ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

บทที่609 เผชิญหน้ากับจักรพรรดิเพลิง อันหลาน

         อี้เฉินที่เห็นเหล่าบรรพบุรุษชรา ค่อยๆ สืบฝีเท้าเข้าไปตายตก ภายในลานประลองเป็นตาย เป็นว่าเล่น แม้แต่ราชาโอสถ ยังสืบฝีเท้าเตรียมจะขึ้นไปต่อสู้ ส่งให้เสียงสังหารเฉินอิน นางไม่ยินยอม ให้ผู้เป็นอาจารย์ของนาง ออกไปต่อสู้เด็ดขาด จนราชาโอสถ ต้องกล่าวขอร้องอี้เฉิน ให้ห้ามปรามศิษย์ของเขาไว้

 


       “ท่านอาจารย์ ท่านออกไปต่อสู้ แล้วแดนบทกลอนล่ะ จะทำเยี่ยงไรหากไร้ซึ่งผู้นำ” น้ำเสียงเฉินอิน ที่กล่าวพูดสั่นเครือ พร้อมสายตาที่วูบไหวไม่น้อย

 


       “บัดนี้ป้ายผู้นำดินแดนบทกลอน ข้าได้ส่งมอบให้ ผู้อาวุโสที่หนึ่งแล้ว เจ้าอย่าร้องไห้ งอแงเป็นเด็กน้อยเลย เฉินอิน” ครั้นราชาโอสถ พยักหน้าให้อี้เฉิน เขาก็กระโจนขึ้นไปด้านบน สนามประลองเป็นตาย ส่งพัดปักษา5สี เข่นฆ่าออกไปเบื้องหน้าในทันใด

 


        อี้เฉินที่เห็นความดื้อรั้นของเฉินอิน พยายามจะดิ้นให้หลุดออกจากมือเขา อี้เฉินปรายตาไปบอกนางในทันใด “เจ้าเชื่อมั่นในตัวของราชาโอสถ หรือไม่เฉินอิน”

 


        เสียงสะอื้นหญิงสาวมองค้อน มาที่อี้เฉินด้วยความเดือดดาลเป็นโทสะ “เจ้าพูดอะไรออกมาอี้เฉิน ข้าก็ต้องเชื่อมั่นว่า อาจารย์ของข้า จะต้องชนะนะสิ”

 

 

        “เช่นนั้นเจ้าจงยืนดูอยู่นิ่งๆ เถอะ ข้าเองก็เจ็บปวด ไม่น้อยไปกว่าเจ้าเช่นกัน”ครั้นอี้เฉินกล่าวคำพูดเสร็จสิ้น เขาส่งสายตาไปมอง การต่อสู้ด้วยสายตาคมกล้า ทว่าภายในดวงตาแห่งความหวังคู่นั้นของอี้เฉิน วูบไหวสั่นระริกอยู่ไม่น้อย รับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดของเขา

 


         ทว่าไม่นานที่เปลวเพลิงไฟ ที่บ้าคลั่งโหมกระหน่ำ โพยพุ่งขึ้นไปท่วมท้นท้องฟ้า พร้อมกับพัด5สีในมือราชาโอสถ ส่งเปลวเพลิง คลื่นลมที่รุนแรง ฉีกกระชากรอบด้านจนแหลกลาญ ออกไปจู่โจม

 


         ส่งเสียงตู้ม!!ดังก้องออกมาไม่ขาดสาย พร้อมกับร่างสุนัขโลกันตร์ติดไฟลุกท่วม วิ่งหนีหลบการโจมตีไปหลายสิบ หลายร้อยกระบวนท่า ปานสายฟ้าฟาด ส่งให้ร่างของมันอาบไปด้วยโลหิตสด จากการพัด คลื่นพายุเปลวเพลิง ที่เกรี้ยวกราด ส่งให้สนามประลองสั่นไหวไม่หยุด จนต้องให้ สุนัขโลกันตร์วิ่งหนีหัวซุกหัวซุน แค่นเสียงสบถด่า ออกมาดังลั่น

 


        ทว่าเมื่อสบโอกาสเพียง ไม่กี่เสี้ยววินาที ที่ราชาโอสถ เอาแต่จดจ่อกับการโจมตี ราวกับอสูรร้ายที่หลุดออกจากกรงขัง ใส่ปราณพลังทั้งหมดที่มีเข่นฆ่าออกไปด้านหน้า

 


        ร่างสุนัขโลกันตร์ติดไฟลุกท่วม จู่ๆ มันก็สำแดงการเคลื่อนที่เฉพาะส่วน ส่ง คมเขี้ยวออกไปกัด ช่วงแขนราชาโอสถ จนขาดสะบั้น ส่งให้เสียงร้อง “อ๊าก!!”ดังออกมาก้องในทันใด

 


        ร่างราชาโอสถ ที่ถูกเหวี่ยงออกไป พยายามจะยืนหยัดขึ้นมาต่อสู้อีกครั้ง ปราณพลัง หลายส่วนถูกส่งไปรักษาบาดแผล เข่นฆ่าออกไปด้านหน้าอย่างไม่มีลังเล ส่งให้เสียง ตู้มๆ ดังก้องฟ้า ต่อเนื่องไม่มีขาด

 


       ผู้คนดินแดนเทพที่เห็น ราชาโอสถกำลังจะเพลี่ยงพล้ำ ถอยร่นอย่างต่อเนื่อง จากความเจ้าเล่ห์แสนกล ของสุนัขโลกันตร์ มันก็ทำให้ใครหลายๆ คนต่างก็น่าบูดเบี้ยว เสียงศัตรูเองก็ดูท่าว่า จะได้ใจไม่น้อย กล่าวดูถูกเย้ยหยันออกมาทันใด “คนดินแดนเทพมันมีน้ำยาแค่นี้เองหรือวะ” “ฆ่าพวกมัน”


“ฆ่าพวกมัน” จึงถูกแค่นเสียงคำราม ออกมาก้องไม่ขาดสาย

 


       เฉินอินนางไม่อาจดูภาพ ผู้เป็นอาจารย์ของนางได้อีกต่อไป ครั้นเข้ามากอดกายอี้เฉินไว้แน่น ร้องไห้โฮออกมา ราวกับเป็นเด็ก ให้อี้เฉินปลอบโยนในทันใด

 


       ชั่วขณะที่เสียง ฉัวะ!!! ดังออกมาก้องฟ้า จากปากของ สุนัขโลกันตร์ที่ปลดปล่อย คมแสงดาบสีดำสนิทออกมา จากมิติภายในปากของมัน ส่งให้ร่าง ราชาโอสถ แตกสลายกลายเป็นเถ้าธุลีในทันใด รัศมีที่คมดาบนั้น แฝงไว้ด้วยการตัดผ่าเต๋าทั้งหมดภายในร่าง พร้อมกับวัฏจักรแห่งความตายแผ่ซ่านออกมา

 


ผู้คนที่รับรู้ถึงความเฉียบคมของคลื่นดาบนั้นแฝงไว้ด้วยกฎเกณฑ์ ต่างก็กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ รับรู้ได้เลยว่า สุนัขโลกันตร์ตัวนี้ไม่ธรรมดา

 


         ราชาโอสถเขาใช้แรงเฮือกสุดท้าย ส่งอาวุธพัด5สีให้กับ เฉินอินแล้วคลี่ยิ้มออกมากว้าง ในวาระสุดท้าย ก่อนเขาจะสลายหายออกไป ราวกับเป็นอากาศธาตุ

 


เฉินอิน ที่เห็นพัด5สี นางร้องไห้โฮ ลูบคลำมันอย่างอ่อนโยน ครั้นเมื่อละจากอี้เฉินได้ นางก็โอบกอดพัด5สีนั้นไว้แน่น

 


      ผู้คนดินแดนเทพ พวกเขายิ่งหน้ามืดทะมึน ความหวาดกลัว ยิ่งเกาะกุมหัวใจพวกเขา เมื่อการต่อสู้ผ่านไปสามรอบ บรรพบุรุษชราของพวกเขา ต่างก็ไม่มีใครสามารถ เอาชนะศัตรูต่างดินแดน ได้แม้แต่คนเดียว

 


     จักรพรรดิศาสตราคลี่ยิ้มออกมากว้าง เมื่อปรายตาไปมองเห็นเหล่านักรบ ต่างก็เสียขวัญกันอย่างหนัก ไม่คิดแผนการ หลอกล่อเช่นนี้ จะทำให้ศัตรูดินแดนเทพ เสียขวัญได้มากมายถึงเพียงนี้ “สมแล้วที่ได้ชื่อจักรพรรดิ แห่งการบงการ จักรพรรดิสามตา”

 


จักรพรรดิศาสตรา เขาเอ่ยชมด้วยความจริงใจ แต่เขาไม่ชอบคนที่ทำอะไรซับซ้อนเฉกเช่นนี้ มันผิดวิสัยกับคนมุดทะลุ เถียงตรงเยี่ยงเขา

 


         ทว่าทันใดที่จักรพรรดิศาสตรา ชูมือขึ้น เตรียมจะสั่งกองกำลังบุกออกไปเบื้องหน้า เขาก็ต้องหยุดชะงักในทันใด เมื่อน้ำเสียงจักรพรรดิเพลิงอันหลาน กล่าวพูดขึ้นมากะทันหันด้วยความโอหัง

 


         “ไอ้พวกคนดินแดนเทพ เหมือนว่ามันจะอ่อนแอ กว่าที่ข้าคิดอีกสินะ” ครั้นปรายตาไปมองอี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า เอ่ยเสียงเรียบออกมาอีกคราในทันใด “เจ้ากับข้าเราควร ตัดกงล้อแห่งโชคชะตา ให้สิ้นสุดลงได้แล้วกระมังอี้เฉิน”

 


ครั้นจักรพรรดิเพลิงอันหลาน กล่าวพูดเสร็จสิ้น เขากระโจนขึ้นไปด้านบนสนามประลองในทันใด พร้อมกับกวักมือเรียกอี้เฉิน

 


        ผู้คนที่อยู่โดยรอบเห็นจักรพรรดิ อันหลานที่ขั้นพลังตกหล่น ท้าประลองกับเด็กหนุ่มชนรุ่นหลัง หลายคนต่างก็พากันอึ้ง ตะลึงงัน ไม่เว้นแม้กระทั่งเหล่าจักรพรรดิที่อยู่โดยรอบ จนเสียงพูดคุยซุบซิบของเหล่านักรบ ดังออกมาก้อง ทว่าก็มีหลายคนรับรู้ว่า จักรพรรดิอันหลาน ออกคำสั่งไล่ล่า ฆ่าสังหารอี้เฉินมานานนมแล้ว

 


         อี้เฉินเขาหน้าบูดเบี้ยวไม่น้อย แม้ว่าจักรพรรดิอันหลาน จะขั้นพลังตกหล่น ก็ยังถือว่าห่างชั้นกับเขาอยู่ดี ทว่าสิ่งที่หลายๆ คนไม่คาดคิด ก็คือจักรพรรดิอันหลาน ตัดขั้นพลังของเขาลงอย่างไม่ลังเล ส่งฝ่ามือทำลายจุดตันเถียนภายในร่าง มองเห็นธรรมภายในกาย แตกกระจัดกระจายออกไปทั่วในทันใด

 


        ก่อนเขาจะเอ่ยเสียงเนิบช้า “อี้เฉินเจ้ายังไม่ขึ้นมาอีกเช่นนั้นหรือ ข้าที่เคยแพ้เจ้าในอดีต วันนี้ข้าจะกลบฝังความแค้น ตัดกงล้อแห่งโชคชะตา ของเราลงเสีย”

 


        อี้เฉินที่รับฟังเขายิ่งหน้านิ่วคิ้วขมวด เข้าหากันเป็นปม มันหมายความว่าอย่างไร ที่จักรพรรดิเพลิง อันหลานกล่าวพูด เขามั่นใจว่าเขาพึ่งจะเคยเผชิญหน้า กับจักรพรรดิเพลิงอันหลานซึ่งๆ หน้า

 


        จนเสียงผู้คนรอบด้าน ต่างก็พากันพูดคุยถกเถียง “หรือว่าอี้เฉิน เขาจะเป็นจักรพรรดิโบราณ กลับชาติมาเกิดกัน” แม้แต่เหล่าจักรพรรดิ ยังหันปรายตาไปมองอี้เฉินเป็นตาเดียว

 


        อี้เฉินเอ่ยเสียงเรียบออกไป กลบเสียงพูดคุยจอแจในทันใด “เจ้าหมายความว่าอย่างไร จักรพรรดิเพลิง อันหลาน ข้ามั่นใจว่า ข้าพึ่งเคยเผชิญหน้ากับเจ้า”

 


        จักรพรรดิเพลิงอันหลานเอ่ยเสียงเนิบช้า “เจ้าเชื่อการสงสารวัฏหรือไม่” ก่อนจะโบกฝ่ามือให้อี้เฉินขึ้นมา คิดจะกลบฝังความแค้น ที่เขาได้ผูกไว้กับชายหนุ่ม ตัดขาดมันให้สิ้น ลงภายในวันนี้

 


        อี้เฉินแม้เขาจะไม่เชื่อเรื่องการ สงสารวัฏ เวียนว่ายตายเกิด แต่จากการกระทำของจักรพรรดิเพลิงอันหลาน อย่างไรเขาก็ต้องฆ่าสังหาร จักรพรรดิเพลิงผู้นี้ให้ได้ เมื่อนึกถึงหลายครั้งหลายคราที่เขาถูก ชายผู้นี้คิดจะฆ่าสังหารตัวของเขาลง

 


        ครั้นอี้เฉินคำนับออกไปให้จักรพรรดิอี้เทียนหรง แม้ในใจลึกๆ ของจักรพรรดิ อี้เทียนหรง จะไม่อยากให้อี้เฉินออกไป ต่อสู้ก็ตาม “เจ้าโปรดระวังตัวด้วยอี้เฉิน”

 


         “ขอบคุณองค์จักรพรรดิ อี้เทียนหรง” ครั้นอี้เฉินเอ่ยเสียงเนิบช้า เขากลอกตาไปมองด้านหลัง บริเวณที่ หลินเฟยกับ เยว่ชิงเซียนอยู่ในทันใด พร้อมกับประกายตาที่วูบไหว แฝงไว้ด้วยความรู้สึก ที่สับสนวุ่นวายใจ

 


          ก่อนที่ทั้งสองสาว จะพุ่งปราด สืบฝีเท้าเข้ามากอดกายอี้เฉินไว้แน่น พร้อมกับเพื่อนๆ ของเขา ที่มองอยู่ไม่ห่าง พร้อมจะยอมรับการตัดสินใจของอี้เฉิน หลินเฟยเอ่ยเสียงสั่น “เจ้าไม่ไปไม่ได้หรืออี้เฉิน”

 


อี้เฉินลูบหัวหญิงสาวในกรอบสายตาทั้งสองด้วยความอ่อนโยน ผิดกับเยว่ชิงเซียน นางไม่ได้กล่าวพูดสิ่งใดออกมามากนัก

 


         “บางทีมันอาจจะเป็นเส้นทาง ที่ข้าต้องเดินโดดเดี่ยว โดยลำพังก็เป็นได้ พวกเจ้าโปรดรักษาตัวด้วย” ครั้นสิ้นคำพูดของอี้เฉิน เขากระโจน ขึ้นไปด้านบนลานประลองเป็นตาย เผชิญหน้า กับจักรพรรดิเพลิงอันหลาน

 


        กลุ่มคนที่ดีใจที่สุดในยามนี้ เกรงว่าจะหนีไม่พ้น กลุ่มของจักรพรรดิจ้าววังมังกร ครั้นจะได้มองชม การตายตกของอี้เฉิน แม้แต่บุตรชายทั้งสองอย่าง คุณชายเทียนซง กับคุณชายวังจิน ยังคลี่ยิ้มออกมากว้าง

 


        ผู้คนที่เห็นอี้เฉิน ครอบครองหัวใจสตรีงดงาม ถึงสองคน ยังรู้สึกเสียดาย ที่ชายหนุ่มพุ่งปราดออกไป หาหนทางแห่งความตาย ด้วยตนเองเฉกเช่นนี้

คล้ายกับเรื่องลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ] ที่คุณอ่าน