เหรียญกับมาช่วยกันเตรียมอาหารอยู่ในครัว โดยมีต้องและนับคอยถือขึ้นไปให้ข้างบนชั้นดาดฟ้า แสงแดดประกายส้ม่ห้าโมงทอไปทั่วเมือง มองจากข้างบนเห็นอาคาร ถนน ต้นไม้สะท้อนสีส้มดูอบอุ่น คนเตรียมอาหารในครัวเก็บของลงอ่างล้างจาน กำลังจะตามขึ้นไปข้างบน แต่มานึกอะไรได้เสียก่อน
“เกือบลืมเลยมึง ในตู้เย็นมีหอยนางรม เห็นมึงชอบกินเลยซื้อมาด้วย” มายิ้มโชว์ฟันกระต่ายคู่หน้าอันเป็เอกลักษณ์ของเธอส่งให้
“อยากกินเลย” เหรียญรู้สึกน้ำลายสอในปากขึ้นมาทันที
ภายใต้หลังคาที่ต่อเติมครึ่งหนึ่งของดาดฟ้า แสงสว่างสลัวจากหลอดไฟ ลมเย็นพัดโชย ฟูกบางสำรับรองนั่ง บนโต๊ะญี่ปุ่นมีหม้อดินเผาจิ้มจุ่มวางอยู่ตรงกลาง ตะกร้าผัก เนื้อสด ไข่ อาหารเครื่องเคียงถูกวางไว้เต็มโต๊ะ และที่ขาดไม่ได้คือกระติกน้ำแข็งและเบียร์
จริงอยู่ว่าทุกคนชอบดื่มเบียร์ แต่ไม่มีใครอยากนั่งใกล้กระติกน้ำแข็งเพื่อคอยหยิบน้ำแข็งให้คนอื่นๆ เลยมีธรรมเนียมของกลุ่มเกิดขึ้น นั่นคือ...
“มาโอน้อยออกเลย!” มาออกคำสั่ง ทุกยกมือขึ้นร้องพร้อมกัน
“โอน้อย.....ออก!”
หงาย หงาย หงาย คว่ำ
“อีต้อง มึงมานั่งนี่เลยเพื่อน” มาเรียกต้องพร้อมผายมือ ต้องเป็คนเดียวทีออกต่างจากเพื่อนเลยต้องไปนั่งประจำข้างกระติกน้ำแข็ง ต้องเบ้กลอกตา แต่ก็ยอมขยับไปนั่งอย่างว่าง่าย
“สวยสุดในกลุ่มอะเนอะ เพื่อนเลยเกลียด บอบบางโดนกลั่นแกล้ง”
“โทษมือมึงอะตุ๊ด” มาว่า
ในขณะที่มาและต้องกำลังว้าวุ่นอยู่หน้าเตาว่าน้ำเดือดหรือยัง ใส่ผักได้หรือยัง นับก็ฉวยเอาขวดเบียร์จากลังออกมาหนึ่งขวด แล้วใช้ไฟแช็กงัดเปิดฝาจีบ
“ไอ้นับคอแห้งหรอมึง” มาที่เห็นจังหวะนับใช้ไฟแช็กงัดฝาอย่างชำนาญพอดีแซวขึ้น
“ให้ลื่นๆ คอหน่อยเจ้” เขารินเบียร์ใส่แก้วที่มีน้ำแข็งอยู่แล้วก่อนยกดื่ม “อาซ์...ชื่นใจอย่างนี่” นับยกนิ้วโป้งขึ้น หางตาเขาเหลือบไปเห็นเหรียญกำลังตักหอยนางรมเข้าปากอย่างเอร็ดอร่อย น้ำจิ้มแซ่บจนเธอต้องซูดปาก “กินน้ำจิ้มซีฟู๊ดตอนอ้วกแสบคอนะเว้ย” เขาอดไม่ได้ที่จะแซว
“ใครอ้วกคือบาปจ้า กินทิ้งกินขว้าง” ต้องเสริม
“ถ้าใครเห็นอีต้องอ้วกเตรียมสั่งให้มันกลืนกลับไปด้วยนะ” เหรียญว่ากลับ บรรยากาศตอนนี้เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ คำค่อนแขวะ แซะแซว
อากาศ่ค่ำเริ่มเย็นเหมือนมีไอฝน แต่ฝนก็ไม่ได้ตกลงมา อากาศเย็นเคล้าไอควันอุ่นจากหม้อต้ม เสียงพูดคุยกันสนุกสนาน ทุกคนกำลังเมากรึ่ม ดื่มเบียร์สลับกับกินลวกจิ้ม ่เวลาที่ทุกคนกำลังเมาได้ที่ เหรียญหยิบกีตาร์ขึ้นมาเปิดแอปตั้งสาย นับเห็นอย่างนั้นจึงฝากเธอตั้งกีตาร์ตัวของเขาด้วย เพราะเขากำลังง่วนอยู่กับการกิน
“ฝากตั้งของฉันด้วยดิ iPad วางอยู่ข้างหลังอะ แกเอามาเปิดคอร์ดได้เลย” เธอรับมาดีดตั้งสาย เมื่อทุกอย่างเรียบร้อยเหรียญจึงหยิบ iPad ของนับมาเปิดหาคอร์ดเพลง
ปลายนิ้วของเธอจรดลงจับคอร์ด ปลายนิ้วอีกข้างบรรจงดีดลงบนสายขึ้น Intro เพลง ริมฝีปากเธอขยับร้องคลอตามเบาๆ
‘ก็เป็คำถามอยู่ข้างใน อาจเป็เพราะฉันนั้นทำไม่ถูก อาจเป็เพราะฉันนั้น ให้ค่ามากกับมัน เมื่อรักฉันเกิด
ขอพอแล้วใจ ใจที่มีให้ใครและใคร ฉันพบกับความผิดหวัง พบเพียงความชอกช้ำ เมื่อรักฉันเกิด’
“วู้วววววว” เสียงต้อง มา และนับโห่ร้องตบมือให้เหรียญเมื่อเพื่อนขึ้นเพลงแรกได้ถูกใจ พวกเขารู้ดีว่าเหรียญมักจะมีเพลงเพราะๆ มาเล่นให้ฟัง เธอเคยอยู่ชุมนุมโฟล์กซองสมัยเรียนมหาวิทยาลัย และยังเคยรวมวงกับเพื่อนในชุมนุมรับร้องเพลงตามร้านเหล้าแถวมอ
เสียงร้องของเหรียญและเสียงกีตาร์ที่เธอเล่นกระตุ้นการดื่มแอลกอฮอล์ได้เป็อย่างดี จากทีแรกที่ต้องี้เีเติมน้ำแข็งให้เพื่อนๆ กลายเป็ตอนนี้เขาเห็นแก้วใครน้ำแข็งละลายไม่ได้ จะต้องหยิบเติม และรินเบียร์ให้ทันทีถ้าแก้วพร่อง นับเห็นว่าเหรียญดีดกีตาร์จนไม่ได้ดื่ม เขาจึงหยิบตัวของเขามาดีดผสานเพื่อสลับให้เพื่อนได้พักนิ้วไปกินบ้าง
“อีต้องพอก่อน สองก้อนพอแล้ว” เหรียญร้องห้ามเอามือปิดปากแก้วเมื่อต้องกำลังจะหย่อนน้ำแข็งก้อนที่สามใส่ เธอเทเบียร์ให้ตัวเองก่อนยกจิบๆ ต้องและมาชวนเหรียญชนแก้วไม่ยั้ง ปากร้องเพลงสลับยกแก้วอึกๆ พวกนี้มันเืร้อนกันจริงๆ
‘ก็อยู่ในความสับสน ก็อยู่ในความมืดมนของใจของคน ฉันให้ค่ากับเขา แต่เขานั้นไม่เอา เมื่อรักฉันเกิด’
ไหงพอถึงท่อนที่ร้องว่า ฉันให้ค่ากับเขาแต่เขานั้น ‘ไม่เอา’ อีต้องจะต้องกรีดย้ำเสียงขนาดนั้นด้วยนะ เหรียญคิดในใจ หันไปมองหน้าเพื่อนอีกที เห็นเพื่อนร้องไห้โฮ เธอใร้องถาม
“เอ้าอีต้อง ร้องไห้ทำไม”
“คิดถึงผัวเก่าจ้า” มาตอบแทน ตอนนี้ทั้งมาและต้องพากันคิ้วตกตาตก ั์ตาเชื่อมบ่งบอกว่าทุกคนเมาแล้ว ต้องร้องเพลงตามน้ำตาอาบหน้า นับได้แต่ขำพี่ตัวเอง
‘แค่อยากจะหนีมันไปให้ไกล หนีมันไปให้ไกล ฉันคงไม่หันกลับมา แค่อยากจะหนีมันไปให้ไกล หนีมันไปให้ไกล ก่อนที่เธอจะย้อนกลับมาทำลายฉัน’
ต้องยิ่งร้องไห้ไม่หยุด หยิบเอาขวดเบียร์มาถือเป็ไมค์ “ฮืออออ คิดถึงเหี้ยอะไรล่ะ! แค้นมันสิอีดอก มีอย่างที่ไหน ตุ๊ดเด็กทัก IG มาด่ากูให้ฝากบอกเพื่อนกูด้วยว่าอย่ายุ่งกับผัวมัน พอกูถามว่าผัวมันเป็ใคร มันส่งรูปแอบถ่ายเพื่อนเก้งกูที่เดินกับผัวมาให้กูดู ถามว่าผัวใคร ผัวกูอีเหี้ย!!! เซอร์ไพรส์กูมากจ้า!!! ตุ๊ดเด็กทักฝากให้กูบอกเพื่อนว่าให้เลิกยุ่งกับผัวมัน แต่ผัวมันคือผัวกู คือกูโดนตุ๊ดเพื่อนกับตุ๊ดเด็กหารผัวกูอีกที อีดอก!! ฮือออ” เื่นี้เป็เหตุผลหลักที่ต้องเลิกกับแฟนแล้วย้ายมาอยู่กับมา แต่แทนที่นับฟังเื่เล่าแล้วจะสงสารกลับขำจริตเล่นใหญ่ร้องไห้ของพี่ตัวเอง มันไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาได้ฟังเื่นี้ พออีกวันตื่นขึ้นมาต้องจะถามเพื่อนว่า เมื่อคืนกูพูดถึงผัวเก่าหรือเปล่า ถ้าเพื่อนบอกว่าพูดก็จะบอกว่า คนอย่างกูหรอจะเหงากีแบบนั้น
“อะ หมดแก้ว ฉลองเลิกกับผัว” นับยกแก้วขึ้นปั่นให้ทุกคนชน ต้องที่เห็นว่าเหรียญเมาตามตัวเองไม่ทันก็ใช้มือดันก้นแก้วให้เพื่อนดื่มรวดเดียวหมด
“กูว่ากูเมาแล้วอ่ามึง” เหรียญรู้สึกถึงหนังตาที่หนักจนตกลงมา ร้องเพลงอะไรก็สนุก พูดอะไรก็ลื่นไหลไปหมด นี่มันอาการของคนเมาชัดๆ “เพิ่งกินไปแค่สามขวดเนี่ยนะ” เธอว่า
“ฟอร์มตกชิบหาย สมัยเรียนกินยันเช้ายังไปเรียนต่อได้” นับแซว ตัวเขาเองก็เมาไม่น้อย หน้าเขาแดงไปถึงหู ตาลายจนจับคอร์ดกีตาร์ผิดๆ ถูกๆ
“นั่นมันสมัยสาวๆ ปะวะอีนับ ตอนนี้อีกสองปีก็สามสิบแล้วนะเว้ย! โต้รุ่งไม่ไหวแล้วป้ะ” มาตอกกลับ แล้วเธอก็ใเอง “บ้าจริง! พอผ่านอายุยี่สิบสองมาทำไมเวลามันเดินไวแบบนี้วะ กูจะสามสิบแล้วอ่อว้า” ว่าแล้วก็ชนแก้วกันอีก
เวลาล่วงเลยจนถึงตีสอง ทุกคนเริ่มเฉื่อย กินช้าลง พูดช้าลง เริ่มนั่งแบบย้วยๆ เลื้อยลงพื้นจนแทบจะเป็ท่านอน แยกกันที่เวลา 02.00 น. นับกับเหรียญนั่งแท็กซี่กลับด้วยกัน ตลอดทางทั้งสองคนต้องสลับกันหยิกเมื่อเห็นคนอีกจะหลับ เพราะกลัวลืมของบนแท็กซี่
รถจอดส่งพวกเขาริมถนนใหญ่ให้เดินเข้าคอนโดไปเอง นับและเหรียญเดินเหมือนิญญาหลุดลอยเข้ามาในรั้วคอนโด เหรียญอยู่ตึกแรกห้องเธอจึงถึงก่อน ส่วนนับอยู่ตึกที่สาม ซึ่งต้องเดินลึกเข้าไปอีก เขารู้ดีว่าเขาแบกกีตาร์เดินต่อเข้าไปไม่ไหวแล้ว แทบอยากจะกะพริบตาแล้วถึงห้องเสียเลยด้วยซ้ำ
“เดินไม่ถึงห้องว่ะ” นับบอกเสียงยานๆ เหรียญไม่พูดอะไรกลับ เพียงแต่ยกนิ้วโอเคให้แล้วเอื้อมมือหนักๆ ของเธอไปดึงคอปกเสื้อฮาวายของนับให้เดินผ่านร้านสะดวกซื้อตามเธอเข้าตึกไป
ระหว่างรอลิฟต์ขึ้นถึงชั้นสิบสอง นับยืนเอาหัวพิงผนังลิฟต์และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังลอยขึ้นข้างบน เหรียญยืนตาปรือจับสายกระเป๋ากีตาร์แน่นด้วยกลัวกีตาร์ไหลตกพื้น เมื่อลิฟต์เปิด เธอจึงยกมือกระตุกคอเสื้อนับอีกรอบให้เขาตื่นเดินตามเธอออกมา
ทันทีที่ประตูห้องไขออก นับรีบวางกีตาร์ หยิบหมอนบนโซฟาโยนลงพื้นแล้วทิ้งตัวนอนคว่ำบนพื้นเปล่าๆ ดังตึกแบบไม่รู้สึกเจ็บ
เหรียญเดินโงนเงนข้ามร่างนับไปราวกับร่างนั้นเป็สิ่งของไม่ใช่มนุษย์ เลื่อนประตูห้องนอนเปิดออก ทิ้งตัวลงนอนบนฟูกพร้อมกับความรู้สึกปั่นป่วนที่ท้อง
นี่ฉันดื่มมากไปจนกระเพาะลงโทษหรือไงนะ ถึงได้ปล่อยน้ำย่อยโครกครากขนาดนี้