ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 158 งานเลี้ยงสวมหน้ากาก

      

            นางมองดูอีกรอบก่อนจะกลับจวนพร้อมกับชิงหู

             

            ประตูหลังป๋ายซูยืนรออยู่นานแล้ว

             

            ภายใต้การปกปิดของนางหลินเมิ้งหยากลับไปถึงห้องของตนเองอย่างปลอดภัย

             

            บนเตียงป๋ายจีนอนพลิกไปพลิกมา

             

            นายหญิงของนางยังไม่กลับมาเลยดังนั้นจึงรู้สึกกระวนกระวายเพราะกลัวว่าจะถูกพบเข้า

             

            อยู่ ๆเงาดำพลันปรากฏข้างเตียงของนาง

             

            ริมฝีบางปากพยายามสะกดเสียงร้องของตนเองเอาไว้ยื่นมือขาวออกไปแหวกผ้าออกดู

             

            ได้เห็นรองเท้าลายดอกโบตั๋นที่คุ้นเคยดังนั้นจึงรู้สึกสบายใจ

             

            “นายหญิงอย่าล้อข้าเล่นอย่างนี้สิเจ้าคะ ข้าตกใจแทบตาย”

             

            เปิดผ้าห่มออกก่อนจะได้เห็นหลินเมิ้งหยาที่กำลังยืนยิ้มภายใต้ผ้าคลุมสีแดง

             

            “ข้าก็แค่แกล้งเล่นเท่านั้นต่อจากนี้ไปเจ้าต้องระวังให้มากหน่อยนะพี่ป๋ายจี”

             

            นางใช้สายตาตำหนิมองทางหลินเมิ้งหยาก่อนจะหลุดขำพรืดออกมา

             

            เมื่ออยู่ด้วยกันมานานพวกนางจึงมิได้รู้สึกต่อกันเพียงแค่นายบ่าวเท่านั้น

             

            “รีบมานี่เถิดเจ้าค่ะตอนเย็นอากาศหนาว บนเตียงอุ่นกว่า”

             

            ป๋ายจีรีบเปลี่ยนชุดให้กับหลินเมิ้งหยาสองนายบ่าวขึ้นไปนอนบนเตียงด้วยกัน

             

            “นายหญิงยังไม่ทันจะถึงฤดูหนาวเลย เหตุใดร่างกายของท่านจึงเย็นเช่นนี้?”

             

            มือบางปิดเท้าของหลินเมิ้งหยาเอาไว้ด้วยความเอ็นดูนางมีน้องชายและน้องสาว ดังนั้นจึงใส่ใจคนในจวนมากเป็นพิเศษ

             

            “คงเป็นธรรมดาของร่างกายจริงซิ ป๋ายจี ครอบครัวของเจ้ามีกี่คน? ”

             

            ร้านยาจำเป็นต้องมีคนดูแลแต่สถานะของนางค่อนข้างพิเศษ ดังนั้น นางจึงต้องการคนที่ไว้ใจได้

             

            นับตั้งแต่วันที่ป๋ายจีก้าวเท้าเข้ามาที่นี่นางขยันขันแข็งและช่วยงานหลายต่อหลายเรื่อง

             

            อีกทั้งยังเป็นคนของนางเองครอบครัวที่เลี้ยงดูเด็กสาวเช่นนี้ขึ้นมาได้จะต้องไม่เลวเลย

             

            “ตอบนายหญิงครอบครัวของข้ามีพ่อ แม่ น้องสาวหนึ่งคน น้องชายสองคนเจ้าค่ะ”

             

            เรื่องพวกนี้นางเขียนในประวัติชัดเจนก่อนเข้าจวนมา

             

            หากมิใช่เพราะความอดอยากนางคงไม่ออกมาหางานทำ

             

            แต่โชคดีที่นางได้มาอยู่ที่นี่นายหญิงดีกับนางเสมือนพี่น้องที่แท้จริง นี่คือความโชคดีของนาง

             

            “เช่นนั้นพ่อแม่เจ้าทำงานอะไร? ”

             

            ป๋ายจีมิได้คิดอะไรมากดังนั้นจึงตอบตามความจริง

             

            “ตอนที่พ่อข้ายังหนุ่มเขาเคยเป็นผู้ดูแลงานในจวนของเศรษฐี แม่ของข้าเคยทำงานในโรงเย็บผ้าต่อมาเพราะอายุที่มากขึ้น ดังนั้นจึงไม่อาจทำงานได้ ก็เลยถูกเจ้านายไล่ออกเจ้าค่ะ”

             

            การจ้างงานในสมัยโบราณไม่ค่อยน่าเชื่อถือและไม่มีความมั่นคง

             

            พนักงานเองก็ไร้ซึ่งกฎหมายคุ้มครองดังนั้นเมื่อถึงวัยชราจึงต้องทนต่อความอดอยาก

             

            “ข้ากำลังจะทำธุรกิจที่ด้านนอกหนึ่งก็เพื่อหาเงินให้พวกเราใช้ สองเพื่อเก็บไว้เป็นสินเดิมของพวกเจ้าข้าไม่วางใจให้ผู้อื่นดูแลร้านแห่งนั้น มิสู้เจ้าลองตามพ่อแม่ของเจ้ามาพบข้าหน่อยหากข้าดูแล้วเห็นว่าสามารถใช้งานได้ เช่นนั้นข้าจะให้พวกเขาดูแลที่นั่นดีหรือไม่? ”

             

            คำพูดของหลินเมิ้งหยาทำให้ป๋ายจีชะงัก

             

            สองตามองดูนายหญิงเสมือนคนโง่ตกตะลึงจนพูดอะไรไม่ออก

             

            “แต่นายหญิงเจ้าคะพ่อแม่ข้าอายุมากแล้ว น้อง ๆ ของข้าเองก็ยังไม่รู้เรื่อง หาก...”

             

            “ไม่มีอะไรหรอกข้าเชื่อใจเจ้า ดังนั้นข้าจึงเชื่อใจครอบครัวของเจ้าด้วย ป๋ายซูกับป๋ายจื่อไม่มีครอบครัวพรุ่งนี้เจ้าลองถามป๋ายซ่าวดู หากครอบครัวของนางเองก็ขาดแคลนเงินทอง จงเรียกครอบครัวของนางมาให้ข้าดูตัวด้วย”

             

            เสียงของหลินเมิ้งหยาเริ่มเบาลง

             

            ป๋ายจียังไม่ทันตอบนายหญิงของนางก็หลับสนิทไปแล้ว

             

            นางยิ้มส่ายหน้า

             

            นายหญิงของนางเป็นคนฉลาดหลักแหลม

             

            แต่อุปนิสัยบางครั้งก็เหมือนเด็ก

             

            มือบางจับผ้าห่มคลุมร่างของนายหญิงให้มิดชิดความรู้สึกซาบซึ้งยังคงตราตรึงอยู่ในหัวใจ

             

            การได้มีเจ้านายเช่นนี้แสดงว่าชาติก่อนนางต้องทำบุญไว้มากอย่างแน่นอน



             

            ปลายฤดูใบไม้ร่วงอากาศเย็นมากขึ้นทุกที

             

            แต่ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดดอกเก๊กฮวยในสวนของหลินเมิ้งหยายิ่งบานสะพรั่งงดงาม

             

            พระสนมเต๋อเฟยเดินมาเที่ยวเล่นชมดอกไม้ที่ตำหนักของนางทุกวัน

             

            “ถวายคำนับพระสนมเต๋อเฟย”

             

            ทันทีที่พระสนมเต๋อเฟยเดินมาถึงตำหนักสาวใช้ทั้งสี่ของหลินเมิ้งหยารีบออกมาต้อนรับอย่างมีมารยาทและถูกต้องตามขนบธรรมเนียม

             

            “ไอหยาสาวใช้ในตำหนักหลิวซินงดงามและว่านอนสอนง่ายยิ่งนัก จิ่นเยว่ เจ้าลองดูซิสาวใช้สี่คนนี้เหมือนเจ้ากับข้าสมัยก่อนหรือไม่? ”

             

            พระสนมเต๋อเฟยชอบหลินเมิ้งหยามากขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นแม้แต่สาวใช้ในจวนเองก็รู้สึกถูกชะตาด้วยเช่นเดียวกัน

             

            “เหนียงเหนียงชมพวกนางเกินไปแล้วสาวใช้ทั้งสี่ทำงานได้อย่างดีเยี่ยมแต่พวกนางมิอาจเทียบเคียงรัศมีของพระองค์ได้หรอกเพคะ”

             

            ดวงตาของจิ่นเยว่เผยให้เห็นความชื่นชม

             

            ภายใต้การสั่งสอนของหลินเมิ้งหยาสาวใช้ทั้งสี่เริ่มเก่งมากขึ้นเรื่อยๆ

             

            ทั้งการแต่งตัวท่วงท่าการนั่งและเดิน พวกนางปฏิบัติตัวดีเสียยิ่งกว่าคุณหนูของชนชั้นสูง

             

            สายตาทอดยาวแต่กลับไม่เห็นร่างนายหญิงของตำหนักแห่งนี้

             

            “ป๋ายจีนายหญิงของเจ้าเล่า? เหตุใดจึงไม่เห็นนาง?ปกตินางจะออกมาทักทายก่อนเป็นคนแรกมิใช่หรือ? ”

             

            พระสนมเต๋อเฟยมองหาหลินเมิ้งหยาไม่เจอ

             

            “ทูลเหนียงเหนียงพรุ่งนี้เป็นวันงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวยนายหญิงรู้สึกว่างานเลี้ยงแบบเดิมน่าเบื่อจนเกินไปดังนั้นจึงเปลี่ยนแปลงบางอย่างเพื่อทำให้เหนียงเหนียงประหลาดใจเพคะ”

             

            ป๋ายจีตอบกลับด้วยความเคารพ

             

            พระสนมเต๋อเฟยกับจิ่นเยว่สบตากันพระชายาคิดจะทำอะไรแผลงๆ อีก?

             

            “โอ้?มีอะไรแปลกใหม่อย่างนั้นหรือ เจ้าลองพูดให้ข้าฟังที”

             

            พระสนมเต๋อเฟยหยักยิ้มขึ้นที่มุมปากด้วยความดีใจแต่เพราะหลินเมิ้งหยากำชับเอาไว้ ดังนั้นพวกนางจึงไม่กล้าพูดแต่กลับเชิญพระสนมเต๋อเฟยเสด็จไปดูด้วยตนเอง

             

            “ได้ เช่นนั้นเปิ่นกงจะไปดูเองเจ้าเด็กคนนี้นับวันยิ่งซน”

             

            แม้จะเป็นแม่สามีลูกสะใภ้แต่เมื่อเทียบกับลูกชายที่มักจะจริงจังกับทุกเรื่องแล้วนางสนิทกับหลินเมิ้งหยามากกว่า

             

            เพียงเดินเข้าไปภายในตำหนักหลิวซินกลับได้เห็นหลงเทียนอวี้โอบอุ้มหลินเมิ้งหยาอยู่ ทุกคนจึงยืนอึ้ง

             

            “ตกใจอะไรกัน? ”

             

            ร่องรอยของความเขินอายปรากฏขึ้นในดวงตาของจิ่นเยว่

             

            พวกคนรับใช้ไม่ควรได้เห็นท่าทางแสดงความรักระหว่างท่านอ๋องกับพระชายาเช่นนี้

             

            นี่มันเกิดเรื่องอะไรกัน

             

            “หมู่เฟย!รีบวางหม่อมฉันลงเถิดเพคะ”

             

            หลินเมิ้งหยาดิ้นหนีออกจากอ้อมกอดของหลงเทียนอวี้ อันที่จริง นางกำลังแขวนของบางอย่างอยู่บนบันได แต่ใครจะรู้ว่านางจะตกลงมา

             

            คิดไม่ถึงเลยว่าหลงเทียนอวี้จะมารับได้ทันเวลา

             

            มือแกร่งคว้าอุ้มร่างนางเอาไว้ได้ แต่สิ่งที่ทำให้คิดไม่ถึงยิ่งไปกว่านั้นก็คือ

             

            ริมฝีปากของทั้งสองประกบกันพอดี

             

            ดังนั้นทุกคนจึงได้เห็นละครฉากนี้

             

            ตอนนี้แม้แต่หน้าของนางเองก็แดงก่ำ

             

            “ระวังหน่อยอย่าทำให้ตัวเองเจ็บอีก”

             

            ทั้งที่เป็นเพียงจุมพิตที่มิได้ตั้งใจทว่า หัวใจของหลงเทียนอวี้กลับเต้นระรัว

             

            ลมหายใจของหลินเมิ้งหยาอ่อนหวานและงดงามยิ่งนัก

             

            เสมือนถูกสายฟ้าฟาดลงกลางใจ

             

            “หม่อมฉันไม่เป็นไรเพคะ”

             

            หญิงสาวชายหนุ่มจึงเงียบไปเพราะความอึดอัด

             

            ทว่าใบหน้าของคนอื่นกลับแดงก่ำ

             

            “เจ้าเด็กสองคนนี้ไอหยา เจ้าเด็กสองคนนี้”

             

            พระสนมเต๋อเฟยเดินเจ้ามานางที่อาบน้ำร้อนมาก่อนจึงเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างชายหญิงดี

             

            ในราชวงศ์การแต่งงานเป็นเพียงการเชื่อมความสัมพันธ์ อีกทั้งยังเป็นเสมือนกุญแจมือ

             

            หากทั้งคู่มีใจต่อกันเช่นนั้นก็นับว่าเป็นเรื่องดี

             

            หย๋าเอ๋อร์เป็นเด็กดีแต่อวี้เอ๋อร์กลับทำให้นางตกใจ

             

            “ถวายคำนับหมู่เฟยเมื่อครู่...เมื่อครู่หม่อมฉันเพียงแค่ตกลงจากบันไดท่านอ๋องก็เลยมารับไว้เท่านั้นเพคะ”

             

            ใบหน้าแดงก่ำหลินเมิ้งหยาไม่รู้เลยว่ายิ่งพูดยิ่งเหมือนเป็นการแก้ตัว

             

            “เขาช่วยเจ้าอืม ทำได้ไม่เลว แต่ข้าได้ยินว่าเจ้ามีเรื่องแปลกให้ให้ดูตกลงเจ้ามีอะไรให้ข้าดูอย่างนั้นหรือ? ”

             

            พระสนมเต๋อเฟยรีบเอ่ยทำลายความอึดอัดดวงตาคู่สวยมองทางหลงเทียนอวี้

             

            หลงเทียนอวี้รีบหลบตาก่อนจะมอบพระชายาของตนเองให้หมู่เฟย

             

            “หม่อมฉันคิดว่างานเลี้ยงธรรมดาน่าเบื่อยิ่งนักเพคะเช่นนั้นพวกเรามาจัดงานเลี้ยงแข่งขันทายหน้ากากกันดีกว่าเพคะ”

             

            งานเลี้ยงแข่งขันทายหน้ากาก?ใบหน้าของพระสนมเต๋อเฟยกับหลงเทียนอวี้เผยให้เห็นถึงความงงงวย

             

            นี่...ความคิดอะไรกัน?

             

            หลังจากพระสนมเต๋อเฟยและหลงเทียนอวี้ได้ฟังหลินเมิ้งหยาอธิบายพวกเขาจึงเข้าใจในที่สุด

             

            คราวนี้ทุกคนที่มาร่วมงานจะต้องสวมหน้ากากที่หลินเมิ้งหยาทำขึ้น

             

            เท่านี้ก็จะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคือใคร

             

            ดังนั้นทุกคนก็จะยิ่งรู้สึกสนุก

             

            งานเลี้ยงทายหน้ากากนี้มีเพียงในเทศกาลไหว้พระจันทร์เท่านั้น

             

            ขณะเดียวกันนางจะมีคำถามเกี่ยวกับเทศกาลวันไหว้พระจันทร์และดอกเก๊กฮวย

             

            คนที่ตอบได้มากที่สุดจะได้รับรางวัล

             

            หากยังคงเผยตัวตนและจัดงานเลี้ยงแบบเดิมเกรงว่าพระสนมเต๋อเฟยคงได้รับเพียงคำชมตามมารยาทเท่านั้น

             

            สู้จัดงานเลี้ยงรื่นเริงเช่นนี้ดีกว่า

             

            “คือว่า...เกรงว่าจะไม่เหมาะนะเพคะหากมีคนเข้ามาทำร้ายเหนียงเหนียงเล่า? ”

             

            จิ่นเยว่รู้สึกกังวลถึงอย่างไรสถานะของพระสนมเต๋อเฟยนั้นสูงส่ง ดังนั้นจึงมิควรถูกมองข้าม

             

            “ท่านน้าได้โปรดวางใจในงานเลี้ยงจะถูกแบ่งเป็นชายและหญิง ฝ่ายหญิงจะมีงานเลี้ยงของฝ่ายหญิงฝ่ายชายเองก็จะมีงานเลี้ยงขางฝ่ายชาย แม้จะสวมใส่หน้ากากแต่ถึงกระนั้นก็ยังสามารถแบ่งชายแบ่งหญิงได้อย่างชัดเจนหากข้าอยู่ดูแลข้างกายหมู่เฟย ไม่มีทางมีคนเข้ามาทำร้ายพระองค์ได้อย่างแน่นอน”

             

            หลินเมิ้งหยาเพียงอยากเห็นงานที่คึกครื้นเท่านั้นเมื่อถึงเวลา นางจะพาพระสนมเต๋อเฟยไปแอบเพื่อดูอะไรสนุก ๆ

             

            ที่ทำเช่นนี้ก็เพื่อแยกทุกคนได้อย่างชัดเจน

             

            สวนของนางล้วนเป็นเป้าหมายของทุกคน

             

            คนนอกที่มาร่วมงานไม่ว่าเจ้านายหรือลูกน้องจะต้องสวมใส่ชุดที่นางออกแบบเป็นพิเศษ

             

            เพียงพริบตาเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าอันไหนคือตาปลาหรือไข่มุก

             

            ยิ่งไปกว่านั้นที่แขนของทุกคนจะต้องประทับตราพิเศษ

             

            หากคิดจะก่อความวุ่นวาย...ก็ฝันไปเถอะ!

             

            “อืมน่าสนใจยิ่งนัก อวี้เอ๋อร์ เจ้าคิดเห็นเช่นไร? ”

             

            อยู่ ๆพระสนมเต๋อเฟยก็หันไปถามหลงเทียนอวี้

             

            ตอนแรกคิดว่าหลงเทียนอวี้จะตอบกลับ

             

            แต่รออยู่นานเขายังคงเงียบ

             

            “อวี้เอ๋อร์?อวี้เอ๋อร์? หมู่เฟยกำลังถามเจ้านะ”

             

            หันหน้าแต่กลับได้เห็นลูกชายของตนเอง จ้องมองใบหน้าลูกสะใภ้ตาไม่กะพริบ












             

    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730