โครตพลังดวงตาเทพเจ้า

    ตอนที่ 20 การค้นพบฝูลู่อีกครั้ง

    ตอนที่ 20 การค้นพบฝูลู่อีกครั้ง จุดสนใจของผู้ชมทั้งหมดภายในงานกลับมารวมตัวกันอีกครั้ง ศีรษะของเฉิงจื่อหาวนั้นยกสูงขึ้นมาจากเดิมมาก เพราะเขากำลังรู้สึกเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศในตอนนี้ แต่เมื่อเซิงห่าวพูดออกมาประโยคหนึ่ง ความเงียบก็ปกคลุมไปทั่วทั้งงาน “จดหมายเชิญแผ่นนี้มีมูลค่ามากขนาดนั้น? ไม่ใช่ว่าเป็นเพียงแค่กระดาษแผ่นหนึ่ง นายอยากจะให้มันเทียบราคาเท่ากับสิบล้านหยวนเลยเหรอ” กระดาษแผ่นหนึ่ง? ดวงตาเบิกกว้าง ทุกคนต่างจ้องมองไปที่เซิงห่าวราวกับว่าพวกเขากำลังมองไปที่มนุษย์ต่างดาวอยู่อย่างไงอย่างนั้น และหลินเหยาก็อยู่ในนั้นด้วย เธอทำได้เพียงแต่รีบกุมขมับของตัวเอง แล้วถอยหลังไปอีกหลายก้าว ราวกับว่าฉันไม่เคยรู้จักเขาคนนี้เลย “นึกไม่ถึงว่านายจะบอกว่านี่เป็นเพียงแค่แผ่นกระดาษ นายไม่เคยได้ยินเกี่ยวกับงานประชุมนักประเมินหรือไง?” เปลวไฟลุกโชนลุกโชนอยู่ในอกของเขา เฉิงจื่อหาวกัดฟันแล้วพูดขึ้น เหมือนยังอยากจะพูดอะไรต่ออีก แต่เขาก็ถูกหยุดด้วยคําพูดของเซิงห่าวอีกครั้ง “ตกลง ในเมื่อนายไม่มีเงินแล้ว ฉันก็คงต้องฝืนใจให้นายใช้กระดาษแผ่นนี้แทนก็ได้ แต่ว่าใช้มันแทนได้เพียงแค่ห้าล้านหยวนเท่านั้น นายจะต้องเอาเงินออกมาเพิ่มอีกห้าล้านหยวน” ในขณะนั้นเซิงห่าวได้วางแผนการที่อยากจะทําให้เฉิงจื่อหาวนั้นหมดตัว เขาต้องการอีกไม่มากไม่หน่อยก็ห้าล้านหยวนพอดี ทันทีที่เขาพูดจบลงทั่วทั้งงานก็เงียบสงัดลงอีกครั้งหนึ่ง สายตาทั้งหมดจ้องมองไปที่เซิงห่าวอย่างรู้สึกโง่เขลา ก็เคยเห็นคนต่ำช้าไร้ยางอาย แต่ก็ไม่เคยเห็นต่ำช้าไร้ยางอายมากขนาดนี้ แต่มีเหตุผลมากมายที่ทำให้คนไร้ยางอาย ใช่แล้ว เดิมทีฉันก็ไม่ต้องการกระดาษแผ่นนี้เลย ดังนั้นสามารถมีมูลค่าได้แค่ห้าล้านหยวนเท่านั้น หน้าอกของเขากระเพื่อมขึ้นและลงอย่างต่อเนื่อง ในขณะนี้เฉิงจื่อหาวรู้สึกราวกับว่าหน้าอกของเขาอยากที่จะระเบิดออกมาแล้ว เขาจ้องไปที่เซิงห่าวด้วยดวงตาที่โหดเหี้ยมคู่นั้น เขากัดฟันแล้วพูดขึ้นว่า: “ได้ ห้าล้านหยวนก็ห้าล้านหยวน เดี๋ยวฉันจะทำให้นายต้องจ่ายทั้งทุนและกำไรคืนกลับมาให้ฉัน” “ฉันไม่ได้มีปัญหาอะไรเลย แต่ก็แค่อยากจะถามนายอีกสักประโยคหนึ่ง” ระบบได้ประเมินมูลค่าของจดหมายเชิญนี้ออกมาแล้ว และเซิงห่าวย่อมเต็มใจที่จะเดิมพันกับเฉิงจื่อหาวอีกครั้งอย่างแน่นอน “อะไร?” “นายแน่ใจแล้วใช่ไหมว่าอยากจะขายหน้าอีกครั้ง?” เซิงห่าวยิ้มออกมาเมื่อถามคำถามนั้น ในทันใดนั้นการเดิมพันมูลค่าสิบล้านหยวนก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง สำหรับในครั้งนี้เฉิงจื่อหาไม่ทำตามอารมณ์อย่างนั้นอีกต่อไป แล้วก็ไม่ได้มีคำพูดอะไรที่รุนแรงอีก หยิบแว่นขยายขึ้นมาและมองไปที่แร่ดิบที่อยู่ข้างเขานั้น เขาดูมันอย่างตั้งอกตั้งใจเป็นพิเศษ ตรงกันข้ามกับเซิงห่าวที่มีท่าทางที่สบายๆและไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก อีกทั้งยังคุยกับหลินเหยาไปด้วย “เธอบอกว่าในบรรดาหยกพวกนั้นนอกจากที่เธอพึ่งพูดถึงหยกเจไดต์ฝูลู่โซ่วสี่ไฉแล้ว แล้วยังมีของที่ล้ำค่ากว่านี้อีกไหม?” “มี มันก็ต้องมีแน่นอนอยู่แล้วสิ ต้องรู้ว่าในโลกหยกนั้นทั้งกว้างใหญ่และลึกซึ้งมากมายแค่ไหน หยกฝูลู่โซ่วสี่ไฉที่อยู่ในนี้สามารถนับได้ว่าเป็นเพียงสมบัติระดับสูงเท่านั้นเองเหนือไปยิ่งกว่านั้นก็ยังมีหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง หยกเจไดต์สายพันธุ์นี้เกือบจะโปร่งใสถึงขีดสุด ราวกับหยดน้ำที่เพิ่งตกลงมาอย่างไงอย่างนั้น มันใสเหมือนกับคริสตัลที่สุดเลย” “หยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง ถ้าอย่างนั้นเธอเคยเห็นมาก่อนไหม” เซิงห่าวเคยได้ยินเรื่องหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็งนี้มาก่อน แต่เมื่อเขาได้สแกนไปที่แร่ดิบเหล่านี้แล้ว เขาก็ยังไม่เห็นว่าในนี้จะมีวัตถุอะไรที่มีความโปร่งใสขนาดนั้นเลย “ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่าจะไม่มี!” วินาทีนั้นแววตาของผมก็พลันสาดเป็นประกายออกมา เพียงได้แค่เห็นเศษหินที่อยู่ท่ามกลางกองหินที่ไม่มีใครเคยสังเกตเห็น หินก้อนนี้ดูใหญ่มากเมื่อมองในแวบแรก แต่นึกไม่ถึงว่าจะมีโพรงเหมือนกำปั้นขนาดน้อยใหญ่อยู่ในนั้น เพียงแค่สแกนผ่านตาในตอนแรกฉันคิดว่าเป็นเพียงแค่โพรงปกติ แต่เมื่อได้ฟังสิ่งที่หลินเหยาพูดเมื่อครู่นี้ เขาพึ่งจะสังเกตว่าภายในโพร่งเท่ากำปั้นนี้ยังมีหมอกบางๆอยู่อีกชั้นหนึ่งด้วย ยิ่งมองอย่างจริงจังมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งพบว่าหมอกที่อยู่ข้างในนั้นดูเหมือนกำลังจะเดือดพล่านอยู่ มันค่อยๆเพิ่มขึ้นมาจนกลายเป็นเหมือนเมฆหมอก เมื่อมองเข้าไปในดวงตาของเซิงห่าวที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ก็ยังไม่ทันรอให้หลินเหยาได้พูดจบ เขาก็พุ่งไปข้างหน้าทันที ใจเขาเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขและได้หยิบหินก้อนนี้ยกขึ้นมาทันที และได้จ้องมองมันอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ภายใต้การสังเกตอย่างใกล้ชิด หมอกน้ำที่อยู่ภายในยิ่งเห็นชัดเจนมากขึ้นเป็นพิเศษ มันราวกับงูวิญญาณตัวหนึ่งที่กำลังแหวกว่ายอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง “เป็นอย่างที่คิด นี่คือหยกเจไดต์สายพันธุ์น้ำแข็ง!” หัวใจเต้นอย่างรุนแรงไม่หยุด เซิงห่าวก็แทบไม่อยากจะเชื่อในสายตาของตัวเอง นึกไม่ถึงว่าตัวเองจะมีโชคที่ดีอย่างไม่คาดคิดถึงถึงเพียงนี้ และเขายังได้เจอของที่ดีขนาดนี้อีกครั้งแล้วครั้งเล่า เขาได้ถือหินก้อนนี้เอาไว้ในมือ ใจของเซิงห่าวเริ่มสงบลงไปเล็กน้อย เขาได้จ้องมองไปที่เฉิงจื่อหาวที่กำลังรีบร้อน ราวกับว่าเขารู้สึกถึงสายตานั้นของเซิงห่าว ร่างกายของเฉิงจื่อหาวก็เริ่มสั่นขึ้นมาเล็กน้อย สายตาทั้งสี่ได้หันมามองกันและกัน เมื่อมองได้เห็นเซิงห่าวเลือกหินเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหงื่อของเขาก็เริ่มไหลลงมาจากหน้าผาก ภายในใจนั้นกรีดร้องออกมาอย่างบ้าคลั่ง : “เป็นไปไม่ได้ ยังไงก็เป็นไปไม่ได้ ไอเจ้าเด็กนี่ทำไมถึงสามารถเลือกได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้ เมื่อกี้มันก็แค่โชคดีเท่านั้นแน่ๆ!” ฉากที่เซิงห่าวได้เลือกหินของตัวเองเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้นเหมือนจะอยู่ในสายตาของผู้คนมากมายเช่นกัน ก็มีผู้คนมากมายที่ต้องการจะรู้แล้วก็ได้คอยสังเกตเขาอยู่มากมาย เมื่อได้เห็นหินที่เกือบจะถูกทอดทิ้งก้อนนั้น ภายในดวงตานั้นก็เต็มไปด้วยความประหลาดใจ  “หินอย่างนี้จะสามารถเปิดออกมามีหยกได้จริงงั้นหรือ? ฉันดูแล้วมันไม่ค่อยไม่น่าเชื่อถือเท่าไรเลยนะ ” “หินก้อนนี้จะไปสามารถเปิดออกมามีของไปได้อย่างไรกัน ฉันพึ่งจะเห็นเขาหยิบมันออกมาจากภายในกองเศษหินพวกนั้น หนึ่งชิ้นน่าจะมีราคาเพียงแค่ไม่กี่พันหยวนเท่านั้นเอง.......” ที่เรียกว่ากองหินนั้นว่าเศษหินเป็นเพราะว่าหลังจากผู้คนจำนวนมากได้เลือกหินเสร็จแล้วแต่หินพวกนั้นไม่เป็นที่ต้องการเลยถูกทิ้งไว้  เนื่องจากว่ามันได้กองอยู่ตรงมุมนี้มาตลอดทั้งปี ดังนั้นตอนนี้มันถึงเต็มไปด้วยฝุ่น “ฉันจะบอกว่านายมันเป็นคนงี่เง่า นายคิดว่าเงินตั้งสิบล้านหยวนไม่นับเป็นเงินจริงๆหรือไงกัน? หาก้อนใหม่ให้มันดีกว่าก้อนนี้หน่อยเถอะ ไม่ได้แล้วครั้งนี้นายจะต้องฟังฉันบ้าง ฉันจะช่วยนายเลือกก้อนใหม่ก้อนหนึ่ง” แม้แต่คนที่ถือว่าเป็นคนโง่เง่าก็ยังสามารถที่จะมองออกได้เลย ว่าหินก้อนนี้เหมือนหยิบมาได้ทั่วไปจากข้างถนนเท่านั้น ทันทีที่เขาได้ยินประโยคนี้ เฉิงจื่อหาวก็รีบหันหน้ามาอย่างรวดเร็ว แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอันดังว่า:”ไม่สามารถเปลี่ยนมันได้แล้ว หรือว่าสิ่งที่ฉันพึ่งจะบอกพวกคุณไปพวกคุณได้ยินไม่ชัดเจนหรือยังไงกัน เมื่อเลือกได้แน่นอนแล้ว ก็ต้องถือว่าเป็นก้อนนั้นแล้ว” พูดไปแล้วเขาก็หยิบของที่ตัวเองเลือกดีแล้วก้อนนั้นขึ้นมา ตามหลักแล้วใครก็สามารถที่จะมองออกได้ว่า หินในมือเขาก้อนนี้สามารถที่จะบดขยี้เซิงห่าวได้อย่างแน่นอน เนื่องจากวัสดุที่ดีมาก รูปแบบผิวที่ขรุขระด้านบนนั้นมีลวดลายที่สม่ำเสมอเป็นอย่างมาก มันมีโอกาสที่จะเปิดออกมาได้เป็นหยกก้อนใหญ่ เมื่อยกมุมปากของเขาขึ้น แต่เดิมเซิงห่าวไม่ได้มีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนอยู่แล้ว และปล่อยให้พวกเขาเริ่มต้นการแก้หิน เครื่องจักรที่ใช้แก้หินเริ่มต้นทำงานขึ้นอย่างช้าๆ "จื่อจื่อ" เสียงนี้ก็ดังขึ้นกระทบหูของทุกคนอีกครั้ง ดวงตาของทุกคนนั้นเบิกกว้าง เพราะกลัวว่าอุบัติเหตุอาจจะเกิดจากความไม่ระมัดระวังและทำพลาดรายละเอียดเล็กน้อยไป เฉิงจื่อหาวก็ยังคงเป็นคนแรกที่ทำการเริ่มต้นแก้หิน สำหรับหินก้อนนี้เข้านั้นเขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นทั้งวัสดุและน้ำหนักและโดยเฉพาะอย่างยิ่งความสอดคล้องกันกับมาตรฐานสําหรับการเพาะพันธุ์หยก ขั้นตอนในการแก้หินนั้นเป็นไปด้วยความระมัดระวังอย่างยิ่ง ระดับการหมุนของเครื่องแทบจะไม่ได้เปิด นักแก้หินจะหยุดเพื่อทําความสะอาดด้วยน้ำทุกรอบ หลังจากนั้นเพียงไม่นาน แสงสีเขียวมรกตเส้นหนึ่งก็ได้ปรากฎขึ้นต่อหน้าของทุกคน “ปรากฏสีเขียวออกมาแล้ว ดูแล้วน่าจะเป็นสายพันธุ์น้ำ ยอดเยี่ยมมากเลย!” “มันไม่ได้มีเพียงแค่สีเดียว ยังมีอีก ยังมีอีกพวกคุณรีบมาดูเร็วเข้าสิ ข้างหลังสีเขียวนั้นยังมีสีแดงอยู่อีกด้วย โอ้พระเจ้า นึกไม่ถึงว่าจะเป็นหยกที่มีสองสี หรือว่านี่จะเป็นฝูลู่” สิ่งนี้กลับไม่ใช่สิ่งที่จะใช้เพียงแค่ฝูลู่ก็จะสามารถอธิบายออกมาได้เท่านั้น เพราะในชั่วพริบตานั้นแสงสองเส้นได้ปรากฎขึ้นที่นี่นั้น ทำให้เจ้าหน้าที่ที่แก้หินได้หยุดการเคลื่อนไหวของเขาลง ตําแหน่งของหยกก้อนนี้นั้นอยู่ในส่วนที่ค่อนข้างน่าอึดอัดใจ เนื่องจากมีเพียงชั้นผิวบาง ๆ ด้านนอกซึ่งยาวเกือบหนึ่งเซนติเมตรเท่านั้น ถ้าหากว่าตัดมันลงไปแล้วละก็ มันมีโอกาสมากที่จะตัดโดนหยกเข้า“ยังอยากให้เตรียมที่จะตัดลงไปไหม?” “ตัด ตัดมันลงไปให้ผมเลย มันยังสามารถมีราคาได้มากกว่านี้อีก ต้องได้มากกว่านี้แน่นอน! ” เฉิงจื่อหาวได้เป็นบ้าไปอย่างสมบูรณ์แล้ว เขาตะโกนออกมาอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งสองข้างของเขานั้นกลายเป็นสีแดงก่ำ เจ้าหน้าที่แก้หินก็เตรียมที่จะพูดอะไรสักอย่างหนึ่ง แต่ในที่สุดก็ทำได้แต่เพียงกลืนมันลงไป พยักหน้าเล็กน้อยและผ่าหยกต่อไปอย่างระมัดระวัง เหงื่อบนหน้าผากของเขาไหลเลื่อนลงมาถึงข้างแก้ม...