ตอนที่80 หนึ่งปะทะเจ็ด
เมื่อนายกองหนุ่มได้ฟังคำพูดในประโยคสุดท้ายของกล้วยใบหน้าของมันก็พลันแดงออกมาให้ได้เห็นเพราะความโกรธในทันทีมันไม่คิดว่ากล้วยที่ดูท่าทางจะโดนหลอกง่ายจะกล้าพูดกับมันเช่นนี้แล้วแบบนี้จะไม่ให้มันโกรธได้อย่างไร......
“เอ็งมิรู้หรือเยี่ยงไรว่าข้าเป็นผู้ใด? กล้าพูดจาสามหาวกับข้าเยี่ยงนี้ข้าสามารถกุดหัวเอ็งแลเอาหัวเอ็งไปเสียบประจานได้เชียวนะ!”
แม้ว่าจะถูกยั่วโมโหจากกล้วยแต่นายกองหนุ่มก็ยังไม่ลงมือทำอะไรเพราะมันยังมั่นใจว่าอำนาจในมือของมันยังสามารถใช้การได้อยู่เพราะอย่างไรชุดเครื่องแบบทหารของมันก็ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ใครหลายคนหวาดกลัวได้.......
“ตอบตามตรงนะพี่ชายทหาร ข้านั้นมิรู้จักท่านจริงๆไม่ทราบว่าพี่ชายทหารเป็นใครรึ? แล้วท่านมีอำนาจมากถึงกับที่จะตัดหัวข้าแลนำไปเสียบประจานได้ถึงเพียงนั้นเชียว?ขนาดลุงของข้าที่เป็นถึงนายพันของเมืองศรีวิสุทธิ์คิรียังมิสามารถทำเยี่ยงนั้นได้เลย แลท่านเป็นกินยศหัวหมู่จักทำได้รึ?”
นายพันรึ?!
เมื่อทุกคนในกองทหารของนายกองหนุ่มได้ยินคำพูดของกล้วยเกี่ยวกับคนระดับนายพัน พวกเขาก็ถึงกับตัวสะดุ้งกันเลยแม้ว่าจะเป็นนายพันจากคนละเมือง แต่ทุกๆ เมืองก็เชื่อมต่อกัน ดังนั้นแล้วไม่ว่าจะเป็นนายพันจากเมืองไหน พวกเขาก็ยังถือว่ามีอำนาจมากกว่าคนที่มียศเพียงแค่นายกองหรือหัวหมู่อย่างนายกองหนุ่มคนนี้อยู่ดี......
“เอ็งอย่าได้มาเล่นลิ้นกับข้า! คนเยี่ยงเอ็งนี่รึที่จะมีลุงเป็นถึงนายพัน?กล้าแอบอ้างคนมียศมีตำแหน่งเยี่ยงนี้ โทษของเอ็งคือความตาย! ไป!ไปจับตัวมันมาให้ข้า!”
แม้ว่านายกองหนุ่มจะตกใจเมื่อได้ยินคำว่านายพันจากปากกล้วยแต่มันก็ไม่คิดว่ากล้วยจะพูดความจริงมันคิดว่ากล้วยคงแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อขู่มันเท่านั้นแต่เพราะเรื่องนี้ได้ทำให้มันอับอายและขายหน้าต่อหน้าผู้คนจำนวนมากมันจึงไม่พอใจและคิดที่จะลงโทษกล้วย......
ตะ.....แต่ว่า.......
“จักมัวรีรอกระไรกัน! มิได้ยินที่ข้าสั่งหรือเยี่ยงไรวะ!”
ขอรับท่านนายกอง!
นายทหารคนอื่นยังคงหวาดกลัวอยู่แม้จะไม่รู้ว่ากลัวพูดจริงหรือพูดเท็จ แต่เพราะนี่เป็นคำสั่งของนายกองหนุ่มพวกมันจึงไม่กล้าที่จะขัดขืน จึงทำได้เพียงแค่ลงจากม้าและพุ่งตัวเข้าไปหากล้วยด้วยความเร็วที่เกินกว่าคนธรรมดาจะทำได้.......
เห้ย!
“นั่นพวกเอ็งจักทำอะไรวะ! คิดจักรังแกเด็กกระนั้นรึ? พวกเราลุย!”
เมื่อชายหนุ่มบุญสมและพวกเดินมาเห็นนายทหารสองสามคนพุ่งตัวเข้าไปจัดการกับกล้วยความไม่พอใจที่มีอยู่เดิมก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น ก่อนที่เขาจะสั่งให้ทุกคนเข้าไปช่วยเหลือกล้วยโดยที่เขาไม่ได้คิดเลยว่ากล้วยนั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอีก.......
“ไอ้บุญสม! พวกเอ็ง! หยุดมือประเดี๋ยวนี้!”
ท่านครู!
ในขณะนั้นเองครูชัยก็เดินออกมาจากสำนักฝึกมวยที่อยู่ใกล้ๆก่อนที่จะตะโกนบอกให้ชายหนุ่มบุญสมกับพวกหยุดสิ่งที่พวกเขากำลังจะทำซึ่งเสียงตะโกนของครูชัยไม่ได้ทำให้พวกชายหนุ่มบุญสมหยุดเท่านั้นนายทหารสองสามคนที่พุ่งตัวเข้าไปหากล้วยก็พลันหยุดไปด้วย.....
นั่นก็เพราะว่าครูชัยเป็นถึงนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางแล้วแต่นายทหารพวกนั้นเป็นเพียงนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นเท่านั้นพวกเขาจึงไม่อาจที่จะต้านทานแรงกดดันของครูชัยได้.....
หือ?
“มิคาดคิดเลยว่าที่หมู่บ้านเล็กๆเยี่ยงนี้จักมีนักรบระดับหัวหมู่ขั้นกลางอยู่ด้วย”
เมื่อนายกองหนุ่มเห็นครูชัยใบหน้าที่ดูถูกก็เผยออกมาให้เห็นอีกครั้ง เพราะมันเป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงซึ่งแข็งแกร่งกว่าครูชัยอยู่ขั้นหนึ่งนั่นจึงทำให้มันมีความสามารถที่จะแสดงท่าทางดูถูกเช่นนี้ออกมาได้เว้นเสียแต่ว่าในหมู่บ้านนี้จะมีคนที่ระดับเท่าเทียมกับมันมันจึงจะยอมรับและมองอีกฝ่ายด้วยความเท่าเทียม.......
“ท่านนายกองหนุ่ม! ตัวข้านั้นเป็นครูมวยของที่นี่แลก็เป็นครูมวยของไอ้พวกนั้นด้วย เยี่ยงนั้นแล้ว ข้าจึงอยากจะกล่าวขอโทษแทนพวกมันที่ทำตัวไร้มารยาท มีตาแต่หาได้มีแววที่สามารถมองคนที่มีความสามารถที่แท้จริงออกได้เยี่ยงนี้!”
อื้ม......
บ๊ะ!
“เอ็งนี่พูดถูกใจข้ายิ่งนัก หน่วยก้านของเอ็งก็แลดูมิเลวอยากจักเข้ามาอยู่ในกองของข้าหรือไม่? ถ้าเอ็งสนใจข้าสามารถช่วยเอ็งได้นะ? แม้ว่าเอ็งจักอายุมากแล้วก็ตาม!”
แค่คำยกยอเล็กน้อยจากปากของครูชัยอารมณ์โกรธและไม่พอใจของนายกองหนุ่มก็พลันหายไปในทันทีซึ่งนี่สามารถบอกได้เลยว่านายกองหนุ่มคนนี้มีนิสัยอย่างไร.....
ทว่า....นายกองหนุ่มกลับไม่ได้รู้เลยว่าตัวเองกำลังพูดครูชัยหรอกด่าอยู่เพราะในประโยคหลักที่ครูชัยพูดออกมานั้น เขาไม่ได้หมายถึงพวกชายหนุ่มบุญสมแต่เป็นตัวของนายกองหนุ่มเองต่างหากละ ที่มีตาแต่ไม่แววไม่สามารถมองออกได้ว่ากล้วยนั้นแข็งแกร่งขนาดไหน.......
“ถูกอย่างที่ท่านลุงว่า พวกพี่มิต้องเข้ามาช่วยข้าดอกปัญหานี้ข้าสร้างขึ้นมาเอง เยี่ยงนั้นแล้ว ข้าก็จักขอเป็นคนสะสางมันด้วยตัวเอง!”
กล้วยเข้าใจความหมายของครูชัยได้เขาไม่ได้กล่าวโทษครูชัยเลยที่พูดออกไปแบบนั้น กลับกันเขากลับต้องกล่าวขอบคุณครูชัยแทนด้วยซ้ำ เพราะถ้าหากเขาลงมือกับนายทหารพวกนี้เรื่องทั้งหมดมันก็จะตกมาอยู่ที่ตัวเขา ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับหมู่บ้านแห่งนี้.......
“แต่ว่า........”
“ข้าจักให้โอกาสเอ็งอีกครา! มอบลิงตัวนั้นให้ข้าเสียแล้วข้าจักมิทำอันใดเอ็ง และจักยอมปล่อยมิเอาความอันใดอีกเลย แต่ถ้าเอ็งมิยอมแลยังขัดขืนดื้อดึงอยู่ ก็อย่าได้โทษข้า ว่าข้าเป็นคนโฉดหัวร้ายเลยก็แล้วกันว่าเยี่ยงใด เอ็งจักเลือกหนทางไหน?!”
นายกองหนุ่มพูดราวกับว่าเขาเป็นพ่อพระที่ใจบุญและไม่คิดว่าเรื่องนี้มันเป็นเรื่องผิดแถมยังให้กล้วยเลือกหนทางที่ตนเองมอบให้อีกด้วย......
“ข้าก็บอกท่านไปแล้ว ว่าลิงตัวนี้เป็นครอบครัวของข้าคงมิสามารถมอบมันให้กับท่านได้จริงๆ อย่าได้บังคับข้าเลยนะ แต่ถ้าท่านต้องการตัวมันนั่นมันก็ขึ้นอยู่กับว่าท่านและพวกของท่านจักมีปัญญานำตัวมันไปจากข้าได้หรือไม่ก็เท่านั้น”
กล้วยเองก็ไม่คิดที่จะยอมเช่นกันหากไม่ใช่เพราะไอ้จ๋อ เขาคงจะไม่ลงมือทำสิ่งใดแต่ในเมื่ออีกฝ่ายต้องการตัวไอ้จ๋อไป เขาก็คงยอมไม่ได้ และไม่มีทางเลือกนอกจากต้องสู้.....
ฮึ!
ดี!
“ในเมื่อเอ็งมิยอม เยี่ยงนั้นก็อย่าได้โทษข้าก็แล้วกัน พวกเอ็ง!จัดการมันเสีย แล้วเอาลิงตัวนั้นกลับมาให้ข้า!”
ขอรับท่านนายกอง!
“อย่าโกรธข้าเลยนะไอ้น้อง! พวกเข้าต้องทำตามคำสั่ง!”
“ถ้าจักโทษ ก็จงโทษตัวเอ็งเถิดที่มิยอมมอบลิงตัวนั้นให้กับท่านนายกอง!”
นายทหารทั้งสามรู้สึกไม่ดีกับเรื่องนี้เลยแต่พวกเขาก็ปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้เพียงแค่กล่าวขอโทษกล้วยและบอกให้กล้วยรู้ว่าทั้งหมดมันเป็นความผิดของกล้วยเอง......
“ข้ามิโทษพวกท่านดอก เป็นข้าเสียมากกว่าที่จะต้องกล่าวขอโทษพวกท่านนั่นก็เพราะว่า.......”
[วิชามวยสี่บัญญัติ กระบวนท่าที่สอง ศอกสกัดกั้น]
ปั๊ก!ปั๊ก! ปั๊ก!
เพียงแค่พริบตาเดียวกล้วยก็สามารถรับการโจมตีของนายทหารทั้งสามคนได้อย่างสบายๆราวกับว่าเขากำลังสู้แบบหนึ่งต่อหนึ่งอยู่และไม่เพียงแค่จะสามารถป้องกันได้เท่านั้นกล้วยยังสามารถผลักให้ทั้งสามคนต้องถอยหลังกลับไปได้อีกด้วย......
หือ?
“เป็นไปได้เยี่ยงใดกัน? ไอ้นี่มันเป็นนักรบด้วยกระนั้นรึ?”
เมื่อนายกองหนุ่มเห็นกล้วยสามารถรับมือกับนายทหารของมันถึงสามคนพร้อมกันได้สีหน้าของมันก็เปลี่ยนไปเล็กน้อยเพราะนายทหารทั้งสามล้วนแต่เป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นถ้ากล้วยไม่ใช่นักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นเหมือนกันกล้วยคงป้องกันการโจมตีจากทั้งสามคนไม่ได้แน่......
แสยะ!
ซึ่งในวินาทีนั้นเองเหล่าชายหนุ่มและหญิงสาวที่เรียนวิชาต่อสู้กับครูชัยและคนในหมู่บ้านที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ก็พลันยกยิ้มขึ้นมาพร้อมๆกันอย่างมีเลศนัยนั่นก็เพราะว่าพวกเขารู้อยู่แล้วว่าผลที่ออกมามันจะต้องเป็นเช่นนี้.......
“อันใดกัน? พวกมึงยิ้มอันใดกัน? หรือว่าพวกมึงรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว?”
แน่นอนว่านายกองหนุ่มย่อมสังเกตเห็นรอยยิ้มของทุกคนได้ด้วยประสาทสัมผัสและการรับรู้ที่ดีของนักรบระดับหัวหมู่ขั้นสูงมีหรือที่มันจะพลาดการกระทำที่มองออกง่ายๆ เช่นนี้ไปได้.......
“เอ็ง! เอ็ง! เอ็ง! แล้วก็เอ็ง! เข้าไปช่วยพวกมันทั้งสามอีกแรงซะ!”
พวกเรา?
“ก็เออสิวะ! ถ้ามิใช่พวกเอ็งแล้วจักให้เป็นหมาที่ไหนวะ? ไป!”
ขอรับท่านนายกอง!
นายทหารอีกสี่คนที่อยู่ข้างๆนายกองหนุ่มต่างก็พากันตกใจเมื่อเห็นว่านายกองหนุ่มอยากจะให้พวกมันทั้งสี่คนเข้าไปช่วยรุมจับกล้วยเพราะถ้ารวมพวกมันอีกสี่คน มันจะกลายเป็นนายทหารเจ็ดคนรุมจับเด็กเพียงแค่คนเดียวซึ่งนั่นอาจจะทำให้ชื่อเสียงของพวกมันถูกทำลายได้แต่เพราะนี่เป็นคำสั่งของนายกองหนุ่ม ทั้งสี่จึงต้องทำใจและกัดฟันยอมทำตาม......
เห้ย!
“แบบนั้นมันหมาหมู่มิใช่รึ? แค่คนคนเดียวถึงกับต้องใช้นายทหารถึงสี่นายเยี่ยงนี้ยังกล้าเรียกตัวเองว่าเป็นนายทหารอีกรึ? แบบนี้มันพวกทหารเลวเดนตายชัดๆ!”
ใช่!ใช่!
“เป็นทหารแต่มิมีเกียรติเอาเสียเลยแล้วยังกล้าเรียกตัวเองว่าทหารได้เยี่ยงไร!”
โห!โห! โห!
เมื่อมีคนเปิดก็ย่อมต้องมีคนตามและดูเหมือนว่าชาวบ้านทุกคนในหมู่บ้านทุ่งตะไคร้หอมนี้จะให้ความร่วมมืออย่างดีไม่น้อยเลยด้วย.....
“หุบปากพวกเอ็งไปเสีย! หากยังมิหุบข้าจะใช้ดาบของข้าไปทำให้พวกเอ็งหุบเอง!”
บู้มมมมมมมมมมม!!
เพราะไม่อาจที่จะทนรับเสียงตะโกนว่าร้ายพวกนี้ได้นายกองหนุ่มจึงได้เลือดขึ้นหน้าและโกรธเป็นอย่างมากถ้าไม่คิดว่ามันมาที่นี่เพื่อรับบังคับสมัครทหารกองอาสาละก็มันคงลงมือฆ่าคนพวกนี้ไปนานแล้ว แต่เพราะมันไม่อาจที่จะทำได้มันจึงทำได้เพียงแค่ใช้เสียงข่มขู่เท่านั้น.....
อุบ!
แม้ว่าจะเป็นเพียงแค่เสียงตะโกนแต่มันก็ทำให้ชาวบ้านทั้งหมดไม่กล้าที่จะส่งเสียงหรือพูดสิ่งใดต่ออีกเหมือนกันเพราะนอกจากเสียงตะโกนของนายกองหนุ่มที่ดังจนแสบแก้วหูแล้วนายกองหนุ่มยังปลดปล่อยออร่าพลังเพื่อทำให้ทุกคนกลัวอีกด้วย........
ส่วนฝั่งทางกล้วยแม้ว่าเขาจะต้องรับมือกับนายทหารที่เป็นนักรบระดับหัวหมู่ขั้นต้นถึงหกคนและขั้นกลางอีกหนึ่งคนเขาก็ไม่ได้เสียเปรียบหรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากเลยสักนิด กลับกันมันกลับเป็นกลุ่มของนายทหารทั้งเจ็ดคนมากกว่าที่เสียเปรียบให้กับกล้วย.......
“พี่ทหารคนนั้น! ท่านก้าวขาซ้ายมากเกินไปนะถ้าท่านก้าวให้สั้นลงอีกสักหน่อย ตอนท่านออกหมัดจักต้องแรงขึ้นอีกแน่”
อ้า!
“ส่วนพี่ทหารท่านนั้น การย่อตัวของท่านมันมากเกินไปมันเลยทำการเตะของท่านมีความรุนแรงที่ไม่สมบูรณ์ ท่านควรย่อเล็กน้อยแล้วค่อยเอี้ยวตัวตามทิศทางที่ท่านจะเตะนะ ข้ารับรองเลยว่าการแตะของท่านจักต้องดีขึ้นกว่าเดิมมากแน่ๆ”
อื้ม.......