เสียงโหวกเหวกโวยวายดังสนั่นบนห้องนอน เหล่าวัยรุ่นเืร้อนแย่งกับเล่นเกมส์เหมือนกับเด็กประถม ทั้งๆที่อีกไม่นานทุกคนก็จะเรียนจบมหาลัยกันแล้ว ทุกๆ่ปิดเทอมเหล่าเพื่อนสนิทมักจะมารวมตัวกันเพื่อนสังสรรค์ตามประสาวัยรุ่นทั่วไป แต่สำหรับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งที่สวมแว่นตาหนาใหญ่กลับไม่ชอบความวุ่นวายเช่นนี้เลย
“มึงจะแย่งกันเล่นทำไมวะ โตเป็ควายกันหมดแล้ว”
เขตต์ะโบอกเพื่อน...
ในห้องนอนเล็กๆแออัดไปด้วยชายกลัดมันประมาณแปดคน ต่างคนก็ต่างมหาลัยกันทั้งนั้น พอกลับมารวมตัวกัน่ปิดเทอมนิสัยแย่งกันเล่นเกมก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยน มันเป็แบบนี้ั้แ่เรียนมัธยมแล้ว ทั้งๆที่อีกไม่กี่เดือนแต่ละคนก็จะเป็ผู้ใหญ่ แต่ไม่รู้ทำไมถึงได้ทำตัวเหลวแหลกไม่คิดถึงอนาคตก็ไม่รู้
“มึงก็ยังทำตัวเป็พ่อกูเหมือนเดิมเลยนะไอ้เขตต์ บ่นอยู่นั่นแหละ”
เก่งหันมาบอก...
แม้จะเป็เ้าของห้อง แต่เก่งก็ไม่เคยได้แตะจอยเกมของตัวเองสักที เพื่อนๆแต่ละคนมัวแต่ผลัดก็แย่งชิงจนข้าวของในห้องเลอะเทอะไปหมด ถุงเท้าเน่าๆและซองขนมปนเปอยู่ข้างกัน ขวดเบียร์และก้นบุหรี่สองสามมวนบ่งบอกได้ชัดว่ากลุ่มเพื่อนแก๊งค์นี้ไม่ค่อยสู้ดีเื่การเรียนเท่าไหร่นัก
“แล้วมึงไม่เกรงใจพ่อมึงหรอวะไอ้เก่ง”
“มึงมาบ้านกูเป็สิบปี เห็นพ่อกูขึ้นมาโวยวายมั้ยล่ะ”
“ที่ลุงกิตไม่โวยวาย ไม่ใช่ว่าแกพอใจสักหน่อย”
“มึงเลิกบ่นได้แล้วไอ้เขตต์ ว่างมากก็ไปช่วยพ่อกูทำสวนนู่น”
เก่งเอาตีนแหย่เพื่อนสนิทตัวเอง เมื่อเขตต์โดนเช่นนั้นก็เอื้อมมือไปตบหัวก่อนที่เตียงนอนทั้งเตียงจะกระเด้งกระดอนไปมาจากการหยอกล้อ เขตต์และเก่งสนิทกันมากกว่าใครๆ เนื่องจากบ้านของทั้งคู่ไม่ได้ห่างไกลหลายกิโลเลยทำให้เดินทางหากันได้สะดวก
“แม่ง กูลงไปข้างล่างล่ะ เหม็นตีนไอ้พวกนี้ฉิบหาย”
“โถ พ่อคนสะอาด”
เพื่อนๆที่นั่งเล่นเกมส์อยู่ด้านล่างหันมาแซวเขตต์
จะว่าเป็เขาก็เป็คนสะอาดสะอ้านจริงๆ มิหนำซ้ำเื่การเรียนยังดีเด่นกว่าเพื่อนทุกคนอีกด้วย เขตต์เรียนนิเทศศาสตร์อยู่ในมหาลัยอันดับต้นๆของประเทศ ส่วนคนอื่นๆก็ถูๆไถๆไปตามยถากรรม ใบหน้าหล่อเหลาของเขานั้นทำให้โด่งดังจนได้กลายเป็เดือนคณะเลยทีเดียว
ยิ่งเล่นบาสมาั้แ่เด็กๆ มันก็ยิ่งทำให้เขตต์ตัวสูงมากกว่าเพื่อนในกลุ่ม ส่วนแว่นตากรอบหนาที่สวมใส่ก็ยิ่งทำให้เขาสุขุมดูเป็ผู้ใหญ่มากขึ้นไปอีก
“มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ….ลุงกิต”
ชายหนุ่มเอ่ยถามพ่อเพื่อนที่กำลังก้มหน้าก้มตาอยู่ในสวนหลังบ้าน
เมื่อกิตได้ยินเสียงนุ่มลึกอันคุ้นเคย เขาจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาฉีกยิ้มทักทาย ร่างกายของชายวัยสี่สิบกว่าปีบึกบึนล่ำสันไปด้วยมัดกล้ามกำยำกว่าคนทั่วไป ลุงกิตเคยเป็นักกีฬาเพาะกาย แถมตอนนี้ยังเป็เทรนเนอร์สอนฟิตเนสอีกด้วย
ใบหน้าของชายวัยกลางคนไม่ได้ถือว่าหล่อเหลาตามรสนิยมสมัยปัจจุบัน แต่คิ้วดกหนาและสันกรามนูนเด่นกลับทำให้ลุงกิตดูคมเข้มเหมือนกับดาราไทยสมัยโบราณ แม้หน้าตาจะบ้านๆตามอายุวัยพ่อ แต่สัดส่วนบนผิวกายแทนเข้มกลับเป็สิ่งทำให้เขตต์ต้องมองหาทุกครั้งเมื่อเขาเข้ามาในบ้านหลังนี้!