กรรรรน!...
คลื่นลมแตกกระจายออร่าสีดำคล้ายหมอกที่ห่อหุ้มร่างของราชสีปราณลอยคลุกกลุ่นไปทั่วบริเวณจนอากาศสั่นสะเทือน ร่างของมันคล้ายสิงโตตามตัวมีเกล็ดสีเงินวาววับตาแดงฉานบนหัวมีเขาสีดำยาวโค้งด้านหลังปรากฎปีกคล้ายนกอินทรีสีเงินหางคล้ายกลับงู
เมื่อจ้องมองดูร่างของมันดีๆศิลาก็พบว่ามันคือสัตว์ในตำนานคิเมร่า
ยามเมื่อเท้าของมันแตะถึงพื้น
ทั่วทั้งหอคอยสั่นสะเทือนด้วยพลังฤทธามหาศาลจิตสังหารแรงกดดันพวยพุ่งตลบไปทั่วห้อง
คลื่นพลังปราณสีม่วงของศิลาเข้าปะทะกับคลื่นพลังปราณสีดำในอากาศเกิดเสียงดังอื้ออึงคล้ายอากาศฉีก แต่คลื่นพลังปราณของศิลาพลันแตกหายด้วยระดับปราณพื้นฐานระดับยังต่ำ
ศิลายืนโคจรพลังปราณถึงขีดสุดนัยน์ดาดุร้ายฉายแสงสีน้ำเงินเข้มสองมือกระชับดาบและกริชอย่างมั่นคง
ร่างของราชสีปราณหรือคิเมร่าห่อหุ่มไอหมอกสีดำตรงหน้าของศิลาทำให้เขาเกิดความรู้สึกอยากจะได้มันมาไว้ในกองทัพเสียเหลือเกิน ทั้งปีกหน้าตาคมเขี้ยวของมันทั้งสง่างามดุร้ายล้ำลึกร่างสูงใหญ่สองเมตรพร้อมกับหางที่คล้ายกับงูสะบัดไปมาสามารถทำให้ผู้พบเห็นหัวใจวายตายได้
กรรรร!....
มันส่งเสียงคำรามดุร้ายออกมาอย่างเกรี้ยวกราดคล้ายประกาศแสนยานุภาพให้ศิลาไดประจักษ์ ทว่าศิลาเองก็ไม่รอให้กรงเล็บอุ้งมือสุดแหลมคมพุ่งมาฉีกกระชากร่างเขาง่ายๆ
ร่างของศิลาพุ่งทะยานหายไปจากสายตาของราชสีปราณในพริบตา
วินาทีต่อมาศิลาพลันร่นระยะเข้าประชิดใต้ท้องของมันในจุดอับสายตา พร้อมกลับโหยหาร่ำไห้แฝงสำนึกปราณอันเข้มข้นถูกฟันจากด้านล่างขึ้นด้านบนอย่างดุร้ายเสียงคมดาบแหวกอากาศสะท้านไปทั่วห้อง
ออร่าปราณห่อหุ่มดาบเกิดเสียงวูบบบ
เปร้ง..เปร้ง..เปร้ง...ตูม...
เกิดเสียงคล้ายฟ้าฝ่าดังถี่ยิบพร้อมกับศิลาหมุนตัวไปมาดาบในมือขวาสลับฟาดฟันไปมากลับกริชในมือซ้ายฟันใส่ใต้ท้องของราชสีปราณนับร้อยคมดาบจนเกิดเป็นสระเกล็ดแสงสีม่วงและดำแตกกระจายไปมาพร้อมกับร่างของราชสีปราณที่ลอยขึ้นไปตามแรงดาบของศิลา
ร่างของมันกระตุกหลังโก่งล้อยสูงขึ้นไปเลื่อยๆขาทั้งสี่ห้อยตกอย่างช่วยไม่ได้ ศิลายังคงตวัดดาบพร้อมกับหมุนตัวเป็นเกรียวตามขึ้นไปฟันใส่ไม่ยั้งทักการโจมตีแฝงไปด้วยสำนึกพลังปราณ
ตูม....
ดาบสุดท้ายทั้งกริชและดาบถูกฟันออกจากด้านขวาวาดไปด้านซ้ายสองคมดาบฟันใส่อย่างสุดแรงจนร่างของมันลอยติดผนังห้องด้านบนด้วยความรุนแรงราวฟ้าถล่มแต่ทว่าเพดานห้องกลับไร้ลอยขีดขวนเช่นเดียวกับร่างของราชสีปรานทำเอาศิลาต้องนิ่งอึ่งไปสักพัก
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ปราณพื้นฐานระดับ7...9..10...13...20...22”
เสียงจากระบบดังขึ้น ศิลายังคงจับจ้องร่างของราชสีที่โบกสะบัดปีกไปมาในอากาศอย่างสบายใจสิ่งเดียวที่เขาคิดได้คือการโจมตีด้วยปราณของเขานั้นถูกหักล้างด้วยพลังปราณของมันที่มากกว่า ขืนจะใช้พลังธาตุพลังเวทต์โจมตีไปมันก็ใช้พลังปราณต้านรับไว้ได้เพราะพลังปราณจัดอยู่ในพลังพิเศษ
วูบ....
ศิลาถึงกับเบิกต้ากว้างร่างของราชสีปราณกระพือปีกครั้งเดียวประชิดเขาจากทางด้ายหลังทำเอาศิลาสะท้านวาบไปทั่วร่างก่อนจะหมุนตัวพร้อมกับยกดาบและกริชขึ้นมาป้องกัน
ตูม....
กรงเล็บขวาของมันซัดใส่ร่างศิลาในนะยะหนึ่งวา ด้วยความรุนแรงราวขุนเขาจนเกิดเสียงระเบิดดังสนั่นห้องสะเทือนอย่างวิปลาศถึงขีดสุดวิปโยคอย่างสุดขีด
อ๊าก....
ตูม...
ร่างของศิลาลอยชนกำแพงห้องด้วยความรุนแรงจนกระดูกของเขาหักแตกแทบทั่วร่าง
อ๊าก...อ๊าก...
ศิลาทรุดร่างลงกำพื้นพร้อมกระอักเลือดออกมาไม่หยุดจนพื้นบริเวณนั้นเต็มไปด้วยเลือดกองโตทั้งน้ำยาฟื้นพลังชีวิตและลมปราณกำลังเร่งฟื้นฟูร่างของศิลา
ต่อมาร่างของคิเมร่าราชสีประชิดตัวศิลาในพริบตาโดยไร้อุปสรรค อุ่งเท้าขวาเผยกรงเล็บยาวคมประดุจใบดาบตระปบจากบนลงร่างใส่ศิลาอย่างดุร้ายเสียงแหวกอากาศดังหวีดหวิวคล้ายเสียงมรณะกาลที่มาเยือน
เปร้ง.....
ศิลายกคมดาบทั้งสองฟันส่วนจากร่างขึ้นบนรับการโจมตีซึ่งๆหน้าจนเกิดคลื่นพลังปราณแตกกระจายออกนับร้อยสาย แต่ทว่าราชสีปราณบิดตัวพร้อมกับหางที่แฝงไปด้วยพลังปราณสำนึกแห่งปราณโจมตีใส่ศิลาอย่างเฉียบคม
เปร้ง......
อ๊าก....
ร่างของศิลาลอยเคว้งในอากาศพร้อมกับเลือดที่กระอักออกมาเป็นสายฝนสาดกระจายตามทางที่ศิลาลอยผ่าน
หวืดดด!
เสียงกรงเล็บผ่าอากาศดังขึ้นในระยะหนึ่งวาพร้อมปรากฎร่างราชสีปราณดวงตาแดงฉาน กรงเล็บแหลมคมยกขึ้นเหนือหัวฟันใส่ร่างศิลาด้วยสำนึกอันดุร้ายและพลังปราณอันเปี่ยมล้น
เปร้ง....ตูม
ศิลาเองก็ใช้สิ้นไร้ไม้ตรอกหรือคนไร้ฝีมือยก ร่ำไห้แฝงสำนึกดาบเฉียบคมฟันใส่กรงเล็บอย่างจังจนเกิดเป็นขุมพลังต้านปะทะกันกลางอากาศก่อนจะระเบิดส่งเสียงสนั่นคลื่นลม
วิปลาศร่างศิลาตกลงพื้นอย่างช่วยไม่ได้
ราชสีปราณเองก็ไม่ได้ดีไปกว่ากันร่างของมันพุ่งติดกำแพงเพดานห้องส่งเสียงปึกหนักแน่นดังสนั่นแสดงถึงความแรงของขุมพลังที่ระเบิดออก
คนอย่างศิลาไม่ยอมให้อีกฝ่ายยำอยู่ฝ่ายเดียวเขารีบดีดร่างลุกยืนพร้อมกับพุ่งปราดเข้าหาราชสีปราณที่ร่างพึ่งตกลงพื้นเบื้องหน้า
มือขวาของศิลากระชับร่ำไห้แน่นพร้อมกับดาบร่ำไห้สั่นละลิก ศิลาหมุนควงดาบเป็นวงกลมแทงออกแหวกอากาศแฝงด้วยพลังปราณจนก่อเกิดเป็นคลื่นพายุปราณสุดแหลมคมนับร้อยสายพุ่งโจมตีราชสีปราณอย่างบ้าบิ่น
ราชสีปราณเองก็ไม่ยิ่งย่อนไปกว่ากันสะบัดปีกพร้อมปรากฎคลื่นปราณสีดำดุจเสาร์น้ำแข็งแหลมคมเข้าปะทะต้านทานไว้อย่างทันท่วงที
ตูม...ตูม..ตูม...
เสียงระเบิดดังถี่ยิบพร้อมกับแสงสีม่วงสีดำสว่างไปมา
ทว่าเพลงดาบของศิลายังไม่สิ้นฤทธิ์เพียงเท่านั้น ศิลาสืบเท้าวูบวาวร้นระยะเข้าหาร่างราชสีปราณในระยะหนึ่งวากริชในมือซ้ายฟันใส่ด้านลำตัวขวาคมกริชแหวกอากาศถูกฟันออก
ด้วยทักษะทวิภาวะ
แฝงพลังปราณและพลังจิตสีทองเกิดเป็นเงาดาบสามสิบสายพุ่งฟาดฟันฉีกกระชากร่างของราชสีปราณอย่างเฉียบคม
เปร้ง...เปร้ง...เปร้ง...
เกิดเสียงคล้ายฟ้าผ่าดังติดกันถึงสามสิบครั้ง
แว๊ก....
มันส่งเสียงร้องออกมาครั้งแรกพร้อมกับกรงเล็บที่กดลงกับพื้นต้านแรงคมดาบไม่ให้ร่างของมันไถลไปตามวิถีดาบแต่ด้วยความแรงทำให้ร่างของมันไถลไปแล้วหยุดงะงักเมื่อคมดาบปะทะร่างมันก็ไถลไปแล้วหยุดเป็นแบบนี้วนไปถึงสามสิบครั้ง
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับทักษะวิชาทวิภาวะระดับSS”
ซึ่งการโจมตีเมื่อครู่ที่ศิลาเอาพลังปราณและจิตที่ขัดแย้งกันมาผสมผสานกันนั้นเขาพึ่งคิดได้สดๆ เมื่อมันย้อนแย้งขัดแย้งกันทำให้อนุภาพของมันยิ่งเพิ่มทวีคูณ
เหตุที่ศิลาคิดได้นั้นคงบอกได้อย่างเดียวว่ามาจากประสบการณ์และการผจญภัยแบบท้านรกของเขาและยามนี้ประสบการณ์เหล่านั้นมันได้ชักนำศิลาก้าวข้ามไปสู่สภาวะที่เหลื่อมล้ำ
วืด...วืด...วืด..
ศิลาสืบเท้าไปมาจ้องเขม้งที่ร่างของราชสีปราณแต่ว่าไม่ใช่เพียงเท่านั้นสัญชาตญาณประสบการณ์ได้บอกให้ศิลาเปลี่ยนวิธีการหายใจ
จากนั้นศิลาจึงค่อยๆผสานจิตเขากับลมหายใจปรับจังหวะของการหายใจให้เข้ากับจังหวะการเต้นของหัวใจกำหนดลมหายใจเขาออก
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ลมจิตผสานกาย” เมื่อใช้
สกิลนี้โจมตีควบคู่ไปกับพลังปราณพลังจิตจะทำให้พลังโจมตีเพิ่มขึ้น50%
ศิลาปร่ายตาไปอ่านคร่าวๆพร้อมกับร่างของราชสีปราณรุกขึ้นยืนเผยให้เห็นเกล็ดที่สีดำตกกราวลงกองกับพื้นทำให้เห็นเนื้อสีน้ำตาลแบบสิงโตของมัน ศิลารับรู้ได้ทันทีว่าเขาต้องโจมตีซ้ำจุดเดิม ดังนั้นเขาจึงเปิดใช้สกิลของร่ำไห้เจาะทะลุเจาะเกาะ
กรรรร!
มันร้องคำรามลั่นด้วยความโมโหถึงขีดสุด
ศิลาเองก็ดวงตาเข้มเฉียบคมบาดลึกรังสีฆ่าฟันจิตสังหารแผ่พุ่งทะลักออกมาทั่วร่างผสมไปกับพลังปราณอย่างลึกล้ำเกินบรรยาย
ศิลาสืบเท้าเดินเข้าหามันอย่างเชื้องช้าแต่กลับรวดเร็วอย่างพิศดารการเคลื่อนไหวของศิลาพลันบรรลุไปถึงอีกระดับ
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับทักษะพิเศษที่ไม่มีในสารระบบกรุณาตั้งชื่อค่ะ”
“ก้าววรุณ!
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับทักษะพิเศษก้าววรุณระดับ1...3...10..20”
ท้วงท่าก้าวเดินของศิลาดูแผ่วเผินดูสามัญธรามดายิ่ง แต่กลับแฝ่งไว้ด้วยความรวดเร็วลึกล้ำแยบยลถึงขีดสุดทั้งดูเลื่อนลอย คล้อยเคลื่อน
เลื่อนรางแต่กลับเปลี่ยนแปลงไม่
สิ้นสุด
พร้อมให้ความสัมผัสหนักหน่วงกดทับลงมาอย่างบอกไม่ถูก
เปร้ง...เปร้ง...เปร้ง...
ไม่ถึงเสี้ยววินาทีศิลาพลันถึงตัวราชสีปราณอย่างหน้าประหลาดทั้งรังสีฆ่าฟันรังสีอัมหิตไม่ปรากฎให้มันสัมผัสได้สักเล็กน้อย ร่ำไห้โหยหาฟันใส่สามดาบติดด้วยเคล็ดวิชาทวิภาวะแฝงสำนึกปราณและจิตจนพลังทำลายของมันเหลือคนา
แว๊ก....ฉ๊วะ...ฉ๊วะ..
ราชสีปราณร้องคำรามออกมาอย่างโหยหวนพร้อมกับดาบสุดท้ายของศิลาที่ฟันสะบั่นคอของมันขาดกระจุยส่งเลือดสีแดงสดไหลนองพื้นไปทั้วบริเวณ
ความเงียบมาเยือนอีกครั้งพร้อมกับแววตาของศิลาที่จ้องมองร่างของมันอย่างพินิจน์ปนสงสัย
“งานหยาบแล้วสิเลเวลไม่อัพค่าประสบการณ์ไม่เพิ่มสักหน่วย ไอ้ตัวนี้มันเป็นสัตว์อสูรจำแลงอีกแล้วหรอ”
ครืนนนน!
ศิลาเอ่ยขึ้นกับตัวเองพร้อมกับประตูบานยักษ์เลื่อนเปิดต้อนรับศิลาเข้าสู่ปากทางบันไดไปสู่นรก
ตึก...ตึก...ตึก...
เสียงฝีเท้าของศิลาก้าวเดินอย่างมั่นคงบนบันไดเหยียดยาวชั้นสูงขึ้นไปทางเดินแคบเพียงสิบวาตามผนังมีผลึกธาตุหลากสีส่องประกายแต่ทว่าศิลาเองไม่มีเวลามาสนใจในความงามเขาต้องเร่งรีบผ่านภารกิจเวทมนต์โดยเร็วพลัน
“สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิ
เมอร์ซาส ปรากฎตัวระดับ180”
เสียงจากระบบดังขึ้นพร้อมกับศิลาที่ขึ้นมาถึงชั้นสองเผยให้เห็นป่าไม้รกทึบสูงติดเพดานหญ้าทิวสนสีแดงสีส้มสลับตัดไปมาอย่างกลมกลืม ท่ามกลางทุ่งทิวสนป่าไม้ใหญ่เผยให้เห็นร่างบุรุษชุดเกราะสีดำลายสายฟ้ามีหัวมังกรติดที่ไหล่ทั้งสองข้างในมือถือหอกสีส้มสายฟ้ามีผลึกธาตุสีส้มติดตามด้ามหอกที่ยาวหนึ่งเมตร บุรุษหน้าตาคมชุดเกราะยืดยาวปิดครึ่งหน้าดวงตาดุร้ายแบบปักษาชาติจ้องมองศิลาแผ่จิตสังหารไปทั่วบริเวณ
ย๊าก....เคร้ง
ศิลาไม่รอช้าโถมร่างสุดตัวเข้าประชิดร่างของเมอร์ซาส คมดาบสีแดงคมกริชสีส้มวูบวาบขึ้นแบบไม่มีวี่แววฟันออกถึงสามสิบครั้งติดส่งคมดาบแดงส่งคลื่นปราณสีม่วงแหลมคม
คมกริชส้มส่งคลื่นพลังธาตุไฟสีแดงฉานก่อกำเนิดคลื่นแหลมคมนับพันสายรูปจันทร์เสี้ยวพุ่งเข้าใส่สัตว์อสูรระดับจักรพรรดิตรงหน้า
เมอร์ซาส ดีดตัวตีลังกาหลังพร้อมกับตมหอกสีส้มแทงออกใส่อากาศปราดส่งคลื่นพลังสีส้มรูปพญาปักษาอัสนีบาตสีส้มพุ่งทะยานแหวกอากาศส่งเสียงเป๊ะปร๊ะ ก่อนจะปะทะเข้ากับคลื่นพลังของศิลาจนเกิดการระเบิดสนั่นจนผนังรอบห้องถึงกับร้าว
คลื่นพลังแตกกระจายส่งสระเกล็ดไฟแผ่ไปทั่วทำให้เกิดเป็นทะเลเพลิงในพริบตา
ท่ามกลางทะเลเพลิงปรากฎร่างของศิลาและเมอร์ซาสที่ยืนประจันหน้าหากันอย่างไม่วางตา
ย๊ากกก....
เมอร์ซาสคำรามลั่นพร้อมประจุสายฟ้าแล่นแปร๊บปร๊าบไปทั่วหอกสีส้มเกิดเป็นออร่าสายฟ้ารูปหอกยักษ์สีส้มสดสาดสายฟ้าซัดกระจายออกมาอย่างบ้าคลั่งจากนั้นก็ฟันจากบนลงร่างใส่ศิลาทันที
-ก้าววรุณ
-เพลงดาบสะบั่นศิลา
-ศิวนาศราช
จบคำพูดของศิลาพลันปรากฎเกรียวพายุศาสตราแฝงพลังธาตุลมและสายฟ้าพร้อมเคล็ดวิชาทวิภาวะเกิดเป็นการโจมตีประสานที่แทบจะฉีกฟ้าทำล้ายปัฐภี
ตูม.....ตูม....
ขุมพลังทั้งสองปะทะกันจนผนังห้องพังทลายแสดงถึงความรุนแรงพร้อมกับพื้นที่บริเวณแตกกระจุยต้นไม้ไฟแตกกระจายลอยเคว้งในอากาศ
ทั้งศิลาและเมอร์ซาส ตกลงมาสู้ชั้นหนึ่งพร้อมกับกำแพงห้องของชั้นหนึ่งเองก็แตกเป็นเสี่ยงๆกองเป็นเศษซาก
ศิลาที่กำลังลุกยืนต้องเบิกตามองกว้างไปยังกำแพงห้องของหอคอยชั้นหนึ่งที่แตกเบื้องหนังกำแพงนั้นเผยให้เห็นเงาสิ่งมีชีวิตคล้ายคนกำลังเดินย่ามสามขุมมาอย่างเงียบงัน
ศิลาพลันรู้สึกราวกับถูกท้องฟ้าผืนดินกดทับจากแรงกดดันมหาศาลของผู้มาเยือน แต่กลับสูงส่งอย่างพิลาศล้ำราวกับพลังไม่มีที่สิ้นสุดออร่าศักดิ์สิทธิ์แผ่กระจายกลายเป็นพลังศัธทราอันแรงกล้าจนศิลาสะท้านหนาวสั่นไปทั่วร่าง
“ชักไม่สวยแล้วสิไอ้ศิ เหมือนจะโดนรุมเลยแหะ”
ศิลาเอ่ยด้วยสีหน้าตึงเครียดแบบไม่มีเล่นหรือสนุกเพราะเขาสัมผัสได้ถึงมรณะกาลของตัวเองกำลังจะมาถึง
“ผู้ปกป้องจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติระดับเทพเจ้า เทพีภูติแห่งความมืดปรากฎตัวระดับ270”
“ตายห่าาาาาเวร....มากกว่าที่คิดไว้อีก”