เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงยังจุดหมายกองกำลังทุกคนต่างพร้อมรบกันอย่างเต็มที่การรบครั้งนี้นับว่าเป็นการชี้ชะตาของจักรวาลทั้งหมดของพวกเขาหากพวกเขาพ่ายแพ้นั่นหมายความว่าเผ่าปีศาจจะสามารถบุกเข้าไปยังจักรวาลของพวกเขาได้อย่างไม่ยากเย็นนักหากพวกเขาชนะ นั่นหมายความว่าจักรวาลของพวกเขาจะอยู่กันอย่างสงบไม่มีการรบกวนจากเผ่าปีศาจอีกต่อไป
ทางด้านเผ่าปีศาจที่ยกกองทัพออกมาประจันหน้ากับกองทัพเผ่ามนุษย์นำโดยแม่ทัพปีศาจทั้งห้า และราชาปีศาจเมื่อเผ่าปีศาจเห็นจำนวนกองกำลังของเผ่ามนุษย์มีจำนวนมากมายเช่นนี้พวกมันต่างพากันตื่นเต้นเหมือนกับว่ามันเห็นแหล่งอาหารชั้นเลิศของพวกมันอยู่ตรงหน้า
ราชาปีศาจและราชันย์ฟางหรงเดินออกมาอยู่หน้ากองกำลังของทั้งสองฝ่ายพวกเขาทั้งสองฝ่ายพร้อมที่จะปะทะกันทุกเวลาแม้ว่ากองกำลังของเผ่าปีศาจจะมีจำนวนที่น้อยกว่ากองกำลังของเผ่ามนุษย์แต่ความแข็งแกร่งของพวกมันแข็งแกร่งกว่าเผ่ามนุษยอยู่มาก แต่เผ่ามนุษย์เองก็อุดช่องว่างนี้ด้วยกองกำลังที่มีจำนวนมากกว่ากองกำลังของเผ่าปีศาจเช่นเดียวกัน
“พวกเจ้ากล้าเหยียบมาถึงถิ่นของข้าจริงๆ สามารถทำลายร่างแยกของข้าได้ นับว่าไม่เลวเลยแล้วเจ้าหนุ่มตัวแสบนั้นหายไปไหนเสียหละ หรือว่าไม่กล้าที่จะมากับพวกเจ้าด้วย”
“ไม่ต้องห่วงอีกไม่นานเจ้าได้พบกับเขาแน่ แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้วันนี้พวกเราไม่ปล่อยพวกเจ้าให้รอดไปได้แม้แต่ตัวเดียวอย่างแน่นอน”
“ฮ่าฮ่า ฮ่า น่าขันสิ้นดี ความแข็งแกร่งเพียงแค่นนี้ ริอาจจะมาสู้กับเผ่าปีศาจของข้า ไม่เจียมตัวกันบ้างเลยเจ้าเผ่ามนุษย์ที่โง่เขลาทั้งหลาย”
“อย่ามัวแต่เก่งแต่ปากอยู่เลย คิดหรือว่าจะเอาชนะพวกเราได้ง่าย ๆ พวกเรานี่แหละจะล้างบางเผ่าพันธุ์ของพวกเจ้าให้หมดไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว เจ้าอย่าลืมสิว่าเจ้าเคยแพ้พวกเรามาแล้วครั้งหนึ่ง”
ราชาปีศาจได้ยินดังนั้นมันระเบิดความโกรธของมันออกมาทันที
“สังหารพวกมันให้สิ้นอย่าให้ใครรอดไปได้แม้แต่คนเดียว”
สิ้นเสียงคำสั่งแม่ทัพปีศาจทั้งห้าทะยานออกมาพร้อมกับกองทัพของพวกมันเหล่าเจ้าโลกทั้งห้าเองก็พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับกองทัพเผ่ามนุษย์
ราชันย์ฟางหรงและราชาปีศาจทะยานสูงขึ้นไปเหนือกองทัพทั้งหลายจนถึงจุดหนึ่งซึ่งพลังของพวกเขาไม่ทำให้กองทัพของพวกเขาถูกลูกหลงจากพลังในการต่อสู้
“เจ้ามนุษย์พวกเจ้าทำให้ราชาปีศาจบาเอลเช่นข้าต้องอับอายซ้ำแล้วซ้ำเล่าวันนี้ข้าจะคิดบัญชีพวกเจ้าคืนทั้งต้นทั้งดอก”
ราชาปีศาจบาเอลระเบิดพลังของมันออกมาพร้อมกับนำอาวุธของมันออกมา อาวุธของราชาปีศาจบาเอลมีรูปร่างคล้ายไม้เท้าที่ทำมาจากกระดูกที่หัวของมันมีลูกแก้วสีดำสนิทติดอยู่ส่วนทางด้านราชันย์ฟางหรงเองก็เรียกดาบของเขาออกมาเช่นกัน
ส่วนทางด้านแม่ทัพปีศาจและเจ้าโลกทั้งห้าก็ได้เริ่มการต่อสู้ของพวกเขาเช่นกันซึ่งเจ้าโลกเทียนหนิงต้องรับศึกกับแม่ทัพปีศาจบาบาร์
แม่ทัพปีศาจบาบาร์นั้นเป็นแม่ทัพปีศาจที่สามารถฝีกฝนวิชายุทธ์ของเผ่ามนุษย์ได้ ในหมู่ของแม่ทัพปีศาจที่สามารถฝึกฝนจนใช้ธาตุได้นอกเหนือจากธาตุมืดนั้นมีถึงสามตัวด้วย กัน หนึ่งในนั้นคือแม่ทัพปีศาจ บาบาร์ตัวนี้ซึ่งนอกจากธาตุมืดแล้ว ยังสามารถใช้ธาตุดินได้อีกด้วย
ส่วนทางด้านเจ้าโลกเทียนหนิงเจ้าโลกที่ห้าของจักรวาลที่เก้านั้น สามารถใช้ธาตุลมเป็นธาตุหลักส่วนธาตุรองนั้นคือธาตุไฟ
แม่ทัพปีศาจบาบาร์ได้เริ่มโจมตีเจ้าโลกเทียนหนิงก่อนแม่ทัพปีศาจระเบิดพลังความมืดของมันและเริ่มจมลงใต้ดินอย่างรวดเร็วเจ้าโลกเทียนหนิงที่ยืนอยู่บนอากาศเริ่มมองหาตัวของแม่ทัพปีศาจบาบาร์ในทันทีเพียงไม่นาน เสาหินขนาดใหญ่โผ่ออกมาจากใต้ดินมันพุ่งเข้าหาเจ้าโลกเทียนหนิงจากด้านล่าง
เจ้าโลกเทียนหนิงที่ยืนอยู่พลันระเบิดพลังและปล่อยพลังหมัดเข้าไปปะทะกับเสาหินนั้นโดยไม่หลบหลีกแม้แต่น้อยปราณหมัดของเจ้าโลกเทียนหนิงปะทะเข้ากับเสาหินขนาดใหญ่ทำให้เกิดระเบิดเสียงดังสนั่นเศษหินปลิวกระจายออกไปทั่วบริเวณ
แม่ทัพปีศาจยังส่งเสาหินออกมาโจมตีเจ้าโลกเทียนหนิงอีกหลายต่อหลายครั้งแต่ทุกครั้งเจ้าโลกเทียนหนิงล้วนตอบโต้ได้อย่างง่ายดายเจ้าโลกเทียนหนิงสองดูรอบบริเวณแต่ก็ไม่อาจจะหาแม่ทัพปีศาจบาบาร์พบ
เจ้าโลกเทียนหนิงทำได้แต่รับมือกับเสาหินไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจ้าโลกเทียนหนิงเริ่มคิดได้ว่า หากเสาหินผุดมาจากที่ใดแสดงว่าตัวของแม่ทัพปีศาจ บาบาร์นั้นอยู่ไม่ไกลจากเสาหินอย่างแน่นอนเขาเริ่มหลอมรวมพลังปราณและพลังลมอัดแน่นไว้ที่มือทั้งสองข้าง
เมื่อเสาหินพุ่งขึ้นมาเจ้าโลกเทียนหนิงเบี่ยงตัวหลบโดยไม่ตอบโต้ใดๆ เมื่อเห็นช่องว่างเจ้าโลกเทียนหนิงลองปล่อยพลังปราณรูปฝ่ามือขนาดใหญ่ของเขาลงไปยังพื้นดินที่อยู่ด้านล่าง
ตูมมม!!!
ตูมมม!!!
พื้นดินด้านล่างเป็นรอยฝ่ามือขนาดใหญ่แต่กลับไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เจ้าโลกเทียนหนิงยังคงจับจ้องและเคลื่อนย้ายตัวไปมา เมื่อเสาหินพุ่งขึ้นมาเจ้าโลกเทียนหนิงยังคงทำเช่นเดิม เขาปล่อยปราณฝ่ามือลงไปใกล้ๆ กับบริเวณเสาหินจนกระทั่งครั้งที่สี่ เมื่อเสาหินพุ่งขึ้นมา ถึงสองต้นเจ้าโลกเทียนหนิงปล่อยปราณฝ่ามือทั้งสองลงไปตรงกลางของเสาหินทั้งคู่
ตูมมม!!!
ตูมมม!!!
อ๊ากกก.....เสียงร้องด้วยความเจ็บปวดของแม่ทัพเผ่าปีศาจดังขึ้นมา เจ้าโลกเทียนหนิงไม่รอช้าเขาหลอมรวมพลังเปลวเพลิงเข้ากับพลังสายลม ซัดไปตรงที่แม่ทัพปีศาจในทันทีพลังปราณสายลมของเจ้าโลกเทียนหนิงนั้นรวดเร็วมากมันตัดผ่านดินบริเวณนั้นออกเป็นสองส่วนซึ่งเป็นตรงที่แม่ทัพปีศาจ บาบาร์อยู่ เสียงกรีดร้องดังระงมไปทั่วเมื่อแม่ทัพปีศาจเผยตัวออกมาร่างของมันเต็มไปด้วยเลือดสีเขียวไหลออกมาจากหัวไหล่ซ้ายยาวไปถึงเอวด้านขวามันพยายามที่จะรักษาบาดแผลให้เร็วที่สุด มันก้มลงมองบาดแผล
แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้นกลับเป็นเจ้าโลกเทียนหนิงที่ให้พลังแห่งสายลมพุ่งทยายเข้าหาแม่ทัพปีศาจบาบาร์ด้วยความเร็วสูงพลังปราณระดับมหาเทพถูกระเบิดออกมาหมัดของเขาอัดแน่นด้วยพลังเปลวเพลิงถูกเจ้าโลกเทียนหนิงซัดออกมามันกระแทกกับศีรษะของแม่ทัพปีศาจบาบาร์
ศีรษะของแม่ทัพปีศาจบาบาร์แหลกไปในพริบตาเปลวเพลิงค่อยๆ เผาไหม้ร่างของแม่ทัพปีศาจบาบาร์เจ้าโลกเทียนหนิงพลิกตัวกลับมาพร้อมกับปล่อยหมัดไปยังร่างของแม่ทัพปีศาจบาบาร์อีกสามหมัด ร่างของแม่ทัพปีศาจบาบาร์จึงแหลกสลายไปจนหมดสิ้นเจ้าโลกเทียนหนิงยังคงไม่วางใจเขาระเบิดพลังเปลวเพลิงออกมาแผดเผาในระยะห้าร้อยเมตรจนไม่มีสิ่งใดหลงเหลือให้เห็นนอกจากเปลวเพลิง
ที่เจ้าโลกเทียนหนิงทำเช่นนี้เพราะเกรงว่าจะมีเศษชิ้นส่วนของแม่ทัพปีศาจหลงเหลืออยู่และมันอาจจะสามารถฟื้นคืนชีพกลับมาได้อีกครั้งหนึ่ง
ทางด้านเจ้าโลกห๋าวอู่ต้องรับมือกับแม่ทัพปีศาจมารุ ซึ่งเป็นแม่ทัพปีศาจที่มีเพียงธาตุมืด มันยังไม่สามารถฝึกฝนธาตุอื่นๆ เจ้าโลกห๋าวอู่ พุ่งทะยานออกไปพร้อมกับง้าวของเขาฟาดฟันไปยังแม่ทัพปีศาจมารุโดยไม่มีการทักทายใด ๆ ทั้งสิ้น
แม่ทัพปีศาจมารุถอยฉากออกไปในทันทีมันระเบิดพลังแห่งความมืดของมันออกมาพร้อมกับหลอมรวมเข้ากับพลังแห่งความมืดนั้นในทันที ร่างเล็ก ๆของมันที่เล็กกว่าร่างของเจ้าโลกห๋าวอู่พลันหายไปอย่างรวดเร็ว
จ้าวโลกห๋าวอู่เห็นดังนั้นจึงต้องระวังตัวมากขึ้น ความเร็วของแม่ทัพปีศาจมารุนั้นเร็วมากเจ้าโลกห๋าวอู่มองไปยังร่างที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วเพียงไม่นานร่างของแม่ทัพปีศาจมารุนั้นกลับหายไปอีกครั้งเมื่อมันโผล่ออกมาอีกครั้งมันใช้กรงเล็บที่แหลมคมฟันเข้าด้านหลังของเจ้าโลกห๋าวอู่
เจ้าโลกห๋าวอู่รับรู้ถึงอันตรายที่มาถึงเขานำง้าวป้องกันกรงเล็บนั้นไว้ได้อย่างทันท่วงทีเจ้าโลกห๋าวอู่กวัดแกว่งทวนของเขาอย่างรวดเร็ว ฟาดฟันไปยังแม่ทัพปีศาจมารุแม่ทัพปีศาจมารุใช้กรงเล็บของมันกันเอาไว้พร้อมกับใช้เท้าเตะเข้าชายโครงของเจ้าโลกห๋าวอู่
เจ้าโลกห๋าวอู่ปลิวตามแรงเตะไปกระทบกับหน้าผาที่อยู่อีกฝากเศษดินเศษหินต่างร่วงลงมาอย่างไม่ขาดสาย
เมื่อเจ้าโลกห๋าวอู่ลุกขึ้นมาได้เขารีบกลืนโอสถเข้าไปในทันที พร้อมกับระเบิดพลังออกมาอีกครั้ง
เจ้าโลกห๋าวอู่ฟาดฟันปราณง้าวใส่แม่ทัพปีศาจมารุอย่างต่อเนื่องแม่ทัพปีศาจมารุหลบหลีกปราณง้าวของเจ้าโลกห๋าวอู่ได้อย่างรวดเร็วมันพุ่งทะยานมาอยู่ด้านหน้าของเจ้าโลกห๋าวอู่อีกครั้งพร้อมกับชกเจ้าโลกห๋าวอู่ปลิวลอยออกไปอีกครั้งหนึ่ง
แม่ทัพปีศาจมารุพุ่งตามเจ้าโลกห๋าวอู่ไปในทันทีมันคิดจะสังหารเจ้าโลกห๋าวอู่ให้เร็วที่สุด เจ้าโลกห๋าวอู่เห็นเช่นนั้นพลันหมุนตัวกลับกลางอากาศพร้อมกับหลอมรวมพลังเปลวเพลิงเข้าไปในง้าวเขาฟันง้าวออกไปด้วยความรวดเร็ว พลังปราณของง้าวที่ถูกหลอมรวมกับเปลวเพลิงสีแดงสดตวัดเข้าหาร่างของแม่ทัพปีศาจมารุในทันที
ฉึบ!!!..
ขาของแม่ทัพปีศาจมารุถูกฟันขาดออกจากันเลือดสีเขียวของแม่ทัพปีศาจมารุพุ่งออกมาจากบาดแผลในทันทีเจ้าโลกห๋าวอู่พลิกตัวกลับหลังพร้อมกับฟันง้าวออกไป อีกครั้ง
ฉึบ!!!..
ร่างของแม่ทัพเผ่าปีศาจมารุขาดออกจากกันเป็นสองส่วนเจ้าโลกห๋าวอู่ระเบิดเปลวเพลิงออกมาเผาร่างของแม่ทัพปีศาจมารุในทันทีเสียงร้องโหยหวนของแม่ทัพปีศาจมารุดังอยู่ครู่หนึ่งเสียงจึงเงียบไป พร้อม ๆกับร่างที่ถูกเผาไหม้จนไม่เหลือแม้แต่ซากให้เห็น
กองกำลังเผ่าปีศาจเมื่อเริ่มสงครามกับเผ่ามนุษย์พวกเขาต่างดูถูกดูแคลนเผ่ามนุษย์ที่มีพลังเพียงน้อยนิดและคิดว่าคงจัดการกับกองกำลังเผ่ามนุษย์ได้อย่างง่ายดายแต่เมื่อพวกเขาลงมือต่อสู้กลับเห็นได้ชัดว่าถึงแม้พวกเขาจะมีพลังที่แข็งแกร่งกว่าแต่กองกำลังเผ่ามนุษย์นั้นก็รบแบบมีแบบแผนและสามารถสังหารกองกำลังของเผ่าปีศาจไปได้เป็นจำนวนมาก