ตติรัตน์เปิดประตู เดินออกจากห้องน้ำ โดยมีผ้าขนหนูพันที่ศีรษะ และมีผ้าเช็ดตัวพันอยู่รอบร่างบางิ่เหม่ ตติรัตน์ลืมคิดไปเลยว่า ห้องนอนห้องนี้ ไม่ใช่ห้องนอนส่วนตัวของเธอ แต่มันเป็ห้องนอนของเ้าของบ้านหลังนี้ และมีเธอเข้ามาพักอาศัยหลับนอนร่วมด้วย
“อุ๊ย!!...... คุณ”
ตติรัตน์เบิกตากว้างอย่างใ รีบยกมือเรียวเล็กขึ้นมากุมปมผ้าเช็ดตัวเอาไว้แน่น เมื่อเห็นภูเวศน์นั่งอยู่บนปลายเตียงนอน หรี่ตาคมกริบจ้องมองมาที่เธออย่างไม่วางตา โดยคนตัวโตแสดงให้เห็นชัดเจน ว่ากำลังสำรวจร่างบาง เหมือนกำลังประเมินสิ่งต่างๆ ที่เห็นทางสายตา
“คุณจะมองสำรวจฉันอยู่อีกนานไหม?? หรือจะให้ฉันถอดออกหมด จะได้มองเห็นเนื้อตัวฉันชัดๆ ให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
ตติรัตน์หาเสียงตัวเองเจอ ก็ส่งเสียงต่อว่า ประชดประชัน คนตัวโตออกไป เพื่อให้เขาได้รู้ว่าเขามองเธอนานไปแล้ว
“ปากเก่งเหมือนกันนะ ตอนแรกนึกว่าจะนิ่งๆ เรียบร้อยๆ เหมือนผ้าพับไว้ซะอีก อย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน จะได้ออกรสออกชาติ มีสีสันหน่อย”
ภูเวศน์ยิ้มที่มุมปากนิดๆ กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเข้มดุ พร้อมกับลุกขึ้นยืน และย่างสามขุมเดินเข้ามาใกล้ๆ ร่างบาง
หญิงสาวเห็นคนตัวโตเดินเข้ามา ก็ก้าวถอยหลังไปอัตโนมัติ และมือเรียวเล็กก็กำปมผ้าเช็ดตัวเอาไว้แน่นมากขึ้นไปอีก หัวใจดวงน้อยๆ ก็เต้นรัวเร็วผิดจังหวะ จนแทบจะทะลุออกมาจากอก ยิ่งคนตัวโตยื่นมือใหญ่มาดึงรวบเอวบางเข้าไปหาแกร่ง หัวใจดวงน้อยๆ เต้นแรงหนักมาก เบิกตากว้างอย่างใหนักมาเช่นกัน
“คนอย่างฉันถ้าอยากจะให้ถอด ฉันจะเป็คนถอดเอง โดยไม่ต้องให้ใครมาเสนอให้ เธอก็ไม่ต้องกลัวไปว่าจะไม่ได้ถอดให้ฉันดู เพราะเธอจะต้องทำมากกว่านั้น อย่าลืมสิว่าเธอเป็เมียฉัน หน้าที่เมียจะต้องทำทุกอย่างให้ผัว”
ภูเวศน์กล่าวบอกด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น และไม่สนด้วยว่าหญิงสาวที่อยู่ในระยะประชิดติดกันอยู่นี้ จะรู้สึกอะไรยังไง
ภูเวศน์มองใบหน้าสวยหวานที่ไร้เครื่องสำอาง สายตาคมกริบละเลื่อนเลยลงมา หยุดมองที่ปากบางอวบอิ่มเป็นาน จนทำให้คนตัวเล็กในอ้อมแขนแกร่งรู้สึก วูบๆ วาบๆ ร้อนๆ หนาวๆ และประหม่าจนขาสั่นเทาหน่อยๆ เพราะไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ และกำลังจะทำอะไรต่อไปจากนี้
“ไปใส่เสื้อผ้าซะ แล้วลงไปกินข้าว อย่าต้องให้ฉันรอนานล่ะ เพราะฉันไม่ชอบรออะไรนานๆ เข้าใจเอาไว้ด้วย”
ชายหนุ่มจ้องมองอยู่อย่างนั้นชั่วอึดใจ จึงปล่อยร่างบางให้เป็อิสระ เปิดปากเปล่งเสียงกึ่งบอกกึ่งสั่งออกมา แล้วหันหลังเดินอาดๆ ออกจากห้องนอน
“เฮื่อออ!!!!......”
ตติรัตน์จ้องมองแผ่นหลังกว้างบึกบึน จนกระทั่งลับหายออกไปจากประตู จึงถอนหายใจแรงๆ ปลดปล่อยความอึดอัดที่อยู่ภายในออกมา
“คนบ้า เอาแต่สั่งๆ และก็ขู่ๆ วางอำนาจฉิบหาย พูดดีๆ ไม่เป็หรือยังไงกันนะ”
ตติรัตน์บ่นพึมพำกับตัวเองออกมาเบาๆ และไม่คิดจะรอช้า รีบเดินตรงไปยังห้องแต่งตัว พอเข้าไปในห้องแต่งตัว เธอก็ได้เห็นชุดเสื้อผ้าของเธอแขวนเอาไว้อยู่ที่ราวอย่างเป็ระเบียบเรียบร้อย เธอจึงหยิบเสื้อผ้า ที่สวมใส่สบายๆ มาสวมใส่เนื้อตัว
พอเสร็จจากการสวมใส่เสื้อผ้า ตติรัตน์ก็รีบชโลมผิว ด้วยโลชั่นทาผิวที่ติดมาด้วย แล้วเป่าผมให้แห้ง แล้วเดินออกจากห้องนอนไปอย่างเร็วไว ก้าวเดินยาวๆ ลงบันไดไปชั้นล่าง พอลงไปถึงชั้นล่าง ตติรัตน์เจอสาวคนรับใช้ยืนรอเธอ
“เชิญทางนี้เลยค่ะ”
ผผิน สาวคนรับใช้ที่ยืนรอท่าตติรัตน์ เอื้อนเอ่ยกับตติรัตน์ แล้วเดินนำไปห้องรับประทานอาหาร ตติรัตน์จึงเดินตามไปติดๆ โดยไม่ได้พูดถามอะไรออกมา เพราะกลัวว่าคนตัวโตเ้าของบ้านจะรอนานมากกว่านี้ แล้วจะพาลโกรธเธอเอาได้ เพราะเขาบอกไว้ก่อนหน้านี้ว่าเขาไม่ชอบรออะไรนานๆ
๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓๒๓