ณ เทือกเขาเฮยเหยียน ดินแดนภูเขาที่ปกคลุมไปด้วยหินสีดำและเถาวัลย์หนาทึบและยังเป็นที่ตั้งภารกิจของถังหยุน
พวกเราหยุดลงที่ปากถ้ำที่มีโพรงหลุมดำปรากฎอยู่
……
“ที่นี่แหละ”
เธอปาดเหงื่อที่หน้าผาก ขณะที่รอบตัวโอบล้อมไปด้วยวิญญาณแห่งเปลวไฟจึงพูดขึ้นว่า “ในถ้ำนี้มีหีบสมบัติทองอยู่ ฉันใช้เวลาทั้งวันในการเก็บกุญแจทองมา ว่ากันว่าของระดับสูงสุดที่จะได้รับหลังจากเปิดหีบสมบัติได้ก็คืออุปกรณ์ระดับทอง ถ้าฉันเดาไม่ผิด ตอนนี้น่าจะยังไม่มีใครที่มีอุปกรณ์ระดับทองด้วย”
“แล้วจะให้ฉันทำอะไร?” ผมพูดขึ้น
เธอยิ้มบางและกล่าวว่า “ในถ้ำนี้มีมอนสเตอร์ที่เรียกว่า “มือธนูแจ็กคัล” อยู่ มันมีเลเวล 40 และมีพลังโจมตีที่แข็งแกร่ง อีกทั้งยังมีมือธนูแจ็กคัลคอยปกป้องหีบสมบัติทองนี้ก็มีมากกว่า 10 ตัว ครั้งแรกที่ฉันมาที่นี่ เกือบถูกแจ็กคัลพวกนี้ยิงตายไปแล้ว ครั้งนี้มีนายอยู่ด้วยก็ค่อยหายห่วงหน่อย นายดึงดูดความเกลียดชังของพวกแจ็กคัลเอาไว้ให้ได้สัก10 วินาทีฉันก็สามารถเปิดหีบสมบัติทองนี้ได้แล้ว”
ผมสูดลมหายใจลึกๆ แล้วยิ้ม “ในที่สุดฉันก็รู้แล้วว่าเธอต้องการทำอะไร นี่มันไม่ใช่ภารกิจ เห็นชัดว่าเธอแค่ลากฉันมาให้ช่วยเปิดหีบสมบัติแค่นั้นเอง”
“แล้ว... นายจะร่วมมือกับฉันไหม?” เธอยิ้มและมองมาที่ผม ดวงตาใสคู่นั้นโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยวที่งดงาม
“ได้ แต่ต้องเปลี่ยนวิธีในการร่วมมือ” ผมพูด
“ตกลง นายว่ามาสิ”
“ฉันไม่ต้องการค่าตอบรายชั่วโมง 800 เหรียญทองอะไรนั่นแล้ว เพียงแต่ฉันต้องการให้เธอแบ่งสมบัติภายในหีบ ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ฉันใช้ได้ เธอต้องให้ฉัน แต่ถ้าเป็นอุปกรณ์ที่ฉันใช้ไม่ได้ ฉันก็จะให้เธอโดยไม่มีเงื่อนไข”
“งั้นก็เท่ากับว่า ชุดเกราะ ดาบ หอก และเครื่องประดับที่เสริมความแข็งแกร่งทางกายภาพทั้งหมดจะเป็นของนาย ใช่ไหม?” เธอกัดริมฝีปากแดงและพูดขึ้นอย่างปวดใจราวกับว่าเธออยู่ภายใต้แรงกดดันอันหนักอึ้ง
สาวสวยคนนี้ที่แท้ก็เหมือนกับผม ที่พอเห็นเงิน ตาก็ลุกวาวขึ้นมาทันที!
“ใช่แล้ว”
“ได้ ตกลง เรามาร่วมมือกัน” เธอกัดฟันขาวของเธอและพูดต่อว่า “แต่ว่านายต้องเป็นคนเข้าไปในถ้ำก่อน รอจนนายดึงความเกลียดชังของมอนสเตอร์ได้แล้ว ฉันจะเป็นคนเปิดหีบสมบัติเอง”
“ดี ถ้าอย่างนั้นก็ลงมือเลยก็แล้วกัน”
“โอเค ระวังตัวด้วย อย่าโดนฆ่าตายล่ะ”
……
ผมน้อมตัวลงเล็กน้อย จากนั้นจึงกระตุกลาป่าเข้าไปในถ้ำที่มืดมิดแห่งนี้ทันที ขณะที่ถังหยุนก็เดินตามมา กลิ่นหอมลอยแตะจมูกไม่ห่าง เมื่อเข้ามาในถ้ำแล้ว คทาที่อยู่ในมือของเธอจึงถูกยกขึ้นมา “ฟู่ ฟู่” เปลวไฟที่โหมกระหน่ำบานสะพรั่ง งดงามราวกับดอกไม้ที่สร้างขึ้นจากไฟ ผมอดแปลกใจไม่ได้จึงถามเธอทันทีว่า “เธอเลือกเล่นเวทย์ไฟงั้นเหรอ?”
“อื้ม”
ภายใต้แสงของไฟที่ส่องสว่างนั้น ใบหน้างามของถังหยุนก็แดงมากขึ้น ยิ่งเพิ่มความน่ามองขึ้นไปอีก ดวงตากลมโตสดใสที่กำลังกะพริบตาแล้วจึงพูดขึ้นว่า “พลังโจมตีที่ทรงพลังที่สุดคือวิถีแห่งราชาและเวทย์ไฟคือไพ่ตายระดับสุดยอดยังไงล่ะ”
ผมลูบมือลูบจมูกเบาๆ ที่แท้ก็เธอก็มั่นใจในตัวเองมาก แต่ผมก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ผมยังคงเดินนำอยู่ด้านหน้า กุมดาบในมือพร้อมกับยกโล่กำบังมาถือขนาบอกไว้ และเดินลึกเข้าไปในถ้ำทีละก้าว เส้นทางภายในถ้ำคดเคี้ยวมาก หลังจากที่เดินอยู่ข้างในเกือบ 10 นาทีนั้น ในที่สุดแสงสีทองที่ส่องสว่างก็ปรากฏขึ้นมาที่เบื้องหน้าทันที และหลังจากที่ข้ามกำแพงหินไปแล้ว หีบสมบัติสีทองอร่ามก็ปรากฏขึ้นที่สุดทางของถ้ำ ขณะที่รอบบริเวณของหีบสมบัติก็มีมือธนูแจ็กคัลอยู่ทั้งหมด 13 ตัว มากกว่าที่ถังหยุนบอกไว้เล็กน้อย
ทว่า...... มือธนูแจ็กคัลเหล่านี้รับมือได้ยากมาก!
“ต้องใช้เวลานานแค่ไหนในการเปิดหีบสมบัติ?” ผมถาม
“ 7 วินาที” ถังหยุนที่เบิกตากว้างมองไปยังหีบสมบัติทองคำจนน้ำลายแทบจะไหลออกมาอยู่รอมร่อนั้นจึงพูดขึ้นอย่างยิ้มๆต่อว่า “รวมกับตอนที่ฉันเดินเข้าไป นายสกัดพวกมันให้ได้ 9 วินาทีก็โอเคแล้วล่ะ”
“ความเร็วในการโจมตีของมือธนูแจ็กคัลพวกนี้เป็นอย่างไร?” ผมถามขึ้นอีกครั้ง นี่มันเกี่ยวข้องกับความเป็นความตาย จึงต้องถามเกี่ยวกับมันก่อน
โชคดีที่ถังหยุนเป็นยอดฝีมือและเข้าใจเกมได้อย่างลึกซึ้ง เธอจึงตอบผมว่า “โจมตีหนึ่งครั้งทุกๆ 1.2 วินาที เป็นการโจมตีทางกายภาพล้วนๆ พวกมันแทบไม่มีสกิลเลย มีเพียงการโจมตีพื้นฐานเพื่อฆ่าเป้าหมาย”
“เข้าใจแล้ว ฉันพร้อมแล้ว เธอตามหลังฉันไว้”
“ได้”
ผมกระตุกลาป่าพร้อมทั้งค่อยๆเอนตัวขึ้นช้าๆ เมื่อพวกเขาอยู่ห่างจากหีบสมบัติในระยะ 10 หลานั้น กลุ่มมือธนูแจ็กคัลก็แสดงท่าทีโกรธจัดออกมาทันที เมื่อมันง้างสายธนูเพื่อเตรียมที่จะยิงนั้นจึงได้แผดเสียงคำรามลั่นขึ้นมาว่า “เจ้าหัวขโมย คิดจะมาขโมยสมบัติของพวกข้าอีกแล้วงั้นรึ ฆ่ามัน!”
ค่าความเกลียดชังของมือธนูแจ็กคัลทั้ง 13 ตัวก็ตกมาที่ผมทันที และขณะที่พวกมันยิงธนูออกมา ผมก็ย่อตัวและเข้าสู่สภาพป้องกันทันที
ชั่วขณะหนึ่งโล่ก็เต็มไปด้วยประกายไฟ พลังป้องกันของผมนับว่าสูงพอ การโจมตีของแจ็กคัลพวกนี้สามารถลดเลือดได้ประมาณ 300 แต้ม ค่าเฉลี่ยภายใต้การป้องกันก็อยู่ที่ 75 แต้มและแม้ว่าจะมีเอฟเฟกต์บังคับหักเลือดไป 1 แต้ม หลังจากโจมตีเข้ามา 1 รอบแล้วนั้น ทว่าพวกมันก็ยังลดเลือดของผมไปไม่ถึง 600 แต้มเท่านั้น ผมรีบเทผงเพิ่มเลือด พร้อมทั้งหยิบขวดยาฟื้นเลือดเอาไว้พร้อมใช้ในทุกเมื่อ
เงาร่างที่สวยงามเดินผ่านไป โดยไม่รอช้าถังหยุนจึงก้มตัวลงตรงหน้าหีบสมบัติพร้อมกับหยิบกุญแจทองขึ้นมาไขหีบสมบัติทันที ขณะที่ดวงตาคู่สวยฉายแววตั้งใจอย่างจริงจังนั้น ภายใต้การจดจ่อทุ่มสมาธิทั้งหมดกับหีบสมบัติ เธอจึงไม่ได้สนใจท่านั่งของตัวเองเลยว่าสะโพกหยกที่โค้งมน ยกขึ้นแสดงส่วนโค้งที่ทำให้ผมหายใจไม่ออก เสน่ห์ภายใต้การเสื้อคลุมวิญญาณที่เผยออกมา ขณะที่ขาเรียวยาวที่ขาวราวกับหิมะที่โผล่พ้นเนื้อผ้าออกมาครึ่งหนึ่งนั้นก็ทำให้ผมถึงกับมองอย่างไม่วางตาเลย
หลังจากที่มือธนูแจ็กคัลโจมตีรอบที่สี่ออกมานั้น ผมจึงสูดลมหายใจเข้าปอดลึกและพร้อมกันนั้น ก็ปลดสถานะป้องกันทันที ในขณะเดียวกัน ผมก็เงยหน้าซัดยาเม็ดฟื้นโลหิตลงไป ทำให้เลือดของผมจึงถูกฟื้นฟูกลับมา 1,200 แต้มทันที และจากนั้นผมจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “เฮ้ ทิรามิสุ! เธอใกล้จะเสร็จแล้วรึยัง ฉันจะต้านพวกมันไม่ไหวแล้วนะ!”
“ใกล้แล้ว ทนอีกนิดเดียว!”
“เร็วเข้า!”
“รู้แล้ว!”
……
ผมทำการเปิดใช้กลอรี่ชิลด์ทันที ซึ่งช่วยลดความเสียหายลงไปได้มาก ทว่าผมก็ยังไม่วางใจ เห็นดังนั้นผมจึงซัดยาฟื้นเลือดเข้าไปอีกหลายขวดทันที และหลังจากนั้นราว 3 วินาที คูลดาวน์ของการป้องกันก็เสร็จสิ้น ไม่รอช้าผมจึงยกโล่ขึ้นและเข้าสู่สถานะป้องกันอีกครั้ง ขณะที่เลือดของผมผันผวนขึ้นลงอยู่ที่ 25% นั้นตัวผมเองในเวลานี้ก็เกิดอาการประหม่าและกังวลขึ้นมาอย่างรุนแรงทันที
และในตอนนี้เอง “คลิก” ฝาของหีบสมบัติก็เปิดออก และอุปกรณ์หลายชิ้นปรากฏขึ้น นัยน์ตาคู่สวยของถังหยุนก็เต็มไปด้วยความปิติยินดีขึ้นมาทันที และจากนั้นเมื่อเธอหยิบอุปกรณ์ทั้งหมดแล้ว โยนเข้าไปในกระเป๋าแล้วจึงหันมาพูดกับผมว่า “จินซีเหอซี ถอยทัพ ถอยทัพ!”
ผมรีบทำการถอยหลังออกไป ทว่าก็ไม่กล้าเดินออกไปไกลนัก หลังจากที่คูลดาวน์ห้าวินาทีเสร็จสิ้นลง ผมจึงรีบกินยาเม็ดฟื้นโลหิตเข้าไป 1 เม็ดต่อทันที นี่สิถึงจะเรียกว่าปลอดภัย
ทันทีที่เขาวิ่งออกมาจากในถ้ำนั้น ทั้งบนโล่ ใบหน้าและบนหน้าอกของผมก็เต็มไปด้วยลูกศรที่ยังไม่ได้ทำการ รีเฟรชออกไปในทันที
ถังหยุนเห็นสภาพผมเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ตำนานของเมืองจิ่นโจว ผู้โหดเหี้ยมและเก่งกาจที่สุดอย่างจินซีเหอซี นึกไม่ถึงเลยว่าสภาพหลังโดนโจมตีจะดูไม่จืดขนาดนี้ โดนลูกธนูยิงใส่จนจะกลายเป็นเม่นแล้วเนี่ย!”
“ยังจะมาหัวเราะอีก ไม่ใช่เพราะฉันทำเพื่อเธอหรอกเหรอ?”
ผมที่มองหน้าเธอจึงถามขึ้นว่า “ของที่ได้มาล่ะ แชร์คุณสมบัติมาหน่อยสิ”
“อื้ม”
จากนั้นคุณสมบัติของอุปกรณ์แต่ละชิ้นจึงถูกแชร์ในช่องแชททีม ที่เด่นที่สุดเป็นสร้อยคอระดับทอง เลเวล 37 ที่เพิ่มความเสียหายของเวทย์ 8% จากนั้นก็เป็นขวานระดับเงิน เลเวล 37 และชิ้นสุดท้าย หมวกเกราะระดับเงิน เลเวล 37
นี่คืออุปกรณ์ทั้งหมด!
นัยน์ตาคู่สวยของถังหยุนเปล่งปลั่งและเต็มไปด้วยความสุขสมหวังนั้น “ดีจังเลย มีอุปกรณ์ระดับทองจริงๆด้วย แถมยังเป็นของฉันอีกต่างหาก ดีจังเลย ฮ่า ฮ่า เยี่ยมมาก!”
“นั่น... หมวกระดับเงิน เป็นหมวกเกราะ ฉันใช้ได้” ผมพูดขึ้น
“โอเค”
จากนั้นเธอจึงหยิบหมวกเกราะในกระเป๋าส่งมาให้ผมอย่างระวังพร้อมทั้งพูดขึ้นอย่างยิ้มๆว่า “ลำบากนายแล้วนะ”
ไม่รอช้าผมจึงยื่นมือไปรับหมวกเกราะมา และแน่นอนว่าคุณสมบัติของมันสุดยอดมาก——
【หมวกเกราะศิลามรกต】(อุปกรณ์ระดับเงิน)
ประเภท:เกราะป้องกัน
พลังป้องกัน :85
ความต้านทานทางจิตวิญญาณ :+14%
ความแข็งแกร่ง :+20
ความอดทน :+19
โบนัส :เพิ่มค่าพลังเลือดให้แก่ผู้ใช้งาน 500 แต้ม
เลเวลที่สามารถใช้งานได้ :37
……
มันเป็นผลงานชิ้นเอก! โดยเฉพาะโบนัส ที่เพิ่มเลือดขึ้นอีก 500 แต้มนี้ที่ทำให้ไอเทมชิ้นนี้เหนือไปจากอุปกรณ์ระดับเงินทั่วไปอย่างสิ้นเชิง และนี่ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยหากบอกว่ามันเทียบได้กับอุปกรณ์ระดับทอง!
ผมจึงรีบสวมใส่มันทันที และทันใดนั้นทั้งความแข็งแกร่งทางกายภาพและกำลังสู้รบก็พุ่งสูงขึ้นทันที——
【จินซีเหอซี】(อัศวิน)
เลเวล :37
พลังโจมตี :335-572(+17%)
พลังป้องกัน :491(+12%)
ค่า HP :5556
พลังปราณ :100/100
ค่าความโชคดี :11
ค่าความสำเร็จพิเศษ :9
ค่ามีชื่อเสียง :235
กำลังสู้รบ :1756
……
ในที่สุดค่าพลังเลือดก็ทะลุไปถึง 5,500 แต้มแล้ว เพียงแค่อุปกรณ์ที่เพิ่มเลือดมาให้ก็เพียงพอแล้วที่จะฆ่าผู้เล่นลูกผสมจำนวนมากและเมื่อบวกกับพลังโจมตีและพลังป้องกันแบบนี้แล้วผมก็แทบจะเดินเทียบเคียงกับผู้เล่นสายโจมตีใกล้ของเมืองจิ่นโจวได้เลย ขณะที่อุปกรณ์ระดับเงินของผมค่อยๆเพิ่มมากขึ้นนั้น เวลานี้ความต้านทานทางจิตวิญญาณก็เพิ่มมาถึง 41% แล้ว และนั่นจึงทำให้การโจมตีจากนักจิตวิญญาณและนักบวชไม่เจ็บปวดมากขนาดนั้นอีกต่อไป แน่นอนว่านอกจากนักจิตวิญญาณที่มีพลังความรุนแรงเป็นพิเศษอย่างถังหยุนแล้ว สกิลระบำมังกรเพลิงของเธอเพียงครั้งเดียวก็ยังลดเลือดของผมลงไปได้มากกว่าครึ่งหนึ่งอยู่ดี!
“จินซีเหอซี”
ทันใดนั้นถังหยุนก็เรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นอีกครั้ง
“มีอะไรเหรอ?” ผมถามเธอ
“นายดูเว็บบอร์ดของเมืองจิ่นโจวสิ ดูเหมือนมีคนใหญ่คนโตมาหานายแหน่ะ”
“หืม?”
ผมทำการเปิดเว็บบอร์ดของเมืองจิ่นโจวขึ้นมาทันที และแน่นอนว่า... โพสต์ที่ถูกตรึงไว้บนสุดในขณะนี้ได้รับความสนใจอย่างล้นหลามเลยทีเดียว มันถูกโพสต์ไปเมื่อ 1 ชั่วโมงก่อน เวลานี้ผู้ที่มาตอบมากถึง 5,000 คนเข้าไปแล้ว ขณะที่ชื่อของผู้โพสต์ก็เป็นสีทอง ซึ่งนั่นก็คือรูปแบบชื่อที่เป็นเกียรติยศสูงสุดประเภทหนึ่ง……ผู้เล่นหอเกียรติยศ CGL ทว่าเมื่อมาถึงสกายโร้ดรุ่นนี้ ผู้เล่นระดับราชาสวรรค์เหล่านั้นต่างก็วางมือกันไปแล้ว ดังนั้น หอเกียรติยศ CGL จึงคอยสนับสนุนและส่งเสริมหอเกียรติยศ CSL แทน อีกทั้งสมาชิกหอคอยเกียรติยศรุ่นเก่าที่เข้าสู่สกายโร้ดเท่านั้นจึงจะสามารถเข้าสู่หอเกียรติยศ CSL ได้อย่างอัตโนมัติ
【ชาเลนจ์】ได้ยินว่าเมืองจิ่นโจวมีอัศวินชื่อ ‘จินซีเหอซี’ กวาดล้างไปทั่วทั้งเมืองปรากฎตัวขึ้นงั้นเหรอ? ฉัน เลี่ยเฟิงอิ่ง มาเจอกันหน่อย ! ผู้โพสต์ :เลี่ยเฟิงอิ่ง (ผู้เล่นหอเกียรติยศ CSL)
ใต้โพสต์ ขณะนี้มีผู้คนเข้ามาพูดคุยกันอย่างล้นหลามจริงๆ ด้วยเพราะในท้ายที่สุดแล้ว เลี่ยเฟิงอิ่งก็เป็นหนึ่งในสี่เทพเดิมของจู๋หลง คอยติดตาม “จู๋อิ่งล่วน” พิชิตสงครามไปทั่วทั้งเขตแดนทางเหนือและใต้ ทั้งยังมีส่วนร่วมในการทำผลงานต่างๆมากมาย หลังจากที่ ‘สกายโร้ด’ เปิดให้บริการแล้ว “เพียวหยุนเยียน” และ “ปี้คงเหิน” สองในสี่เทพแห่งจู๋หลงก็ยังอยู่ที่เทียนจ้งเพื่อดูแลระบบเซิร์ฟเวอร์ต่อไป ขณะที่ “เฉินจืออู่”และ “เลี่ยเฟิงอิ่ง” ก็ติดตามจู๋อิ่งล่วนไปพิชิตโลกแห่งสกายโร้ดจนทั้งสามคนได้รับสมญานามว่า “สามบัลลังก์ราชาแห่งจู๋หลง” และนั่นก็ถือเป็นเกียรติยศอันสูงสุด
ในปี 2025 “หลี่เฉิงเฟิง” เป็นตัวแทนของ “กู่เจี้ยน” ในการคว้ารางวัลลีกโกลด์คัพซึ่งเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศอันสูงสุดมาได้ หลังจากนั้นในปี 2026 การแข่งขันลีกก็มีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างและกลายมาเป็นการแข่งขันโกลเด้นลีก อยู่ในจุดสูงสุดของประเทศในปัจจุบัน
และในการแข่งขันโกลเด้นลีกเมื่อปี 2026 นั้น “ลู่เฉิน” ป่วยหนักอีกครั้ง ขณะที่หลี่เฉิงเฟิงก็ตัดสินใจส่งเขาไปรักษาตัวที่แคนาดา และภายใต้สถานการณ์ที่ไม่มีเสียงคัดค้านใดจากกู่เจี้ยน จู๋อิ่งล่วนจึงนำทีมจู๋หลงขึ้นสู่จุดสูงสุดในรายการแข่งขันโกลเด้นลีก ซึ่งก็คือการแข่งขันในครั้งนั้นที่ผมนำทีมสโมสรหยินหยูไปพบกับกู่เจี้ยน ในศึกดวล 1 VS 1 ที่สามารถเอาชนะ “เป่ยหมิงเสวี่ย” ได้ ทว่าน่าเสียดายในที่สุดผมกลับแพ้ให้กับกู่เจี้ยนที่นำโดย “กุ๋ยกู่จือ” กับเป่ยหมิงเสวี่ยไป 2 : 3
เวลานี้ ลู่เฉินได้ประกาศออกมาอย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ลงเล่นในสกายโร้ดต่อ ขณะที่ “หลินอี้ซิน” ก็เดินตามรอยเขาคือการไม่เข้าสู่สกายโร้ดเช่นกัน ส่วนจู๋อิ่งล่วนผู้มีประสบการณ์ก็ได้ริเริ่มการเป็นผู้นำให้กับเยาวชนผู้โดดเด่นในการต่อสู้เพื่อช่วงชิงเกียรติยศอันสูงสุดแทน
ขณะที่เลี่ยเฟิงอิ่ง อัศวินผู้แข็งแกร่งที่สุดที่อยู่ภายใต้การบัญชาการของจู๋อิ่งล่วน ทั้งยังเป็นผู้ที่เคลือบแคลงการต่อสู้ของผมมาตั้งแต่ตอนต้น จริงๆแล้วในศึกการแข่งขันโกลเด้นลีกผมเป็นอัศวินเพียงคนเดียวที่เอาชนะเป่ยหมิงเสวี่ยมือธนูอันดับ 1 ได้ อีกทั้งอัตราการชนะของเลี่ยเฟิงอิ่งกับเป่ยหมิงเสวี่ยในลีกทั้งหมดก็เท่ากับ 0% ซึ่งก็ถือว่าค่อนข้างห่างไกลทีเดียว
ส่วนเมืองหลักที่คนของจู๋หลงเข้าไปประจำการก็คือเมืองหลังหยา ขณะที่เลี่ยเฟิงอิ่งเองก็ยังท้าทายผมในทุกวิถีทาง ทว่านั่นก็เพื่อพิสูจน์สถานะของตัวเองในสายอาชีพอัศวินของประเทศเท่านั้นเอง