หลี่หยวนหยวนเงยหน้าขึ้น “เลิกพูดเรื่องอดีตเถิด ข้าหย่าให้ท่านแล้ว ผ่านหนึ่งปีนี้ไป ข้าก็จะกลับเมืองหลวง เริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้อื่น”
“หลี่หยวนหยวน!”
“ข้าจำชื่อตนเองได้ ไม่ต้องเรียกหรอก” นางยิ้มน้อยๆ “หรือท่านคิดว่าหลังจากที่ข้าหย่ากับท่านแล้ว จะต้องครองตัวเป็นสตรีที่ถูกสามีทิ้ง สงบเสงี่ยมอยู่แต่ในเรือนกันเล่า”
“เจ้าจะแต่งงานใหม่ไม่ได้ จนกว่าข้าจะอนุญาต”
“ท่านอ๋อง กฎหมายแคว้นต้าหลงเขียนเอาไว้ชัดเจนว่าหากสตรีใดหย่าขาดแล้ว ย่อมมีสิทธิ์จะแต่งงานใหม่ได้ ท่านไม่เคยอ่านหรือไร”
“แต่ข้าเป็นอ๋อง หากว่าเจ้าแต่งงานกับคนที่ไม่คู่ควร ย่อมจะเสียหายมาถึงข้า”
หลี่หยวนหยวนสะบัดมือของนางออกจากการเกาะกุมอย่างแรง หยางหลีเหว่ยใช้กำลังดึงเอาไว้ ขณะนั้นอาการวิงเวียนศีรษะกำเริบเฉียบพลันทำให้ร่างของนางโงนเงน คล้ายจะล้มลง
“เจ้าเป็นอันใดไป” อ๋องหยางรีบใช้แขนรวบเอวนางเอาไว้
หลี่หยวนหยวนเอนเข้าไปซบอกของเขา นางยกมือขึ้นทุบต้นแขนของเขาอย่างอ่อนแรง “ปล่อยข้านะ”
“ปล่อยได้อย่างไรกัน เจ้าแค่จะยืนก็ไม่ไหวอยู่แล้ว”
“แต่...แต่ข้าจะปัสสาวะราดอยู่แล้ว” นางพยายามจะยันกายออกจากเขา แต่มองไปทางใดก็คล้ายกับสิ่งรอบข้างกำลังหมุน
“พูดจริงหรือ” เขาเอ่ยถาม สองมือกุมต้นแขนของนางให้นางพยายามทรงตัว แต่ร่างกายนางกลับดูโอนเอนจนน่ากลัว “เดี๋ยวข้าช่วยเจ้าเอง”
“ไม่ เรียกซุนมามา มาช่วยข้า” ศีรษะของนางเอนไปมา ร่างกายก็อ่อนปวกเปียก
หยางหลีเหว่ยไม่รอช้า เขาช้อนร่างนางขึ้นแล้วอุ้มไปยังมุมห้องที่มีโถถ่ายเบา หลี่หยวนหยวนหน้าแดงเมื่อเห็นเขาหยิบโถถ่ายเบาออกมาวางหลังฉากขนาดสูงขึ้นเอว
“ท่านอ๋อง ออกไปก่อน”
“เจ้านั่งลงเองให้ได้ก่อน”
อาการปวดรุมเร้าจนหลี่หยวนหยวนแทบจะทนไม่ไหว นางยื่นมือไปเกาะผนังเอาไว้ ค่อยนั่งลง อิงร่างกับผนังแล้วหันไปมองเขา “ท่านออกไปสิ!”
“ข้ายืนหันหลังให้เจ้าก็พอ หากว่าเจ้าเกิดอันตรายจะได้ช่วยทัน”
หลี่หยวนหยวนนึกโมโหตนเองที่วิงเวียนศีรษะไม่เลือกเวลา ช่างน่าขายหน้านัก แต่หากชักช้าแล้วนางเกิดปัสสาวะราดกางเกงจะยิ่งย่ำแย่ เมื่อเห็นเขายืนหันหลังให้แล้วจึงค่อยๆ ปลดเชือกกางเกงของตนออกแล้วพยายามปัสสาวะให้มีเสียงเบาที่สุด
หยางหลีเหว่ยยืนหันหลังพร้อมกับเอากำปั้นอุดปากตนเองมิให้ส่งเสียงหัวเราะออกมา
หลี่หยวนหยวนปัสสาวะเสร็จก็รีบดึงกางเกงของตนขึ้นมาสวม นางค่อยๆ ก้าวออกมายืนอยู่ข้างหลังเขา
“เจ้าเสร็จแล้วหรือ” เขาหันกลับมามองแทบจะทันที
ใบหน้าของนางแดงก่ำ นี่เป็นความอับอายที่สุดในชีวิต นางนั่งปัสสาวะโดยที่มีบุรุษยืนหันหลังให้อยู่ตรงหน้า
“เจ้าค่ะ”
อ๋องหยางช้อนร่างนางขึ้นแล้วอุ้มไปยังเตียงนอน หลี่หยวนหยวนไม่อาจขัดเพราะนางยังรู้สึกวิงเวียนอยู่ เขาวางนางไว้ด้านในเตียง จากนั้นก็ขยับขึ้นไปนอนข้างๆ
“ข้าต้องงีบสักหน่อย ก่อนรุ่งสางต้องนำตัวนักโทษออกเดินทาง เจ้าเองก็หลับเสียเถิด” กล่าวเท่านั้นเขาก็ปิดเปลือกตาลง ครู่หนึ่งก็หายใจเบาลง
หญิงสาวแสร้งหลับตาอยู่พักหนึ่ง พอรู้ว่าเขานอนหลับไปแล้วจึงตะแคงข้างมามองอดีตสามี แสงเทียนในห้องริบหรี่จนใกล้จะดับ เสี้ยวหน้าด้านข้างหล่อเหลาของเขาทำให้นางใจเต้น
‘บ้าจริง! หย่ากันไปแล้วจะมาตื่นเต้นทำไม’
หลี่หยวนหยวนเผลอยกมือขึ้นแตะหน้าท้องของตน หากว่าลูกหน้าตาเหมือนเขาก็คงจะดูดีมากเลยทีเดียว
เจิ้งตู้ในฐานะหัวหน้าองครักษ์หน่วยหยกทมิฬสั่งการให้ลากเอาตัวนักโทษเผ่าหมาป่าที่รอดชีวิตเพียงสี่คนไปยังสำนักมือปราบของตำบลเฟิ่งฝูเพื่อตีตรวนและขังเอาไว้
หมิ่นชุนได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนหัวหน้าหน่วยทั้งสามมีบาดแผลถูกแทงตามร่างกายหลายแห่ง
“คุณชาย ท่านเป็นอย่างไรบ้างขอรับ”
“ไม่เป็นไร ข้าประมาทไปหน่อย ไม่คิดว่าองครักษ์สวมหน้ากากผู้นั้นจะโผล่ออกมาพอดี แส้ของมันมีพลังมาก แต่ตวัดรัดเอวข้าไว้ก็ไม่อาจจะสลัดพ้น” หมิ่นชุนมองหัวหน้าทั้งสาม “พวกเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง”
“แค่บาดเจ็บเล็กน้อย ไม่กล้าตายหรอกขอรับ ไม่คิดเลยว่าอ๋องหยางจะพาองครักษ์หยกทมิฬมาไล่ล่าพวกเราด้วยตนเอง”
หัวหน้าสิบของเผ่าหมาป่าที่ถูกหมิ่นชุนช่วยออกมาจากคุกใต้ดิน เดิมก็ถูกเฆี่ยนตีจนอ่อนแรงอยู่แล้ว เมื่อถูกแบกหนีภัยตลอดคืนก็ยิ่งอิดโรย ระหว่างการต่อสู้ เขาพยายามพุ่งเข้าช่วยสหายทั้งสอง ทำให้ถูกแทงไปอีกหลายแผล บัดนี้ไม่อาจจะขยับเขยื้อนได้
“หัวหน้าซู เหตุใดเจ้าจึงเรียกเจ้าหนุ่มนี่ว่าคุณชายเล่า มันเป็นแค่ทหารฝึกใหม่มิใช่หรือ” หัวหน้าสิบที่ได้ยินการพูดคุยระหว่างคนทั้งสองนึกฉงน
ผู้ที่ถูกเรียกว่าหัวหน้าซูหัวเราะหึๆ “นี่คือ คุณชายรองที่ถูกเขาไปฝึกในหุบเขามหากาฬอย่างไรเล่า ท่านผู้นำให้ติดตามเจ้ามาเฉินม่ายเพื่อให้คุณชายได้แสดงฝีมือ”
หัวหน้าสิบถึงกับตกตะลึง “ท่าน...ท่านคือ คุณชายรองหมิ่นชุน คิดไม่ถึงเลยจริงๆ”
เด็กหนุ่มรูปร่างผอมบางใบหน้าคมคายยกยิ้มมุมปาก “ใช่ ข้าเอง”
“มิน่าเล่า ท่านถึงได้บุกเข้ามาในคุกใต้ดินได้อย่างเงียบกริบ ข้าเองนึกประหลาดใจอยู่”
หัวหน้าสิบนึกถึงคำบอกเล่าของหัวหน้าหน่วยทหารอาวุโส ท่านผู้นำอาวุโสซึ่งมีศักดิ์เป็นปู่ของหมิ่นฮุยและหมิ่นชุน ได้เลือกให้หมิ่นชุนเข้าไปฝึกในหุบเขามหากาฬตั้งแต่สามปีก่อน การฝึกนั้นป่าเถื่อนและโหดร้ายยิ่งนัก ผู้ที่สามารถรอดชีวิตออกมาได้ จะได้รับการวางตัวให้เป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำเผ่าคนต่อไป
“เจ้าคงกำลังสงสัยว่าเหตุใดข้าจึงถูกจับง่ายดายเช่นนี้ใช่หรือไม่”
“ขอรับ” หัวหน้าสิบพยักหน้ารับ “ข้าไม่เชื่อว่าผู้ที่ถูกฝึกจากหุบเขามหากาฬจะมีฝีมือเพียงเท่านี้”
หมิ่นชุนสีหน้าเคร่งขรึม “ข้าประเมินฝีมือของหน่วยหยกทมิฬต่ำเกินไป แต่ไม่เป็นไร อ๋องหยางต้องเก็บชีวิตของพวกเราเอาไว้แลกกับตัวประกัน”
“เช่นนั้น....”
“พวกเจ้านอนพักเสียเถิด พรุ่งนี้เช้าเขาต้องคุมตัวพวกเราออกเดินทางไปชายแดน” หมิ่นชุนตัดบท
หลี่หยวนหยวนตื่นขึ้นมาก็ไม่พบตัวอดีตสามีแล้ว อ๋องหยางออกเดินทางพร้อมด้วยองครักษ์หน่วยหยกทมิฬคุมตัวนักโทษทั้งสามกลับไปยังเฉินม่าย
ซุนมามาส่งบ่าวรับใช้ไปเชิญท่านหมอมารออยู่แล้ว ครั้นเห็นหลี่หยวนหยวนอาบน้ำรับประทานอาหารเรียบร้อยก็รีบเอ่ย
“คุณหนูเจ้าคะ ตรวจอาการสักหน่อยเถิด เมื่อวานข้าเห็นท่านอาการไม่ค่อยดี น่าเป็นห่วงนัก”
“ดีเหมือนกัน ตอนที่ข้าวิ่งหนีโจรผู้นั้น ข้าเหน็ดเหนื่อยมาก ดีที่ท่านอ๋องมาช่วยเอาไว้ได้ทัน” หลี่หยวนหยวนพลันนึกกังวลถึงชีวิตน้อยๆ ในท้องของตน ดีที่เมื่อวานนางไม่เจ็บท้อง มีเพียงวิงเวียนและอาเจียน
ท่านหมอเข้าไปนั่งตรวจอาการของนางที่โต๊ะ เพียงแตะชีพจรไปได้สักครู่สีหน้าก็เปลี่ยน
“ข้ามีปัญหาใดหรือ” หลี่หยวนหยวนเห็นสีหน้าของท่านหมอแล้วไม่ค่อยวางใจ
“คุณหนู ร่างกายของท่านช่างแปลกนัก ครั้งก่อนข้าพบชีพจรมงคลอันเดียว แต่ครั้งนี้กลับพบถึงสอง”
*************
