ยามราตรีทั่วทั้งจวนสกุลหลินต่างเงียบสงบเพราะทุกคนในจวนต่างหลับใหลกันหมดแล้ว ยกเว้นก็แต่ห้องของคุณหนูห้าที่ยังคงมีแสงเทียนสว่างไสวอยู่
“ยามโฉ่วแล้วนะเ้าคะคุณหนูข้าว่าพอแค่นี้ก่อนเถิด” เจียวจู สาวใช้ประจำตัวของคุณหนูห้าแห่งสกุลหลินเอ่ยเตือนด้วยความเป็ห่วง
“ข้าขอปักเสื้อตัวนี้ให้เสร็จก่อนนะ เหลืออีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น”หลินอันเฉินบอกโดยที่สายตายังจดจ้องกับเข็มในมือเขม็ง
“ข้าทำต่อให้เองเ้าค่ะ คุณหนูไปพักผ่อนเถิด”สาวใช้พยายามคะยั้นคะยอ แต่คุณหนูของนางก็ดื้อรั้นเหลือเกินจนนางอ่อนใจยิ่งนัก
“อย่าเลย ข้าใกล้จะเย็บเสร็จแล้วล่ะ”
“ข้าไม่เข้าใจเลยว่าทำไมคุณหนูต้องทนทำงานพวกนี้ด้วยทั้งที่จวนเราก็มีคนคอยทำงานพวกนี้ให้อยู่แล้ว” เจียวจูบ่นอย่างหงุดหงิดเพราะรู้แก่ใจดีว่าคุณหนูของนางถูกกลั่นแกล้ง
“ทำอย่างไรได้เล่า ในเมื่อท่านพี่ฟางหรง้าให้ข้าทำให้”คุณหนูห้าบอกเสียงเศร้า ดวงตาทุกข์โศกอย่างคนที่มีเื่ราวอัดอั้นอยู่ในใจมากมาย
“เพราะ้ากลั่นแกล้งคุณหนูยังไงเล่าเ้าคะ ที่ใช้ให้คุณหนูเย็บอาภรณ์มากมายเหล่านี้ก็เพื่อ้าให้คุณหนูขลุกตัวอยู่แต่ในห้อง จะได้ไม่มีคุณชายคนไหนได้เห็นหน้าของคุณหนูคุณหนูสี่ก็จะได้ไม่ต้องเสียหน้า” เจียวจูพูดอย่างเจ็บใจแทนเ้านายของตน
เพราะมีใบหน้างดงามกว่าพี่น้องทุกคนในตระกูล แต่ฐานะมารดาผู้ให้กำเนิดนั้นต่ำต้อยกว่าใครคุณหนูของนางจึงถูกรังแกจากบรรดาพี่น้องขี้อิจฉามาตลอด โดยมีฮูหยินเฟยเจินคอยให้ท้ายอยู่
ความจริงวันนี้คุณหนูของนางควรได้แต่งตัวสวยๆออกไปนั่งร่วมงานดื่มน้ำชาที่ฮูหยินเฟยเจินจัดขึ้น เพื่อให้คุณหนูสี่ได้เล่นพิณโชว์ต่อหน้าเหล่าคุณชายจากตระกูลใหญ่ที่ถูกเชิญมาร่วมงาน
ให้พูดตามจริงก็คือ งานนี้จัดขึ้นเพื่อหาคู่ครองที่เหมาะสมให้แก่หลินฟางหรงดังนั้นหลินอันเฉินจึงถูกกีดกันให้ออกห่าง โดยการถูกใช้ให้นั่งซ่อมแซมชุดอาภรณ์ที่ชำรุดเป็กองๆจนไม่สามารถออกไปไหนได้เลย
“เ้าอย่าพูดเช่นนี้เลย” อันเฉินเอ่ยเตือน ทั้งที่ใจรู้ดีว่าสาวใช้พูดไม่ผิด
“หากเป็เช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆคุณหนูของข้าจะมีโอกาสได้แต่งงานกับคุณชายดีๆ หรือเ้าคะ เผลอๆ ฮูหยินอาจหาผู้ชายธรรมดาสักคนมาให้แต่งกับคุณหนูแทน”
“หากชายผู้นั้นสามารถทำให้ข้าหลุดพ้นออกไปจากตรงนี้ได้ไม่ว่าเขาจะเป็แค่ชาวบ้านธรรมดาหรือว่ามีตำแหน่งยศศักดิ์ใด ข้าก็ยินดีแต่งไปกับเขา”
“โธ่...คุณหนู” เจียวจูมองด้วยความสงสารเมื่อได้ฟังคำพูดเหมือนคนปลงต่อชีวิตของนายสาวนางเติบโตมาพร้อมกับคุณหนูของนางจึงได้เห็นว่าั้แ่เล็กจนโตหลินอันเฉินต้องโดนอะไรบ้าง
ความที่มารดาเป็แค่บ่าวรับใช้ในจวนแต่กลับได้รับการโปรดปรานจากนายท่านมากกว่าใคร จึงทำให้ทั้งฮูหยินเฟยเจินและอนุภรรยาคนอื่นๆเกิดความอิจฉาริษยาขึ้น จึงคอยกลั่นแกล้งสองแม่ลูกอยู่ตลอด
แล้วยิ่งคุณหนูของนางเติบโตขึ้นเป็สาวงามสะพรั่งหน้าตางดงามกว่าใครๆ ก็ยิ่งถูกกลั่นแกล้งหนักมากขึ้น ถูกกดขี่ข่มเหงหนักกว่าเดิม คนที่ควรช่วยเหลือดูแลก็มัวแต่ยุ่งกับงานในราชสำนักคุณหนูของนางจึงไม่เหลือผู้ใดให้พึ่งพิงได้เลย เพราะมารดาก็เสียไปแล้วเมื่อสามปีก่อน
กึก...
“เสียงอะไร”อันเฉินถามสาวใช้คนสนิทเมื่อได้ยินเสียงบางอย่างดังขึ้น ก่อนที่จะหันหน้าไปมองทางหน้าต่าง“เอ๊ะ...” หญิงสาวอุทานออกมาพร้อมรีบวางงานในมือลงบนโต๊ะจากนั้นก็เดินปรี่ไปที่บานหน้าต่างทันที
“มีอะไรหรือเ้าคะคุณหนู”เจียวจูลุกขึ้นเดินตามไปถามด้วยความสงสัย
“ข้าเห็นชายผ้าสีดำตรงหน้าต่างแต่เห็นแค่แวบเดียวเท่านั้น” นางบอกพลางกวาดตามองไปด้านนอกที่มืดมิด
“ชายผ้าสีดำหรือเ้าคะ ข้าว่าคุณหนูอาจตาฝาดไปก็ได้เพราะนั่งเย็บผ้ามาทั้งวันแล้ว”
“นั่นสิ ข้าอาจตาฝาดไปเองดึกขนาดนี้แล้วจะมีใครออกมาเดินเพ่นพ่านอีกเล่า” อันเฉินคลายความสงสัยลงแล้วเดินกลับไปทำงานต่อจนเสร็จหมดเรียบร้อยแล้วจึงเข้านอน
ความมืดของยามราตรีช่วยอำพรางตัวได้ดีนักร่างสูงในชุดสีดำสนิททั้งตัว มีผ้าดำปิดบังใบหน้า ใช้วิชาตัวเบาะโลงมาจากบนหลังคาของจวนขุนนางใหญ่ในกรมการคลังก่อนจะวิ่งหายลับไปในความมืดจนมาถึงสถานที่เปลี่ยวแห่งหนึ่ง
“นายท่าน” ชายหนุ่มวัยฉกรรจ์แต่งตัวเหมือนชาวบ้านทั่วไปยืนอยู่ข้างรถม้าเอ่ยด้วยสีหน้ายินดีที่เห็นเ้านายกลับออกมาอย่างปลอดภัย
“กลับ” นายท่านบอกเสียงขรึมแล้วรีบก้าวขึ้นรถม้าทว่ายังไม่ทันจะได้เข้าไปนั่งด้านในก็หันกลับมาบอกคนสนิทว่า
“ซีห่าว...ข้ามีงานบางอย่างจะให้เ้าทำ”
“งานอะไรหรือขอรับ”
นายท่านกระตุกยิ้มนิดๆ ตรงมุมปากแล้วบอกถึงงานที่้าให้คนสนิททำให้ จากนั้นก็ก้าวเข้าไปนั่งด้านในของรถม้าส่วนชายผู้รับคำสั่งก็ก้าวขึ้นนั่งตรงที่บังคับรถม้าแล้วกระตุกบังเหียนให้มันวิ่งออกไปจากตรงบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว
ห้าวันต่อมา... ภายในศาลาริมสระบัว หลินอันเฉินกับเจียวจูกำลังนั่งปักผ้าเช็ดหน้ากันอยู่อย่างเพลิดเพลินฝีมือปักผ้าของหญิงสาวนั้นดีเยี่ยม เพราะได้รับการถ่ายทอดวิชาปักผ้ามาจากมารดา
“คุณหนู...แบบนี้ใช้ได้ไหมเ้าคะ” อาจูยื่นผ้าที่ปักในมือให้ดูอันเฉินเห็นก็เอ่ยชมให้กำลังใจ
“ใช้ได้ ฝีมือเ้าพัฒนาขึ้นมากเลยนะอาจู”
อาจูยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่ถูกชมนางตั้งใจปักผ้าเช็ดหน้าเอาไว้ใช้เอง ส่วนคุณหนูของนางตั้งใจปักผ้าเช็ดหน้าให้เจียงเล่อผู้เป็บิดา
ขณะที่สองสาวปักผ้ากันเพลินๆ อยู่นั้น หลินฟางหรงบุตรสาวคนที่สี่ของเจียงเล่อที่เกิดจากอนุภรรยาก็เดินหน้าตึงเข้ามาในศาลาพร้อมสาวใช้คนสนิท
“คุณหนู...คุณหนูสี่มาเ้าค่ะ” เจียวจูรีบรายงานนายสาวทันทีที่เห็น
อันเฉินวางงานในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนต้อนรับพี่สาวต่างมารดา ทว่ายังไม่ทันที่นางจะได้คำนับอีกฝ่าย ก็ถูกหลินฟางหรงตบหน้าฉาดใหญ่เสียก่อน
“ท่านพี่...”
เพี้ยะ!
อันเฉินกับเจียวจูใกับสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนที่สาวใช้จะได้สติรีบเข้ามาดูอาการของนายสาวด้วยความเป็ห่วง
“คุณหนู...เป็อย่างไรบ้างเ้าคะ”
“ท่านพี่ตบหน้าข้าด้วยเหตุอันใด”อันเฉินถามอย่างไม่เข้าใจ ในแววตามีแต่ความงุนงงมากกว่าจะโกรธเคือง
“เพราะเ้า!” คุณหนูสี่ชี้หน้าน้องสาวด้วยความชิงชัง“คุณชายโม่ถึงได้ไม่สนใจข้า”
“เพราะข้าอย่างนั้นรึ? ข้าไปทำอะไรท่านพี่ถึงคิดว่าเป็เพราะข้าทั้งที่ข้ายังไม่เคยพบปะพูดคุยอันใดกับคุณชายโม่เลยสักคำ”
“เ้ายังจะแกล้งทำไขสืออีกหรือข้าเคยบอกเ้าแล้วไม่ใช่หรือว่าหากคุณชายโม่มาเยี่ยมเยียนข้าที่จวนห้ามเ้าออกมาจากห้องเด็ดขาดแต่เมื่อวานเ้ากลับออกมาให้คุณชายได้เห็นหน้าเ้า”
หลินอันเฉินนึกตามคำกล่าวหาของพี่สาวเมื่อวานหลังจากที่นางทำน้ำแกงเตรียมเอาไว้ให้บิดาเสร็จเรียบร้อยแล้วก็ออกจากจวนไปหาซื้อผ้าเพื่อมาทำผ้าเช็ดหน้าให้บิดาไว้ใช้ต่อ ซึ่งตอนที่นางเดินออกไปถึงหน้าจวนพอดีนั้นรถม้าของคุณชายโม่ก็มาถึงพอดี
นางจดจำคำสั่งของฟางหรงได้ดีจึงรีบเดินหนีไปกับเจียวจูแต่ใครจะคิดเล่าว่าแค่เพียงเสี้ยววินาที คุณชายโม่จะออกมาจากรถม้าแล้วเห็นหน้าของนางเข้าพอดี
“ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าจะออกไปซื้อ...”หญิงสาวจะแก้ต่างให้ตนเองแต่ถูกพี่สาวตวาดใส่
“เ้าไม่ต้องพูด! เ้าคิดจะแย่งคุณชายโม่ไปจากข้าเ้าคงอิจฉาล่ะสิที่ข้าจะได้แต่งงานกับคุณชายผู้เพียบพร้อมจากตระกูลใหญ่”
“ไม่จริง ข้าไม่เคยคิดอิจฉาท่านเลย”
“เ้าพูดปด เ้ามันตลบตะแลงอยากแย่งของคนอื่นเหมือนแม่ของเ้า”
“อย่าว่าท่านแม่ของข้านะ”อันเฉินเสียงแข็งใส่อย่างไม่พอใจที่อีกฝ่ายลามปามไปถึงมารดา
“ทำไมข้าจะว่าแม่เ้าไม่ได้ในเมื่อแม่ของเ้ามันก็เป็แค่เมียบ่าวคนหนึ่งเท่านั้น ถือดีว่าท่านพ่อโปรดปรานมากกว่าใครถึงได้เผยอหน้าขึ้นมาเทียบกับแม่ของข้าส่วนเ้ามันก็แค่ลูกเมียบ่าวเท่านั้น ไม่ควรขึ้นมาตีตนเสมอพวกข้า”
เจียวจูกัดฟันกรอด โกรธแทนนายสาวจนคิดจะตอบโต้แทนแต่อันเฉินรู้ทันรีบจับมือของสาวใช้เอาไว้ แล้วปรายตามองเพื่อเตือนสติ ทำให้อาจูได้แต่ฮึดฮัดขัดใจอยู่เงียบๆ
“ข้าขอโทษ ต่อไปข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีก”
“คุณหนู” เจียวจูครางเรียกอย่างขัดใจแต่อันเฉินส่งสายตาปรามเพราะไม่อยากให้สาวใช้เดือดร้อน
“ดี ครั้งนี้ข้าจะยกโทษให้เ้า แต่ถ้าข้าไม่สั่งสอนบ้างเ้าก็จะไม่สำนึก”ฟางหรงยิ้มร้าย ก่อนจะคว้าผ้าเช็ดหน้าบนโต๊ะที่อันเฉินปักเสร็จแล้วมาถือไว้
“ท่านพี่จะทำอะไร”คุณหนูห้าถามด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก
“ข้าก็จะสั่งสอนให้เ้ารู้สำนึกน่ะสิว่าไม่ควรขัดคำสั่งของข้า”พูดจบคุณหนูสี่ก็เดินไปที่ริมศาลา เตรียมจะขว้างผ้าในมือทิ้งน้ำแต่ผู้เป็น้องสาวตามมาคว้ามือเอาไว้ได้ทัน
“อย่านะท่านพี่”
“ปล่อยมือข้านะ”
สองพี่น้องยื้อยุดมือกันอยู่ริมศาลา อันเฉินไม่ยอมปล่อยมือเพราะคิดว่าพี่สาวทำเกินเหตุไปแล้ว
“ระวังตกน้ำนะเ้าคะคุณหนูสี่”สาวใช้คนสนิทร้องเตือน ทำให้ฟางหรงเกิดแผนร้ายในใจขึ้นมาทันทีจึงออกแรงผลักร่างของอันเฉิน ทว่าอีกฝ่ายรู้ทันความคิดจึงเบี่ยงตัวหนีได้ทันเวลาเป็เหตุให้คุณหนูสี่เสียหลักพุ่งตกน้ำไปเสียเอง
“กรี๊ด!!”
“ว้าย! คุณหนูสี่ตกน้ำ ช่วยด้วย! ช่วยคุณหนูสี่ด้วย!” สาวใช้ะโขอความช่วยเหลือ บ่าวผู้ชายที่ทำงานอยู่ใกล้ๆบริเวณนั้นจึงรีบะโน้ำลงไปช่วยคุณหนูสี่ขึ้นมาได้ทันเวลาซึ่งพอขึ้นมาจากน้ำได้นางก็ชี้หน้าหลินอันเฉินทันที
“เ้าผลักข้า! ข้าจะฟ้องแม่ใหญ่”
หลินอันเฉินกับเจียวจูมองหน้ากันอย่างรู้ชะตากรรมดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป