บนยอดเขาหลางซาง สำนักของผู้ฝึกตน ดรุณทั้งสาม หมกมุ่นอยู่กับเอกสารต่างๆ ในตำหนักข่าวกรอง มีเพียงสองคนที่ไตร่ตรองไล่ดูตัวอักษรมากมายบนกระดาษที่ส่งเข้ามาไม่หยุดหย่อน เครื่องจักรกลทำจากไม้เลื่อนส่งป้องไม้ไผ่ขนาดเล็กมีแผ่นกระดาษข่าวสารข้างใน ให้ทั้งสองคอยคัดกรอง
“ทั้งดินแดนใหญ่โตปานนี้ ผู้คนตั้งครรภ์มีนับไม่ถ้วน นี่ก็ค้นจนจะทั่วแล้วยังไม่เจอ”
หลิวซี ชายหนุ่มดวงตาเปล่งประกายดูใสซื่อ นั่งเอาคางเกยกับกองหนังสือ ศอกตกอยู่ข้างโต๊ะ มือข้างหนึ่งถือกระดาษ อีกข้างถือพู่กัน ไม่มีท่าทีหยุดพัก มือเลอะไปด้วยคราบน้ำหมึก เอกสารกระดาษกองโตวางบนโต๊ะ ทำให้แทบไม่เห็นหน้าของพี่ใหญ่ทั้งสอง
ไป๊จิ่ง หนุ่มชุดขาวท่าทางสุภาพเรียบร้อย นั่งหลังตรงจดข้อมูลอย่างตั้งใจ คิ้วบางชี้เหยียดเหมือนท้าทายผู้อื่น หลังจากนั่งไม่ได้พักมาหลายวัน แก้วชาของเขาแห้งไม่มีน้ำสักหยด เหลือบมองคนผู้หนึ่ง นั่งดื่มชามาสองวันไม่ขยับตัวไปที่ใด
ด้านหน้าเครื่องจักรชายหนุ่มที่เหมือนคนป่วย นั่งสัปงกดวงตาหลุบต่ำ พอมีสติขึ้นได้ โม่หลานนั่งดื่มชาดูศิษย์น้องทั้งสองจดจ่อกับข้อมูลมาหลายเดือน ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากช่วย เขามองว่ามันยุ่งยาก หากทำให้ชุดเลอะหมึก
โม่หยางเลิกหนังตาขึ้นละกล่าว “ให้อาจารย์มาทำเองเถิด ตำหนักนี้หนาวเย็นจนเจ็บป่วย เพียง้าตามหานางปีศาจตนเดียว เสียเวลาบำเพ็ญของพวกเรายิ่งนัก”
“หากนางได้เกิดใหม่ได้คราวนี้ ความวุ่นวายจะมากกว่านี้อีก ท่านจะกลัวความหนาวยิ่งกว่านี้เป็แน่”
ไป๊จิ่งส่ายหัวให้กับศิษย์พี่ที่เกลียดความวุ่นวาย
ไม่ทำอะไรเลยนอกเหนือจากอ่านตำราฝึกฝนวิชาแปลกประหลาด
“ทูตที่ท่านใช้ตามหา เจออุปสรรคอันใดถึงนานเยี่ยงนี้ หรือโดนจับหมดไปแล้ว อ่อนแอเกินไปกระมัง ข่าวคราวไม่ได้ความอันใด”
โม่หยางถึงกับทำชาหก ไหนใครเลยจะเก่งกล้าจับทูตเขาไว้แล้วเขาไม่รับรู้
ทูตทำจากิญญาคนตายในคุกหลังสำนัก ไม่ใช่ิญญาธรรมดา
เป็ิญญาบำเพ็ญเพียรแล้วตายเขาใช้เวลาปลุกยื้อแย้งแยกจิติญญา
ควบคุมพวกมันกว่าจะสำเร็จอดหลับอดนอนครึ่งค่อนเดือน
หลิวชี เจอสิ่งที่เป็ไปได้กล่าวว่า “แถบเมืองหลวงมีสตรีตั้งครรภ์สองนางไม่อาจเข้าตรวจสอบได้ มีคนคุ้มกันฝีมือดี ข่าวดีนางหนึ่งอยู่เรือนเสนาฝ่ายซ้าย ข่าวร้ายอีกนางเป็พระสนม ช่างยุ่งยากจริงๆ”
“กำแพงนั่นจะช่วยชีวิตนางได้จริงหรือ ถึงสิ้นคิดไปเกิดในวัง”
โม่หยางกล่าวด้วยเสียงเย้ยหยันเล็กน้อย
“พรุ่งนี้ลงเขา ไปตรวจสอบ” กล่าวจบเขาเดินออกจากตำหนัก สายตาเต็มไปด้วยความรู้สึกห่วงใย ทูตทั้งห้าดวงที่ส่งลงเขาเงียบหายหลายเดือน
…
…
บนยอดสูงสุดของเทือกเขาตำหนักของบรรพต อาจารย์หวัง (เซียนหวัง) เ้าสำนักหลางซางแห่งนี้ อายุของเขามากพอให้กับผมเป็สีขาว หรือว่าเป็เพราะกลายเป็เซียนถึงมีผมสีขาว ไม่มีผู้ใดรู้แน่ชัด
มีเหล่าศิษย์มากมายอยากเป็ศิษย์สายตรงของเขา
ผู้บรรลุเป็เซียนมีอยู่ไม่มากนักในเวลานี้ทำให้ผู้คนเสื่อมใสต่อเขามากยิ่งขึ้น
หากแต่ศิษย์ที่เขารับสายตรงมีสิบห้าคน
คัดกรองจากงานแข่งขันภายในสำนักฝ่ายใน
ภายในสำนักหลางซางอยู่ในเจ็ดอันดับสำนักใหญ่ในโลกบำเพ็ญเพียร มีศิษย์สายนอกสายในรวมนับห้าพันคน อาจารย์มากกว่าสามร้อยคนและผู้ดูแลผู้ช่วยนับพันคน
บันไดหินยาวชันสู่ศาลาหน้าตำนักดรุณทั้งสองเดินขึ้นมายังศาลา พร์ศิษย์ทั้งสองดีไม่น้อยกว่าเขาสมัยหนุ่มๆ เสียงพูดคุยดังถึงยอดเขา หวนนึกถึงสหาย กาลเวลาผ่านไปผู้คนก็ห่างหายตามกาลเวลา
…
“คารวะ ท่านอาจารย์”
“คารวะ ท่านอาจารย์”
อาจารย์เซียนหวังพยักหน้ารับด้วยสีหน้าอ่อนโยน
ผ่านมาหลายปีศิษย์ทั้งสองเรียนรู้วิชาจากเขาไปไม่น้อย
เื่ที่มอบให้ศิษย์ทั้งสามจัดการนานถึงห้าเดือนถึงคืบหน้า
“พวกเ้าสืบเสาะจัดการได้เสร็จสิ้นครานี้ ข้าจะให้เม็ดโอสถสำหรับบรรลุสภาวะขั้นสามไว้ให้พวกเ้าไว้ใช้ไวกว่ากำหนด”
ไป๊จิ่ง เดินไปด้านข้างอาจารย์หันหน้ามองออกไปทางด้านนอกสำนักอีกหลายร้อยลี้ “ศิษย์พี่ให้มาแจ้งอาจารย์ พรุ่งนี้จะออกเดินทางไปที่วังตรวจสอบครรภ์พระสนม”
“พระสนมตั้งครรภ์…?” อาจารย์หวังถึงกับสีหน้าดูแย่
ตามพยากรณ์ในวัง่นี้มิใดมีการเกิดใหม่
รึว่าคำนวณผิดไปความชราเริ่มกัดกลิ่นในใจของเขา
เหมือนที่คุกหลังเขาเกิดเหตุการ์ณนางปีศาจแอบหนีออกมาได้
สำนักเริ่มถดถอยขึ้นทุกวัน “ทุกอย่างผิดแปลกไปหมด ดวงดาวหมุนเปลี่ยน ข้าต้องเดินทางไปสำนักปราณฟ้า ตรวจดูดวงชะตาใหม่ หาเด็กเป็นางผู้นั้นมาเกิดจริง ใส่ยานี้ให้นางกิน” เม็ดยาสีดำ ถูกยื่นให้ไป๊จิ่น
หลิวซี กล่าวทันที “ขออีกเม็ดได้ไหมอาจารย์ ข้าสงสัยมีอีกนางตั้งครรภ์”
อาจารย์หวังไม่ปล่อยให้เขาพูดจบ“สิ่งนี้…!! ก่อนให้กินพวกเ้าต้องแน่ใจซะก่อนว่า ใช่หรือไม่ อย่าริให้กินส่งเดช เด็กมิอาจรอด”
เขาเริ่มหนักใจกับศิษย์น้อยผู้นี้ โชคยังดีมีศิษย์คนอื่นคอยช่วยสั่งสอน
“ส่วนยันต์ทั้งสามใบนี้ไว้ใช้เมื่อเหตุจำเป็ พวกเ้าใช้ได้แค่เพียงใบละครั้ง เมื่อเกิดภัยอันใดพวกเ้าสู้ไม่ได้ หลบหนีไม่ได้ หากศัตรูไม่ใช่ผู้เบิกฟ้ายันต์นี้จะช่วยให้รอดชีวิตได้ ครานี้ไม่รู้กี่ปีกว่าจะจบปัญหา ข้าต้องกักตนเพิ่มปราณให้มั่นคงขึ้น ยันต์ที่ให้พวกเ้าไปดูดกลืนพลังปราณข้ายิ่งนัก รู้ไหม ฮึ!! ”
“ขอบคุณท่านอาจารย์” ทั้งสองรีบน้อมรับยันต์วิเศษมีค่ามหาศาล
สิ่งนี้ท่านอาจารย์ใช้ปราณแท้สร้างขึ้น
พวกเขาแทบไม่อยากเชื่อความตระหนี่ของอาจารย์ตน
เื่นี้เขาไม่อาจมอบให้ผู้อื่นในสำนักได้ถึงยอมให้ศิษย์ทั้งสามจัดการ
…
วันที่นางปีศาจหลุดออกจากคุก โม่หยางดันเจอกับนางเข้า
ร่างเหย้ายวนนุ่งชุดสีแดงขาดเป็ริ้วรอยกระบี่ ไม่มีรอยเืให้เห็นบนร่างนางแม้แต่น้อย เกิดความคิดล่อลวงชายหนุ่มให้ช่วยหนีออกจากหุบเขา ใบหน้างดงาม เรือนร่างเย้ายวน เดินลอยลงจากอากาศ
ก้าวเท้าช้าๆ อ้อยอิ่ง ยืนหน้าชายหนุ่มนั่งสมาธิบนหิน นางกรีดมือเพียงโอบรอบคอชายหนุ่ม สะโพกมนกำลังนั่งลงตักชายหนุ่ม ฝ่ามือหนาััหน้าอกอิ่มขาวผ่องทะลุรอยเสื้อผ้าที่ขาดรุงรังทำให้ิััักันรับรู้ถึงปราณในร่างกาย ชายหนุ่มส่งแรงผ่านฝ่ามือกระแทกเข้าทรวงอกอย่างแรง ร่างบางประเด็นชนต้นไม้ เธอไม่อาจล่อลวงชายหนุ่มหน้านิ่งได้
โม่หยาง้าิญญาปีศาจเธอมาดัดแปลงเป็ทูตปีศาจ ผ่านการต่อสู้ไม่กี่กระบวนท่านางหลบหนีออกจากหุบเขาได้แค่ดวงิญญา