เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

เล่มที่ 6 ตอนที่ 179 นกกระจอกแดงขนยาว

          อาบเพลิงบรรลุเทพ!

          คล้ายดั่งการนิพพานเพื่อเกิดใหม่ก็ไม่ปานเมิ่งฝานยามนี้แข็งแกร่งเป็นอย่างมากต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับเมิ่งอวี่หุนอีกครั้งเขาก็มั่นใจว่าจะต้องสามารถสังหารอีกฝ่ายได้เป็นแน่

          แต่หากต้องต่อกรกับจอมยุทธ์ขั้นปราณทะลวงเขาคงยังต้องหนีเอาตัวรอดเสียก่อนเพราะถึงอย่างไรแล้วขั้นตรีปราณระดับต้นกับปัญจปราณระดับสูงนั้นก็มีข้อแตกต่างที่ไม่อาจใช้สิ่งใดมาลบล้างได้

          “นับว่าไม่ได้เสียแรงเปล่า!”

          เมิ่งฝานกระตุกยิ้ม ขณะเดียวกันก็ขยับฝ่ามือก่อนจะมีผนึกโบราณสีดำลอยขึ้นมา

          หากไม่ใช่เพราะเมิ่งฝานพัฒนาคัมภีร์ทวนเทพจนมาอยู่ในระดับอักษรฮวงก็คงไม่อาจทำให้ผนึกโบราณสีดำทมิฬนี้ปรากฏขึ้นมาได้มันมีขนาดเล็กและกำลังลอยหมุนรอบตัวเองอยู่ในฝ่ามือของเมิ่งฝาน ดูคล้ายว่าจะแข็งแกร่งทนทานเป็นอย่างยิ่ง!

          นี่คือหัวใจสำคัญของคัมภีร์ทวนเทพซึ่งนอกจากพลังการกลืนกินที่ค่อนข้างน่าสะพรึงแล้วเมิ่งฝานก็ยังไม่รู้ว่าคัมภีร์ทวนเทพนี้มีประโยชน์อื่นใดอีกและเขาเองก็ยังไม่รู้ว่าอานุภาพที่แท้จริงของมันจะน่าสะพรึงถึงเพียงใด

          เมิ่งฝานส่ายหน้าอย่างจนปัญญา เขารู้ดีว่าเส้นทางที่ตนเองเลือกนั้นหาได้มีผู้ใดเดินมาก่อนไม่ฉะนั้นแล้วจึงไม่มีผู้ใดสามารถถ่ายทอดประสบการณ์ให้แก่เขาได้

          หลังจากที่เดินไปทีละก้าวอย่างมั่นคงเขาก็จะเป็นดั่งบูรพาจารย์ผู้เบิกโลกใหม่แล้วสร้างสำนักวรยุทธ์การฝึกฝนดังเช่นตนเองขึ้นมาแต่เขาก็กระตุกยิ้มขึ้นเล็กน้อยเพราะผู้ที่สามารถสร้างสำนักวรยุทธ์แล้วเป็นดั่งบูรพาจารย์ผู้เบิกโลกใหม่จะต้องอยู่ในขั้นปราณทะลวงเป็นอย่างต่ำทั้งสิ้นแม้ว่าเขาจะมีศักยภาพที่ไม่ธรรมดา แต่ก็ยังคงห่างชั้นจากขั้นดังกล่าวอีกไกล

          เขาส่ายหน้าแล้วถอนหายใจเสียงหนักจากนั้นจึงปล่อยพลังภายในอันแข็งแกร่งออกมาพร้อมทั้งตวาดเสียงดัง

          ระลอกคลื่นเสียงอันคล้ายดั่งการร้องคำรามของสัตว์อสูรก้องกังวานไปทั่วทั้งบริเวณสะท้อนไปทั่วขุนเขาในผืนป่า ทำให้สัตว์อสูรจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนตกใจกลัว

          ภายในโถงถ้ำแห่งนั้น ถูกปิดกั้นจากโลกภายนอกมานานร่วมเดือนแม้จะเป็นตอนที่บรรลุระดับพลังเมิ่งฝานก็ยังไม่ได้ปล่อยให้กลิ่นอายพลังของตนเองลอยออกมา

          แต่ยามนี้กลับหาใช่ดั่งวันวานไม่ศักยภาพของเมิ่งฝานในวันนี้ต่อให้ไม่อาจเอาชนะจอมยุทธ์ขั้นปราณทะลวงได้ก็ยังมีความสามารถมากพอที่จะหนีเอาตัวรอด

          เขาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยจากนั้นจึงเปลี่ยนชุดใหม่ขณะที่เขามองสำรวจแหวนคลังวัตถุของตนเองก็ถึงกับต้องชะงักงันเพราะสายตาไปสะดุดอยู่กับกล่องสีเหลืองทองใบหนึ่งซึ่งเป็นสิ่งที่ได้มาจากโถงถ้ำน้ำแข็งของผู้อาวุโสซวง

          ตอนที่เขากำลังจะเปิดมันออกมากลับถูกเมิ่งอวี่หุนและพวกเข้ามาวุ่นวายจนเรื่องราวโกลาหลกล่องที่ผู้อาวุโสซวงทิ้งเอาไว้ใบนี้ถือเป็นสมบัติอันล้ำค่าที่สุดฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

          เห็นได้ชัดว่านอกจากบรรดาผลเหมันต์หยกที่ลอยล่องอยู่ในโถงถ้ำแล้วนั้นกล่องใบนี้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดซึ่งเมิ่งฝานเองก็ไม่รู้เช่นกันว่าข้างในนั้นคือสิ่งใด

          จากนั้นเมิ่งฝานจึงเปิดกล่องใบนั้นออกมาอย่างช้าๆแต่สิ่งที่ประจักษ์แก่สายตากลับเป็นเพียงไข่สีเหลืองทองใบหนึ่ง

          ไข่อีกแล้วหรือ!

          เมิ่งฝานขมวดคิ้วเข้มแล้วมองไปยังไข่เบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจมันเป็นไข่จริงๆ มีขนาดราวหนึ่งฝ่ามือ สีเหลืองทองซึ่งหาได้มีสิ่งใดที่แตกต่างไปจากไข่ธรรมดาไม่

          มันคือสิ่งใดกันแน่?

          เขาลูบปลายจมูกตนเองแล้วมองไปยังไข่ทองคำเบื้องหน้าด้วยความสงสัยไม่ว่าอย่างไรเขาก็นึกไม่ถึงเลยว่าสิ่งที่อยู่ภายในกล่องใบนั้นจะเป็นเพียงไข่หนึ่งใบ

          ความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ดุจสวรรค์ประทาน?

          เมิ่งฝานขมวดคิ้วเข้มด้วยความสงสัยพร้อมทั้งครุ่นคิดถึงความเป็นไปได้มากมายในใจ หากอิงตามหลักแล้วมันน่าจะเป็นไข่ของสัตว์อสูรมิฉะนั้นก็คงไม่สมเหตุสมผล

          ฝ่ามือของเมิ่งฝานพลันขยับ เขาหยดเลือดของตนเองลงไปหนึ่งหยด

          หากมันเป็นไข่ของสัตว์อสูรแล้วใช้เลือดสดๆหยดลงไปเพื่อให้มันรับนาย มันก็จะติดตามเจ้าของเลือดไปตลอดชีวิต เมิ่งฝานหยดเลือดลงไปพร้อมกับหัวใจที่วาดหวังว่ายอมสังหารผิดหนึ่งพันครั้งแต่จะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิต[1]

          หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจก็ยังหาได้มีปฏิกิริยาใดเกิดขึ้นกับไข่ที่เบื้องหน้าซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย หรือว่าเขาทำสิ่งใดผิดพลาดไป?

          แต่แล้วในขณะที่เมิ่งฝานกำลังสงสัยพลันมีรอยร้าวปรากฏขึ้นมาบนเปลือกไข่เห็นได้ชัดว่ามีบางสิ่งกำลังจะฟักออกมา

          เดาถูกแล้วสินะ!

          เมิ่งฝานยกยิ้มขึ้นที่มุมปากก่อนจะเฝ้ามองการเปลี่ยนแปลงของไข่ที่เบื้องหน้าอย่างวาดหวังสิ่งที่ทำให้จอมยุทธ์ขั้นปราณประสานให้ความสำคัญจะต้องไม่ธรรมดาเป็นแน่

          หลังจากนั้นไม่กี่อึดใจการแตกร้าวของไข่ทองคำก็เสร็จสิ้นพลันมีแสงสีทองเปล่งประกายพร้อมกับเสียงระเบิดดังขึ้น ก่อนที่จะมีเงาร่างของบางสิ่งบินออกมาจากไข่

          เมิ่งฝานมองไปยังเงาเบื้องหน้าด้วยความตกตะลึงใบหน้าของเขาแสดงถึงความดีใจอย่างยิ่ง เพราะว่าสิ่งที่ออกมาจากไข่ใบนั้น...คือนกตัวใหญ่ตัวหนึ่ง

          หลังจากที่ออกมาจากไข่มันก็ขยายร่างจนมีขนาดเท่ามนุษย์ผู้หนึ่งทว่ารูปลักษณ์ของมันกลับน่าเกลียดเป็นอย่างยิ่ง มีปากขนาดใหญ่ เส้นขนบนตัวมีสีดำโดยเฉพาะขนบริเวณหางที่ตั้งชันซึ่งเรียกได้ว่าไม่น่าดูเลยแม้แต่น้อย!

          นกตัวใหญ่ที่เบื้องหน้าทำให้เมิ่งฝานชะงักงันไปชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย “เจ้าคือสัตว์อสูรใดกัน?”

          ทั้งสองสบตากันชั่วครู่ จากนั้นพลันมีเสียงอันแหบพร่าดังขึ้น

          “เหล่าฟูคือสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดมีนามว่าเทพนกกระจอกแดง เมื่อได้พบเหล่าฟูจงรีบคุกเข่าลงเสียมีสิ่งใดก็จงนำมันออกมา เจ้ารู้หรือไม่?” นี่เป็นเสียงที่ออกมาจากปากของนกที่เบื้องหน้าเมิ่งฝาน

          เขาพลันรู้สึกตกตะลึงและประหลาดใจก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย“สัตว์อสูรในระดับราชาสัตว์อสูร?”

          ต้องเป็นสัตว์อสูรในระดับราชาสัตว์อสูรขึ้นไปจึงจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้เมิ่งฝานจึงมองภาพเบื้องหน้าด้วยความสงสัย แต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกร้อนรนแต่อย่างใดเพราะรู้ว่าในเมื่อตนเองหยดเลือดลงไปบนไข่ก็ถือว่าเป็นเจ้านายของมันไปกว่าครึ่งแล้ว

          ต่อให้อยู่ในระดับราชาสัตว์อสูรย่อมไม่ทำร้ายตนเองเป็นแน่

          “รู้เช่นนั้นก็ดีแล้วเหล่าฟูบำเพ็ญตนมานานนับหมื่นปีและกลับมาจุติอีกครั้งด้วยพลังปราณแห่งฟ้าดินเจ้าหนู ได้พบเหล่าฟูแล้วจงรีบคุกเข่าเคารพเสีย!” นกตัวใหญ่มองเมิ่งฝานด้วยนัยน์ตาหยิ่งทะนงมีท่าทีคล้ายดั่งผู้ยิ่งใหญ่ มันยืนอยู่กับที่ขนเส้นยาวที่ด้านหลังล้วนแต่พองโตตั้งชัน

          เมิ่งฝานมองไปยังนกตัวใหญ่เบื้องหน้าด้วยรูม่านตาที่หดเล็กลงแล้วในเวลาต่อมาเขาก็ขยับฝ่ามือเพื่อชกออกไปเจ้านกตัวใหญ่นี้แปลกประหลาดอย่างมากเสียจริงซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกสงสัยเป็นอย่างยิ่งฉะนั้นแล้วจึงไม่ต้องเอ่ยถึงการคุกเข่าเมื่อเขาชกออกไประลอกคลื่นแห่งพลังก็แผ่ซ่านแล้วในวินาทีต่อมามันก็พุ่งเข้าไปโดนใบหน้าของนกตัวใหญ่นั้นอย่างแม่นยำ

          ปัง!

          นกตัวใหญ่ปลิวออกไปเมื่อถูกโจมตี มันกระเด็นไปที่หน้าผาด้านหลังเส้นขนบนตัวร่วงหล่นลงมาหลายเส้น

          “หืม!”

          เพียงชั่วพริบตาต่อมาเมิ่งฝานก็มีสีหน้าที่สงสัยมากกว่าเดิมแล้วในเวลาต่อมาร่างของเขาพลันขยับ ฝ่ามืออันว่องไวปานสายฟ้าพุ่งทะยานเข้าไปจู่โจมนกยักษ์เบื้องหน้าอย่างดุดัน

          “เจ้าหนูเจ้ากล้าทำร้ายเหล่าฟูอย่างนั้นหรือ?”

          “พี่ใหญ่ข้าผิดไปแล้ว ท่านปล่อยข้าไปเถอะ!”

          “นายท่านข้าคือนกน้อย...นกน้อยที่รักของท่าน!”

          หลังจากที่ใช้ทั้งหมด ทั้งฝ่ามือและเท้าเมิ่งฝานก็มั่นใจว่านักยักษ์ตัวนี้หาใช่สัตว์อสูรที่อยู่ในขั้นราชาสัตว์อสูรไม่ซ้ำมันยังชอบคุยโวโอ้อวดและพูดจาเหลวไหลเป็นที่สุดซึ่งนั่นก็ทำให้เมิ่งฝานรู้สึกคันไม้คันมือขึ้นมาในทันใด

          นี่น่ะหรือความโชคดีที่ยิ่งใหญ่ดุจสวรรค์ประทาน?

          ปัง!

          เมิ่งฝานถีบเข้าที่ร่างของนกยักษ์อีกครั้งจากนั้นจึงเอ่ยถามอย่างหมดคำพูด “เจ้าคือสิ่งใดกันแน่บอกข้ามาให้แน่ชัด!”

          “ข้าเองก็ไม่รู้เหล่าฟู...เอ่อ เมื่อข้าออกมาก็ได้พบกับเจ้าแล้ว ข้าเพียงพูดภาษามนุษย์ได้แต่ก็หาได้มีศักยภาพใดไม่ซ้ำยังสามารถบินได้เพียงบางครั้งเท่านั้น” นกยักษ์มองไปยังเมิ่งฝานไม่กล้าที่จะเอ่ยวาจาเหลวไหลอีกต่อไปจึงจำต้องเอ่ยออกไปอย่างจนปัญญา

          ขณะเดียวกันมันก็มองไปยังเส้นขนของตนเองอย่างรักและทะนุถนอมแล้วใช้ปีกอีกข้างลูบไปบนนั้นอย่างเบามือ

          “นี่ข้าแก่แล้ว อายุก็มากแล้วด้วยเจ้าจะต้องรู้จักเคารพข้าเสียหน่อยและต้องหาของมาให้ข้ากินด้วย!”

          เมิ่งฝานไหวไหล่ด้วยความรู้สึกที่ผิดหวังและไม่กล้าคาดหวังสิ่งใดอีกจากนั้นจึงเอ่ยถามด้วยความจนปัญญา “เจ้าต้องการกินสิ่งใด?”

          “อืม...”

          นกยักษ์ตัวนั้นครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่แล้วเอ่ยว่า “วัตถุศักดิ์สิทธิ์และจะต้องอยู่ในระดับสามขึ้นไปด้วย ทางที่ดีควรจะเป็นระดับห้าขึ้นไประดับหกก็ยังพอใช้ได้ เป็นระดับเจ็ดก็ถือว่าพอดี ส่วนระดับแปดนั้น...”

          ปัง!

          เมิ่งฝานไม่อยากเสียเวลาให้มากความจึงเตะนกยักษ์ตัวนั้นจนมันลอยออกไปแล้วเดินออกไปด้านนอกเขามองไปยังขนเส้นยาวด้านหลังของนักยักษ์แล้วเอ่ยขึ้นอย่างจนปัญญา “เอาล่ะ วันข้างหน้าข้าจะเรียกเจ้าว่าฉางเหมาเชวี่ยก็แล้วกัน!”

          ในเมื่อหยดเลือดรับนายไปแล้วนกกระจอกแดงตัวนี้ก็นับว่าเป็นของเขาซึ่งนั่นก็ทำให้นกกระจอกแดงตัวนั้นรู้สึกทำตัวไม่ถูก หากจะให้เมิ่งฝานทิ้งมันไปเขาก็รู้สึกเสียดายแต่หากไม่ทิ้งสัตว์อสูรตัวนี้ก็น่ารำคาญไม่น้อย สุดท้ายเมิ่งฝานจึงเลือกที่จะไม่สนใจแล้วปล่อยให้สัตว์อสูรตัวนั้นติดตามตนเองต่อไป

          เมิ่งฝานเดินออกจากถ้ำด้วยใบหน้าที่เก้อเขินเล็กน้อยเขานึกไม่ถึงว่าจะได้นกกระจอกแดงขนยาวที่ไร้ซึ่งประโยชน์ตัวหนึ่งมาอยู่ข้างกาย

          “เอาเถอะถือเสียว่าข้าโชคร้ายก็แล้วกัน!”

          เมิ่งฝานยกยิ้มอย่างจนปัญญาแล้วพานกกระจอกแดงขนยาวตัวนั้นตามตนเองออกไปจากสถานที่แห่งนี้ตลอดการเดินทางนั้นฉางเหมาเชวี่ยเอาแต่พูดไม่หยุด เอ่ยถึงสิ่งต่างๆมากมายทว่าเมิ่งฝานกลับมองข้ามดั่งว่ามันไร้ตัวตนและสนใจเพียงเร่งรัดเดินทางเท่านั้น

          เขาถูกส่งมายังสถานที่ที่ตนเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคือที่ใดฉะนั้นแล้วเมิ่งฝานจึงทำได้เพียงพาฉางเหมาเชวี่ยเดินทางไปด้วยความรวดเร็ว ย่างก้าวไปตามผืนป่าเพื่อหาทางออก

          พวกเขาเดินทางอยู่เช่นนั้นราวหนึ่งชั่วยามแต่แล้วอยู่ๆ เมิ่งฝานก็หยุดชะงักแล้วมองตรงไปยังเบื้องหน้า

          ในจุดที่ไม่ไกลนักมีต้นไม้ที่มีลักษณะแปลกประหลาดอยู่จำนวนหนึ่งและมีไอหมอกลอยวนอยู่อย่างเลือนราง ส่วนด้านหลังเป็นผืนป่าอันกว้างใหญ่ที่ไม่อาจมองเห็นได้ชัดว่ามันคือสิ่งใดกันแน่คล้ายดั่งว่าทั้งผืนป่าได้ตกอยู่ในภวังค์แห่งความลึกลับซับซ้อนก็ไม่ปาน

          ซึ่งจิตสังหารอันไร้ซึ่งรูปร่างและเจือจางก็ได้แฝงอยู่ภายในนั้นด้วยเมื่อได้เห็นภาพเบื้องหน้าฉางเหมาเชวี่ยก็ตะโกนออกมาเสียงดัง “นายท่าน ปกป้องข้าด้วย!”

          เมื่อได้ยินดังนั้นเมิ่งฝานจึงถลึงตามองด้วยความที่อยากจะจับมันต้มให้รู้แล้วรู้รอดและเมื่อถูกถลึงตามองเช่นนี้ฉางเหมาเชวี่ยจึงรีบเงียบปากไปในทันใด

          แม้ว่าเพิ่งจะพบกันได้ไม่นานแต่หลังจากที่ได้หยั่งเชิงมาหลายครั้งฉางเหมาเชวี่ยก็พบว่าถึงแม้เจ้านายของตนเองจะมีอายุน้อยแต่กลับดุดันเฉียบขาดและเด็ดเดี่ยวเป็นอย่างยิ่ง

          หากทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมามันก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นกับตนเอง!

          แล้วในวินาทีต่อมารูม่านตาของเมิ่งฝานพลันหดเล็กลงเขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกตกตะลึงขึ้นมาในทันทีที่รู้ว่าสถานที่แห่งนี้คือที่ใด

          ต้นไม้เบื้องหน้านั้นมีนามว่าเทียนเอ๋อมู่เป็นไม้มีพิษซ้ำยังเป็นพิษที่ร้ายแรงอีกด้วย หากคนธรรมดาโดนพิษของมันเข้าไปย่อมต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย

          ซึ่งจุดที่ไม้ประเภทนี้เจริญงอกงามขึ้นได้มีเพียงที่เดียวในพรมแดนจตุทิศนั่นคือ...เขตพื้นที่อิสระ แดนสือเจี่ยว!

          ...........

          [1] ยอมสังหารผิดหนึ่งพันครั้งแต่จะไม่ยอมปล่อยให้ผู้ใดรอดชีวิต: เป็นประโยคที่ใช้ในการเปรียบเปรยโดยความหมายตามบริบทของเนื้อเรื่องมีใจความที่คล้ายกับคำว่ากำขี้ดีกว่ากำตด

คล้ายกับเรื่องเมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน ที่คุณอ่าน

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
6.78M 1459
เลเวลอัพ

เลเวลอัพ

นิยาย เกมออนไลน์
738K 4984
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
479K 1734
(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

(The Eternal God) ผ่าชะตาสวรรค์ สยบสิ้นสรรพสิ่ง

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
279K 178
ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

ราชันเทพอัคคี [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
2.35M 999
บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
842K 1498
จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

จุติเทพอสูรสยบบรรพกาล【จบ】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.13M 4052
(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

(จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

นิยาย เกมออนไลน์
603K 912
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810