"สวัสดีท่านนายป้อมพี่ชายสุดหล่อขอรับ" , "พี่ชายเทียนเจี๋ยหากข้าโตขึ้น ข้าจะเป็นเจ้าสาวของท่านได้ไหมเจ้าคะ ข้า... เอ่อข้า ข้าลืมสวัสดีพี่ชายเลย" , "พี่ชายเทียนเจี๋ยท่านจะเอาขนมมาแจกพวกเราอีกไหมขอรับ"
แต่เช้ากลุ่มเด็กๆ เริ่มทยอยเดินออกจากที่พัก และเหล่าเด็กน้อยก็เห็นถางเทียนเจี๋ยกับหนุ่มใหญ่อีกสองคน เด็กๆ ไม่รู้ว่าอีกสองคนคือใคร คำเรียกนายป้อมสุดหล่อ คือการเรียกถางเทียนเจี๋ยอย่างเป็นกันเอง
ทั้งสองคนถางอี้และเหอหมิ่นมองเด็กๆ ก่อนที่อยู่ๆ จะหน้าบี้ย่นด้วยความประหลาดใจ เพราะเหล่าเล็กๆ เหล่านี้ เวลาที่เดินผ่านพวกเขาไป ด้านหน้าของเด็กๆ ต่างวุ่นวายอยู่กับการสร้างวงเวทย์ พวกเขาเป็นผู้วิเศษทั้งหมดงั้นเหรอ บางคนถึงกับสร้างธาตุน้ำและยิงมันออกมาได้ด้วย บางคนก็ปั้นก้อนดินออกมาเป็นลูกๆ ลอยไปมากลางอากาศ
ใครกันที่บ้าพอที่จะใช้เงินหลายร้อยบูลนี่ จนถึงหลายพันบูลนี่เพื่อมอบ 'รูน' อันมีค่าให้เด็กๆ เหล่านี้ตระหนักรู้ มองๆ ไป เด็กๆ ที่เดินไปเดินมาและใช้ร่ายเวทย์ตรงนี้ มีเกือบๆ ห้าสิบคน นี่คือจำนวนมหาศาล เกือบจะเทียบเท่าชั้นเรียนผู้วิเศษของอาณาจักรจำนวนหนึ่งชั้นเรียนแล้วด้วยซ้ำ
แต่ปัญหาที่ใหญ่ที่สุดคือ สิ่งที่ทำให้ทั้งถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นประหลาดใจ เด็กๆ เหล่านี้ ต่างตระหนักรู้รูนสำเร็จกันหมด และพวกเขาได้ก้าวเดินบนเส้นทางแห่งผู้วิเศษแล้วจริงๆ
ใครๆ ก็ต่างรู้ การเป็นผู้วิเศษนั้นไม่ง่ายเลย หากการตระหนักรู้รูนมันง่ายและใครๆ ก็ทำได้ โลกใบนี้คงเต็มไปด้วยผู้วิเศษ และมันบ้ามากๆ ที่เห็นเด็กๆ ร่ายเวทย์และสร้างวงเวทย์กัน ราวกับเป็นเรื่องปกติแบบนี้
พวกเขาเป็นเด็กอัจฉริยะกันหมดงั้นเหรอ เพราะแม้ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวจะมีเงินเป็นแสนบูลนี่ แต่จะสร้างผู้วิเศษจำนวนห้าสิบคนนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ยกเว้นเด็กๆ เหล่านี้ต่างเป็นอัจฉริยะทั้งหมด ที่สามารถประสบความสำเร็จด้วยความพยายามและทรัพยากรอันน้อยนิดได้
เด็กๆ ที่เซี่ยซีหานเก็บมา ด้านนอกเป็นแบบนี้กันหมดงั้นเหรอ... อัจฉริยะที่สามารถเข้าใจพลังธรรมชาติได้อย่างง่ายดาย
ทั้งถางอี้และอาวุโสเหอหมิ่นต่างคิดและต้องการพูดแบบนี้
แต่ความจริงคืออะไรกันแน่? ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว ไม่ใช่สถานที่แห่งการหลอมสร้างศาสตราอีกแล้วเหรอ เขากลายเป็นมหาวิหารสำหรับเหล่าผู้วิเศษตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองไม่เข้าใจ
เป็นอีกครั้งที่ถางเทียนเจี๋ยรู้ว่าทั้งสองคิดอะไร เขาจึงยิ้มและรีบพูด
"ท่านพ่อท่านลุงเหอหมิ่น ข้ารู้ว่าท่านกำลังคิดอะไรอยู่ หลักๆ เด็กเหล่านี้ ได้รับโอกาสจากเจ้าตัวแสบเซี่ยซีหานของเรา และเขาถูกปลูกฝังโดยท่านอาวุโสเคอซวน"
"แต่การที่เด็กๆ ตระหนักรู้รูนศักดิ์สิทธิ์กันได้จำนวนมากขนาดนี้นั้น ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเซี่ยซีหานคืออาจารย์ที่ดี เขาชี้นำเด็กๆ และสามารถเลือกพลังวิเศษที่เหมาะสมให้เด็กๆ ได้ และอีกส่วนที่ทำให้เด็กๆ เป็นแบบนี้... มันคือเรื่องสำคัญที่ข้าจะเล่าให้ท่านฟัง เหตุผลที่อยู่ๆ ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเราแห่งนี้เปลี่ยนแปลงไปมาก ท่านพ่อ ท่านลุงเหอหมิ่น พวกท่านสัมผัสได้ใช่ไหมว่า พลังธรรมชาติของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเรานั้นหนาแน่นมาก"
เมื่อถางอี้และเหอหมิ่นได้ยินแบบนี้ ทั้งสองขมวดคิ้ว นี่คือสิ่งแรกสุดที่ทั้งสองต้องการจะถามเมื่อเข้าสู่ป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว แต่ด้วยเรื่องเล่าที่น่าตกใจของถางเทียนเจี๋ยช่างมีมากมาย จนทำให้เมื่อวานทั้งสองจึงลืมที่จะถามเรื่องนี้ไปเสียสนิท
สีหน้าแปลกๆ ของทั้งสองแสดงความอยากรู้เต็มที่
"ท่านพ่อท่านลุงเหอหมิ่น นี่คือความลับอันยิ่งใหญ่ที่สุดของป้อมปราการแห่งนี้ในปัจจุบัน ที่นี่ดูจะไม่เหมาะสมที่จะพูดสักเท่าไหร่ ข้าจะเล่าให้ท่านฟังเมื่อพวกเรากลับไปที่ปราสาท และพูดเรื่องนี้หลังรับประทานอาหารเช้าก็แล้วกันนะขอรับ" ถางเทียนเจี๋ยหัวเราะ เขากำลังแกล้งทั้งพ่อและอาจารย์ของตัวเอง
ชายสองคนเอียงศีรษะกับลูกเล่นของเด็กหนุ่มรุ่นเยาว์
ก่อนจะทำเป็นไม่สนใจ และถามถางเทียนเจี๋ยว่า แล้วพวกเราจะดูแลเด็กๆ ที่เป็นผู้วิเศษจำนวนมากนี่ได้อย่างไร อย่างที่รู้กันผู้วิเศษจำเป็นต้องใช้ผนึกน้ำเงินหรือเงินบูลนี่จำนวนมากในการฝึกฝน
"เจ้าตัวแสบบอกว่า เขาจะเป็นคนออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดให้เด็กๆ เองมันเป็นค่าใช้จ่ายที่มหาศาล แต่เจ้าเด็กตัวแสบก็ไม่ลังเลเลย ข้าไม่เคยเห็นใครที่เสียสละเพื่อผู้อื่นได้มากมายเท่านี้มาก่อน เขาเลือกที่จะไม่รีบเป็นผู้วิเศษทั้งๆ ที่มีโอกาส แต่มอบเงินบูลนี่เพื่อเหล่าเด็กๆ แทน" น้ำเสียงถางเทียนเจี๋ยเต็มไปด้วยความชื่นชม
...
"ท่านรีบไปสอนเด็กๆ ได้แล้วท่านเคอซวน" น้ำเสียงอ่อนแรงและมือที่อิดโรยของเซี่ยซีหาน ผลักใสเคอซวน เขายังทำงานวิจัยตัวยาของเขาต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้น ในทุกๆ เช้า ที่เป็นเวลาใกล้ที่เคอซวนต้องไปสอนหนังสือเด็กๆ เซี่ยซีหานจะแบ่งเวลามาไล่ชายผู้เห็นแก่ตัวและชอบโกงเวลาสอนของเด็กๆ โดยพยายามไปสอนหนังสือช้าผู้นี้เสมอ
เคอซวนตอนนี้ถอนหายใจ เขาจำต้องหยุดมือจากงานวิจัยระเบิดเวทย์ของตัวเองอีกแล้ว เขาถูกไอ้เด็กตัวแสบไล่
"ไอ้เด็กตัวแสบข้าไม่รู้จริงๆ ว่าทำไมเจ้าถึงเป็นห่วงเด็กๆ มากนัก แต่ในฐานะผู้เดินบนเส้นทางแห่งผู้วิเศษ ข้ามีอะไรต้องเตือนเจ้าบางอย่าง"
"ในโลกที่โหดร้ายแบบนี้ ความใจดีและความเสียสละของเจ้า สุดท้ายมันอาจจะทำร้ายตัวเจ้าเอง อย่างน้อยๆ มันก็จะทำให้เจ้าล่าช้าบนเส้นทางแห่งผู้วิเศษ แทนที่เจ้าจะสะสมเงินบูลนี่ แล้วรีบควบแน่นมันและก้าวสู่อาณาจักรแห่งผู้วิเศษแท้จริงของตัวเอง"
"เจ้ากลับเอาเงินจำนวนมากไปใช้กับเด็กๆ ในแต่ละวันเจ้าต้องหมดเงินบูลนี่มากกว่า 150 บูลนี่ เพื่อให้เหล่าเด็กๆ ได้ดูดซับพลังธรรมชาติ เสริมสร้างกายวิญญาณของพวกเขา"
"แต่กลับเป็นตัวเจ้าที่ไม่ก้าวหน้าในเส้นทางผู้วิเศษ เจ้ามีเงินมากกว่าหนึ่งแสนบูลนี่แล้วเมื่อพวกเราขายสมบัติของไอ้พวกกองกำลังหมาล่าเนื้อบัดซบนั้นจนหมด แต่... แต่เจ้ากลับใช้เงินจำนวนมากอย่างไร้ประโยชน์กับเด็กๆ ที่ไม่รู้แม้แต่ว่าพ่อแม่ของเจ้าตัวแสบเหล่านั้นคือใคร ข้าไม่เคยเห็นใครโง่แบบเจ้าเลยให้ตายเถอะ"
แม้เคอซวนจะพูดแบบนี้ แต่สายตาของเขาเวลามองไปที่เซี่ยซีหาน กลับเต็มไปด้วยความชื่นชม เซี่ยซีหานคล้ายทำหลายสิ่งหลายอย่างเพื่อเด็กๆ ในหลายเดือนมานี้
เขาทำสิ่งที่ยิ่งใหญ่ ยิ่งกว่าที่จ้าวอาณาจักร หรือราชาที่แท้จริงทำกับประชาชนของตัวเองเสียอีก
เคอซวนไม่เคยเห็นคนบ้าที่เสียสละเพื่อคนอื่นมากกว่าตัวเองแบบนี้
จื้อเพ่ยเด็กชายที่ใต้ตาคล้ำ เขาพึ่งตื่นจากเสียงดังของเคอซวน
เด็กชายได้ยินทุกอย่างที่เคอซวนพูด และเขาก็ได้แต่ยิ้ม จื้อเพ่ยเด็กชายประทับใจ และเขาดีใจที่ได้มีอาจารย์ที่ดีเช่นเซี่ยซีหาน
เคอซวนแสร้งทำบึ้งตึงก่อนจะรีบจากไป
ส่วนในใจเซี่ยซีหานตอนนี้เขาได้แต่ยิ้มเยาะ เหล่าคนที่ไม่เข้าใจความคิดที่แท้จริงของตัวเขา
'ไอ้หน้าแก่หงำเคอซวน เอ็งนั่นแหละที่โง่ ที่มองไม่ออกว่า บิดาปลูกทุ่งกระเทียมหอมเหล่านี้ไว้ทำไม คิกคิก...'
'ในฐานะชายผู้ข้ามโลก ข้านั้นได้เติบโตในสถานที่ที่โหดร้ายที่เรียกว่า "บริษัทนรก" ที่นั่นมีคนมากมายที่ต้องทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ตลอดชีวิตของพวกเขาถูกหลอกล่อด้วยอาหารเล็กๆ น้อยๆ ที่เรียกว่า "เงิน" และ "ความสำเร็จ" โดยใช้สิ่งที่เรียกว่า "ศรัทธา" สร้างแรงผลักดันให้คนโง่จำนวนมากทำงานขายชีวิตให้บริษัทนรกอย่างไม่มีวันจบสิ้น'
'คิกคิก สุดท้ายคนที่ร่ำรวยและมีความสุขที่สุดก็ไม่ใช่ใคร นอกจากเจ้าของแท้จริงของบริษัทนรกเหล่านั้น'
'และข้าชายที่ชื่อเซี่ยซีหาน ก็กำลังจะเปิดบริษัทนรกเหล่านั้นที่โลกใบนี้ โดยมีเหล่าเด็กตัวน้อยทั้งหลายที่เปรียบดั่งทุ่งกระเทียมหอม จะทำงานหาเงินบูลนี่ให้บิดาอย่างไม่มีวันจบสิ้น คิกคิก ใช่แล้ว แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าบิดาต้องยอมเหนื่อยเพื่อพวกเขามากหน่อยก็เท่านั้น รอจนกว่าพวกเจาจะเติบโต กร๊ากๆๆๆๆ'
'และในอนาคตเมื่อพวกเขาเติบโต บิดาก็จะร่ำรวย บิดาจะเป็นผู้วิเศษที่ไม่ต้องออกไปทำงาน อยู่แต่บ้าน นอนและเกียจคร้านอย่างไร้ที่สิ้นสุดได้สำเร็จในที่สุด กร๊ากๆๆๆๆๆ'
แผนการที่แท้จริงและความปรารถนาอันแรงกล้านี้ของเซี่ยซีหาน มันจะสำเร็จจริงๆ ไหมนะ
...
สายวันหลังมื้ออาหารเช้า ถ้ำที่ดูลึกลับ และถูกสร้างโดยไม่นานมานี้ และมีคนรู้ที่ตั้งของมันน้อยเต็มทีในป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาว
ถางเทียนเจี๋ยเดินนำชายสองคนเข้ามา ณ ที่แห่งนี้
"ท่านพ่อ ท่านลุงเหอหมิ่น เป็นที่นี่แหละขอรับ ความลับอันยิ่งใหญ่ของป้อมปราการยุทธภัณฑ์ขาวของเรา"