แปดโมงเช้าวันเสาร์ต้นเดือนมกราคม แม้แสงแดดจัดจ้าเกินกว่าจะยังอยู่ใน่ฤดูหนาวหากลมทุ่งที่พัดเอื่อย ๆอยู่ตลอดเวลากลับทำให้อากาศกำลังเย็นสบายได้อย่างไม่น่าเชื่อ เสียงรถที่แล่นมาจอดหน้าบ้านขณะมัทรีกำลังเตรียมอาหารอยู่ในครัว ส่งผลให้หญิงสาวหยุดมือที่กำลังเด็ดใบโหระพาก่อนจะชะเง้อมองเพื่อพบว่ารถคันนั้นเป็ของผู้ชายที่แยกจากกันในตลาดนัดเมื่อเย็นวาน
“มาแต่เช้าเลยนะผู้กอง”หญิงสาวเดินออกมาเปิดประตูทั้งยังสวมผ้ากันเปื้อนเธอมัวสนใจกับการปิดประตูจึงไม่เห็นว่าผู้กองหนุ่มมองมาด้วยสายตาชนิดไหน
“มัทไม่ได้บอกว่าให้มาตอนไหน”เขายังเรียกเธอด้วยชื่อเล่นจนหญิงสาวอยากขัด แต่รู้ว่าถึงจะห้ามไปก็ไม่มีประโยชน์เพราะคนเรียกคงตั้งใจเรียกอย่างนั้นอยู่แล้วจึงทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นไปเสีย
“แหนะ...ความผิดของฉันเหรอคะ” หญิงสาวถามยิ้ม ๆ เป็ความตั้งใจของเธอเองที่ไม่ได้นัดหมายเื่เวลาไม่รอให้ชายหนุ่มตอบ เธอก็คิดว่าเขาคงไม่ตอบจึงถามต่อ
“ผู้กองกินอะไรมาหรือยัง”
“ดื่มกาแฟไปแก้วหนึ่งครับตั้งใจจะมาฝากท้องที่นี่แหละ”
“นี่มันจะเอาเปรียบกันเกินไปไหมคะ”ถ้าเทียบกับเงินที่เขาจ่ายแทนให้เมื่อวานแทบจะเทียบกันไม่ได้
“เรียกว่าขอความกรุณาจะถูกกว่าครับ”เทพทัตทำหน้าละห้อยเรียกความสงสาร แต่หญิงสาวกลับหมั่นไส้เขามากกว่า
หญิงสาวเดินนำเขาเข้าบ้านพาผ่านห้องรับแขกเข้าไปด้านในเมื่อชายหนุ่มมาดีมัทรีก็เลยไม่คิดจะหาเื่มาทะเลาะเขาอีก
“นั่งรอตรงนี้ก่อนนะคะ”หญิงสาวบอกให้ชายหนุ่มนั่งที่โต๊ะกินข้าวขนาดสี่ที่ใกล้ครัวของเธอ
“ฉันมีหมูทอดกระเทียมกับไข่พะโล้ผู้กองถนัดข้าวสวยหรือข้าวเหนียว” ไม่ทันให้ชายหนุ่มตอบเธอก็ชิงตัดสินใจเอง“อันหลังดีไหมคะ เดี๋ยวคุณต้องใช้แรงงานเยอะเลย”
“ข้าวสวยดีกว่าครับ”
ไม่นานข้าวสวยร้อนๆ กับอาหารสองอย่างก็ถูกยกมาบริการ เทพทัตตักเข้าปากคำแรกแล้ววางช้อนเหลือบขึ้นตามองหญิงสาวที่ยังยืนลุ้นอยู่ตรงข้าม
“มันไม่ได้เื่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ชายหนุ่มทำหน้าเหยเกก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา
“อร่อยครับอร่อยกว่าที่ผมเคยกินหน้าโรงพักเสียอีก” เทพทัตตอบแล้วตักอาหารเข้าปากอีกหลายคำเหมือนจะเอาใจ
“ถ้าคนทำมาได้ยินเข้าเขาคงเสียใจแย่เลยค่ะ”เธอพูดตามความจริง คนทำอาหารต่อให้รสชาติแย่แค่ไหนก็คงยอมรับคำว่าคนอื่นทำอร่อยกว่าไม่ค่อยได้
“ผมจะพยายามไม่วิจารณ์ให้เขาได้ยิน”เขาบอกยิ้ม ๆ ดูจะเจริญอาหารไม่น้อย
“แหมอยู่เป็นะคะผู้กอง” หญิงสาวอดยิ้มไปกับเขาไม่ได้
“มัทจะให้ผมช่วยทำอะไรเหรอ”รับประทานไปได้ครึ่งจานเทพทัตก็ถามถึงเื่ที่ไม่ได้อยู่ในข้อตกลงเมื่อวาน
“เดี๋ยวกองหนุนมาก็รู้เองค่ะแต่ตอนนี้ฉันต้องขอตัวไปเตรียมเสบียงก่อน”
ชายหนุ่มมองคล้ายจะถามว่ายังมีคนอื่นอีกหรือแต่มัทรีชิงเดินหนีเข้าครัวไปก่อน
พอเทพทัตกินเสร็จชายหนุ่มก็ถือจานชามกับแก้วน้ำเดินตามหญิงสาวเข้าไปในครัวเห็นมัทรีกำลังง่วนอยู่กับการหั่นมะเขือ
“ผู้กองวางไว้ตรงนั้นก็ได้ค่ะเรียกฉันไปเก็บก็ได้ไม่น่าถือเข้ามาเองเลย”
“ผมกินผมก็ต้องเก็บสิครับคุณทำให้กินแถมยกไปให้แล้ว ผมทำแค่นี้ไม่ลำบากอะไร แล้วนี่กำลังทำอะไรหรือครับ” เขาวางจานชามสกปรกลงในอ่างล้าง
“จะทำแกงเขียวหวานค่ะพอดีชวนน้อง ๆ ที่โรงเรียนมาช่วยงานก็เลยจะทำกับข้าวเลี้ยงเขา”
“สรุปคือไม่ได้ตั้งใจจะเลี้ยงผมแล้วไข่ต้มของผมล่ะ” ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นมอง ก่อนจะทวงถาม
“ใส่ลงไปในพะโล้แล้วนี่คะแต่ว่าฉันยังไม่ได้ไปตกลงอะไรกับผู้กองเลยนะ” หญิงสาวยังยืนยันคำเดิม
“ให้ผมช่วยอะไรบ้างไหม”
“นั่งรอเถอะค่ะในนี้ไม่ใช่งานของผู้กองเดี๋ยวฉันจัดการเอง”
“แล้วอันไหนล่ะงานของผม”เขาถามยิ้ม ๆ แม้เพิ่งจะรู้ว่าถูกหลอก
“โน่นค่ะงานของผู้กองอยู่ข้างรั้วโน่น”
มัทรีเตรียมจะซ่อมรั้วและรื้อไม้เก่าที่พังแล้วออกรวมทั้งจะปลูกต้นไม้ดอกไม้ริมรั้วด้วย ตอนแรกเธอเปรยกับแววดาวเื่ช่างแต่ฝ่ายนั้นกลับอาสาจะหาคนมาช่วยทำ
ไม่นานนักแววดาวมากับหมวดเสริมศักดิ์ผู้เป็สามีก็มาถึงพ่วงด้วยลูกศิษย์หญิงสองคนที่เธอไปรับมาจากบ้านตามที่ตกลงกันไว้ว่าจะให้มาช่วยมัทรีแพ็คหนังสือส่งให้ลูกค้าก่อนรถของจ่าถวัลย์ที่บรรทุกไม้สำหรับทำรั้ว วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือช่างและต้นไม้หลายชนิดจะตามมาทีหลังผู้มาใหม่แปลกใจที่เห็นเทพทัตรออยู่ก่อนแล้วก็เลยร้องทัก
“อ้าวผู้กองมาด้วยเหรอครับ”
หนุ่มสาวหันมาสบตากันแล้วผู้กองหนุ่มก็เป็ฝ่ายหัวเราะเก้อ ๆ กับลูกน้อง
“ถ้าไม่มาแล้วจ่าจะเห็นเหรอ”
“มัทหลอกผู้กองมาเองค่ะ”หญิงสาวสารภาพเสียงอ่อย
“รู้ว่าเขาหลอกแต่เต็มใจให้หลอกหรือเปล่าครับ”คนล้อทำหน้าทำตาทะเล้น ขอให้มีช่องพอแง้ม ๆ มีหรือจ่าถวัลย์จะยอมเสียโอกาส
เมื่อทุกคนมาครบก็พร้อมจะลงมือทำงานมัทรียอมสละหมวกหนึ่งใบกับเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวโคร่งของเธอมาให้ชายหนุ่มคนเดียวที่ไม่ได้ตั้งใจมาเป็กรรมกรใส่ส่วนแววดาวก็เกณฑ์นักเรียนของเธอไปอยู่อีกห้องหนึ่ง
“ใส่ได้ไหมคะผู้กอง”มัทรีถาม มองชายหนุ่มที่สวมเสื้อของเธอทับเสื้อยืดคอปกสีน้ำเงินของตัวเองแม้ว่าเสื้อจะตัวใหญ่แต่พอคนสวมเป็ชายหนุ่มมันกลับกระชับตัวของเขาพอดิบพอดี
“พอได้ครับ”เทพทัตก้มลงมองเสื้อที่สวมอยู่บนตัวอย่างพิจารณา
“เสื้อฉันเองค่ะ”ไม่รู้ว่าทำไมพอเห็นสีหน้าของชายหนุ่มแล้ว เธอจะต้องรีบอธิบายให้เขาทราบ
“ผมก็ไม่ได้คิดว่าเป็เสื้อของคนอื่นนะกลิ่นมันฟ้องขนาดนี้”
ไม่ใช่แค่คำพูดเทพทัตยังทำการพิสูจน์ด้วยการจับสาบเสื้อขึ้นมาจรดจมูกแต่สายตาของเขาไม่ได้ละไปจากใบหน้าเนียนใส และเฝ้าดูมันค่อย ๆเปลี่ยนสีไปตามความรู้สึกของเ้าของก่อนจะเผยรอยยิ้มผสมแววตากรุ้มกริ่มด้วยความพอใจ
สีชมพูระเรื่อระบายไปทั่วแก้มของมัทรีโดยไม่อาจหักห้ามได้ยิ่งเห็นสายตาของชายหนุ่มที่มองมาอย่างมีความหมายแล้ว หญิงสาวเลยหันหลังให้เอาดื้อๆ จากนั้นจึงทำเป็เดินเลี่ยงออกมาสมทบกับทีมที่รออยู่หน้าบ้านแต่กลับโดนจ่าถวัลย์แซวซ้ำ
“ริจีบสาวก็ต้องรู้จักอดทนสมัยผมจีบกับเมียใหม่ ๆ นะผู้กอง ต้องไปช่วยเขาทำงานสารพัดส่วนนางนุ้ยมันก็หัวหมอหลอกผมว่าไม่มีคนช่วยล้างจาน หาคนงานไม่ได้ทั้งที่จริง ๆแล้วมันไม่เคยคิดจะจ้างใครเลยต่างหาก” จ่าถวัลย์เดินไปตบไหล่ชายหนุ่มที่เพิ่งเดินตามมาสมทบสองทีเบาๆ ราวกับจะให้กำลังใจกัน
“จ่าก็ว่าไปผู้กองเขาจีบครูหรือเปล่าเถอะ” หมวดแต้มแกล้งว่าด้วยน้ำเสียงจริงจัง หากสีหน้าและแววตานั้นแฝงแววล้อเลียนหยอกเย้า
มัทรีลอบมองชายหนุ่มที่ตกเป็เป้าร่วมกันก็เห็นเทพทัตทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ผละเดินไปหยิบค้อน และกล่องใส่เครื่องมือช่างขึ้นมาถือไว้ คล้ายจะบอกคนอื่นกลาย ๆว่าได้เวลาลงมือทำงานแล้ว
ก่อนที่ตนเองจะเขินจนทำอะไรไม่ถูกมากไปกว่านี้หญิงสาวจึงยุติการยั่วแหย่นั้นเสียเอง
“อย่าจีบมัทเลยค่ะมัทไม่ชอบผู้ชาย”
“อ้าว...”หมวดเสริมศักดิ์กับจ่าถวัลย์ร้องขึ้นพร้อมกัน
ส่วนตัวคนพูดกลับเดินหนีเข้าบ้านดื้อๆ ปล่อยให้ผู้กองหนุ่มเดินอมยิ้มออกไปส่ายหน้ากับต้นหญ้าบนพื้นดินคนไม่ชอบผู้ชายที่ไหนจะอายจนหน้าแดงได้ขนาดนั้นยามถูกลูกผู้ชายแท้ ๆอย่างเขาแกล้งล้อ
พอถึงเวลาพักมัทรีก็เสิร์ฟน้ำกระเจี๊ยบเล่นเอาตำรวจสามคนที่มีความหลังร่วมกันถึงกับมองหน้ากันแล้วหัวเราะร่วน
“มัทชอบดื่มค่ะรสชาติมันเปรี้ยว ๆ หวาน ๆ ดื่มแล้วสดชื่นดีก็เลยบังคับให้คนอื่นดื่มตาม”
“ถ้าโดนสาดวันนั้นนะผมคงสดชื่น...ไปนานเลย” จ่าถวัลย์ลากเสียงยาวตรงคำว่าสดชื่น และเรียกหัวเราะจากคนอื่นได้อีกครั้งผิดกับเ้าของน้ำดื่มที่ก้มหน้าซ่อนความเขินอาย
“ต้องขอโทษคุณมัทจริงๆ สำหรับเื่เข้าใจผิดวันนั้น” หมวดเสริมศักดิ์เป็คนพูดบ้าง
“ไม่เป็ไรค่ะมัทลืมไปแล้ว” เ้าของบ้านบอกพร้อมกับรอยยิ้มจริงใจ
แต่ก็ยังไม่วายโดนผู้กองหนุ่มแอบค่อนในใจทีกับคนอื่นลืมง่าย แต่กับเขาทำไมยังตั้งแง่ได้ตลอดเวลา
นั่งคุยกันไปได้สักพักแววดาวกับเด็กหญิงอีกสองคนที่มาช่วยงานก็ยกสำรับอาหารออกมา
“กินข้าวกันค่ะแกงเขียวหวานถ้าไม่อยากกินกับขนมจีนก็กินกับข้าวได้มัทมีไก่ย่างกับส้มตำให้อีกอย่าง แล้วก็นี่เมี่ยงปลาทับทิมนึ่ง ปกติเป็ปลาเผาหรือปลาทูก็ได้แต่มัทเปลี่ยนเป็เอาไปนึ่งแทน ไม่รู้ว่าพวกผู้ชายจะกินเป็กันไหมเห็นครูแววบอกว่าอยากกินมัทก็เลยทำให้” มัทรีซึ่งทำหน้าที่เป็แม่ครัวใหญ่แจกแจง
“ไหนบอกทำอาหารไม่ค่อยเป็ไง”เทพทัตท้วงยิ้ม ๆ ในมือถือจานขนมจีนแกงเขียวหวานที่พร่องไปแล้วหลายคำเวลานี้ทุกคนปูเสื่อล้อมวงกินข้าวกันง่าย ๆ ที่ระเบียงหน้าบ้านของเธอ
“มัทเขาก็เป็แบบนี้นี่ก็ไม่ค่อยเป็นั่นก็ไม่ค่อยได้ แต่เห็นทำอะไร ๆ ก็ออกมาดีทุกอย่าง” คนตอบแทนคือแววดาวที่เริ่มจะพอรู้จักนิสัยใจคอของมัทรีบ้างแล้ว
“เห็นแววบอกว่าผู้อำนวยการจะจ้างให้สอนประจำด้วยไม่ใช่เหรอครับ”หมวดเสริมศักดิ์ถามหญิงสาวตรง ๆ อย่างจะอยากชวนคุย
“ค่ะถ้าไม่มีงานทางนี้มัทก็คงลองดู” เธอตอบรับ สำหรับมัทรีการได้ลองทำอะไรใหม่ ๆถือว่าเป็ประสบการณ์ที่มีค่าเสมอ
“ยังมีคนมาแสดงความเห็นแย่ๆ เหมือนเดิมอีกไหมมัท” แววดาวหมายถึงเื่ที่มีคนมาแสดงความคิดเห็นว่าฉากเลิฟซีนในนิยายของมัทรีนั้นไม่ได้เื่อ่านแล้วไม่ได้อารมณ์ทั้งที่หญิงสาวพยายามปรับปรุงอย่างไรก็ยังไม่วายถูกค่อนแคะ ยังดีที่เนื้อเื่สนุกน่าติดตามคนอ่านส่วนใหญ่จึงมองข้ามเื่นั้นไป
“ก็ยังมีบ้างค่ะมีใครอยากกินอะไรเป็พิเศษไหมคะ เดี๋ยวเย็นนี้มัทเลี้ยงอีกมื้อหนึ่ง”หญิงสาวเปลี่ยนเื่ กลัวจะถูกบางคนถามว่าเป็ความเห็นเกี่ยวกับอะไรและเธอเองก็รู้สึกอายที่จะตอบแม้ว่าข้อความเ่าั้สร้างความหนักใจให้กับเธอหนักหนาเพราะถ้อยคำที่ใช้นั้นเป็เชิงข่มขู่รุนแรง
“อีกมื้อเลยเหรอครับงั้นผมไม่เกรงใจนะครับ” จ่าถวัลย์เบิกตากว้างแสดงความตื่นเต้นนึกยินดีที่จะได้กินอาหารอร่อย ๆ อีกมื้อหนึ่ง
“ผมว่ามัทตั้งใจจะทำอะไรก็ทำตามนั้นเถอะครับอย่าลำบากเลยพวกผมกินได้อยู่แล้ว”เทพทัตพูดเหมือนจะเอาใจหญิงสาวจนลูกน้องสองคนต้องแอบยิ้มและยื่นมือไปตีเข่ากันเบาๆ
“มัทเกรงใจค่ะนี่มาทำรั้วให้แถมขุดดินปลูกต้นไม้ให้มัทฟรี ๆ เลย”
“เกรงใจอะไรกันครับเสียตังค์ซื้อของมาให้ทำกินอร่อย ๆ จนพุงจะแตกแบบนี้ก็ถือว่าคุ้มกันแล้วละครับ” จ่าถวัลย์ละจากการแทะปีกไก่เงยหน้าขึ้นบอก
“นั่นสิมัทจะมัวเกรงใจกันทำไม วันหลังพี่อาจจะมีอะไรต้องให้มัทช่วยคืนบ้างก็ได้”แววดาวช่วยพูดให้หญิงสาวสบายใจอีกคน
“ยินดีเลยค่ะพี่แวว”มัทรีตอบแต่ดวงตาเหลือบมองคนจ่ายเงินค่าวัตถุดิบในการทำอาหารให้และเห็นว่าเทพทัตเองก็มองมาอย่างคาดโทษ
ยังไม่ถึงห้าโมงเย็นมัทรีก็ได้รั้วใหม่พร้อมต้นไม้ที่ถูกเอาลงดินรดน้ำให้เสร็จสรรพ หญิงสาวทำอาหารมื้อเย็นให้ตามสัญญาแถมเบียร์เย็น ๆ ให้ผู้ใหญ่คนละขวดส่วนเด็ก ๆก็ได้น้ำหวานพร้อมกับค่าแรงไปตามระเบียบ เล่นเอาคนที่มาช่วยงานยิ้มไม่หุบไปตาม ๆกัน
หลังรับประทานอาหารร่วมกันอีกมื้อและนั่งพักผ่อนคุยกันเพื่อรอให้อาหารย่อยจนถึงเวลาอันสมควรแววดาวกับหมวดเสริมศักดิ์ก็ไปส่งลูกศิษย์ที่ไปรับมาช่วยห่อหนังสือ ไม่นานจ่าถวัลย์ก็ขับรถตามออกไปอีกคนทิ้งให้ผู้กองหนุ่มได้อยู่กันหญิงสาวตามลำพัง
“มัทเล่นเอาซะผมหมดแรงเลย”เทพทัตตัดพ้อ ดวงตาพราวระยับด้วยรอยยิ้ม จะว่าไปเขาก็ไม่ได้ลงมือทำงานหนักอย่างนี้มานานแล้วเหมือนกัน
“แค่นี้ก็หมดแรงแล้วจะไปไล่จับผู้ร้ายไหวเหรอคะ”
“อืม...นั่นสินะครับ”
“มัทขอโทษที่หลอกผู้กองมาใช้แรงงานแถมยังให้ออกเงินซื้อของให้อีก”หญิงสาวเคยแทนตัวเองว่ามัทกับคนอื่นมาตลอดเลยเผลอติดมาพูดกับเขาโดยไม่รู้ตัว
“ไม่เป็ไรครับผมเต็มใจ” ชายหนุ่มนึกถึงคำพูดของจ่าถวัลย์ ไม่รู้ว่าเขาทำแบบนั้นไปทำไมเหมือนกัน
“มัทขอบคุณจริงๆ ค่ะ” มัทรียกมือไหว้เขาไม่ได้คำนึงถึงความอ่อนแก่ของวัยจนเทพทัตยกมือขึ้นรับไหว้แทบไม่ทัน
“นี่มัทมืออ่อนเป็ปกติหรือว่าคิดว่าผมแก่กันแน่”ชายหนุ่มถามยิ้ม ๆ รู้สึกว่าวันนี้เขาจะยิ้มบ่อยเกินไปแล้ว
“อุ๊ย!มัทไม่ได้คิดแบบนั้นค่ะ” เธอตอบแล้วเหลือบมองนาฬิกาบนผนัง
เห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงขยับตัวตาม
“เห็นทีผมคงต้องกลับแล้วใช่ไหมครับ”
“มืดแล้วนะคะมัทไม่อยากเป็ขี้ปากชาวบ้านแถวนี้” จริง ๆ หญิงสาวก็ไม่ได้สนใจเท่าไรแม้จะเหลือบไปเห็นใครบางคนเดินผ่านแนวรั้วหน้าบ้านไปถึงสองครั้งแล้วก็ตาม
“กลับเสียทีก็ดีเหมือนกันขืนอยู่นานไปผมได้หลับตรงนี้แน่”
เทพทัตลุกขึ้นยืนด้วยท่าทางเกียจคร้านเขาบิดตัวเพื่อไล่ความเมื่อยขบที่ต้องนั่งกับพื้นนาน ๆ
จากนั้นมัทรีจึงเดินตามไปส่งเขาที่รถ
“ขับรถดีๆ นะคะผู้กอง”
“ครับฝันดีนะครับมัท”
เธอมองดูรถของเขาเคลื่อนจากไปจนเห็นแค่ไฟท้ายอยู่ลิบๆ มัทรีปิดประตูบ้าน นานแค่ไหนแล้วนะ... ที่ไม่มีชายหนุ่มพูดคำนี้กับเธอ และแค่คำว่าฝันดีของเขาหญิงสาวก็ยังปล่อยให้มันวนเวียนอยู่ในหัวโดยไม่มีทางกำจัดออกไปได้เลย