเซล่าไม่พอใจเอามากๆ ที่ลูกชายของเธอกล่าวออกมาเช่นนั้น แต่ก็ได้พระราชาฟรีลิมที่เข้ามากล่าวเสริมช่วย“เซล่า.. ลูกของเราเติบโตเป็นชายชาติทหารที่แข็งแกร่งแล้ว ปล่อยให้เขาไปสร้างสิ่งที่เรียกว่าเกียรติยศ และความภาคภูมิใจในฐานะนักรบอันเก่งกาจเถอะ..” แม้เซล่าจะไม่ชอบใจนัก แต่นี่มันก็เป็นหนึ่งทางที่ใครหลายๆคนจะเลิกดูถูกลูกชายของเธอ ตอนนี้เธอได้แต่ต้องยอมรับเพียงเท่านั้น รีออนเดินขึ้นกำแพงเมือง เขาพบเห็นว่ากองทัพของดีไวท์เริ่มจัดขบวนอีกครั้ง ที่พวกมันชะลอทัพอาจจะเป็นเพื่อสิ่งนี้ด้วยเช่นกัน จากข้อมูลของอลิสที่ส่งตรงมายังสมองของเขา อลิสได้คำนวณกำลังทัพของฝ่ายดีไวท์ และพวกมันยังเหลืออีกจำนวนนับ 5 หมื่นกว่านายเลยทีเดียว ถึงบางคนจะอยู่ในสภาพที่เหน็ดเหนื่อย และบางส่วนก็ไม่สามารถต่อสู้ได้ก็เถอะ มันก็ถือว่าเยอะมากอยู่ดี รีออนมองไปข้างหน้าด้วยสีหน้าที่บึ้งตึง เหมือนเขากำลังพยายามใช้ความคิดว่าจะเดินเกมยังไงต่อจากนี้ ทางด้านของผู้บัญชาการทัพดีไวท์เองก็เช่นกัน กาเวนต์ได้รับข้อการยื่นยันแล้วว่าทหารของเขาที่พร้อมรบมีมากกว่า 4 หมื่นนาย และเขาจะต้องรีบเดินทัพเพื่อชิงเมืองมาให้ได้ก่อนที่กำลังเสริมของอีกฝ่ายจะมาถึง และเมื่อถึงเวลานั้นมันก็จะเป็นพวกเขานี่แหละที่พ่ายแพ้ต่อสงคราม หลังจากยืนยัน และจัดทัพใหม่แล้ว เขาก็สั่งโจมตีขึ้นอีกครั้ง เสียงของทหารดีไวท์นับหมื่นตะโกนออกมาสุดเสียง และแน่นอนว่ามันทำให้รีออนนั้นรู้ว่าพวกนั้นมันกำลังจะบุกโจมตีแล้ว“สั่งการลงไป.. ปืนใหญ่ทุกกระบอกหันไปตามทางที่กำหนดเอาไว้ หลังจากที่ข้าได้สั่งยิงแล้ว ก็ห้ามหยุดยิงเด็ดขาด...” ทหารที่นั่งคุกเข่าใกล้ๆกับรีออนหลังจากได้รับคำสั่งแล้ว เขาก็ทำความเคารพก่อนจะวิ่งออกไปป่าวประกาศข้อความของรีออนทันที พร้อมกับในมือของพวกเขาที่ถือธงสีแดงเลือด.. สิ้นเสียงโห่ร้องของทหารดีไวท์ ทหารม้าของพวกเขาก็วิ่งเข้าประจันหน้าก่อนเป็นทัพแรก จากนั้นมันก็ตามมาด้วยทหารราบนับหมื่นนายที่วิ่งตามมาสมทบ เสียงกึกก้องดังไปทั่วบริเวณ เสียงของทหารที่แหกปากร้องตะโกนออกมา มันทำให้ทหารของเมืองเลบานอนถึงกับขวัญอ่อนขวัญเสียกันเลยทีเดียว แต่สติของพวกเขาก็เริ่มกลับมาดีขึ้น เมื่อเห็นว่าทหารม้าของพวกมันเริ่มเข้าใกล้กับกับดักแล้ว ทหารม้าที่ตีแนวระนาบเต็มพื้นที่ก็วิ่งเข้าสู่กับดักหลุมแล้ว ม้าของพวกมันเริ่มจะเสียทรงคนขี่เองก็ตกม้าโดนไม้แหลมเสียบเข้าไปเต็มๆ บางคนตายคาที่นับว่าโชคดีกว่าพวกที่ยังไม่ตาย พวกมันต่างก็ร้องเสียงอย่างทรมาน มันเป็นภาพที่โหดร้ายสำหรับคนที่จิตอ่อน และแคทเทอรีนเองก็เริ่มจะทำหน้าไม่ไหวแล้วกับภาพนี้.. มันคือภาพของความโหดร้ายของสงคราม..