บทที่ 50 เบาะแส
“ฉีนายไปหยิบศิลาท้องทะเลบริเวณนั้น ส่วนฉันจะเก็บบริเวณนี้” หนึ่งในสามลูกน้องนิวลินกล่าวกับชายผมเทา ชายผมเทาคนนี้มีนามว่าฉี มันเป็นนักรบแห่งท้องทะเลที่มีพลังอ่อนแอที่สุดในหมู่ลูกน้องของนิวลินเวลานี้
“อืม เดี๋ยวบริเวณนั้นฉันจัดการเอง” ฉีพยักหน้า มันไม่ได้คิดอะไรมาก ก็แค่ไปเก็บศิลาท้องทะเลเองทำไมต้องเลือกบริเวณเก็บด้วย? ฉีเดินไปยังบริเวณหนึ่ง มันก้มเก็บศิลาท้องทะเลที่ถูกบดบังด้วยหญ้าสูง หากไม่สังเกตดีๆหรือไม่มีสัมผัสที่ดีมันเป็นไปไม่ได้เลยที่ตะพบเห็น ฉีค่อยๆเก็บศิลาท้องทะเลทีละก้อนใส่ภาชนะซึ่งเตรียมมาใว้ก่อนแล้ว
“ผิดคาดนะเนี่ยที่นายยอมคนอื่นนอกจากท่านนิวลิน” เวลานั้นชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามาใกล้ๆฉี มันกล่าวขึ้นด้วยความแปลกใจ
ฉีเงยหน้ามองชายคนนั้นก่อนหันไปก้มหน้าก้มตาเก็บศิลาท้องทะเลต่อไป มันเมินชายผู้มาใหม่โดยไม่สนใจว่าชายคนนั้นจะรู้สึกโกรธหรือไม่
“ไม่เอาน่า คุยกับฉันหน่อยได้โปรด ฉันขอร้องล่ะ เฮ้ออ~” ชายข้างๆฉีพูดขึ้น ท้ายประโยคมันถอนหายใจ
ฉีชะงักเล็กน้อยจากนั้นจึงใส่ศิลาท้องทะเลที่กำลังถืออยู่ลงไปในภาชนะ เมื่อเก็บเสร็จมันก็ยืนขึ้น มองหน้าชายที่เพิ่งกล่าวกับตนเมื่อครู่ ฉีเปิดปากเอ่ยว่า “กรอนนายมีอะไร? ฉันกำลังเก็บศิลาท้องทะเลตามที่ท่านนิวลินมอบหมายอยู่ นายรู้มั้ยว่าการกระทำของนายมันเป็นการรบกวนฉัน ถ้างานที่ท่านนิวลินสั่งเสร็จช้าคนที่ต้องรับผิดชอบจะเป็นนาย”
“นายคิดว่าศิลาท้องทะเลแค่นี้มันเยอะมากขนาดเก็บไม่หมดภายในหนึ่งชั่วโมงเลยเหรอ?” ชายข้างๆฉีหรือก็คือกรอนพูดออกมา มันใช้สายตาของระดับหนึ่งมองศิลาท้องทะเลขนาดเล็กจำนวนมากมาย แม้ศิลาท้องทะเลจะดูเยอะทว่าด้วยการที่กรอนเป็นระดับหนึ่ง มันจึงไม่ยากที่จะเก็บศิลาท้องทะเลบริเวณนี้ให้หมดภายในหนึ่งชั่วโมง
ฉีครุ่นคิดอยู่หลายวินาทีก่อนพยักหน้าให้กับกรอน มันกล่าวว่า “สิ่งที่นายพูดมันก็จริงอยู่ แต่ฉันควรรีบทำงานที่ท่านนิวลินสั่งให้เสร็จเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้”
กรอนมองฉีอย่างไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ มันถอนหายใจออกมาอีกครั้ง “นายนี่จงรักภักดีต่อท่านนิวลินจริงๆ” นี่คือคำกล่าวของมัน
“มันก็ต้องแน่นอนอยู่แล้วสิ ท่านนิวลินเป็นคนช่วยฉันเอาใว้ในตอนนั้นดังนั้นจึงมีฉันในทุกวันนี้ ฉันถึงแข็งแกร่งมากขนาดนี้ยังไงล่ะ ตามจริงด้วยพรสวรรค์ของฉันแล้วการเป็นนักรบแห่งท้องทะเลเป็นเรื่องยากมาก เพราะท่านนิวลินให้ทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมากกับฉัน ฉันเลยแข็งแกร่งแบบนี้” ฉีพูดขณะเริ่มเก็บศิลาท้องทะเลต่อ
“เรื่องนั้นนี่เอง! ไม่ใช่ว่านายเคยบอกฉันไปหลายรอบแล้วไม่ใช่เหรอ? ทุกครั้งที่นายบอกเรื่องนี้กับฉันนายไม่เคยเบื่อมั่งรึไง? ฉันก็รู้อยู่หรอกว่านายเคารพนับถือท่านนิวลินมาก ทว่าแบบนี้มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือ? ถ้าท่านสั่งให้นายฆ่าตัวตายนายจะทำมั้ย?” กรอนถามแบบไม่ต้องการคำตอบ มันกับฉีรู้จักกัน คงสามารถเรียกว่าเป็นเพื่อนกันได้กระมัง? ฉีคนนี้เป็นคนแปลก มันมีความภักดีต่อท่านนิวลินมากๆ กระทั่งยอมตายให้ท่านนิวลินยังได้
“ฉันจะทำ” ฉีคิดในใจอย่างจริงจัง เพียงไม่นานมันก็ตอบคำถามกรอน กรอนมองไปยังฉีแล้วอดถอนหายใจในใจไม่ได้ ชายคนนี้มักจริงจังทุกเรื่องที่เกี่ยวกับท่านนิวลินเสมอ
ทั้งสองพูดคุยกันขณะเก็บศิลาท้องทะเล(กรอนกับฉีช่วยกันเก็บ) ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงพวกมันก็เก็บเสรฺ็จ กรอนกับฉีนำภาชะซึ่งเก็บศิลาท้องทะเลเอาใว้ไปให้นิวลิน นิวลินมองทั้งสองด้วยสายตาพึงพอใจ แม้กรอนกับฉีจะเป็นคนที่อ่อนแอที่สุดในกลุ่มลูกน้องนิวลิน(กรอนแข็งแกร่งกว่าฉีนิดหน่อย)ทว่าพวกเขาก็มีความภักดีอยู่ในระดับสูง
“ท่านนิวลินมีอะไรให้พวกผมทำอีกมั้ยครับ” ฉีกล่าวถามด้วยความเคารพอย่างถึงที่สุด นิวลินไม่ได้สั่งงานอะไรเพิ่มมันบอกกับกรอนและฉีว่าให้รอพวกที่เหลือเก็บเสร็จก่อน
หากเทียบบริเวณที่พวกฉีเก็บกับลูกน้องที่เหลือของนิวลินเก็บ บริเวณที่พวกฉีไปเก็บนั้นมีศิลาท้องทะเลน้อยกว่ามาก ดังนั้นจึงไม่แปลกที่ทั้งสองจะเก็บเสร็จเร็ว
ด้วยพลังของลูกน้องนิวลินทั้งสองคน(ไม่นับรวมกรอนกับฉี)ทำให้ภายในไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงศิลาท้องทะเลบริเวณนั้นที่พวกมันเก็บอยู่ก็ค่อยๆหมดไปอย่างรวดเร็ว คาดว่าอีกอีกไม่นานศิลาท้องทะเลก็คงไม่เหลือ
สิบนาทีผ่านไป พวกลูกน้องนิวลินที่เหลือต่างก็เก็บศิลาท้องทะเลจนหมดแล้ว ศิลาท้องทะเลเกิดจากการรวมตัวกันของก้อนหินและพลังงานท้องทะเลเป็นผลให้เกิดเป็นศิลาท้องทะเล
ศิลาท้องทะเลมีความสามารถช่วยให้เข้าถึงพลังแห่งท้องทะเลได้มากขึ้นและเพิ่มโอกาสรับรู้พลังแห่งท้องทะเลมากกว่าเดิมซึ่งมีประโยชน์มากเมื่อระดับครึ่งก้าวใช้มัน
ผู้คนส่วนใหญ่ที่ต้องการศิลาท้องทะเลจะเป็นพวกที่เป็นครึ่งก้าวหรือไม่ก็ใกล้เข้าสู่ระดับเหนือกว่านักรบแห่งท้องทะเล เพราะแบบนั้นศิลาท้องทะเลจึงมีราคาสูงมาก ราคาประมูลของมันหนึ่งชิ้นเริ่มต้นที่หมื่นเหรียญมหาสมุทรเป็นอย่างตํ่า ต้องรู้ก่อนว่าแม้กระทั่งในเขตมหาสมุทรศิลาท้องทะเลยังเป็นที่ต้องการจำนวนมาก ไม่แปลกเลยที่มันจะราคาสูงขนาดนี้
“ท่านนิวลินถ้าไม่เป็นการรบกวนท่านผมขอถามอะไรหน่อยได้ไม่ครับ?” วินาทีนั้นชายผมม่วงในกลุ่มลูกน้องพลันกล่าวขึ้น
นิวลินมองชายผมม่วง มันไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆออกมา “พูดมาสิ” มันเอ่ยออกมาและรอฟังสิ่งที่ลูกน้องของมันต้องการถาม หากไม่ถามมากเกินไปมันจะตอบ แต่ถ้าถามเรื่องไร้สาระมันก็จะตักเตือน นิวลินไม่อยากฆ่าคนโดยไม่จำเป็น ไม่ใช่เพราะมันเป็นคนดี แท้จริงมันแค่ไม่อยากเสียลูกน้องระดับนักรบแห่งท้องทะเลไปเท่านั้น
“ท่านนิวลินผมได้ยินข่าวลือมาว่าท่านหัวหน้า(อาร์ครีเวอร์)กำลังเตรียมตัวกลายเป็นระดับที่เหนือกว่านักรบศักดิ์สิทธิ์อยู่ เรื่องนี้ใช่เรื่องจริงหรือเปล่าครับ?” เห็นนิวลินไม่ได้มีท่าทางโกรธมัน ชายผมม่วงรีบถาม
หลังได้ยินคำถามของชายผมม่วงนิวลินก็เงียบไปหลายวินาที ผ่านไปหนึ่งนาทีนิวลินจึงเปิดปากกล่าวขึ้น “เรื่องนี้เป็นเรื่องจริงหรือไม่ฉันก็ไม่รู้ แต่ฉันคาดเดาว่ามันเป็นเรื่องจริง ช่วงนี้ท่านหัวหน้าต้องการศิลาท้องทะเลจำนวนมากแสดงว่ามันต้องเกี่ยวกับการกลายเป็นระดับที่อยู่สูงกว่านักรบศักดิ์สิทธิ์แน่ มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นแบบที่ฉันคาดเดา”
“ฟู่ววว~ เวลานั้นน่าเสียดายจริงๆ หากวิญญาณท่านหัวหน้าไม่ได้รับบาดเจ็บท่านคงสามารถกลายเป็นระดับสูงเหนือกว่านักรบศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างง่ายดาย ผมได้ยินมาว่ามีโอกาสน้อยมากที่จะไม่สามารถพัฒนาไปยังระดับต่อไปได้ถ้าวิญญาณยังได้รับบาดเจ็บอยู่ บางทีการที่ท่านต้องการศิลาท้องทะเลอาจเป็นเพราะ…” ชายผมม่วงถอนหายใจและเอ่ยออกมา
มันพูดยังไม่ทันจบนิวลินก็เตือนมันด้วยนํ้าเสียงดุดัน “แกไม่ควรพูดเรื่องนั้นในที่แบบนี้! หากคนอื่นมาได้ยินอาจเกิดเป็นเรื่องใหญ่โตได้ วิญญาณได้รับบาดเจ็บไม่ใช่เรื่องปกติทั่วไป ปกติแล้วการที่วิญญาณได้รับบาดเจ็บมันแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น”
---
‘วิญญาณของอาร์ครีเวอร์ได้รับบาดเจ็บ!’ สายฝนนิ่งค้างหลังได้ยินข่าวดี ข่าวนี้ดีมากๆสำหรับเขา อาร์ครีเวอร์คือศัตรูของเขาในอนาคต ฮันน่าเคยบอกสาเหตุที่ว่าทำไมผู้คนถึงไม่กล้าตอแยกับกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ให้สายฝนฟัง
เหตุผลเป็นเพราะอาร์ครีเวอร์มีพลังออร่าอันน่ากลัวซึ่งคล้ายกับทักษะของราชาวัวครึ่งปลา วิธีใช้และพลังของออร่ายังไม่ทราบแน่ชัด ทว่าที่รู้ๆก็คือทุกครั้งที่คนของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ถูกสังหาร อาร์ครีเวอร์จะรู้ตัวคนฆ่าทันที และวันต่อมาผู้ที่สังหารคนของกลุ่มโจรวายุศักดิ์สิทธิ์ก็จะตาย
‘เดี๋ยวนะเจ้าคนที่ท่าทางเหมือนเก่งสุดนั่น(นิวลิน)มันบอกว่าหากวิญญาณได้รับความเสียหายโอกาสการยกระดับจะตํ่ามากจนแทบไม่มีทางยกระดับได้ เมื่อกี้มันพูดว่ามีโอกาสที่อาร์ครีเวอร์จะยกระดับใช่มั้ย? ถ้างั้นฉันก็เจอเบาะแสวิธีนักษาวิญญาณของฉันแล้วสิ!’ สายฝนคิด ครั้งหนึ่งเขาเคยถามผู้ดูแล001ว่าวิญญาณของเขาบกพร่องเพราะอะไร คำตอบที่ได้รับคือ [เหตุที่ทำให้วิญญาณผู้ใช้เสียหายเป็นเพราะวิญญาณได้รับบาดเจ็บ]
‘หรือว่าอาร์ครีเวอร์จะมีวิธีฟื้นฟูวิญญาณ’ คิดแบบนั้นแล้วสายฝนก็อดตื่นเต้นดีใจไม่ได้ เขาพอจะรู้แล้วว่าควรตามหาวิธีรักษาวิญญาณที่บกพร่องอย่างไร อันดับแรกต้องไปที่พักโจรภูเขาให้ได้ก่อน!
‘แม้ว่าฉันจะอ่อนแอแต่ด้วยหลักประกันชีวิตทั้งหมดที่ฉันมีฉันคงจะสามารถแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มโจรได้ถ้าไม่เจอกับอาร์ครีเวอร์’
---
จบบทที่ 50 เบาะแส