เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 62 บุตรชายที่สวรรค์ประทาน

    ไม่มีใครคาดคิดมาก่อนว่าไป๋ซื่อเฉินจะต้องมาตายด้วยน้ำมือของหยางหลิงชิง  หลังจากที่เขาเห็นบุตรชายของตนเองที่ก่อนหน้านี้ยังสบายดี ต้องมาถูกฟันร่างขาดสะบั้นเป็นชิ้น ๆ เช่นนี้  จิตใจของไป๋จ้านหลงก็พลันว่างเปล่า สิ่งที่หลงเหลืออยู่ภายในใจมีเพียงคำคำเดียวเท่านั้น --- ฆ่า!


    เมื่อเขาหันไปและเห็นเด็กสาวตระกูลหยางรูปร่างบอบบางกำลังปกป้องคนตระกูลหยางไว้เบื้องหน้า  ไป๋จ้านหลงไม่เชื่อว่าบุตรชายที่เป็นยอดฝีมือและทรงพลังจะถูกกำจัดด้วยฝีมือของนาง


    เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดเรื่องหายนะเช่นนี้ก็คือไป๋ซื่อเฉินดูแคลนฝีมือของหยางหลิงชิงมากเกินไป และอีกเหตุผลที่สำคัญก็คือพลังของนางที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน


    การตายของบุตรชายทำให้ไป๋จ้านหลงเสียสติ  ไป๋ซื่อจีที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากไป๋ซื่อเฉินมีสีหน้าซีดเผือด   ส่วนไป๋จ้านเฟิงเองก็มีสีหน้าแข็งกร้าวเมื่อมองไปยังคนตระกูลหยางด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย


    “จะไม่มีคนตระกูลหยางแม้แต่คนเดียวที่รอดชีวิตไปจากที่นี่ได้!”


    ไป๋จ้านเฟิงกัดฟันพูดคำนั้นออกมา  ในตอนนี้ไป๋จ้านหลงเป็นเหมือนกับมังกรดุร้ายที่พุ่งเข้าใส่หยางหลิงชิงอย่างบ้าคลั่ง!

    [TL Note: ชื่อของเขาคือ 白展龙 ไป๋จ้านหลง ซึ่ง 龙 หรือคำว่า หลง นั้นหมายถึงมังกร]


    พลังของขอบเขตชีพจรมังกรระดับแปดเป็นเหมือนกับคลื่นลูกใหญ่ที่ถาโถมเข้าใส่ในขณะที่หยางหลิงชิงเป็นเพียงแพเล็ก ๆ ที่ลอยอยู่ท่ามกลางคลื่นเหล่านั้น  ภายใต้พายุที่โหมกระหน่ำลูกนี้  จุดจบของนางมีเพียงความตายเท่านั้น


    ในเมื่อนางรู้อยู่แล้วว่าผลลัพธ์จะต้องเป็นเช่นนี้  หยางหลิงชิงจึงต้องยอมจำนนต่อโชคชะตา  นางไม่เกรงกลัวความตาย หากแต่การกระทำของนางจะส่งผลต่อคนอื่น ๆ ขณะที่นางกำลังรู้สึกใจสลายและสิ้นหวัง  ทันใดนั้น เงาร่างสีแดงก็พุ่งเข้ามาในสายตาของนาง!


    หัวใจของหยางหลิงชิงพลันปีติลิงโลด  หัวใจที่ถูกบีบรัดกลับผ่อนคลายลงในที่สุด เมื่อเห็นร่างนั้น นางรู้สึกสงบใจอย่างยิ่ง


    “เฉิน... ท่านพี่”


    เมื่อเห็นร่างที่คุ้นเคย นางก็รู้ดีว่านั่นคือหลงเฉิน หากความเร็วของไป๋จ้านหลงเปรียบได้กับกระแสลมหมุน เช่นนั้นแล้วหลงเฉินก็คงเป็นพายุที่โหมกระหน่ำ เขาพุ่งตัวผ่านไป๋จ้านเฟิงและไป๋ซื่อจีไป และมุ่งตรงไปยังไป๋จ้านหลงอย่างรวดเร็ว!


    ขณะที่คลื่นพลังมหาศาลจากด้านหลังส่งแรงกดดันมายังไป๋จ้านหลงที่กำลังหมายเอาชีวิตหยางหลิงชิง  เขาก็หันกลับมาและตื่นจากความเกรี้ยวกราด  คลื่นพลังนั้นทำให้เขาตระหนักได้ว่าต่อให้เขาฆ่าหยางหลิงชิง  ผู้ที่ต้องตายคนต่อไปก็คือตัวเขาเอง


    ไป๋จ้านหลงไม่รู้แน่ว่าใครอยู่ข้างหลัง  แต่ก็เป็นธรรมดาที่เขาจะรักตัวกลัวตาย เขาจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ระหว่างนั้นหยางหลิงชิงถอยหนีไปได้สำเร็จ ส่วนไป๋จ้านหลงนั้น  ขณะที่พุ่งตัวไปข้างหน้าได้เพียงไม่กี่ก้าว ภัยคุกคามจากการโจมตีที่รุนแรงก็โอบล้อมร่างกายของเขาไว้ทันที!


    เมื่อหันกลับมาเขาก็ตกตะลึงจนพูดไม่ออก สิ่งที่ทำให้ดวงตาของเขาเบิกโพลงคือร่างสีแดงโลหิตที่พลันปรากฏให้เห็น  ไป๋จ้านหลงเห็นเพียงเงาและการจู่โจมอย่างเต็มกำลังซึ่งแข็งแกร่งเกินกว่าที่เขาจะปัดป้องได้  มันปะทะเข้าที่ร่างของเขาอย่างเต็มที่!


    ขณะที่การโจมตีรุนแรงทำให้ทั่วทั้งร่างของเขาบาดเจ็บ  ไป๋จ้านหลงรู้สึกเจ็บปวดจนแทบจะหายใจไม่ออก  แม้ว่าเขาจะเห็นเพียงเงาร่างสีแดง ทว่าไป๋จ้านหลงก็รู้ดีว่ามันเป็นเงาของผู้ใด


    มีเพียงหลงเฉินเท่านั้นที่มีเกราะเป็นเกล็ดมังกรสีแดงโลหิตเช่นนี้  ทำให้ไป๋จ้านหลงรู้สึกหมดสิ้นหนทาง


    จากการโจมตีเพียงครั้งเดียว การป้องกันของเขาก็พังทลาย  ไป๋จ้านหลงตระหนักว่าไม่เพียงแต่เขาจะพ่ายแพ้ ทว่าตระกูลไป๋ทั้งตระกูลก็เช่นกัน! 


    หากตระกูลไป๋ไม่ถูกโค่น  ก็คงไม่มีทางที่หลงเฉินจะปรากฏตัวที่นี่ด้วยพลังมหาศาลเช่นนี้!


    หลงเฉินปลดปล่อยพลังออกไปอีกครั้งหนึ่งและจู่โจมไป๋จ้านหลงที่อยู่บนพื้น  ขณะที่หน้าอกของเขารับหมัดของหลงเฉิน หนามแหลมที่กำปั้นของหลงเฉินก็แทงทะลุเข้าไป ทำให้เกิดภาพน่าสยดสยอง เลือดไหลทะลักไปทั่ว


    เขากระอักเลือดออกมาจนใบหน้าถูกย้อมเป็นสีแดง  ไป๋จ้านหลงทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บปวดและพยายามอย่างที่สุดเพื่อจะลืมตาขึ้น  แต่ช่างน่าเสียดาย ทัศนวิสัยของเขากลายเป็นสีแดงฉานและค่อย ๆ หดเล็กลงเรื่อย ๆ  เขาพบว่ามุมมองด้านบนของตนเองคือดวงตะวันที่สาดแสงแรงกล้า และภายใต้แสงนั้น เงาร่างสีโลหิตก็พุ่งผ่านร่างของเขาไป ภาพของเกราะเกล็ดมังกรโลหิตสะท้อนอยู่ในสายตาที่กำลังมืดดับ


    “เจ้า.....”


    เมื่อนั้นเองที่โลกของไป๋จ้านหลงดับสนิทลงทันที


    หลังจากที่เล่นงานไป๋จ้านหลงจนตาย  หลงเฉินก็มาหาหยางหลิงชิง เมื่อเห็นว่าเด็กสาวกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่เงียบ ๆ หลงเฉินก็เข้ามาสวมกอดนางขณะที่หยางหลิงชิงก็กอดเขาแน่นและร้องหายฟูมฟายมากกว่าเดิม  น้ำตาของนางเปียกชุ่มเสื้อผ้าเขาไปหมด


    เมื่อหยางหลิงเยวี่ยที่อยู่ข้างหลังเห็นหลงเฉินปรากฏตัวขึ้นและใช้พลังอันกล้าแกร่งจัดการกับไป๋จ้านหลง  นางก็รู้สึกตื้นตันจนหายใจได้ยากยิ่ง


    ตัวตนของหลงเฉินในใจของนางนั้น  ตั้งแต่ที่เขาเอาชนะนางได้ในการประลอง ความสำคัญของเขาก็เพิ่มมากขึ้นอย่างรวดเร็ว  จนกระทั่งวันนี้  หยางหลิงชิงได้ถือว่าเขาเป็นเสาที่คอยเกื้อหนุนตระกูลหยาง เช่นเดียวกับที่นางรู้สึก


    สำหรับหยางอู่  สีหน้าของเขาที่เคยไร้ซึ่งสีสันก็กลับมามีชีวิตชีวาขึ้นเล็กน้อย  เขาสูดหายใจเขาลึก ๆ  และหลังจากมองเห็นร่างสีโลหิตภายใต้ดวงตะวัน เขาจึงยอมจำนนด้วยความเต็มใจ


    ‘มีเพียงเขาเท่านั้นที่เป็นบุตรชายที่สวรรค์ประทาน  ต่อหน้าเขา ข้า...หยางอู่ เป็นได้เพียงคนธรรมดาเท่านั้น…’


    คนตระกูลหยางต่างมองไปที่หลงเฉิน  พวกเขาละทิ้งความรู้สึกสิ้นหวังไปในทันที  ในอดีต พวกเขาไม่เคยคาดฝันว่าวันหนึ่งหลงเฉินจะกลายเป็นผู้ที่ช่วยเหลือพวกเขา  เมื่อใดที่หลงเฉินปรากฏตัวขึ้น  พวกเขาจะตระหนักได้ว่าอันตรายได้สูญสลายไปจนสิ้นและตระกูลหยางจะเป็นฝ่ายชนะเสมอ


    สีหน้าสับสนแต่ทว่าตื้นตันของคนตระกูลหยางต่างมองมาที่หลงเฉินเป็นตาเดียว


    ขณะที่หลงเฉินลูบผมหยางหลิงชิง เสียงอันอ่อนโยนก็ดังขึ้น


    “หลิงชิง ขอโทษด้วยที่ครั้งนี้พี่ชายมาช้าจนทำให้เจ้าต้องทนทรมาน...”


    หยางหลิงชิงที่เคยรู้สึกตึงเครียดกลับผ่อนคลายขึ้นในทันที หัวใจของนางเต็มไปด้วยความปีติยินดีและโล่งใจ  นางรู้สึกว่าต้องบอกหลงเฉินให้รู้ถึงความเกรี้ยวกราดไร้ที่สิ้นสุดที่นางมี แต่นางกลับไม่สามารถควบคุมตัวเองให้ทำเช่นนั้นได้


    “เจ้าไม่ต้องพูดอะไรหรอก ข้ารู้ว่าเจ้าอยากพูดอะไร เวลานี้เจ้ากล้าหาญมาก สมกับที่เป็นน้องสาวของข้า หลงเฉิน ส่วนคนชั่วช้าที่รังแกเจ้าจะมีเพียงจุดจบเดียวสำหรับพวกเขาเท่านั้น และนั่นก็คือความตาย...”


    เมื่อพวกเขาเห็นว่าไป๋จ้านสงรับการโจมตีจากหลงเฉินเพียงสองกระบวนท่าก็สิ้นใจอย่างน่าอนาถ  ไป๋จ้านเฟิงและไป๋ซื่อจีจึงไม่รู้สึกโกรธแค้นอีกต่อไป  หากแต่รู้สึกหวาดกลัวหลงเฉินจับขั้วหัวใจ


    พวกเขาไม่รู้เลยว่าหลงเฉินหนีรอดจากแผนการชั่วร้ายของตระกูลไป๋ได้อย่างไร  หรือเหตุใดเขาถึงแข็งแกร่งได้มากเพียงนี้  หลังจากที่หลงเฉินปรากฏตัวและสังหารไป๋จ้านหลงอย่างร้ายกาจ  หัวใจของพวกเขาก็ถูกความหวาดกลัวครอบงำอย่างสมบูรณ์


    ไป๋ซื่อจีไม่คิดเลยว่าเด็กหนุ่มที่บอบบางและอ่อนประสบการณ์ในอดีตจะทำให้เขารู้สึกพรั่นพรึงได้ถึงเพียงนี้  เขาเองก็เป็นเหมือนไป๋จ้านเฟิงที่ออกตัววิ่งหนีอย่างสุดชีวิต


    ขณะที่พวกเขากำลังหนี  ในใจของไป๋จ้านเฟิงนั้นชัดเจนยิ่งนัก  ถึงกระนั้น ยิ่งชัดเจนมากเท่าไร เขาก็ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้นเท่านั้น


    ‘เขาโผล่มาที่นี่ได้อย่างไรกัน? เขาแข็งแกร่งขนาดนั้นได้อย่างไร? เหตุใดแผนการที่รัดกุมของท่านพ่อถึงไม่สามารถกำจัดเขาได้? ยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขาเช่นนั้นหรือ? เป็นไปไม่ได้ เจ้าเด็กนั่นจะน่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนี้ได้อย่างไรกัน?’


    ความรู้สึกมากมายถาโถมอยู่ในใจของไป๋จ้านเฟิง  และในตอนนี้เขากำลังหนีลงจากภูเขาเดียวดาย  เมื่อเขาคิดว่าตนเองปลอดภัยแล้ว แสงสว่างวาบสีแดงก็พลันปรากฏขึ้นเบื้องหน้าและขวางเขาไว้


    ความคิดของไป๋จ้านเฟิงเปลี่ยนไปในทันที


    “อยู่ในเงื้อมมือข้าแล้วแท้ ๆ เจ้ายังกล้าคิดที่จะหนีอีกรึ?”


    น้ำเสียงเยียบเย็นของหลงเฉินดังขึ้น  เมื่อไป๋จ้านเฟิงได้ยินคำพูดนั้น ร่างที่อยู่เบื้องหน้าก็อันตรธานหายไปเสียแล้ว  เขาสัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งเข้าใส่ร่าง จนทำให้ร่างกายสมบูรณ์แบบของเขากลายเป็นเพียงซากศพที่ถูกทำลาย 


    “เหตุใดถึงเป็นข้า...?”


    หลังจากที่ไป๋จ้านเฟิงพูดจบ อวัยวะภายในของเขาก็ถูกทำลายโดยวิชา [ปีศาจวายุเก้าดัชนี] ของหลงเฉิน  ดวงจิตของเขาดับสูญ ขณะที่ดวงตายังคงเบิกโพลงและเต็มไปด้วยความกังขา


    เมื่อร่างนั้นล้มลง หลงเฉินก็ส่ายศีรษะ


    “ไม่มีเหตุผลให้ต้องทวงถามหรอกว่า ‘เหตุใด?’ ตราบใดที่เป็นศัตรูกับพวกเรา เจ้าก็ต้องพบกับความตายเท่านั้น”


    และอีกครั้งหนึ่งที่เขาหายตัวไปและมุ่งหน้าไปหาไป๋ซื่อจีที่หนีไปไกลแล้ว  ไป๋ซื่อจีกำลังหนีด้วยความเร็วสูงสุด ทว่ากลับไม่สามารถหนีพ้นหลงเฉินที่มีความเร็วราวกับพายุที่โหมกระหน่ำไปได้


    ขณะที่ไป๋ซื่อจีเข้าไปในภูเขาเดียวดาย เขาเห็นหลงเฉินไล่ตามไป๋จ้านเฟิงไป เขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แววตาของเขาฉายแววชั่วร้ายพลางเอ่ยขึ้น


    “ตระกูลหยางเอ๋ย ปล่อยให้ข้าหนีไปได้ในวันนี้ ข้า...ไป๋ซื่อจีจะต้องฝึกฝนอย่างหนัก และวันที่ข้าสำเร็จวิชา วันนั้นจะเป็นวันที่ตระกูลหยางต้องสูญสิ้น!”


    “เช่นนั้นรึ?”


    เมื่อเสียงดังขึ้นด้านหลังไป๋ซื่อจี สีหน้าของเขาก็พลันซีดเผือดเมื่อสัมผัสได้ถึงพลังรุนแรงที่เข้ามาในร่างกาย  ขณะที่เขาเผชิญกับแรงกดดันมหาศาล  เขาก็รู้สึกไร้ทางสู้และถูกลากไปข้างหลัง


    เขารู้ว่าหลงเฉินคือผู้ที่กำลังลากเขาอยู่


    ไป๋ซื่อจีมิได้ขยับตัวในความเร็วเช่นนี้ และแม้แต่ไป๋เซิงก็ไม่เคยวิ่งได้เร็วขนาดนี้ในขณะที่ลากเขาไปด้วย  ขณะที่กำลังวิ่ง เขารู้สึกถึงลมที่พัดผ่านและมองเห็นเพียงรอบข้างที่คุ้นตา


    ตอนนั้นเอง หลงเฉินก็ยื่นหน้าเข้ามา เมื่อเห็นสีหน้าที่หวาดกลัวและสิ้นหวังของไป๋ซื่อจี เขาหัวเราะร่าและเอ่ยขึ้น


    “ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้  ก็ยิ่งทำให้ข้าปล่อยเจ้าไปไม่ได้!”


    เมื่อได้ยินคำพูดของหลงเฉิน ไป๋ซื่อจีก็รู้สึกกลัวจนฉี่รดกางเกง เขาตระหนักได้ว่าเขาถูกจับและพาตัวกลับไปยังที่ที่คนตระกูลหยางเคยอยู่  เมื่อเห็นสายตามากมายจับจ้องมาที่เขา  คลื่นพลังที่แข็งแกร่งของเขาก็จางหายไปจนหมด  เขาคุกเข่าลงบนพื้นต่อหน้าหลงเฉินและพูดขึ้นด้วยน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม 


    “ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ ต่อให้ข้า ไป๋ซื่อจี ต้องเป็นทาสรับใช้เจ้าไปชั่วชีวิต ข้าก็ยินดี ข้าขอร้องล่ะ ได้โปรดไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้ว...”


    เมื่อเห็นถึงความน่าสังเวชของไป๋ซื่อจี  ก็ทำให้หลงเฉินรู้สึกดูแคลนเขามากกว่าเดิม  หลงเฉินจำสีหน้าหยิ่งยโสของเขาก่อนหน้านี้ได้อย่างแม่นยำ  ช่างน่าขันที่ตอนนี้เขากลับมาคุกเข่าต่อหน้าและอ้อนวอนขอความเมตตา  หลงเฉินรู้สึกเวทนาอย่างยิ่ง


    ‘ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของความแข็งแกร่ง  ท่านพ่อไม่เคยประสงค์ร้ายต่อข้า และคำพูดของเขาก็ล้วนเป็นดั่งปัญญาล้ำค่า ข้าจะต้องไม่รู้สึกพอใจกับความแข็งแกร่งในตอนนี้ มิเช่นนั้น  วันหนึ่ง...ข้าอาจกลายเป็นคนที่คุกเข่าต่อหน้าผู้อื่นแทน’


    เมื่อมองเห็นการกระทำของไป๋ซื่อจี คนตระกูลหยางต่างก็รู้สึกรังเกียจ


    โดยเฉพาะหยางหลิงเยวี่ย  ก่อนหน้านี้ ในสายตาของนาง  ไป๋ซื่อจีเป็นชายหนุ่มที่สง่างามและโดดเด่นกว่าเด็กเหลือขออย่างหลงเฉินหลายร้อยหลายพันเท่า  หยางหลิงเยวี่ยเคยวาดภาพหลงเฉินคุกเข่าต่อหน้าไป๋ซื่อจี แต่ไม่เคยคาดคิดถึงมุมมองที่กลับกัน  มันช่างน่าสมเพชเกินกว่าที่นางเคยจินตนาการเอาไว้เสียอีก


    เมื่อนึกไปถึงไป๋ซื่อจีผู้แข็งแกร่งก่อนหน้านี้ และการที่เขาทำให้พี่ชายหยางอู่ของนางต้องบาดเจ็บสาหัส หยางหลิงเยวี่ยจึงทำได้เพียงรู้สึกโกรธแค้นเขา  โดยเฉพาะเมื่อนางไม่รู้เลยว่าผู้นำตระกูลหยางและคนอื่น ๆ เป็นตายร้ายดีเช่นไร  จิตสังหารที่นางมีต่อไป๋ซื่อจีจึงมากมายกว่าใครในตระกูลหยาง


    ทันใดนั้น หลงเฉินมองไปที่หยางหลิงเยวี่ยและเอ่ยขึ้น


    “พี่หลิงเยวี่ย ท่านฆ่าเขาเถอะ!”


    เมื่อได้ยินคำของหลงเฉิน  หยางหลิงเยวี่ยชะงักไปในทีแรก


    “หลิงเยวี่ย เจ้าต้องฆ่าไป๋ซื่อจีเสีย ได้เวลาที่เจ้าต้องโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว”


    เสียงของหยางอู่ค่อย ๆ ดังขึ้นจากอ้อมอกของนาง  นางมองพี่ชายที่บาดเจ็บสาหัสและจากนั้นก็มองหลงเฉินและหยางหลิงชิง  เมื่อคิดว่าหยางหลิงชิงฆ่าไป๋ซื่อเฉินด้วยมือของนาง  หยางหลิงเยวี่ยรู้สึกประทับใจในตัวนางอย่างสุดซึ้ง  เวลานี้นางจะสามารถฆ่าไป๋ซื่อจีได้หรือไม่?


    เมื่อได้ยินดังนั้น สีหน้าของไป๋ซื่อจีเปลี่ยนไป  ขณะที่เขามองสีหน้าเย็นชาของหลงเฉิน เขารู้ดีว่าไม่มีความหวังหลงเหลืออยู่อีกแล้ว  ดังนั้นเขาจึงต้องการจับหลิงเยวี่ยเป็นตัวประกัน  แต่ทว่าหลงเฉินจะไม่เข้ามาวุ่นวายในแผนของเขาได้อย่างไร?


    ไป๋ซื่อจีแทบจะไม่สามารถขยับได้เมื่อถูกต่อยเข้าอีกหมัดที่หน้าอก  ซึ่งทำให้เขาล้มลงกับพื้น เขารู้สึกราวกับว่ากระดูกในร่างกายแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ความเจ็บปวดแผ่ซ่านไปทั่วร่างและทำให้เขาไม่สามารถเคลื่อนไหวได้


    “หลิงชิง ขอยืมกระบี่เจ้าหน่อย”


    น้ำเสียงเย็นเยียบดุจน้ำแข็งของหยางหลิงเยวี่ยดังเข้าหูไป๋ซื่อจี  ทันใดนั้น ไป๋ซื่อจีรู้สึกหวาดกลัวจนหน้าถอดสี  เขารีบเอ่ยขึ้น


    “หลิงเยวี่ย ได้โปรด อย่าทำเช่นนี้เลย เจ้าต้องไม่ทำเช่นนี้...ข้ารักเจ้าจริง ๆ นะ ไม่เช่นนั้นก่อนหน้านี้ข้าจะให้สร้อยมรกตกับต่างหูเจ้าทำไมล่ะ?”


    เมื่อไป๋ซื่อจีพูดจบ  สร้อยมรกตและต่างหูที่ส่องประกายระยิบระยับก็ถูกโยนใส่หน้าเขา  ด้วยประกายแสงของเครื่องประดับเหล่านั้น  ไป๋ซื่อจีเห็นแสงแวววาวที่มีขนาดใหญ่กว่าของกระบี่ผลึกมายา  หลังจากที่หายใจออก ไป๋ซื่อจีก็รู้สึกถึงวัตถุเย็นเยียบที่แทงทะลุหัวใจของเขา


    ในสภาพที่สติกำลังเลือนราง ความงดงามของหยางหลิงเยวี่ยปรากฏให้เห็นในสายตาเขาอีกครั้ง จากนั้นไม่นาน โลกของเขาก็อันตรธานหายไป


    เมื่อกระบี่ผลึกมายาแทงทะลุหัวใจของไป๋ซื่อจี  หยางหลิงเยวี่ยก็ทรุดตัวลงกับพื้นและหัวเราะออกมา 


    “ไป๋ซื่อจี ไหนเจ้าเคยบอกว่า ‘ต้องควักหัวใจของเจ้าออกมาเท่านั้น ข้าถึงจะรู้ได้ว่าเจ้ามีข้าอยู่ในใจหรือไม่’ อย่างไรล่ะ ในที่สุดข้าก็ทำแล้ว และได้เห็นอย่างชัดเจนแล้วด้วย คำตอบก็คือ ไม่มีเลย...”


    หลงเฉินตบไหล่นางเบา ๆ และเอ่ยขึ้น


    “อย่าโง่ไปเลย ในหัวใจของคนพรรค์นั้นมีแต่เลือดสุนัขเท่านั้นล่ะ  จะมีหัวใจของสาวงามอย่างท่านอยู่ได้อย่างไรกัน?”


    ***********************


    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน