---------------------------------------------
ย้อนกลับไปก่อนวันที่พวกนางจะถูกลงโทษ ไป๋หงที่กำลังกระหยิ่มยิ้มย่องที่ซูลี่ถูกกุมตัวไปก็ไม่สนใจจางเหมยอีก สตรีบ้านนอกเช่นนี้จะอยู่ที่ไหนก็ไม่เกี่ยวกับนาง ดังนั้นนางจึงปล่อยให้จางเหมยดูแลตัวเองหลังจากนั้น
จางเหมยที่รู้สึกว่าไป๋หงทอดทิ้งหลังเสร็จภารกิจได้แต่โกรธเคือง แต่นางก็ไม่สามารถทำอะไรได้ โชคดีที่ยังมีเงินที่ไป๋หงเคยให้นางก่อนหน้านี้ติดตัวอยู่บ้าง เมื่อนางได้มาเมืองหลวงอย่าคิดว่านางจะยอมกลับไปง่ายๆ ดังนั้นนางจึงออกไปตามหาซูเหวินโดยถามเอาจากผู้คน จนรู้ว่าซูเหวินได้เป็ขุนนางเล็กๆ ในเมือง นางก็ตาลุกวาวออกไปตามหาเขาทันที
เมื่อจางหมยพบซูเหวินก็ถูกเขาต่อว่า จนไม่อาจพูดอะไรได้ เขาโกรธเกลียดนางเป็อย่างมาก จนนางรู้สึกตัวแล้วว่าไม่มีโอกาสจะได้แต่งงานกับเขา นางจึงกลับมาขออาศัยอยู่ที่จวนเสนาบดีไป๋ต่อ บ่าวรับใช้ในจวนไม่มีใครสนใจนาง เพราะนางเป็คนที่คุณหนูไป๋หงพาเข้ามา แต่ไม่ได้บอกว่าจะให้นางมาทำอะไร พวกเขาจึงไม่มีใครกล้าเข้าไปยุ่งกับนาง
จวบจนจางเหมยเดินตามทางเดินพบเข้ากับบุรุษหนุ่มหน้าตาเกลี้ยงเกลาผู้หนึ่ง เขาสวมชุดดูคล้ายจะเป็นายผู้หนึ่งของจวน นางจึงแสร้งล้มลงขอความช่วยเหลือจากเขา บุรุษผู้นั้นคือไป๋ไห่ ชายผู้เป็นักรักตัวยง เมื่อพบเข้ากับสตรีที่ขอความช่วยเหลือไหนเลยเขาจะปล่อยทิ้งไว้ได้ เขาจึงตรงเข้าไปช่วยเหลือนางในทันที และพวกเขาจึงเกิดพึงพอใจซึ่งกันแลักัน
เมื่อจางเหม่ยถูกสั่งลงโทษ โทษฐานใส่ร้ายซูลี่ ก็ได้ไป๋ไห่ผู้นี้ที่ช่วยเหลือนางออกมา และรับนางเป็อนุอยู่ในเรือนของเขา เื่ทั้งหมดนี้ไป๋หงไม่ได้รับรู้เพราะนางถูกกักบริเวณนั่นเอง
"เหตุใดข้าจะอยู่ไม่ได้ล่ะ ในเมื่อข้าเป็ภรรยาผู้หนึ่งของพี่ชายเ้า"
"แก นังคนบ้านป่าเมืองเถื่อน กล้าดีอย่างไรมาอ่อยพี่ชายข้า คอยดูเถอะวันนี้ข้าจะสั่งสอนเ้าอย่างไร"
แล้วทั้งสองก็พุ่งเข้าตบตีกันอย่างชุลมุน ผู้คนต่างพามามุงดูแต่ไม่มีใครคิดเข้าไปห้าม เื่ในบ้านควรให้คนในบ้านของนางจัดการ ดังนั้นทั้งสองจึงดึงทิ้งกันไปมาจนผมเผ้าหลุดรุ่ย ก่อนที่ฮูหยินใหญ่แม่งานในครั้งนี้จะก้าวเข้ามาห้าม
"พวกเ้าเอะอะอันใดกัน"
น้ำเสียงทรงพลังดังขึ้น แม้ปกตินางจะเป็คนใจดี แต่ในฐานะสตรีผู้เป็ใหญ่ในบ้าน หากนางใจดีมากเกินไปจะดูแลผู้คนในจวนได้อย่างไร ดังนั้นเมื่อถึงคราวต้องแสดงอำนาจนางก็สามารถทำออกมาได้อย่างไร้ที่ติ
สองสตรีที่กำลังตบตีกันก็หยุดชะงัก ก่อนจะรู้สึกตัวว่ามีผู้คนมามุงดูพวกนางราวกับกำลังชมเื่สนุก พวกนางยกมือขึ้นจัดผมและเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อย ไป๋หงชี้ไปที่จางเหมยก่อนจะเอ่ยฟ้องขึ้นก่อนว่า
"ท่านแม่ใหญ่ สตรีมากเล่ห์ผู้นี้อ้างตัวว่าเป็ภรรยาของพี่ชายข้า"
"เ้าโดนกักบริเวณจึงคงไม่ทราบว่า จางเหมยได้เป็อนุของพี่ชายเ้าอย่างถูกต้องตามธรรมเนียมแล้ว"
เมื่อได้ยินคำของไป๋หงฮูหยินใหญ่จึงเอ่ยขึ้น ไป๋หงที่ได้ยินก็เบิกตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อ สตรีชั่วร้ายจะยอมให้นางมาเป็อนุของพี่ชายที่แสนดีของนางได้อย่างไร นางคิดจะโต้แย้งขึ้น แต่ถูกฮูหยินใหญ่ชิงกล่าวขึ้นก่อนว่า
"เหตุใดพวกเ้าถึงมาแสดงกริยาเลวร้ายอยู่ที่นี่ได้"
ฮูหยินใหญ๋ปรายตามองไปทางจางเหมยและไป๋หง
จังหวะที่เ้าบ้านกำลังจัดการเื่ราวภายในบ้าน เด็กน้อยสองคนที่หมดความสนใจจึงปลีกตัวออกมา แน่นอนว่าเป็อี้ฮวากับเยว่เลอนั่นเอง ส่วนเยว่ซิน นางยังอยากชมดูความสนุกต่อจึงยืนดูอยู่ข้างๆอี้ผิง โดยไม่รู้เลยว่าเด็กน้อยทั้งสองถอยร่นออกไปด้านนอกแล้ว
เมื่ออี้ฮวากับเยว่เล่อถอยออกมา พวกเขาก็เดินไปที่สนามหญ้าใกล้กับทางออกจวน ก่อนหน้านี้ตอนที่มีสตรีสองคนตีกันพวกขารู้สึกว่ามันสนุกมากๆ แต่หลังจากนั้นเมื่อมีฮูหยินใหญ่ไป๋เข้ามา พวกเขาก็รู้สึกว่าหมดสนุก ไม่อยากอยู่ดูการโต้เถียงกันของผู้ใหญ่ จึงหนีออกมาหาเื่สนุกอย่างอื่นทำ
"เรามาเล่นวิ่งไล่จับกันมั้ย ที่นี่โล่งมากเลย ผู้คนไปมุงดูตรงนั้นกันหมดแล้ว"
"เ้าใส่ชุดนนั้นจะวิ่งได้หรอ"
เยว่เล่อที่ได้ยินดังนั้นก็นึกขึ้นได้ วันนี้เขาใส่ชุดน่ารำคาญอยู่บนตัวนี่นะ แต่เขาไม่ยอมแพ้หรอก
"ได้สิ่ มาลองดูมั้ย"
"งั้นก็ได้ ข้าเป็ฝ่ายหนีก่อนนะ"
กล่าวจบอี้ฮวาก็รีบวิ่งออกไปทันที ทำให้เยว่เล่อที่ได้ยินรีบวิ่งตามไป พวกเขาวิ่งไปใกล้กับประตูหน้าจวนมากขึ้น เมื่อวิ่งไปได้ประมาณยี่สิบก้าว เยว่เล่อในชุดฟูฟ่องก็สะดุดชุดล้มลงไปกองกับพื้น อี้ฮวาที่เห็นดังนั้นก็คิดวิ่งเข้าไปช่วย แต่ระหว่างที่นางคิดจะวิ่งกลับมาช่วยได้มีเงาดำแวบขึ้นบนหัวของนาง แล้วทุกอย่างก็มืดสนิทลง
เยว่เล่อที่เห็นเช่นนั้นก็ใ ลืมความเ็ปจากการสะดุดล้มเมื่อครู่ พุ่งตัวเข้าไปทางอี้ฮวาที่โดนบุคคลแปลกหน้าจับตัวไปทันที
บุคคลแปลกหน้าที่เห็นเด็กน้อยอีกคนกำลังวิ่งตามมา พวกเขาจึงพุ่งเข้าไปจับนางมาด้วยอีกคน ก่อนจะพาขึ้นรถม้าขับออกไปจากจวนรวดเร็ว
บ่าวรับใช้ที่เห็นเหตุการณ์รีบวิ่งไปบอกกับเสนาบดีไป๋เ้านายของเขาทันที บ่าวรับใช้รู้เพียงว่ามีเด็กถูกคนลักพาตัวไป แต่เขาไม่รู้ว่าเด็กที่โดนลักพาตัวไปเป็เด็กจากสกุลใด เนื่องจากวันนี้มีแเื่มาร่วมงานมากมาย อีกทั้งยังมีเด็กจากสกุลต่างๆมาร่วมงานด้วยไม่น้อยเช่นกัน
เสนาบดีไป๋ที่ได้ยินดังนั้นก็รีบไปที่เกิดเหตุ เขารีบเรียกแขกทุกคนในมารวมตัวกัน เื่ราวการตีกันของสองสตรีจึงให้ยุติกันไว้ก่อนแล้วค่อยมาชำระความกันในภายหลัง เขาขอให้ทุกคนช่วยตรวจดูบุตรหลานของตัวเองว่ามีใครหายไปหรือไม่
หลังจากตรวจดูแล้วพบว่าเด็กที่หายไปมีสองคน หนึ่งคือคุณหนูสกุลอี้ อี้ฮวา อีกหนึ่งคือองค์ชายน้อย เยว่เล่อ คนในครอบครัวของทั้งสองใเป็อย่างมาก
เยว่ซินคิดทบทวนเหตุการณ์ก่อนที่เด็กน้อยทั้งสองจะหายตัวไป เมื่อครู่สองคนนั้นยังยืนอยู่ข้างๆนางเองนะ พวกเขาหายออกไปตอนไหนกัน แล้วใครกันที่เป็คนลักพาตัวพวกเขาทั้งสองไป หากพวกเขาไม่รู้ว่าเยว่เล่อเป็องค์ชายแล้วจับตัวไปเรียกค่าไถ่พร้อมกับอี้ฮวาก็แล้วไป แต่หากเขารู้ว่าเยว่เล่อเป็องค์ชายแล้วยังจับตัวไปอีก นี่สิ่ที่น่ากลัว ดังนั้นเยว่ซินที่ตั้งสติได้ รีบส่งคนไปแจ้งข่าวแก่เสด็จพ่อเสด็จแม่อย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะรีบกลับไปสมทบกับพวกเขาอีกครั้งที่วังหลวง
ฝ่ายแม่ทัพอี้ที่รู้ว่าบุตรสาวถูกลักพาตัวไปพร้อมกับองค์ชายน้อย ก็โมโหจนสั่งทหารปิดทางออกเมืองทั้งหมด เขาสั่งการให้ทหารในสังกัดรีบออกค้นหาตัวทั้งสองโดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งเข้าวังไปทูลขออนุญาตค้นหาอย่างเป็ทางการ
ฝั่งฮองเฮาและฮ่องเต้เมื่อทราบข่าวก็รีบสั่งให้ทหารออกค้นหาเช่นเดียวกันกับแม่ทัพอี้ ดังนั้นเมื่อแม่ทัพอี้มาขออนุญาตพวกเขาจึงตอบรับโดยไม่ลังเล ใครกันที่กล้ามาลักพาตัวบุตรชายของพวกเขาไป หากจับตัวได้อย่าว่าแต่ชีวิตของพวกเขา แม้แต่คนในครอบครัวก็อย่าหวังว่าจะอยู่อย่างเป็สุข
------------------------------------
รถม้าโคลงเคลงไปมาจนอี้ฮวารู้สึกตัวตื่นขึ้น สิ่งที่นางมองเห็นในตอนนี้มีเพียงความมืดสนิท นางพยายามขยับมือของตัวเอง แต่กลับพบว่ามันถูกมัดเอาไว้อย่างแ่า ปากของนางก็มีเชือกผูกเอาไว้ทำให้นางไม่สามารถส่งเสียงขอความช่วยเหลือออกไปได้ แขนของนางััได้ว่ามีคนอยู่ข้างๆนาง นางไม่รู้หรอกว่าใครคือบุคคลที่นางััโดน แต่นางพอจะเดาได้ว่าเขาต้องมีชะตากรรมไม่ต่างจากนางอย่างแน่นอน นางในตอนนี้ได้แต่งุนงงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เยว่เล่อที่รู้สึกตัวตื่นขึ้นมา เขามีความรู้สึกไม่ต่างกับอี้ฮวา แต่ดีกว่าอี้ฮวาตรงที่เขารู้ว่าพวกเขาทั้งสองโดนคนจับตัวมา เพราะก่อนที่เขาจะสลบไป เขาทันได้เห็นอี้ฮวาในร่างเขาถูกจับตัวขึ้นรถม้า ก่อนที่เขาจะวิ่งตามแล้วถูกจับตัวมาพร้อมกันอีกคน
รถม้าวิ่งไปเรื่อยๆ ระหว่างทางพวกเขาได้ยินเสียงคนคุยกันที่นอกรถม้า เป็เสียงเหี้ยมเกรียนของหนึ่งบุรุษหนึ่งสตรีดังขึ้น
"สามีข้าถูกจับตัวไป ถ้าเราจะช่วยเขาได้มีแต่ต้องหาตัวประกันแลกเปลี่ยนเท่านั้นแหละ"
"แต่ตัวประกันที่เ้าว่าเป็ถึงองค์ชายเชียวนะ หากพวกเขาจับได้ เราไม่ตายดีแน่"
"เราก็อย่าทำให้พวกเขาจับได้สิ่ อีกอย่างพวกเรามีตัวประกันถึงสองคน เราก็เอาคนหนึ่งแลกสามีของข้ามา เมื่อหลบหนีสำเร็จค่อยปล่อยอีกคนกลับไป แค่นี้เราก็ปลอดภัยแล้ว"
สตรีผู้นั้นเอ่ยแผนการณ์ของนางขึ้น ทำให้บุรุษอีกคนที่ฟังอยู่คล้อยตาม ยังไงเขาก็ไม่สามารถทำอะไรได้แล้วนอกจากเลยตามเลย ก่อนหน้านี้นางไม่ได้บอกเขาว่าบุคคลที่เป็เป้าหมายในการจับตัวมาแลกเปลี่ยนจะเป็ถึงโอรสของฮ่องเต้และฮองเฮา แม้คนที่ถูกจับตัวไปจะเป็พี่ชายของเขา แต่หากเขารู้เขาไม่มีทางรับปากช่วยนางแน่
สองเด็กน้อยที่ฟื้นขึ้นมาแล้ว ได้ยินคำพูดของพวกโจรลักพาตัวก็อดคิดตามไม่ได้ เหมือนพวกเขาจะถูกจับมาเพื่อแลกเปลี่ยนกับใครบางคน พวกเขาได้แต่จำคำพูดของพวกโจรเอาไว้
โจรลักพาตัวไม่ได้สนใจเด็กน้อยหลังรถ พวกเขาไม่คิดว่าทั้งสองจะฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ถึงจะฟื้นขึ้นมาพวกเขาก็ไม่สนนักหรอก เพราะอย่างไรคนที่ถูกจับมาก็ยังเป็แค่เด็กเล็กๆอยู่ดี ดังนั้นพวกโจรจึงยังพูดคุยอีกหลายเื่จนมาถึงที่หมาย
ที่ที่พวกเขามาถึงเป็บ้านไม้หลังเก่ากลางป่า ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองหลวงพอสมควร พวกโจรลักพาตัวได้เตรียมการเื่สถานที่หลบซ่อนเป็อย่างดี บ้านหลังนี้เป็บ้านร้าง ไม่มีคนอาศัยอยู่มานานหลายปี พวกเขาเคยสืบเื่เ้าของบ้านหลังนี้ ก็รู้ว่าเ้าของบ้านเสียชีวิตไปได้หลายปีแล้ว และไม่มีญาติพี่น้องที่ไหน บ้านจึงยังคงร้างมายาวนาน บวกกับไม่ค่อยมีผู้สัญจรผ่านไปมา เพราะทางไปบ้านหลังนี้เดินทางค่อนข้างลำบาก พวกเขาจึงยึดบ้านหลังนี้เป็สถานที่กบดาน และในครั้งนี้บ้านหลังนี้จึงเป็สถานที่ใช้หลับซ่อมตัวเด็กสองคนที่โดนจับตัวมา เพื่อรอนำไปแลกเปลี่ยน
----------------------------------------------------------------
ตอนหน้ามาดูกันว่าสองเด็กน้อยจะทำอย่างไรกันต่อไปดีนะคะ