เห็นหลางเลี่ยคำรามออกมาต้าหมิงหันไปมองและยิ้มเย้ยหยันออกมา
“เลี่ยน้อยดูเหมือนว่าเจ้าจะยังไม่จำสินะว่าโดนอะไรไปบ้าง” ต้าหมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
“นี่เจ้า!!!!!!!” หลางเลี่ยกลายเป็นโกรธแค้นเมื่อนึกถึงความอับอายที่ได้รับแต่เมื่อนึกถึงมันหลางเลี่ยก็อยากจะอ้วกออกมา
“เด็กน้อยอย่าได้กำเริบให้มันมากนัก เมื่อพวกข้าบอกให้เจ้าส่งตำรานั่นมาก็รีบๆส่งมาซะหรือว่าตำรานั่นมีความลับอะไรอยู่งั้นเหรอ” ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว
“ใช่แล้ว ใช่แล้ว ส่งมันมาซะสามัญชนอย่างเจ้าไม่คู่ควรที่จะมีมัน” เหล่าขุนนางพากันคำรามออกมา
“ท่านจักรพรรดิหญิง” จ้าวหยูเฟยกลายเป็นกังวลทันที
“ไม่ต้องทำอะไรข้าอยากดูว่าเขาจะแก้สถานการณ์ตรงนี้ยังไง” จักรพรรดิหญิงกล่าว
ต้าหมิงมองไปยังจักรพรรดิหญิงที่ยังคงนิ่งเฉยด้วยสีหน้าเย็นชา ต้าหมิงอดที่จะด่าทอผู้หญิงคนนี้
“ย่อมได้ในเมื่อเจ้าไม่ยอมเข้ามาช่วยเหลือข้า ถ้างั้นข้าก็จะขอลากเจ้าลงมาก็แล้วกัน” ต้าหมิงคำรามในใจก่อนจะก้าวออกไปและมองไปยังจักรพรรดิหญิงตรงๆ
“น้องหญิงเจ้าเห็นหรือไม่พวกเขาไม่ให้เกียรติข้าซึ่งเป็นคนรักของเจ้า ซึ่งนี่มันไม่ต่างจากการที่พวกเขาไม่เห็นหัวของเจ้าเลย” ต้าหมิงกล่าวพร้อมกับแสดงสีหน้าน่าสงสารออกมา
“........” ทั่วทั้งพื้นที่กลายเป็นเงียบ
พวกปู้เหยียนต่างอ้าปากค้างออกมา ต้าหมิงกล่าวคำที่ทุกคนไม่คิดว่าจะกล้ากล่าวออกมาต่อหน้าคนจำนวนมากแถมยังต่อหน้าจักรพรรดิหญิง แม้แต่ชายชราขี้เมายังหลั่งเหงื่อออกมา
ขุนพลสาวเช่นจ้าวหยูเฟยขมวดคิ้วไปมา แต่หลังจากขบคิดได้ถึงเป้าหมายของต้าหมิงนางก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ บอกตามตรงนางไม่ได้โกรธต้าหมิงที่เสียมารยาทต่อจักรพรรดิหญิงเพราะไม่ว่าอย่างไรจักรพรรดิหญิงเป็นฝ่ายผิดเองที่ลากต้าหมิงมายุ่งกับเรื่องพวกนี้
“สาวหามเจ้ากล้าใช้วาจาแบบนี้กับท่านจักรพรรดิหญิงได้อย่างไร” ผู้อาวุโสของตระกูลจวิ้นคำรามออกมา
“ทำไมจะพูดไม่ได้ ข้าคือคู่หมั้นของน้องหญิงในอนาคตก็รู้ๆกันอยู่” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้าหยิ่งยโสออกมา
“เจ้านี่มันกล้าดูหมิ่นท่านจักรพรรดิหญิงต้องนำตัวมันไปประหารเท่านั้น” ผู้อาวุโสตระกูลหลางกล่าว
“น้องหญิงดูคนเหล่านี้สิพวกเขาคิดจะสังหารข้าต่อหน้าเจ้าด้วย” ต้าหมิงกล่าวและแสร้งทำเป็นตัวสั่นด้วยความหวาดกลัว
“หุบปากให้หมด” ในตอนนั้นเองเสียงของจักรพรรดิหญิงก็ดังขึ้นคลื่นพลังเวทย์ที่ทรงพลังทำให้เหล่าขุนนางต้องคุกเข่าลงไปแม้แต่ผู้อาวุโสทั้งสามตระกูลใหญ่ก็ไม่เว้น
“นี่!!!!!” ผู้อาวุโสตระกูลหลางและจวิ้นกลายเป็นตื่นตระหนก
“ต้าหมิงคือคู่หมั้นที่เราแต่งตั้งขึ้นซึ่งความหมายนี้พวกเจ้าเข้าใจหรือเปล่า และในอนาคตของเขาก็จะขึ้นเป็นจักรพรรดิของอาณาจักรอัคคีแห่งนี้เพราะงั้นถ้าพวกเจ้ายังกล้าแสดงท่าทางแบบเมื่อครู่ออกมาก็อย่าหาว่าเราจักรพรรดินั้นไร้ความเมตตาก็แล้วกัน” จักรพรรดิหญิงกล่าวเสร็จก็ยืนขึ้นก่อนจะมองไปยังต้าหมิงด้วยสายตาล้ำลึก
ซึ่งต้าหมิงก็ไม่หลบตาและจ้องมองอีกฝ่ายตรงๆ ต้าหมิงต้องการจะมองให้ออกว่าตกลงแล้วผู้หญิงคนนี้ต้องการอะไรจากเขากันแน่แล้วนางอยู่ฝ่ายตนเองหรือศัตรู
“วันนี้เจ้าทำได้ดีมาก ข้าพอใจกับผลลัพธ์ในครั้งนี้” จักรพรรดิหญิงกล่าวเสร็จก็เดินขึ้นไปบนเกวียน
“พี่สาวขุนพลข้าคิดถึงท่านมากเลยนะ” ต้าหมิงไม่สนใจจักรพรรดิหญิงอีกและหันไปยังจ้าวหยูเฟยพร้อมกับแสดงสีหน้าทะเล้นออกมา
“เจ้าเด็กนี่!!!!” จ้าวหยูเฟยถลึกตาใส่ก่อนจะติดตามจักรพรรดิหญิงไป
“ต้าหมิงนี่เจ้า......” เย่สุ่ยถึงกับหมดคำพูดเมื่อเห็นต้าหมิงแสดงท่าทางเจ้าชู้ใส่ขุนพลสาวของจักรพรรดิหญิง
“อะไรกันสุ่ยเอ๋อเจ้าไม่จำเป็นต้องหึงข้าเพราะในใจของข้ามีที่ว่างสำหรับเจ้าอยู่แล้ว” ต้าหมิงกล่าวด้วยรอยยิ้ม
“ใครหึงเจ้า!!!!” เย่สุ่ยกล่าวพร้อมกับใบหน้าเดงขึ้นมา
“พวกเจ้าทุกคนคงได้ยินแล้วสินะ ถ้ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นอีกไม่ต้องให้ถึงมือของจักรพรรดิหญิงข้าจะเป็นคนสังหารมันเอง” ชายชราขี้เมากล่าวพร้อมกับออร่าแผ่กระจายออกมาทำให้หลายคนกลายเป็นหลั่งเหงื่อ
“นี่มันท่านผู้อาวุโสเป็นจอมเวทย์ระดับจักรพรรดิ!!!!” ต้าหมิงที่กำลังหยอกล้อเย่สุ่ยกลายเป็นอ้าปากค้าง
“พวกเรากลับ!!!!!!!” ผู้อาวุโสตระกูลหลางคำรามออกมาก่อนจะเดินทางกลับตระกูลทันที
ตระกูลจวิ้นเองก็แสดงสีหน้าเย็นชาและเดินทางกลับเช่นกันครั้งนี้พวกเขาได้เห็นการตัดสินใจของจักรพรรดิด้วยตาของตัวเองแล้วทำให้พวกเขาต้องระวังในตัวของต้าหมิงมากยิ่งขึ้น
“แหะ แหะ คุณชายข้าได้ข่าวมาว่าคุณชายต้าหมิงและนายน้อยพั่วเสอสนิทกันใช่หรือไม่” ผู้อาวุโสของตระกูลพั่วกล่าวขึ้น
“ถ้าพี่ชายพั่วเสอละก็ข้าสนิทอยู่แล้วเพราะเขาเป็นคนที่มีนิสัยไม่เลวคนหนึ่ง” ต้าหมิงกล่าว
“ใช่ ใช่ ตอนนี้ตระกูลพั่วเองก็เริ่มมีการเปลี่ยนแปลง ถ้าพูดถึงพรสวรรค์ด้านเวทมนต์นายน้อยพั่วเสอนั้นไม่มีพรสวรรค์เทียบเท่ากับอัจฉริยะ แต่เขากลับมีมันสมองที่ชาญฉลาดและมีสายตาที่เฉียบแหลม” ผู้อาวุโสตระกูลพั่วกล่าว
“ผู้อาวุโสไม่ต้องกังวลข้าไม่คิดจะนำการกระทำของพั่วหวงไปตัดสินเป็นการกระทำของตระกูลพั่วแน่” ต้าหมิงกล่าว
“ถ้าคุณชายต้าหมิงกล่าวมาแบบนี้คนแก่แบบข้าก็เบาใจ และข้าขอให้คุณชายต้าหมิงรู้เอาไว้ว่าพวกเราสนับสนุนคุณชายอยู่” ผู้อาวุโสตระกูลพั่วกล่าว
“ถ้างั้นข้าก็ต้องขอขอบคุณผู้อาวุโสด้วย” ต้าหมิงกล่าว
หลังจากนั้นพั่วหวงก็ถูกผู้อาวุโสตระกูลพั่วพากลับไป การกลับไปครั้งนี้พั่วหวงไม่รู้ว่าจะต้องพบเจอกับสิ่งใดบ้าง
เมื่อการทดสอบสิ้นสุดลงทุกคนก็แยกย้ายกลับที่พัก ต้าหมิงที่กลับมาที่พักของตนก็แสดงสีหน้ายินดีออกมา ตอนนี้เขามีศากศพของสัตว์เวทจำนวนมาก โชคดีที่ทางสถาบันไม่ได้ต้องการศากศพของสัตว์เวททั้งหมดแค่ต้องการชิ้นส่วนเล็กๆอย่าง เล็บหรือฟันเท่านั้นเอง
“ด้วยร่างของสัตว์เวทจำนวนขนาดนี้น่าจะหายได้หลายหมื่นหรืออาจจะแสนเหรียญทองเลยก็ได้” ต้าหมิงกล่าวด้วยสีหน้ายินดี
ว่าแล้วต้าหมิงก็เดินทางไปยังร้านของพั่วเสอเพื่อนำร่างของสัตว์เวทไปขาย ต้าพั่วเสอที่ได้รับข่าวเกี่ยวกับการทดสอบถึงกับตื่นตระหนกในความสามารถของต้าหมิง พั่วเสอนั้นเคยประเมินต้าหมิงเอาไว้สูงมากแล้วแต่เมื่อได้รับข่าวความสำเร็จของต้าหมิงพั่วเสอก็พบว่าเขาประเมินต้าหมิงต่ำเกินไป
ต้าหมิงที่ขายร่างสัตว์เวทได้รับเหรียญทองมากถึงหนึ่งแสนสองหมื่นเหรียญ ต้าหมิงนำเหรียญทองสองหมื่นฝากให้พั่วเสอส่งไปให้ทางหมู่บ้านและที่เหลือก็ใช้ซื้อของที่จำเป็นเอาไว้