บทที่ 34 ประสบความสำเร็จอย่างเต็มที่กลับมา
“พี่ยอง ตรงนั้น” เจ้าก้อนแป้งชี้ไปในทิศทางหนึ่ง เซียวจ้งหลางก็เดินไปในทิศที่นางชี้
ไม่ทันไรก็เจอเข้ากับผลชื่อหูลู่ลูกใหญ่ตรงหน้า ผลสีแดงสด สวยงามราวกับเมฆมงคลสีแดงเพลิง
“เยอะมากเลย” เจ้าก้อนแป้งปรบมือแปะ ๆ อย่างชอบใจ
เซียวจ้งหลาง : นี่ไม่ใช่ทางที่เจ้าชี้เองหรอกหรือ?
เด็ก ๆ วิ่งเข้าไปอย่างมีความสุข เจ้าก้อนแป้งไม่ได้กังวลเกี่ยวกับพี่ชายสองคนของนาง แต่ฉีสือเยี่ยนผู้โชคร้ายคนนี้ต้องให้ความสนใจมากเป็นพิเศษ
หลังจากที่ฉีสือเยี่ยนย้ายมาอยู่ที่บ้านสกุลเซียว ความโชคร้ายของเขาก็ดีขึ้นอย่างมาก แต่ก็ต้องเป็นตอนที่เขาอยู่ใกล้กับเจ้าก้อนแป้งเท่านั้น
หากมีระยะห่างระหว่างพวกเขา เขาก็จะ...
“เฮ้ย!”
ก็จะล้มลงไปแบบนี้!
ช่างเป็นการสาธิตที่ดีจริง ๆ
หลังจากลุกขึ้น เขาก็เดินตามหลังเซียวหน่วนหยางเงียบ ๆ
“พี่เยี่ยน ไม่ต้องห่วงนะ หน่วนเป่าจะดูแลพี่เอง” เจ้าก้อนแป้งกำหมัดแน่นและโบกมือเพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของนาง
ฉีสือเยี่ยนทำเพียงแค่ยิ้ม ถ้าเป็นการถอนพิษก็ยังพอมีหวังอยู่บ้าง
แต่เรื่องความโชคร้าย บนโลกนี้จะมีใครสามารถแก้ปัญหานี้ได้?
“พี่เชื่อเจ้า พี่จะรอวันที่หน่วนเป่าพาพี่เดินไปในทางที่โปรยด้วยทองคำนะ”
ฉีสือเยี่ยนลูบหัวเล็ก ๆ ของเจ้าก้อนแป้งด้วยความเอ็นดูและนั่นทำให้นางผมยุ่ง
“อยู่เฉย ๆ เดี๋ยวพี่หวีผมให้ใหม่”
ตัวเขาเองเป็นเด็กที่มีความเป็นผู้ใหญ่เกินตัว เพราะสิ่งที่เขาเผชิญบีบบังคับให้เขาต้องโตเพื่อความอยู่รอด แต่จริง ๆ แล้วเขายังเป็นแค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้น
หน่วนเป่านั่งบนพื้นหญ้าโดยเงยหน้าขึ้น ขณะที่ฉีสือเยี่ยนสางและมัดผมให้อย่างจริงจัง ความเงียบสงบของช่วงเวลานี้ทำให้สายลมอบอุ่นไปด้วย
“เจ็บหรือไม่” ฉีสือเยี่ยนกลัวว่ามือของเขาจะหนักไปจนเผลอดึงผมของหน่วนเป่าโดยไม่รู้ตัว
หน่วนเป่ารีบส่ายหัวจนผมปลิวสะบัดแล้วจูงมือของฉีสือเยี่ยนเดินต่อไป
ฉีสือเยี่ยนพ่ายแพ้ต่ออะไรแบบนี้จริง ๆ “หน่วนเป่า อย่าส่ายหัวไปมาสิ เดี๋ยวผมก็ยุ่งอีกหรอก”
“หน่วนเป่าไม่ส่ายไปมาแล้ว น่ารักมาก”
เมื่อเจ้าก้อนแป้งตัวน้อยดูงดงาม หน้าผากของฉีสือเยี่ยนก็เต็มไปด้วยเหงื่อ
เซียวเฉินหลางพาเขาไปเก็บผลชื่อหูลู่ “เจ้ารีบมาชิมนี่สิ อร่อยมากเลย”
“เก็บมาตั้งเยอะ ให้ตั้นแม่ทำน้ำเชื่อมผลไม้เถอะ” นางหยิบผลชื่อหูลู่สีแดงเข้าปาก “หวานมาก”
หน่วนเป่าที่ถูกรสสัมผัสจากมันจู่โจมก็กระโดดอย่างมีความสุข
“ชู่… พวกเจ้าได้ยินหรือไม่” เซียวจ้งหลางลดเสียงลง
เจ้าก้อนแป้งดูตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิม “เนื้อ เนื้อมาแย้ว”
เซียวจ้งหลางมองดูหน่วนเป่าที่เดินนำน้องชายที่กำลังตื่นเต้น เขากอดหน่วนเป่าโดยไม่พูดอะไร พลางคิดในใจ จะเป็นอาหารเราหรือเราเป็นอาหารก็ต้องรอดูกันต่อไป
ทุกคนวิ่งไปซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ แล้วจึงเห็นกวางตัวหนึ่งเดินออกมาจากในป่า
ดวงตาของกวางเป็นสีแดง สอดส่ายสายตาราวกับกำลังมองหาบางอย่าง
มันขยับจมูกสูดดมและเดินมาทางพวกเขา หลายคนหวาดกลัวจนถอยหนีไปหลายก้าว
แต่ในตอนนั้นเอง ไม่รู้ว่าใครที่เหยียบกิ่งไม้จนทำให้เกิดเสียง กวางตัวนั้นจึงยืนนิ่ง
แต่จมูกของมันยังคงดมอยู่ และเดินตรงเข้ามาอีกครั้ง
“กวางโง่!” เซียวจ้งหลางพูดกับหน่วนเป่าด้วยโทนเสียงต่ำ “คงเป็นกลิ่นหอมของผลชื่อหูลู่ที่ดึงดูดมันมา”
เจ้าก้อนแป้งมองดูต้นชื่อหูลู่แล้วก็มองกวางที่เดินผ่านไป
นางอยากกินเนื้อ แต่นางก็อยากเอาผลชื่อหูลู่เหล่านี้กลับไปทำน้ำเชื่อมผลไม้ด้วย
เจ้าก้อนแป้งหยิบตะกร้าขึ้นมาแล้วเดินออกไป กวางมองตามตะกร้า แม้ว่าหน่วนเป่าจะเดินเข้าไปหามัน มันก็ยังยืนนิ่งไม่ไหวติง
กวางไม่ได้ตัวใหญ่นัก แต่หน่วนเป่าที่ยืนต่อหน้ามันดูตัวเล็กกว่ามาก
ฉีสือเยี่ยนรู้สึกกังวลเล็กน้อยเมื่อเห็นฉากนี้ แม้ว่าจะมีคนระวังให้อยู่รอบ ๆ แต่การเดินเข้าไปเช่นนี้ก็นับว่าเสี่ยงอันตรายเกินไป
ขณะที่เด็กชายกำลังจะลุกขึ้นยืน เขาก็ถูกเซียวเฉินหลางจับตัวเอาไว้
“เจ้าไปตอนนี้กวางจะตกใจ มันจะทำให้หน่วนเป่าตกอยู่ในอันตราย”
เซียวจ้งหลางยังกล่าวอีกว่า “ไม่เป็นไรหรอก”
นี่อาจเป็นความไว้วางใจในตัวหน่วนเป่าที่เขาไม่สามารถอธิบายได้
เช่นเดียวกับครั้งล่าสุดที่นางกินไม่อิ่ม จนร้องไห้เป็นเวลาสามวัน ทำให้ฝนตกหนักติดต่อกันนานสามวัน
หรือตอนที่นิ้วมือของนางมีแสงออกมาและทำให้แม่เฒ่าเหยาพูดไม่ได้
ฉีสือเยี่ยนผ่อนคลายลงเมื่อเขานึกถึงสิ่งที่ได้เห็นในวันนี้
หน่วนเป่าเท้าเอว ชี้นิ้วสั่งเบา ๆ “หมอบ!”
ขาของกวางพลันอ่อนลงแล้วนอนลงทันที เมื่อมือน้อย ๆ วางทาบบนหัวของกวาง เจ้ากวางโง่ก็ตาย
ฉากนี้ไม่ได้น่าตกใจหรือเป็นอันตรายแต่กลับน่ากลัวมาก
เมื่อหลายคนเดินเข้ามา พวกเขาก็ได้ยินเจ้าก้อนแป้งพึมพำกับตัวเอง “หน่วนเป่าไม่อยากเลือก หน่วนเป่าอยากได้ทั้งหมด”
“จะให้พวกเราหามลงไป” เซียวเฉินหลางหากิ่งไม้เพื่อเตรียมจะหามไปกับพี่ชาย หน่วนเป่ารีบยกมือขึ้น “หน่วนเป่าเอง หน่วนเป่าทำได้”
เซียวเฉินหลางยิ้มแปลก ๆ ทันที “น้องรัก เจ้าเป็นเด็กผู้หญิง ต้องอยู่อย่างสวย ๆ งานหนักแบบนี้ให้พี่ทำเถอะ”
หรือว่าควรจะปล่อยให้คนทั้งหมู่บ้านเห็นกวางตายลอยกลับบ้านล่ะ
“โอ๊ย” ระหว่างที่คนอื่น ๆ กำลังตัดสินใจก็มีเสียงไก่บินสุนัขกระโดด*[1]ดังขึ้น
“พี่เยี่ยนล้มอีกแล้วหรือ”
ฉีสือเยี่ยนเดินออกจากป่าพร้อมกับไก่ป่าสองตัวในมือ
เขาแค่ออกไปฉี่ แต่ไม่คิดว่าจะเจอไก่ป่าบินข้ามหัว
“โอ้ พี่เยี่ยนเก่งมาก ได้เนื้อมาด้วย”
ฉีสือเยี่ยนชายผู้โชคร้าย ตอนนี้ดูเหมือนตกอยู่ในความฝันไปชั่วขณะ “พวกมันบินตกใส่หัวข้าน่ะ”
เจ้าก้อนแป้งเอามือปิดปาก จะต้องเป็นตอนที่แสดงพลังของมังกรออกมาเมื่อครู่แน่เลย ไก่ป่าเหล่านี้จึงเป็นลมพอดี พี่เยี่ยนอยู่เฉย ๆ เนื้อก็เลยตกใส่หัว
ครั้งล่าสุดที่ขึ้นภูเขา พวกเขาขนของกลับบ้านเต็มตะกร้า
ฉีสือเยี่ยนอุ้มหน่วนเป่าอย่างระมัดระวัง ถึงอย่างไรตอนนี้เขาก็เพิ่งจะอายุได้สี่ขวบ
โชคดีที่พวกเขาไม่ได้ไปไกลมากนัก เดินไม่นานก็เห็นหลินซื่อพาหมาป่ามารับ
“พวกเจ้านี่คือ...” หลินซื่อมองดูเหล่าตุ๊กตาตัวน้อยเดินลงมาจากภูเขา รวมทั้งกวางและไก่ป่า น่าอัศจรรย์ใจเกินไปแล้ว
“ตั้นแม่ ตั้นแม่ หน่วนเป่าอยู่นี่” เมื่อหน่วนหยางเห็นมารดาก็ดีดดิ้นอย่างตื่นเต้นในอ้อมแขนของฉีสือเยี่ยน จนทั้งสองคนล้มลงบนพื้น
หลินซื่อยิ้มอ่อน “พี่เยี่ยนของเจ้าจะจับเจ้าอยู่ได้อย่างไร ดูสิพากันล้มหมดแล้ว”
“ตั้นแม่ ผลชื่อหูลู่ทำน้ำเชื่อมผลไม้ได้หรือไม่ หวาน ๆ กินแบบเย็น ๆ ก็ได้” หน่วนเป่าพูดพร้อมหยิบชื่อหูลู่ป้อนเข้าปากท่านแม่
หลินซื่อซึ่งเป็นที่รักของลูกสาว นางก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจ แต่นางก็ไม่ได้ลืมหมาป่าขาวที่เดินตามหลังมา รอบตัวตอนนี้ไม่มีเด็กคนไหนหวาดกลัวแล้ว
“ต้าไป๋ เจ้าไม่ไปขึ้นเขากับหน่วนเป่าหรือ” หลินซื่อสงสัย “พวกเขากลับกันมาเร็วขนาดนี้เลย”
เมื่อหมาป่าขาวได้ยินคำถามของหลินซื่อ ขาทั้งสี่ก็อ่อนยวบไปหมด
ปกติแล้วหลินซื่อจะสัมผัสได้ถึงความเย่อหยิ่งของหมาป่าขาวจากการเคลื่อนไหวของมัน แต่ในตอนนี้เห็นเพียงความตกใจบนใบหน้าของหมาป่า
หลินซื่อแต่เดิมนั้นจะกลัวหมาป่าตัวนี้เล็กน้อย แต่ในตอนนี้นางโกรธมากกว่า ลืมสิ้นความเกรงกลัว
“เจ้าไปไหนมา หน่วนเป่าขึ้นไปบนภูเขา ทำไมเจ้าไม่ไปกับนาง” ถ้านางไม่ติดว่าต้องรีบไปหาลูก ๆ หลินซื่อคงจะตีมันด้วยไม้สักสองสามที
หมาป่าขาวนอนหมอบ หูลู่หางตก นึกรังแกข้าเพราะข้าพูดไม่ได้ใช่หรือไม่?
หลินซื่อกินชื่อหูลู่อีกลูก แล้วพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย “หน่วนเป่ารับปากกับแม่แล้วไม่ใช่หรือว่าจะพาต้าไป๋ขึ้นภูเขาไปด้วย”
“ข้าเห็นว่าตอนนั้นมันกำลังนอนอาบแดด ฮึ่ม วันนี้ไม่อนุญาตให้กินเนื้อ” หลินซื่อโกรธจัด ต้าไป๋ทำได้เพียงมองเซียวหน่วนหยาง เพื่อขอความช่วยเหลือ
เจ้าก้อนแป้งหันมาสบตา “ตั้นแม่ ข้าขอให้ต้าป๋ายไปจัดการเรื่องบางอย่างให้ บอกข้าเร็ว ๆ เรื่องราวเป็นยังไงบ้าง”
หมาป่าขาวส่งกระแสจิตถึงนาง ‘ข้าถูกใครบางคนซุ่มโจมตี หมาป่าหลายตัวที่นี่บาดเจ็บ เพียงแต่คนผู้นั้นก็บาดเจ็บสาหัสเช่นกัน’
เป็นครั้งแรกที่มังกรทองตัวน้อยมอบหมายงานแต่กลับทำไม่สำเร็จ เจ้าหมาป่ารู้สึกละอายใจนัก
เจ้าก้อนแป้งพอได้ยินก็โมโห นางรู้อยู่แล้วว่าลุงนั่นจะนำหายนะมาสู่สกุลเซียวในอนาคตแน่นอน “วันนี้งดเนื้อ!”
[1] ไก่บินสุนัขกระโดด (鸡飞狗跳) หมายถึง ความวุ่นวาย อลหม่าน