การจากไปอย่างกะทันหันของน้ำอิง ทำให้ภาคินแทบไม่เหลือสภาพ จิตใจของเขาบอบซ้ำ ในหัวใจเขามีแต่เพียงน้ำอิงหญิงอันเป็ที่รัก ตลอด 7 วัน งานศพของน้ำอิง แขกในงานก็ได้แต่อดสงสารอย่างจับใจ ภาคินมีอาการเหม่อลอยตลอดเวลา เหมือนคนไม่มีสติ
“ลุงเสียใจด้วยนะ ภาคิน ลุงเข้าใจความรู้สึกหลานในเวลานี้ ที่เสียคนรักไป”
“ขอโทษนะคะ คุณภาคิน ที่พิมพ์ดูแลคุณน้ำอิงไม่ดี”
พิมพ์ขวัญกล่าวคำขอโทษด้วยอาการเสียงสั่นเครือ และแววตาผ่านการร้องไห้มาอย่างหนักตลอดระยะหลายวัน แต่ได้ทั้งนภาและคุณหญิงประภาและประธานนาวินผลัดกัน ปลอบขวัญพิมพ์ขวัญ
ใบหน้าที่เหม่อลอยกลับเปลี่ยน แววคู่นั้นได้มองพิมพ์ขวัญ อย่างเคียดแค้น เพราะผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าเป็สาเหตุที่ทำให้คนรักของเขาได้พบกับอุบัติเหตุ และไม่มีความผิดอะไรเลย เพราะไม่มีหลักฐานใดที่จะเอาผิด ทั้งกล้องวงจรปิด และพยานรอบข้าง ที่เ้าหน้าที่ตำรวจได้สอบปากคำ ไม่สามารถทำอะไรพิมพ์ขวัญได้เลย ทั้งๆ ที่เธอเป็ต้นเหตุทั้งหมด ที่ทำให้น้ำอิงเสียชีวิต
ครอบครัวประธานนาวินได้เดินทางมาร่วมงานศพ เพื่อแสดงความเสียใจ ซึ่งได้ทำให้ภาคินเกิดความไม่พอใจ และรู้สึกไม่ดีที่จะต้องได้เจอหน้าศัตรู แต่พยายามเก็บความรู้สึกไว้ข้างในใจตลอดเวลา ที่ครอบครัวประธานนาวินนั่งอยู่ในงาน
“พี่นาวินครับ หลานพิมพ์เป็อย่างไรบ้างครับ ผมเป็ห่วงความรู้สึกหลานครับ”
“พิมพ์ ยังคงเสียใจและใมาก”
“คุณหญิงต้องพาพบหมอด้านสุขภาพจิต และนี่ต้องทานยาแก้เครียดทุกคืน เพื่อที่จะให้นอนหลับ”
ณ คฤหาสน์กรุงเทพฯของภาคิน หลังจากเสร็จงานศพของน้ำอิง เขายังคงเก็บตัวในห้องทำงานส่วนตัว และใช้เวลาเกือบทั้งวันและคืนไปกับการดื่มแอลกอฮอล์ และรำลึกย้อนหลังใน่เวลาที่เคยอยู่เคียงข้างกับหญิงอันเป็ที่รักยิ่ง ภาพในอดีตยังคงติดตราตรึงในหัวใจตลอดระยะเวลาที่ใช้ชีวิตด้วยกันั้แ่เรียนปริญญาโทเมืองนอกด้วยกัน และกลับมาทำงานที่เมืองไทย น้ำอิงไม่เคยห่างจากภาคินเลย ภาพถ่ายคู่ระหว่างภาคินกับน้ำอิง ยังคงวางบนโต๊ะทำงาน ความสว่างได้เปลี่ยนเป็ความมืดให้หัวใจของภาคิน
“น้ำอิง...ทำไมต้องมาจากผมไป”
“ผมจะอยู่ยังไง คุณคือที่สุดของหัวใจของผม...”
ภาคินใช้ชีวิตอย่างคนไม่มีความหวัง เหมือนคนที่กำลังตายทั้งเป็และใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ สภาพร่างกาย รวมถึงใบหน้าที่เคยเกลี้ยงเกลา มีหนวดเคราขึ้นบริเวณริมฝีปากและค้าง ตลอดระยะเวลา 1 เดือนสำหรับการจากไป ไม่มีใครที่สามารถติดต่อภาคินได้เลย
ข่าวสังคมเศรษฐกิจ ได้ลงข่าวท่านประธานนาวินได้เปิดสาขาขยายโรงงานผลิต ยางรถยนต์ เพื่อ้าขยายการผลิตเป็อีกแบรนด์เพื่อตอบโจทย์ฐานลูกค้าที่ต่างกันออกไป โดยในวันที่เปิดโรงงานได้พาครอบครัวไปร่วมเปิดโรงงานด้วย โดยสื่อได้ถ่ายภาพครอบครัว โดยเฉพาะพิมพ์ขวัญที่เข้ามาทำงานช่วยครอบครัว และได้ออกแบบโปรเจกต์นี้ เพื่อตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ ที่สามารถเลือกความคุ้มค่าในผลิตภัณฑ์ และทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น
“โปรเจกต์นี้ ต้องยอมรับนะครับ ว่าได้ลูกสาวคนเล็กมาช่วยวางแผนการตลาดให้ เพื่อตอบโจทย์การตลาดที่เปลี่ยนไป”
“ใช่ค่ะ พิมพ์ตั้งใจกับโปรเจกต์นี้มากค่ะ พิมพ์คิดว่ายางรุ่นที่กำลังผลิตสู่ท้องตลาด จะเป็ทางเลือกสำหรับคนรุ่นใหม่ที่ทันสมัย แต่ยังคงความปลอดภัย และเกาะผิวถนนได้ดี”
หลังจากที่นักข่าวได้ลงข่าวการขยายโรงงานการผลิตยางรถยนต์ และโปรเจกต์ใหม่ลูกสาวคนสุดท้องของประธานนาวิน ได้มีสายตาคู่หนึ่งที่ได้จับจ้องมอง ภาคิน เขาได้อ่านข้อความสัมภาษณ์ของพิมพ์ขวัญ ยิ่งทำให้เกิดความเคียดแค้นต่อพิมพ์ขวัญขึ้น เป็เท่าทวีคูณ เพราะเขาคิดว่าผู้หญิงคนนี้ไม่มีความจริงใจ และไม่ความสำนึกต่อการจากไปของน้ำอิง
“ฮัลโหล คุณสมเจตน์”
“สวัสดีครับ ท่านประธานภาคิน”
“วันพุธนี้ ช่วยแจ้งบอร์ดบริษัทและทั้งผู้ถือหุ้นทั้งหมดให้ผมที ผม้าประชุมด่วนที่สุด”
“ได้ครับ”
คุณสมเจตน์ชายวัยกลางคนและเป็คนเก่าคนแก่ทำงานั้แ่สมัยท่านประธานเกียรติศักดิ์ ตอนนี้ต้องเข้ารับตำแหน่งเลขาส่วนตัวแทนน้ำอิงและจัดแผนตารางการทำงานให้กับภาคิน และดูแลงานส่วนใหญ่ให้กับภาคิน ระหว่างที่ภาคินยังเศร้าโศกจากการสูญเสียผู้หญิงคนรักไป คุณสมเจตน์ได้ร่างจดหมายเรียนเชิญบอร์ดบริษัทและผู้ถือหุ้นให้รับทราบการประชุมด่วนที่สุด