ฝนตกั้แ่เมื่อคืนไม่หยุด ฉันเดินออกมาจากห้องนอนด้วยสภาพสะลึมสะลือ พลางเปิดโทรศัพท์เช็กข่าวในเฟซบุ๊กกลุ่มชุมชนในละแวกซอยหอพัก แล้วก็ต้องถอนหายใจแรงๆ อีกรอบเพราะมีคนโพสต์ภาพน้ำท่วมตรงทางออกซอย รถเล็กผ่านไม่ได้
พี่ธินนอนอยู่เล่นมือถืออยู่ที่บนโซฟาก่อนเขาจะยันตัวเองลุกนั่งเมื่อเห็นฉัน
“อรุณสวัสดิ์ครับ เหมือนว่าฝนจะไม่หยุดเลย”
“ค่ะ เมื่อกี้หนูเข้าไปดูในเฟสตรงในซอยน้ำท่วมด้วย พี่คงยังกลับไม่ได้”
“งั้นหรอ” พี่ธินยกยิ้มน้อยๆ ราวกับไม่ได้กังวลอะไร “เพื่อนเราจะกลับตอนไหน”
“พรุ่งนี้ค่ะ พี่ธินอยู่ต่อได้เลยนะคะ ถ้าออกไปตอนนี้เกรงว่าน้ำจะเข้ารถ”
“ก็คงต้องเป็อย่างนั้นแหละครับ”
ฉันเดินเลี่ยงไปที่ครัวก่อนจะหันกลับมาถามพี่ธินที่ยังนั่งอยู่ที่เดิม “พี่หิวหรือยังคะ”
เขาเงยหน้าจากจอมือถือแล้วพยักหน้าน้อย ๆ “เริ่มหิวแล้วล่ะ”
“งั้นหนูทำอะไรให้กินนะคะ”
“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วย” พี่ธินทำท่าจะลุกมาช่วยทำให้ฉันต้องเบรคไว้ก่อน “ไม่เป็ไรค่ะๆ เดี๋ยวหนูทำเอง”
“เราทำได้หรอ”
“อ…เอ่อ” ความจริงแล้ว ฉันไม่ได้ถนัดเื่เข้าครัวเอาเสียเลย ทำทีก็ไฟเกือบไหม้ครัวมั่งทำอาหารไหม้มั่ง แต่ไหนๆ พี่ธินก็ติดอยู่ที่นี่ก็อยากทำอะไรตอบแทนบ้างจะให้แขกมาทำอาหารให้ได้ยังไง
“ได้ค่ะ ทำได้ค่ะไม่ต้องห่วง” พี่ธินเลิกคิ้วราวกับไม่เชื่อกันก่อนจะพยักหน้าน้อยๆ “โอเคๆ ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกนะ”
“ค่ะ”
ฉันเดินไปเปิดตู้เย็น สำรวจวัตถุดิบที่เหลืออยู่ แล้วเริ่มจัดการตอกไข่ใส่ชามหวังจะทำไข่เจียวง่ายๆ แต่ในจังหวะที่มือกำลังคว้าช้อนคนไข่ศอกก็ดันไปโดนชามไข่จนร่วงลงพื้น
เพล้ง!
เสียงชามกระเบื้องกระทบพื้นแตกกระจาย พร้อมไข่ไหลเยิ้มเลอะพื้นไปหมด
ฉันยืนอึ้งไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบหาอะไรมาเช็ด “ขะ...ขอโทษค่ะพี่ หนูซุ่มซ่ามเอง ฮือ”
พี่ธินรีบลุกขึ้นจากโซฟาเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มเอ็นดูก่อนจะก้มช่วยเก็บเศษชามที่ร่วงอยู่บนพื้น “ไม่เป็ไรครับ เดี๋ยวช่วยเก็บเอง”
“ค่ะ” ฉันหน้าแดงก่ำ รู้สึกเหมือนตัวเองเป็เด็กอนุบาลที่ทำอะไรพังไม่เป็ท่า
พี่ธินจัดการเศษชามกับไข่ที่หกอยู่บนพื้นอย่างไม่รังเกียจ ฉันก็ก้มลงจะช่วยแต่เขายกมือห้าม
“เดี๋ยวพี่จัดการเอง ตรงนี้มีเศษกระเบื้องเดี๋ยวโดนบาดเอา”
“แต่…”
“อย่าดื้อครับ” น้ำเสียงดุที่เข้มลงทำให้ฉันได้ยืนมองอยู่เฉยๆ
หลังจากเก็บกวาดเสร็จเรียบร้อยพี่ธินก็ล้างมือแล้วเดินไปเปิดตู้เย็น “งั้นพี่ขออาสาทำอาหารก็แล้วกัน”
“แต่หนูว่าจะทำให้พี่กินนะคะ”
“ก็ยังทำได้อยู่ครับ แต่เปลี่ยนเป็พี่สอนแล้วเราช่วยกันดีกว่า แบบนี้จะได้ไม่ต้องเบอะเทอะไง” เหมือนรู้สึกโดนด่าว่าเป็เด็กซุ่มซ่ามยังไงไม่รู้แฮะ แต่เอาเถอะ แบบนี้คงดีกว่า
พี่ธินหยิบไข่ใหม่ออกมาแล้วเริ่มอธิบายช้า ๆ ทีละขั้นตอน
“เริ่มจากตอกไข่ให้เรียบร้อยก่อน อย่าตอกแรงเกินไป ไม่งั้นไข่อาจกระเด็นได้ อ่ะลองดู”
ค่อยๆ ตอกไข่ใส่ชามใบใหม่ พี่ธินหยิบตะกร้อลวดส่งให้ “ต่อไปก็คนไข่ครับ ใส่น้ำปลานิดหน่อย…ประมาณนี้ แล้วก็ตีให้ฟู”
ทำตามอย่างตั้งใจ พยายามไม่ให้มือสั่น แอบเหลือบตามองเขาเป็ระยะ เขาดูสบายๆ เหมือนทำแบบนี้เป็ประจำต่างจากฉันที่ตื่นเต้นราวกับเข้าครัวครั้งแรก ซึ่งมันก็ใช่นั่นแหละ
พี่ธินหยิบกระทะออกมาเปิดเตาแก๊สแล้วหันมาบอก
“พอเราตีเสร็จแล้ว เดี๋ยวพี่จะเทไข่ลงกระทะนะ คอยดูฟองอากาศที่เริ่มขึ้นแล้วเราค่อยกลับด้านมัน”
ฉันพยักหน้าหงึกๆ พอทำตามที่พี่ธินบอกมันกลับดูง่ายดายกว่าที่คิดไว้มาก
“พี่ทำเหมือนในคลิปสอนทำอาหารเลย” เขาหัวเราะเบาๆ พลางยักไหล่ “ก็ซ้อมไว้เยอะเหมือนกันครับ สมัยอยู่คนเดียว ต้องทำเองทุกอย่าง”
ฉันยืนมองเขาจัดไข่เจียวใส่จานโดยมีฉันเป็ลูกมือไม่นานไข่เจียวที่หน้าตาน่าทานก็เสร็จเป็ที่เรียบร้อย
เรานั่งกินข้าวด้วยกันบนโต๊ะเล็กๆ กลางห้อง “รสชาติใช้ได้เลยนะครับ” ฉันยิ้มตอบแอบรู้สึกภูมิใจแม้จะช่วยแค่นิดเดียว
หลังจากกินเสร็จฉันรีบลุกเก็บจานก่อน “หนูล้างเองนะคะ ถือเป็การไถ่โทษเื่ชามเมื่อกี้”
“ให้พี่ช่วยมั้ย”
“ไม่เป็ไรค่ะหนูทำได้”
“ให้พี่ช่วยเถอะ พี่เป็แขกนะแค่นี้ก็เกรงใจแย่”
“แต่…”
“ไม่มีแต่ครับ” พูดจบพี่ธินก็แย่งจานในมือฉันไปทันทีโดนไม่สนคำแย้ง ฉันมองตามแผ่นหลังของเขาที่กำลังล้างจานอยู่ในครัว รู้สึกชื่นชมแบบไม่รู้ตัว พี่ธินไม่เคยบ่น ไม่เคยทำหน้าลำบากใจ ทั้งที่ตัวเองเป็แขกแท้ๆ แต่กลับมาช่วยเหลือทุกอย่างอย่างเต็มใจ ใจดีแบบนี้...ใครจะไม่รู้สึกดีด้วยล่ะ
“งั้นเดี๋ยวหนูช่วยนะคะ” พี่ธินยิ้มบางๆ ไม่ได้ตอบอะไร
ขณะที่กำลังช่วยพี่ธินเช็ดจานอยู่เสียงฟ้าร้องจากด้านนอกก็ดังครืนตามมาด้วยแสงไฟก่อนที่ไฟทั้งห้องจะดับวูบในพริบตาทำให้ทั้งห้องตกอยู่ในความมืดมิดแถมเสียงฝนจากด้านนอกก็เทกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าว่าจะหยุด
“แย่ล่ะ เบรคเกอร์อยู่ตรงไหนเดี๋ยวพี่ไปดู-นานา นานา”
ฉันแทบไม่ได้ยินเสียงของพี่ธินหรือสิ่งรอบข้างเลยแม้แต่น้อย ได้ยินแค่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นแรงราวกับว่ามันจะหลุดออกมาจากอก
มือที่จับจานไว้สั่นจนเผลอทำหล่นลงอ่างโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้าเริ่มเบลอจนมองเห็นไม่ชัด หัวสมองเหมือนถูกบีบแน่น
“นานา ได้ยินพี่มั้ย”
ภาพความทรงจำตอนที่ติดลิฟต์เข้ามาในหัวทันที ภาพลิฟต์ที่ไฟดับ ภาพที่ตัวเองนั่งอยู่มุมลิฟต์ เสียงของพี่แบล็คที่เรียกฉันข้างหูแรงตบเบาๆ ที่พยายามเรียกสติ
“นานา ตั้งสติมองพี่ พี่อยู่ตรงนี้เห็นมั้ย” เสียงดีดนิ้วตรงหน้าดึงสติของฉันกลับมา เป็พี่ธินที่กำลังทำหน้าเคร่งเครียด มืออุ่นๆ ััที่แก้มเบาๆ
“เห็นพี่มั้ย” พยักหน้าเบาๆ เป็คำตอบ จู่ๆ น้ำตาก็ไหลออกมาราวกับโล่งที่ตัวเองไม่ได้อยู่คนเดียว
“ไม่เป็ไรนะพี่อยู่ตรงนี้แล้ว ไม่ต้องกลัวนะพี่จะอยู่เป็เพื่อนเราเอง” พี่ธินดึงฉันเข้าไปกอดพร้อมกับลูบหลังปลอบเบาๆ คำพูดเรียบง่ายแต่กลับทำให้ใจที่เต้นแรงเพราะความกลัวค่อยๆ หายไป
นิ้วเรียวปาดน้ำตาให้เบาๆ พร้อมกับยิ้มอบอุ่นแม้จะอยู่ภายในความมืดแต่ก็ััได้ถึงความอบอุ่นนี้
“หายใจเข้าลึกๆ แล้วผ่อนออกช้าๆ” ทำตามที่พี่ธินบอก ”เป็ไงดีขึ้นมั้ย”
พยักหน้าตอบ มันรู้สึกดีขึ้นจริงๆ แม้จะยังรู้สึกหวั่นๆ ภายในใจบ้างก็เถอะ “เก่งมากครับ” มือหนาลูบหลุ่มผมเบาๆ เป็จังหวะ ััถึงความอบอุ่นที่เขามอบให้
แอบอิจฉาคนที่จะมาเป็แฟนเขาในอนาคตล่ะ ฉันคิดว่าถ้าเขามีแฟนคงต้องดูแลแฟนดีมากแน่ๆ อยากจะเป็คนที่โชคดีคนนั้นจัง
“พี่ธิน…”
“ครับ?” เขายังไม่คลายอ้อมกอดแค่ก้มลงสบตาในระยะใกล้ “ขอบคุณนะคะ” ฉันซบหน้าลงตรงบ่ากว้างอย่างเขินอาย
“หึ พี่เต็มใจครับ พี่คงทนเห็นรุ่นน้องที่น่ารักทำหน้าหวาดผวาไม่ได้หรอก เดี๋ยวจะโดนหาว่าใจดำ”
“หงึ” พี่ธินหัวเราะเบาๆ ก่อนจะเอื้อมมือมาลูบหัว
แล้วไฟในห้องก็กะพริบวูบหนึ่งก่อนจะสว่างขึ้นอย่างช้าๆ ทำให้ทั้งห้องกลับมามีแสงอีกครั้ง
“โอ๊ะ เหมือนไฟจะมาแล้วนะ” ฉันกระพริบตาไล่ความพร่าเบลอก่อนจะถอยออกจากอ้อมกอดเล็กน้อย “ขอโทษนะคะ…ที่หนูทำให้พี่ต้องลำบาก”
“ไม่ได้ลำบากเลยครับ” รอยยิ้มแสนอบอุ่นทำเอาอยากจะให้รุ่นพี่ตรงหน้ายิ้มให้แบบนี้ทั้งวันแต่ก็คงทำไม่ได้
“พี่ธิน”
“ครับ?”
“อยู่ต่ออีกวันได้ไหมคะ” คำพูดนั้นหลุดออกมาโดยไม่ทันคิด แต่พอรู้ตัวฉันก็รีบพูดแก้เขิน
“เอ่อ…คือ…หนูหมายถึง…พรุ่งนี้ฝนอาจจะยังตกหนักอยู่ รถก็ผ่านไม่ได้อยู่ดี…แค่…อยากให้พี่อยู่ต่ออีกนิด เพราะ…ถ้ากลับตอนนี้เดี๋ยวน้ำจะเข้ารถเอา”
เขาหัวเราะเบาๆ เหมือนจะรู้ทันความลนลานนั้น ให้ตายเถอะ นี่ฉันเป็บ้าอะไรเนี่ยอยากจะเอาหน้ามุดพรมซะตอนนี้เลย ฮือ~
“หึ เล่นพูดมาซะขนาดนี้พี่คงจะปฏิเสธไม่ได้สินะ” มือแกร่งเอื้อมมาโยกหัวฉันเบาๆ “พี่อยู่ต่อก็ได้ครับ ตราบเท่าที่เราพอใจเลย”
:)
ผ่านมา 3 ชั่วโมงแล้วที่ฝนยังไม่หยุด ถึงแม้ฝนจะเบาแล้วแต่ฟ้าร้องก็ยังไม่หยุดสักที
ฉันยืนอยู่หน้าเครื่องซักผ้าในห้องเล็กข้างห้องน้ำ ถึงแม้อาการกลัวที่มืดมันจะดีขึ้นมากแล้วแต่ฃใจยังไหวๆ อยู่บ้าง การขยับตัวเยอะ ๆ หรือได้ทำอะไรสักอย่างอาจช่วยให้เลิกฟุ้งซ่านได้ ฉันเลยตัดสินใจซักผ้าแม้จะรู้ว่ามันอาจจะกำเริบอีก
มือเอื้อมไปจะเปิดฝาเครื่องเพื่อเติมผงซักฟอกแต่ดันทำหกใส่มือซะก่อน ฉันถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะหันไปหยิบผ้ามาเช็ด
“ทำอะไรอยู่ครับ?” เสียงของพี่ธินทำเอาฉันสะดุ้งเล็กน้อย
“ซักผ้าน่ะค่ะ อยู่นิ่งๆ มันฟุ้งซ่านน่ะค่ะ เลยหาอะไรทำ” พี่ธินมองหน้าฉันเงียบๆ “ไหวหรอเมื่อกี้ยังหน้าซีดอยู่เลยนะ”
“หนูไหวค่ะ แค่ล้างผ้าบางส่วนเอง—” เขาไม่ตอบแต่แย่งถุงน้ำยาปรับผ้านุ่มไปจากมือ
“งั้นเดี๋ยวพี่ช่วย”
“ไม่เป็-” แววคานิ่งเรียบััได้ถึงความเยือกเย็นจากสายตาทำเอาคำพูดที่ประโยคปฏิเสธที่จะพูดต่อไปนี้ถึงกับต้องกลืนกลับไปในลำคอ
“ก-ก็ได้ค่ะ” รุ่นพี่ตรงหน้ายกยิ้มอย่างพอใจในคำตอบ “ดีมากครับ”
ฉันถอยออกเล็กน้อยให้เขาได้ขยับไปยืนหน้าเครื่องซักผ้าแทน ก่อนพี่ธินจะขยับตัวอย่างคล่องแคล่ว เปิดฝาเทน้ำยาลงในช่องเล็กๆ โดยไม่หกแม้แต่นิด ส่วนฉันก็ได้แต่หันมาจัดการเตรียมผ้าในตระกร้าเงียบๆ เราต่างไม่ได้พูดกันต่อปล่อยให้เสียงของสายฝนข้างนอกอยู่ฝ่ายเดียว
หลังจากตากผ้าเสร็จฉันกับพี่ธินก็เดินกลับเข้ามาในห้อง ฝนข้างนอกก็ยังคงตกพรำๆ ทำให้เราไปไหนไม่ได้ เรานั่งลงบนโซฟานุ่มๆ โดยมีผ้าห่มผืนบางคลุมขาไว้หลวมๆ ก่อนจะหยิบรีโมทขึ้นมาเปิดหนังสักเื่ดูแก้เบื่อเป็หนังฝรั่งสักเื่ที่ฉันไม่เคยดู
่แรกหนังสนุกดี มีทั้งฉากบู๊ ฉากตลก ฉันดูเพลิน ๆ ไปเรื่อยจนกระทั่งฉากหนังเริ่มเปลี่ยน ฉากอีโรติกโผล่ขึ้นมาแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ฉันเบิกตารีบควานหารีโมทเพื่อจะปิดแต่หาเท่าไหร่ก็ไม่เจอทำให้ต้องหาข้อแก้ต่างไปก่อน
“เอ่อ…คือ…หนูไม่คิดว่าหนังเื่นี้จะมีฉาก…นี้” อยากจะมุดหน้าเข้าโซฟาเสียเหลือเกิน ทำไมถึงมีฉากแบบนี้ได้ล่ะเนี่ย ฉันว่าฉันก็เลือกหมวดแอ๊คชั่นแล้วนะ
พี่ธินหัวเราะเบาๆ พลางยกยิ้มมุมปาก “ก็แค่ฉากอีโรติกเอง ไม่เห็นต้องเขินเลย” สุดท้ายก็เลือกดูต่อ พี่ธินก็ยังคงนั่งดูด้วยอาการปกติต่างกับฉันที่แทบอยากจะมุดโซฟาหนี
ฉันพยายามเบือนสายตาไปทางอื่น พยายามไม่มองจอ ไม่ฟังเสียงครางที่ดังลอดออกมาจากทีวี ไม่รู้ว่าหนังฝรั่งสมัยนี้มันแอบใส่อะไรแบบนี้มาเยอะขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้มันเริ่มรู้สึกแปลกๆ แล้ว
มือกำกางเกงแน่น กลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ อุณหภูมิในร่างกายเริ่มร้อนขึ้นแข่งกับแอร์ในห้อง พยายามสูดหายใจลึกเข้าปอดเพื่อสงบอารมณ์แต่ไม่ว่าจะทำยังไงมันก็ไม่หายสักที
“เป็ไรทำไมหน้าแดงอย่างงั้น” เสียงของคนข้างๆ ทำเอาสะดุ้งเฮือก
“ปะ-เปล่าค่ะ แค่…แค่อากาศในห้องมันร้อนน่ะค่ะ แหะๆ” พยายามทำตัวให้ปกติที่สุดแต่เหมือนว่าพี่ธินจะไม่เชื่อ
รุ่นพี่คนข้างๆ หันไปเหลือบมองจอก่อนจะแค่นหัวเราะ “หึ แบบนี้นี่เอง”
จู่ๆ บรรยากาศภายในห้องก็เปลี่ยนไป อากาศเริ่มหนาวขึ้นมาไม่รู้เป็เพราะด้านนอกฝนตกหรืออุณหภูมิในร่างกายแปรปรวน ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายเต้นตุ๊บๆ จนแทบจะหลุดออกมาข้างนอก
“มันทรมานมากมั้ย”
“ค-คะ?”
“ไอ้ที่เราเป็อยู่น่ะ มันทรมานมากมั้ย”
“มันหมายความว่ายังไงหรอคะ หนูไม่เข้าใจ” รุ่นพี่ยกยมุมปากพร้อมกับแค่นหัวเราะอย่างเ้าเล่ห์ “อยากให้พี่พูดหรอ”
พี่ธินเท้าแขนพร้อมกับโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกเกือบจะชิดกัน ััได้ถึงลมหายใจอุ่นๆ กลิ่นมิ้นต์ หัวใจก็เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ ทำเอาสติตอนนี้แทบจะคุมไม่อยู่
“ตอนแรกพี่ก็ไม่เชื่อที่ไอ้โฟลทมันพูดหรอกนะ ว่าเราน่ะ ตัวหอมเหมือนขนม จนได้มาอยู่ใกล้จริงๆ ถึงที่เข้าใจที่มันพูด”
ฉันรู้สึกได้ว่าหูตัวเองเริ่มร้อนวูบวาบขึ้นมาโดยไม่ต้องส่องกระจกก็รู้แน่ว่าหน้าฉันคงแดงเป็มะเขือเทศแน่ๆ
“ต-ตัวหอมอะไรล่ะคะ พี่โฟลทเขาพูดเล่น…” ฉันหลบตาพี่ธิน มือก็ขยับเกลี่ยกระโปรงตัวเองไปมาแบบไร้จุดหมาย พยายามทำตัวให้ดูปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งที่ข้างในมันวุ่นวายไปหมด
“แต่พี่ว่า…มันก็พูดไม่ผิดนะ” พี่ธินเอียงคอเล็กน้อยพลางยกยิ้มอย่างขี้เล่น “ตอนอยู่ใกล้เราแบบนี้มันชัดมากเลย ทั้งกลิ่นหอมหวานเหมือนกับกุหลาบ”
ฉันเม้มปากแน่น ไม่รู้จะเอาหน้าไปซุกที่ไหนแล้ว รู้แค่ว่าร้อนจนแทบะเิ แล้วอยู่ๆ คนข้างๆ ก็หัวเราะขึ้นมา
“นี่พี่ทำเราเขินขนาดนี้เลยหรอเนี่ย พี่พูดจริงนะเมื่อกี้อ่ะ ที่อยากลองชิมว่าเราจะอร่อยเหมือนที่ไอ้โฟลทมันพูดรึเปล่า”
ฉันชะงักไปทันที หัวใจเหมือนหยุดเต้นไปหนึ่งจังหวะก่อนจะเร่งจังหวะรัวเร็วขึ้นอีกเท่าตัว
“ถ้าพี่ธิน…ชิมหนูแล้ว พี่ธินจะเอาไปบอกใครมั้ยคะ? หนูไม่ค่อยชอบให้ใครรู้เื่ส่วนตัวเท่าไหร่…”
พี่ธินหัวเราะในลำคอเบา ๆ เสียงนั้นช่างเ้าเล่ห์จนทำเอาฉันรู้สึกเหมือนตัวเองตกอยู่ในเกมบางอย่างที่เขาเป็คนควบคุม
ใบหน้าเขาโน้มเข้ามาใกล้อีกนิดจนริมฝีปากแทบเฉียดหู ก่อนกระซิบเสียงแ่
“งั้นพี่จะเก็บไว้เป็ความลับ…ระหว่างเรา สองคนก็แล้วกันนะครับ”
น้ำเสียงของเขานุ่มลึกและเย้ายวนจนรู้สึกเหมือนหูจะร้อนจี๋ขึ้นมาในพริบตา ใจเต้นแรงจนกลัวว่าเขาจะได้ยิน
ริมฝีปากอุ่นของพี่ธินแตะลงมาช้าๆ ที่มุมปากก่อนจะขยับเข้ามาแนบสนิททีละนิด ลมหายใจของเราผสานกันในระยะประชิด เรียวปากเขาขยับช้าๆ ไล้ไปตามเรียวปากล่างด้วยจังหวะที่ไม่เร่งรีบก่อนจะค่อยๆ สอดลิ้นร้อนเข้ามาเพื่อสำรวจ
มือแกร่งสอดเข้ามาใต้เสื้อลูบไล้ตามแผ่นหลังเปลือยแล้วค่อยขยับมากอบกุมหน้าอกข้างซ้ายพลางใช้นิ้วโป้งเขี่ยยอดอกกระตุ้นให้ฉันสะดุ้งเฮือก
พี่ธินผละปากให้ฉันได้สูดอากาศก่อนจะจับเสื้อยืดถกแล้วก้มชิมยอดอกกุมกลุ่มผมนุ่มเพื่อระบายความเสียว
“อื้ม~” ด้วยความเสียวที่มันมากล้นจนทนไม่อยู่ก่อนจะค่อยๆ ขยับตัวเองพิงกับที่วางแขนของโซฟา
ริมฝีปากเรียวละจากอกก่อนจะค่อยๆ ไล่ลงไปที่ท้องจนไปถึงขอบกางเกง ริมฝีปากอุ่นขบเม้มเล่น้าท้องน้อยทำเอาความเสียวซาบซ่านแล่นปรี๊ดจนรู้สึกถึงความเปียกที่ส่วนกลาง
“อึก!”
พี่ธินกลับไปท่านั่งก่อนจะเอื้อมมาดึงฉันจนตัวปลิวไปนั่งตักเขา “ดูเราจะพร้อมเต็มที่เลยนะ แต่พี่ยังไม่พร้อมเลยทำไงดี”
รอยยิ้มเ้าเล่ห์ทำเอาฉันต้องซุกไหล่กว้างของเขาแก้เขิน แค่นี้อุณหภูมิในร่างกายก็ร้อนระอุจนตัวแทบจะะเิอยู่แล้ว
“ไหนๆ ก็ไหนๆ แล้วเราช่วยทำให้พี่พร้อมเหมือนหนูได้มั้ยครับ” เสียงทุ้มนุ่มทรงเสน่ห์เอ่ยขึ้นมาทีทำเอาใจอ่อนยวบก่อนจะพยักหน้าตอบเบาๆ ยอมรับว่าเขินแต่ก็ไม่อยากให้ทุกอย่างมันมาสะดุดเพราะความเขินของฉัน
เริ่มขยับสะโพกและกดเบียดส่วนกลางกับเป้ากางเกง ถูไถอย่างช้าๆ ไม่เร่งรีบเกินไป มือแกร่งของพี่ธินดึงคอของฉันก่อนจะกดจูบ เราต่างสอดลิ้นร้อนสำรวจตักตวงความหวานของกันและกันอยู่สักพักก่อนจะผละปากออก
“อื้อ!!”
ขยับสะโพกเร่งจังหวะให้เร็วขึ้น ด้วยความอารมณ์ที่พุ่งพล่านจนเกินจะห้ามทำให้ฉันตัดสินใจถกเสื้อยืดของตัวเองขึ้นให้เห็นหน้าอกก่อนจะใช้มือของตัวเองบีบคลึงเพื่อกระตุ้นอารมณ์
“อ๊าส์~อ๊าส์~อ๊าส์~”
มือแกร่งเอื้อมมาบีบช่วยกระตุ้นอารมณ์ก่อนไม่นานส่วนล่างจะกระตุกเกร็งพร้อมกับปล่อยน้ำในตัวออกมา
“อึก!”
ซบหน้าลงกับไหล่แกร่งอย่างเขินอาย แอบได้ยินพี่ธินหัวเราะเบาๆ ด้วย “เปียกเชียว”
“ฮือ~” อยากจะเอาหน้ามุดพรมเสียเหลือเกิน นี่กะว่าจะไม่ทำตัวน่าอายต่อหน้าพี่ธินแล้วนะ แต่ก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้อยู่ดี
“หึ ถึงเวลาพี่ชิมแล้ว เพราะฉะนั้น…พี่ขอนะครับ”
พูดจบพี่ธินก็คว้าคอฉันประกบจูบพร้อมกับสอดลิ้นร้อนเข้ามาในปาก มือแกร่งทั้งสองทำอะไรบางอย่างอยู่ตรงบริเวณส่วนล่างก่อนจะมีลำแท่งแข็งๆ ััที่ร่องกลีบ
ลำแท่งแกร่งค่อยๆ รุกล้ำเข้ามาในตัวทำเอาฉันต้องขมิบเกร็งพร้อมกับจิกไหล่แน่น
“อึ่ก!”
มือแกร่งบังคับบั้นท้ายให้รูดความเป็ชายของเขา แล้วด้วยความใหญ่ของมันทำให้ฉันต้องจิกไหล่กว้างแน่นเพื่อระบายความเสียว
“ฮื้อ!!!”
“อ่าส์~”
ขยับสะโพกขึ้นลงให้เร็วขึ้นตามจังหวะมือ ก่อนไม่นานน้ำในตัวจะเริ่มค่อยไหลซึมออกมาทีละนิด
“อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! อ๊ะ! น-หนู…ไม่ไหว แล้วอร๊าย!!!”
จู่ๆ สะโพกแกร่งก็ตอกสวนขึ้นมาจนสุดทำเอาน้ำในตัวไหลทะลักออกมาจนเปรอะเปื้อนขา “อึก!”
แต่เหมือนอีกคนจะไม่ยอมให้ฉันได้พัก พี่ธินใช้มือแกร่งบังคับบั้นท้ายฉันอีกครั้งให้บดกับแท่งความเป็ชายของเขา
ด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่านทำให้ฉันไม่มีทางเลือกนอกจากปล่อยไปอารมณ์ที่เขาอยากให้ทำ
บดสะโพกพร้อมขยับรูดแก่นกายปล่อยให้น้ำในตัวไหลซึมออกมาจนเหนียวเหนอะหนะ ริมฝีปากร้อนเลียยอดอกกระตุ้นให้อารมณ์พลุ่งพล่านมากกว่าเดิมจนทนไม่ไหวก่อนจะเร่งจังหวะสะโพกเพื่อระบายความเสียวให้ได้มากที่สุด
“อ่าส์! อ่าส์! อ่าส์! อ่าส์! ซี๊ด~”
น้ำในตัวไหลทะลักออกมาไม่รู้กี่รอบก่อนพี่ธินจะจับบั้นท้ายฉันให้ยกออกพร้อมกับจับตัวฉันพลิกให้นอนราบกับโซฟา
จุ๊บ!
“จากนี้พี่ไม่เกรงใจแล้วนะ”
“อึก!”
พูดจบพี่ธินก็จัดการสอดใส่เข้ามาอีกรอบพร้อมกับกระหน่ำกระแทกเข้ามาลึกจนฉันต้องจิกหลังเข้าเพื่อระบายความเสียว
“อ๊าส์!!!!”
พี่ธินประกบปากสอดลิ้นร้อนเข้ามาสำรวจก่อนจะผละออกแล้วใช้มือสอดเข้าใต้ขายกพาดกับไหล่กว้างทำให้ยิ่งเสียวมากกว่าเดิม
“อร๊าย!!!!”
สะโพกแกร่งกระหน่ำกระแทกเข้ามาไม่ยั้งจนแก่นกายดันมาจนสุดขอบ ความเสียวซ่านทวีคูนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนน้ำในตัวไหลทะลักออกมาไม่ขาดสาย
“อ่าส์!!”
“อึ่ก!”
ััที่หน้าผากเบาๆ พร้อมกับเกลี่ยเส้นผมที่บดบังใบหน้าออกให้ “หวานอย่างที่ไอ้โฟลทมันพูดจริง ๆ ด้วยแฮะ” เสียงทุ้มพึมพำติดหัวเราะเบา ๆ “แล้วดูท่าพี่จะติดรสหวานนี้เข้าให้แล้วสิ”
ฉันรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอย่างเขินจัด ใจเต้นแรงจนกลัวเขาจะได้ยิน รอยยิ้มขี้เล่นของเขาไม่เข้ากับภาพลักษณ์อบอุ่นใจดีเลยสักนิด ใครจะไปคิดว่าพี่ธินจะมีมุมแบบนี้ หรือฉันไว้ใจผิดกันแน่นะ คิดว่าเขาจะต่างจากรุ่นพี่คนอื่น
“พี่ธินคนทะลึ่ง!” ฉันว่าเสียงแหลมก่อนจะฟาดมือลงบนอกแกร่งนั่นเบา ๆ
เขาหัวเราะในลำคอ “อย่าบอกนะ ว่าเมื่อก่อนคิดว่าพี่เป็คนดีแบบขาวสะอาดอะไรเทือกนั้นน่ะ”
ฉันทำปากยู่ ก่อนจะพยักหน้ารับแบบเสียไม่ได้ “หึ เด็กน้อย...” เขาว่าพลางใช้นิ้วจิ้มแก้มเบา ๆ “ถ้าเทียบกับเพื่อนพี่นะ พี่ก็ขาวสะอาดที่สุดแล้วล่ะ แต่ถ้าเทียบกับพระ พี่ยังมี ‘รอยเปื้อน’ อยู่เยอะเลย”
ประโยคคำพูดของเขาทำเอาใจของฉันก็กระตุกจนแทบหยุดเต้น ดูทรงฉันจะคิดผิดอย่างมหันต์แล้วล่ะ ที่ไปคิดว่าพี่ธินเป็คนดี
สรุปก็ทะลึ่งกันทั้งหมดนั่นแหละ!!!